ชี้พิษ‘ดีเปรสชัน’
จมบาดาล25จว.

ปภ.สรุปตัวเลขพิษดีเปรส ชันเข้าไทย ท่วม 25 จังหวัดทั่วประเทศ คนเดือดร้อนกว่า 2.5 หมื่นครัวเรือนมี 11 จังหวัดยังท่วมขัง นายกฯ สั่งดูแลประชาชนเดือดร้อนจากอ่างเก็บน้ำโคราชแตกทะลักเข้าท่วม เผยเป็นอ่างใหญ่จุกว่า 1.2 แสนลูกบาศก์เมตร ผู้ว่าฯ ระดมรถแบ๊กโฮขนบิ๊กแบ๊กปิดรอยแตกชะลอน้ำ เผยเป็นห่วงมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนลำพระเพลิงจนเกินความจุแล้ว และอ่างเก็บน้ำสาขาอีก 3 แห่งก็เกินความจุเช่นกัน ขณะที่น้ำป่าเขาใหญ่หลากเข้าจมปากช่องรอบ 2 กาญจนบุรีสั่งปิดน้ำตกเอราวัณ

★ บิ๊กตู่ห่วงอ่างเก็บน้ำแตก

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วม เมื่อ วันที่ 18 ต.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานและติดตามสถานการณ์พนังกั้นน้ำ อ่างเก็บน้ำลำหินตะโง่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา แตก เนื่องจากปริมาณฝนตกต่อเนื่อง และปริมาณน้ำเกินกว่าจะรับได้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่โดยรอบ และสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง โดยสั่งการให้กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) และจังหวัด เฝ้าติดตามและแก้ไขโดยด่วน พร้อมทั้งเร่งเตือนประชาชนให้ได้รับรู้ข่าวสารอย่างต่อเนื่อง และการรับมือในสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งรายงานผลการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย ให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกระยะ

★ ความจุ 1.2 แสนลบ.ม.

ด้านนายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบอ่างเก็บน้ำลำหินตะโง่ หลังพื้นดินทรุดตัวทำให้ฝายพังเสียหาย ซึ่งอ่างเก็บน้ำดังกล่าวก่อสร้างโดยโครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา แล้วเสร็จในปี 2530 และถ่ายโอนภารกิจให้กับเทศบาลตำบลลำนางแก้วเมื่อปี 2546 โดยกักเก็บน้ำได้ประมาณ 1,200,000 ลูกบาศก์เมตร แต่เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่จ.นครราชสีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อ่างเก็บน้ำแตก เป็นผลจากปริมาณที่ไหลลงฝายจำนวนมากจนล้นคันกั้นน้ำ และด้านข้างของคันกั้นน้ำของฝายถูกน้ำกัดเซาะดิน จนทำให้คันกั้นน้ำพังทลายเสียหาย ความยาวกว่า 10 เมตร

ปริมาณน้ำที่ทะลักออกมาจะไหลลงไปรวมกับน้ำในคลองลำพระเพลิง โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้านเฝ้าระวัง และเก็บสิ่งของขึ้นบนที่สูงเพื่อความปลอดภัยแล้ว ซึ่งขณะนี้มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วม 2 หมู่บ้านคือ บ้านลำประโคนเหนือ หมู่ 5 และบ้าน ลำประโคน หมู่ 3 บ้านเรือนได้รับความ เสียหายกว่า 60 หลังคาเรือน

★ น้ำทะลักท่วมวงกว้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าช่วงบ่ายวันเดียวกัน ได้รับรายงานว่ามวลน้ำจำนวนมากจากอ่างเก็บน้ำลำหินตะโง่ ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.ลำนางแก้ว ต.ตะขบ ต.สุขเกษม ต.ตูม ต.ปลาทอง และ ต.บ้านงิ้ว เป็นต้น โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทุกหน่วยในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่ช่วยเหลืออพยพชาวบ้านออกจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง เช่นที่บ้านดอนใหญ่ ต.ปลาทอง อ.ปักธงชัย มวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน มีระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่หนวยกู้ภัยฮุก 31 ต้องเร่งนำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ภายในหมู่บ้าน ออกจากบ้านเรือนกันตลอดทั้งวัน

