‘ทรัมป์’ดิ้นโวยโดนโกง
สหรัฐวุ่น-ประท้วงลาม
‘ไบเดน’จ่อนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ หลังคะแนนนำใกล้เข้าเส้นชัย 270 เสียง ส่วนทรัมป์ก็อ้างตัวเองชนะ พร้อมโวยคู่แข่งจากเดโมแครตขโมยชัยชนะที่ตนเองควรได้รับ ขณะที่การนับคะแนนใน 4 รัฐ ทั้งจอร์เจีย อลาสกา, เพนซิลเวเนีย และเนวาดายังดำเนินต่อไป ส่วนสถานการณ์การประท้วงการเลือกตั้งยังลุกลามหลายเมืองทั่วสหรัฐ ตร.จับผู้ชุมนุมนับร้อยคน
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน แถลงต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ถึงการเลือกตั้งที่ยังไม่รู้ผลคะแนนอย่างเป็นทางการว่า “ถ้าคุณนับคะแนนที่ถูกกฎหมาย ผมจะชนะเลือกตั้งครั้งนี้อย่างง่ายดาย”
พร้อมกันนี้ทรัมป์ยังโทษพรรคเดโมแครตว่า พยายามขโมยชัยชนะที่ตัวเองควรได้รับ และจะมีการต่อสู้ผลการเลือกตั้งและกระบวนการนับคะเเนนในชั้นศาลด้วย
อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ แต่บางสถานีต้องตัดภาพกลับมาที่ห้องส่งก่อนการแถลงจะสิ้นสุด ขณะที่ผู้ดำเนินรายการของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี และเอบีซี ต่างระบุว่าจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องในถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์
ทั้งนี้ถ้อยแถลงประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการตอบโต้ภายหลังนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ คู่ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต มีท่าทีมั่นใจอย่างสูงที่จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่รัฐเดลาแวร์เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ระบุว่า “หลังจากค่ำคืนการนับคะแนนยาวนาน มันชัดแล้ว ผมยังไม่ประกาศว่าเราชนะ แต่ผมมาที่นี่เพื่อจะรายงานว่า เมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้น เชื่อว่าเราจะเป็นผู้ชนะ”
ขณะที่ข้ออ้างของทรัมป์เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐทางไปรษณีย์นั้น เอพีรายงานว่า นายไมเคิล ลิงก์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี หัวหน้าคณะ ผู้สังเกตการณ์ขององค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือแห่งยุโรป ระบุว่า เฉพาะวันเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. ไม่พบการละเมิดหรือกระทำความผิดตามเขตเลือกตั้งที่คณะ ผู้สังเกตการณ์ตรวจสอบ และว่าสหรัฐเคยใช้วิธีการเลือกตั้งทางไปรษณีย์มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19
นอกจากนี้ ผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งของสหรัฐและสื่อมวลชนไม่พบหลักฐานดังกล่าว เช่นเดียวกับรายงานของเดลี่เมล์ที่ระบุว่า บรรดาผู้ว่าการรัฐ ส.ส. และส.ว.พรรครีพับ ลิกันออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่อ้างว่าถูกโกงเลือกตั้ง แต่กลับไร้หลักฐานยืนยัน
โดยนายแลร์รี โฮแกน ผู้ว่าการรัฐแมรีแลนด์ ทวีตข้อความว่า “ความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการทำลายกระบวน การประชาธิปไตย อเมริกากำลังนับคะแนนเลือกตั้ง เนื่องจากเราต้องเคารพผลการเลือกตั้งที่เราปฏิบัติมาตลอด ไม่มีการเลือกตั้งใดหรือบุคคลใดสำคัญกว่าประชาธิปไตยของเรา”
บีบีซี รายงานว่า นายไบเดน คว้าชัยชนะในรัฐวิสคอนซิน ทำให้ได้เสียงจากคณะ ผู้เลือกตั้งเพิ่มเป็น 253 คน เข้าใกล้ 270 คน ซึ่งเป็นคะแนนเสียงขั้นต่ำในการคว้าชัยการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
บีบีซี คาดการณ์ว่า นายไบเดนจะคว้าชัยในรัฐวิสคอนซิน สอดคล้องกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐ หลังจากนับคะแนนไปแล้ว 99% นายไบเดนนำทรัมป์กว่า 20,000 คะแนน
อย่างไรก็ตาม แผนที่แสดงผลการเลือกตั้งของบีบีซี ยังไม่แสดงผลว่า ไบเดนคว้าชัยในรัฐวิสคอนซิน เพราะว่าแผนที่นี้เป็นข้อมูลจากบริษัทวิจัยเอดิสันซึ่งยังไม่ได้คาดการณ์ผล ในรัฐวิสคอนซิน เพราะผลต่างของคะแนน ระหว่างไบเดนและทรัมป์ น้อยกว่า 1% ซึ่งหมายความว่า ผู้สมัครสามารถร้องขอให้มีการนับคะแนนใหม่ได้
การคาดการณ์ของบีบีซีว่า นายไบเดนน่าจะเป็นผู้ชนะในรัฐวิสคอนซิน เป็นการสะท้อนถึงสถานการณ์ในขณะนี้