★ วางบิ๊กแบ๊กชะลอน้ำแล้ว

ขณะเดียวกัน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝายเก็บน้ำลำตะโง่ ภายหลังจากที่ฝายรับน้ำไม่ไหวจนแตกเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 17 ต.ค. โดยผู้ว่าฯนครราชสีมา ไปตรวจสอบบริเวณฝายแตก พร้อมทั้งได้ประสานงานไปยัง พล.ต.นำพล คงพันธ์ ผอ.สำนักงานพัฒนา ภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำรถแบ๊กโฮ มาช่วยวางบิ๊กแบ๊ก กั้นที่บริเวณรอยฝายแตกไว้ชั่วคราว เพื่อช่วยชะลอน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเพิ่ม พร้อมทั้งสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ระดม เจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการเร่งด่วนแล้ว

อ่างแตก – สภาพพนังอ่างเก็บน้ำลำหินตะโง่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา แตกพังลงเนื่องจากปริมาณฝนตกต่อเนื่องจนมีน้ำไหลเข้าอ่างเกินกว่าจะรับได้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่โดยรอบ เมื่อวันที่ 18 ต.ค.

★ เขื่อนลำพระเพลิงล้น

นายขวัญชัย อุตตะเวช ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง รายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำในเขื่อน ลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ล่าสุดมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 17 ต.ค.กว่า 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ขณะนี้มีปริมาณน้ำในเขื่อนสูงถึง 173.50 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 111.94 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 155 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ วันละ 9.899 ล้านลูกบาศก์เมตร และทางเขื่อนปล่อยน้ำลงสู่คลองชลประทาน และคลองธรรมชาติ เฉลี่ยวันละ 4.590 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ต.ตะขบ ต.บ่อปลาทอง และ ต.ตูม อ.ปักธงชัย เฝ้าระวังน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันอ่างเก็บน้ำสาขาของเขื่อน ลำพระเพลิง 3 แห่ง ก็มีปริมาณน้ำเกินความจุกกักเก็บทั้งหมดแล้ว ได้แก่ อ่างเก็บน้ำ ลำสำลาย ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำ 47.36 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 112.75 ของความจุกักเก็บทั้งหมด, อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว มีปริมาณน้ำ 6.98 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 109 ของความจุกักเก็บทั้งหมด และอ่างเก็บน้ำลำเชียงสา มีปริมาณน้ำ 7.88 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 105 ของความจุกักเก็บทั้งหมด โดยทางเจ้าหน้าที่ชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงนี้ยังคงมีฝนตกลงมาเป็นระยะ ทำให้สถานการณ์ยังไม่น่าไว้ใจ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มให้เฝ้าระวังน้ำท่วมอย่างใกล้ชิดด้วย

★ โคราชท่วมแล้ว 7 อำเภอ

นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา กล่าวว่าได้รับรายงานน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร รวม 7 อำเภอ 30 ตำบล 74 หมู่บ้าน 565 ครัวเรือน โดยมีอำเภอปักธงชัย 12 ตำบล อำเภอโนนสูง 3 ตำบล อำเภอพิมาย 4 ตำบล อำเภอเมือง 4 ตำบล อำเภอโชคชัย 5 ตำบล อำเภอปากช่อง 8 ตำบลและอำเภอขามทะเลสอ 2 ตำบล