ขณะที่สำนักข่าวหลายแห่งคาดการณ์ว่า ไบเดนคว้าชัยชนะในรัฐแอริโซนาแล้ว ทำให้ได้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งไปทั้งหมด 11 คน
ทางบีบีซี และซีบีเอส ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ผู้ชนะในรัฐแอริโซนา โดยมีการนับคะแนนไปแล้ว 86% ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ราว 68,000 คะแนน หรือ 2.3%
ขณะที่ทางรัฐเนวาดา ระบุว่า จะมีการประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเที่ยงคืนตามเวลาในประเทศไทย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศผล
ทั้งนี้ตามการคาดการณ์ของสำนักข่าวหลายแห่งที่ได้คาดการณ์ผู้ชนะล่วงหน้าไปก่อน ไบเดน ได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งไปแล้ว 264 คน และหากเขาสามารถคว้าชัยในรัฐเนวาดา ซึ่งมีคณะผู้เลือกตั้ง 6 คน ก็จะทำให้เขาได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งเพิ่มเป็น 270 คน ซึ่งจะส่งผลให้เขากลายเป็น ผู้ชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
ด้านพรรครีพับลิกันประจำรัฐเนวาดา ยืนยันว่า เตรียมแผนจะฟ้องร้องในรัฐเนวาดา โดยอ้างว่ามีคะแนนเสียงราว 10,000 คะแนนที่ถูกลงคะแนนโดยคนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในรัฐเนวาดาแล้ว
สำหรับรัฐเนวาดาเป็นหนึ่งในหลายรัฐที่มีการส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ให้แก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งไว้ ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์ระบบ “ส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์แบบถ้วนหน้า” ในช่วงที่เขาหาเสียงอย่างรุนแรง โดยอ้างว่า การทำเช่นนี้จะนำไปสู่การทุจริตเลือกตั้ง
ส่วนการประท้วงไม่พอใจผลการเลือกตั้งสหรัฐยังดุเดือดอย่างต่อเนื่องตามหลายเมืองทั่วประเทศ ทั้งนครนิวยอร์ก ผู้ประท้วงทั้งสองฝั่งปะทะกันตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. ตำรวจจับกุมผู้ประท้วง 25 คน และเรียกผู้ประท้วงรายงานตัวมากกว่า 30 คน
ที่เมืองมินเนอาโปลิส ตำรวจจับกุม ผู้ประท้วงมากกว่า 600 คน และเมืองซีแอตเทิล ตำรวจจับกุมผู้ประท้วง 8 คน เนื่องจากกีดขวางการจราจรตามถนนในเมืองและระหว่างรัฐ แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บใดๆ ส่วนเมืองชิคาโก เมืองพอร์ตแลนด์ และเมืองฟีนิกซ์ ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันต้องการนับคะแนนเลือกตั้งต่อไป เนื่องจากไม่พอใจที่ประธานาธิบดีทรัมป์บอกหยุดนับคะแนน
ด้านซีบีเอสนิวส์ รายงานว่า นายไบเดนได้ป๊อปปูลาร์โหวต หรือคะแนนเสียงจากคนอเมริกา เพิ่มขึ้น รวมอย่างน้อย 73,486,646 คะแนน หรือร้อยละ 50.51 ทำลายสถิติของนายบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสมัยแรก ที่ได้ป๊อปปูลาร์โหวต 69,498,516 คะแนน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2551 ส่วนทรัมป์ได้ป๊อปปูลาร์โหวตเพิ่มขึ้น รวมอย่างน้อย 69,622,185 คะแนน แซงตัวเลขของนายโอบามาเช่นกัน
ส่วนรัฐที่ยังนับคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตไม่เสร็จ ได้แก่ 4 รัฐสวิงสเตต ได้แก่ รัฐจอร์เจีย นับไปแล้วร้อยละ 99 ซึ่งช่วงแรกประธานาธิบดีทรัมป์เคยมีคะแนนนำนั้น ตอนนี้นายไบเดนพลิกขึ้นมานำด้วยคะแนน 2,449,371 คะแนน ส่วนนายทรัมป์ได้ 2,448,454 คะแนน หากนายไบเดนที่มีคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งอยู่แล้ว 264 เสียง คว้าชัยชนะจากรัฐจอร์เจียได้อีก จะทะลุเส้นชัย 270 เสียงจากทั้งหมด 538 เสียง ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงที่ 214 เสียง
รัฐเนวาดา นับแล้วร้อยละ 84 นายไบเดนยังนำด้วยจำนวน 604,251 คะแนน ส่วนนายทรัมป์ได้ 592,813 คะแนน รัฐเพนซิลเวเนีย นับแล้วร้อยละ 97 ประธานาธิบดีทรัมป์ยังนำด้วยคะแนน 3,285,965 คะแนน ส่วนนายไบเดนได้ 3,267,923 คะแนน รัฐนอร์ทแคโรไลนา นับแล้วร้อยละ 94 ทรัมป์ยังนำด้วยคะแนน 2,732,084 คะแนน ส่วนนายไบเดนได้ 2,655,383 คะแนน
และอีก 1 รัฐ คืออลาสกา นับแล้วร้อยละ 50 ประธานาธิบดีทรัมป์ยังนำจำนวน 118,602 คะแนน ส่วนนายไบเดนได้ 63,992 คะแนน