ส่วนเหตุการณ์อ่างเก็บน้ำลำหินตะโง่ สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ถ่ายโอนภารกิจให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย ดูแลรับผิดชอบและปรับปรุงเสริมสันอ่างยาว 30 เมตร เพิ่มความจุจากเดิม 5 แสนลบ.เมตร เป็น 1.2 ล้าน ลบ.เมตร บานประตูถูกน้ำกัดเซาะชำรุด ทำให้มวลน้ำประมาณ 5 แสน ลบ.เมตร ไหลออกจากตัวอ่าง โดยมีรัศมีการแพร่กระจายของกระแสน้ำประมาณ 1-2 กิโลเมตร ส่งผล กระทบพื้นที่บ้านลำประโคน บ้านโนนสำโรง ต.ลำนางแก้ว แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำหรือเพิ่มปริมาณน้ำในคลองลำพระเพลิงตอนล่างแต่อย่างใด ทั้งนี้อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 นครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนแล้ว

★ น้ำมูนเอ่อท่วมพิมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่อ.พิมาย ปริมาณน้ำในลำน้ำมูนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเอ่อล้นไหลเข้าท่วมถนนลาดยางเส้นทางสัญจรผ่านไปมาระหว่างตำบลสัมฤทธิ์และตำบลธารละหลอด อำเภอพิมาย ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ระยะทางยาวประมาณ 300 เมตร ทำให้รถเล็กสัญจรผ่านไปมาลำบาก อีกทั้งปริมาณน้ำมูนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ยังได้เอ่อล้นไหลเข้าท่วมถนนในหมู่บ้านที่อยู่ติดกับแม่น้ำมูน ในตำบลสัมฤทธิ์ ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกับลำน้ำมูน จำนวนกว่า 30 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบปริมาณน้ำเริ่มที่จะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนแล้ว

★ เร่งระบายน้ำจากเขื่อน

ด้านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่มสัมฤทธิ์ เขื่อนพิมาย เดินเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 6 เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำภายในเขื่อนพิมายออก เพื่อเตรียมรับมวลน้ำที่จะไหลเข้ามาในพื้นที่อำเภอพิมาย หลังจากปริมาณน้ำท้ายเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำพระเพลิง ในอำเภอปักธงชัย ไหลลงสู่ลำน้ำมูน ในอำเภอโชคชัย อำเภอเฉลิมพระเกรียติ และไหลลงสู่ลำน้ำมูน ในอำเภอพิมาย ก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลเข้ามาสะสมอยู่ภายในเขื่อนพิมาย ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน โดยคาดว่ายังคงมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกทุกวัน เนื่องจากเขื่อนพิมายเป็นพื้นที่รับน้ำจากเขื่อนหลักต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา

★ น้ำเขาใหญ่จมปากช่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.ปากช่อง จ.นคร ราชสีมา ปริมาณน้ำฝนสะสมบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และในพื้นที่ ต.หมูสี ทำให้เกิดน้ำป่าไหลลงมาเขต ต.หมูสี จากด่านศาล เจ้าพ่อเขาใหญ่ เข้าบ้านท่ามะปรางค์ ที่อยู่ตามแนวลำตะคอง ทางน้ำที่จะไหลลงสู่เขื่อนลำตะคอง มวลน้ำหลากลงมาเอ่อท่วมหมู่บ้าน ชุมชนและถนนในเขตซอยโรงสูบ ซอยประปา บ้านไร่หนองสาหร่าย ในเขตเทศบาล ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ โดยที่วัดเกาะอุทการาม สะพานดำ มีบุญทอดกฐินสามัคคี ในช่วงเช้า และเกิดน้ำป่าไหลเอ่อเข้าท่วมบริเวณวัด โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8-11 ต.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้ว

★ ท่วมทั่วประเทศ25จว.

วันเดียวกันกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. – ปัจจุบัน มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย รวม 25 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง อุทัยธานี สมุทรสาคร กาญจนบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี ราชบุรี นครปฐม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล และสงขลา รวม 86 อำเภอ 241 ตำบล 849 หมู่บ้าน

★ 2.5หมื่นครัวเรือนกระทบ

ประชาชนได้รับผลกระทบ 25,273 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย (จันทบุรี) บาดเจ็บ 3 ราย (สิงห์บุรี) แยกเป็น พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก รวม 24 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ สระแก้ว ชัยนาท สิงห์บุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง อุทัยธานี สมุทรสาคร กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ ตรัง สตูล และสงขลา รวม 76 อำเภอ 228 ตำบล 827 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 25,214 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ในจ.จันทบุรี

★ 11 จว.ยังจมบาดาล

ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขัง 11 จังหวัด ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี แม่น้ำมูนเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี ประชาชนได้รับผลกระทบ 6 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง นครราชสีมา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ 46 ตำบล 124 หมู่บ้าน ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปักธงชัย อำเภอโชคชัย อำเภอโนนสูง อำเภอพิมาย และอำเภอสีคิ้ว สถานการณ์ภาพรวมระดับน้ำเพิ่มขึ้น

ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอเขาฉกรรจ์ อำเภอวังสมบูรณ์ อำเภอโคกสูง อำเภอคลองหาด อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอวัฒนานคร และอำเภออรัญประเทศ รวม 21 ตำบล 72 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 473 ครัวเรือน ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอวัฒนานคร และอำเภออรัญประเทศ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

★ ตรัง-สตูล-นครศรีฯจุก

ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอพระแสง รวม 5 ตำบล 16 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 300 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ตรัง น้ำจากคลองนาน้อยและคลองชีล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง อำเภอสิเกา อำเภอวังวิเศษ อำเภอกันตัง อำเภอห้วยยอด อำเภอนาโยง อำเภอปะเหลียน และอำเภอย่านตาขาว รวม 38 ตำบล 161 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,472 ครัวเรือน ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง ระดับน้ำลดลง

สตูล น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอละงู อำเภอท่าแพ อำเภอควนโดน อำเภอมะนัง อำเภอเมืองสตูล และอำเภอทุ่งหว้า รวม 20 ตำบล 98 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,178 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอละงู อำเภอท่าแพ และอำเภอเมืองสตูล ระดับน้ำลดลง และนครศรีธรรมราช น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอช้างกลาง อำเภอถ้ำพรรณรา และอำเภอนาบอน รวม 7 ตำบล 28 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 483 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอช้างกลาง ระดับน้ำลดลง

★ ภาคกลางแค่น่วมๆ

ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง นครปฐม น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอดอนตูม และอำเภอกำแพงแสน รวม 11 ตำบล 96 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับ ผลกระทบ 30 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง กาญจนบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอท่ามะกา และอำเภอห้วยกระเจา รวม 6 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

อุทัยธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลไผ่เขียว อำเภอสว่างอารมณ์ ประชาชนได้รับผลกระทบ 44 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท กาญจนบุรี สิงห์บุรี และพังงา รวม 6 อำเภอ 9 ตำบล 18 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 59 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว อยู่ระหว่างการฟื้นฟู

★ สั่งปิดน้ำตกเอราวัณ

ที่จ.กาญจนบุรี นายพีรวัฒิ สิโรตม์พิพัฒ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ กล่าวว่าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ประกาศปิดห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำชั่วคราว เนื่องจากขณะนี้น้ำป่าได้ไหลหลากมาจากป่าต้นน้ำทะลักเข้าน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ซึ่งกระแสน้ำไหลรุนแรงมาก ทำให้สภาพน้ำที่เคยสวยและใสกลายเป็นสีขุ่น จึงจำเป็นต้องประกาศปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว ไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ที่จ.ชัยนาท น้ำป่าจากห้วยขุนแก้ว จ.อุทัยธานี ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ ต.วังตะเคียน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ มวลน้ำที่ไหลจากคลองห้วยคต-วังหมัน เข้าสู่พื้นที่ตำบลวังหมัน อำเภอวัดสิงห์ จำนวนมาก ทำให้ล้นคลองไหลข้ามถนนสายวังหมัน-หนองโสน บริเวณ หมู่ 4 ต.วังหมัน จนขาดทำให้ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำป้ายมาติดตั้งเตือนปิดถนนห้ามสัญจร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน