ขีดเส้นห้ามใกล้เกิน150เมตร
นักเรียนไทยใน13ปท.ยุโรป
จม.ถึงอียูจับตารบ.บิ๊กตู่ปฏิวัติ
กลุ่มตุ้งติ้งชุมนุมล้นถนนสีลม

น.ร.ไทย 13 ประเทศยุโรป ยื่นจ.ม.ร้อง ‘อียู’ จับตารัฐบาลเผด็จการป้องกันทำรัฐประหาร ฝ่ายความมั่นคงจัดกำลัง 15 กองร้อยดูแลม็อบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ระดมแบริเออร์-ลวดหนาม คุมเข้มห้ามเข้าลานพระบรมรูปทรงม้า-สำนักพระราชวัง เขตพระราชฐานในรัศมี 150 เมตร ‘บิ๊กตู่’ ห่วงม็อบเผชิญหน้ากัน ส่วน‘บิ๊กบี้-บิ๊กหนุ่ย-บิ๊กต่อ’ เฝ้าระวังเหตุที่ศปก.ทบ. เสรีเทยพลัสจัดม็อบตุ้งติ้ง “ไพร่พาเหรด” เดินขบวนจากสามย่านไปสีลม อดีต‘พุทธะอิสระ’จับมืออดีตปธ.หมู่บ้านเสื้อแดงเดินสายเล่าเรื่องพระเจ้าอยู่หัวฯ

‘บิ๊กตู่’ห่วงม็อบเผชิญหน้ากัน

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มราษฎรวันที่ 8 พ.ย. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ได้กำชับหรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่นายกฯ กังวลคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อีกทั้งอยากให้เข้าใจการปฏิบัติงานของตำรวจ ซึ่งตำรวจจะเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยและไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน โดยดูเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ขณะเดียวกันขอให้กลุ่ม ผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบและขอให้เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

เมื่อถามถึงกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) จะเข้าไปสังเกตการณ์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน ห่วงว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากันหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ในเรื่องนี้ได้ให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยพยายามใช้วิธีการไม่ให้แต่ละฝ่ายมีการยั่วยุหรือเผชิญหน้ากันจนอาจเกิดเหตุความรุนแรงได้ และทำให้เกิดภาพความไม่สงบเรียบร้อย รัฐบาลได้กำชับให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว

ที่บช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. เผยว่า ตำรวจจัดเตรียมความพร้อมเส้นทางการจราจร กรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัวที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้เส้นทางถนนราชดำเนินเป็นเส้นทางหลักในการจัดกิจกรรมเดินขบวน เจ้าหน้าที่เตรียมกำลังไว้คอยอำนวยความสะดวก บริเวณพื้นที่สำคัญ 2 จุด คือ ลานพระราชวังดุสิต และบริเวณสำนักพระราชวัง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า แกนนำ จะนำมวลชนเคลื่อนไปยังสถานที่ใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจัดชุดเจรจาพูดคุยหารือแนวทางการชุมนุมร่วมกับแกนนำที่จัดการชุมนุมไว้พร้อมแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปิดการจราจรจนกว่าจะยืนยันได้ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนไปยังจุดใดบ้าง และในวันที่ 8 พ.ย. เวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจจะแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการและประชา สัมพันธ์เส้นทางหลีกเลี่ยงการจราจรอีกครั้ง

จัดตร. 15 กองร้อยดูแล

รายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคง เผยว่า เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่เป็นหลักปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 โดยใช้กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 15 กองร้อย คอยสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทำหน้าที่ประจำจุดต่างๆ รอบพื้นที่การชุมนุม เพื่อดูแลความปลอดภัย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยดูแลอำนวยความสะดวกด้วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเน้นย้ำผู้ชุมนุมถึงข้อสำคัญว่าห้ามชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานในรัศมี 150 เมตรอย่างเด็ดขาด เพราะคาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า พร้อมระดมแบริเออร์และลวดหนามไว้จำนวนมากเพื่อป้องกันพื้นที่อย่างเข้มงวด

ส่วนที่มีข้อกังวลว่าจะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคณะราษฎรกับกลุ่มศปปส. ที่สวมใส่เสื้อเหลืองนัดชุมนุมในวันเดียวและจุดเดียวกัน แต่จะใช้บริเวณด้านฝั่งหน้าร้านเมธาวลัยศรแดง ขณะที่กลุ่มราษฎรใช้ฝั่งหน้าร้านแมคโดนัลล์ และโรงเรียนสตรีวิทยา เจ้าหน้าที่จะนำแผงเหล็กไปกั้นระหว่างกลาง พร้อมทั้งนำกำลังไปตั้งแถวเพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างกัน ถ้าเป็นไปได้จะพยายามพูดคุยขอให้ทางกลุ่มศปปส.ขยับออกห่างจุดชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร

คาดว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะทั้งสองกลุ่มถือว่าเป็นปัญญาชน อย่างไรก็ตาม วันที่ 8 พ.ย. ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหาร พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. พล.อ. ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วยผบ.ทบ. และพล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 จะร่วมกันติดตามสถานการณ์ด้วยโดยมีเจ้าหน้าที่ทหารของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) มอนิเตอร์การชุมนุมตั้งแต่ก่อนเริ่มจนถึงหลังประกาศยุติการชุมนุม

‘ก้าวไกล’ส่งส.ส.จับตา

วันเดียวกัน น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของเยาวชนคนรุ่นใหม่และประชาชนของพรรค ซึ่งมีส.ส.ของพรรค 20-30 คน จะไปร่วมสังเกตการณ์การชุมนุม เพื่อดูแลเรื่องการปกป้องสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของทุกคน โดยคณะทำงานจะประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ รวมถึงการควบคุมสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ด้วย

“เหตุผลสำคัญที่เราจำเป็นต้องไปสังเกตการณ์คือ เราได้ทราบว่า กลุ่มศ.ป.ป.ส. จัดคนไปร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของ กลุ่มราษฎรเช่นกัน หากมีการชุมนุมของ 2 กลุ่มในเวลาเดียวกัน เราต้องดูว่าเจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจละเมิดสิทธิหรือใช้มาตรฐานดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนกันหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจดำเนินการแบบสองมาตรฐานอย่างชัดเจน คณะทำงานจึงต้องไปอำนวยความสะดวก และดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ” น.ส.เบญจากล่าว

เปิดตัวกลุ่ม – กลุ่มนักเรียนไท นำโดยนายคณพศ แย้มสงวนศักดิ์ และน้องเมนู-น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม เปิดตัวอ่านแถลงการณ์สนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของกลุ่มราษฎรและคณะประชาชนปลดแอก เตรียมรณรงค์กับนักเรียนทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนต่อไป ที่ท้องสนามหลวง เมื่อ วันที่ 7 พ.ย.

ส่วนที่สนามหลวง กลุ่มมวลชน #นักเรียนไท นำโดย นายคณพศ แย้มสงวนศักดิ์ ร่วมกันแถลงการณ์ว่า ยุคสมัยเดิมที่เด็กถูกกดทับและยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว จากนี้จะไม่ทนต่อการใช้อำนาจที่ล้าหลังที่นำมากดทับเยาวชน ซึ่งเสียงของพวกตนจะต้องถูกรับฟัง สิทธิเสรีภาพจะต้องถูกรับรองระบบการ เมืองใหม่ที่มีประสิทธิภาพและเท่าเทียมเพื่อเปิดให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองในการร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญสืบต่อไป และเหตุผลนี้เองทำให้กลุ่มนักเรียนไทพร้อมประกาศสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของกลุ่มราษฎรและคณะประชาชนปลดแอกโดยข้อเรียกร้อง

คือ 1.ให้นายกฯ ลาออก จากการเลือกตั้งที่มีข้อกังขาเมื่อปี 2562 การบริหารที่ขาดความรู้และคุณสมบัติ ประสิทธิภาพ 2.ต้องการการร่างธรรมนูญใหม่แทนรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย โดยอาจเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ และ 3.เรียกร้องการปฏิรูปสถาบันเพื่อปกป้อง และทำให้ดีขึ้น ไม่ใช่การล้มล้างตามที่บุคคลบางกลุ่มได้กล่าวอ้าง การชำระประวัติศาสตร์จะทำให้สามารถพูดคุยแล้วนำมาแก้ไขปรับปรุงเพื่อผ่านยุคสมัยอย่างสง่างาม และอยู่ร่วมกับสังคมไทยภายใต้ระบอบประชาธิปไตยของไทยได้อย่างมั่นคงและสถาพร

โดยข้อเรียกร้องของกลุ่มจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความมีสิทธิเสรีภาพของเยาวชนอย่างแท้จริงที่ควรจะเป็นต่อไป ทั้งนี้ แนวทางการเคลื่อนไหวในอนาคตคาดว่าจะมีการจัดกิจกรรมและเป็นแนวร่วมของกลุ่มราษฎร และพร้อมที่จะขยายแนวร่วมทั่วประเทศในทุกภาค ซึ่งปัจจุบันมีแนวร่วมอยู่ประมาณ 10 กลุ่ม โดยข้อเรียกร้องนั้นสอดคล้องกับกลุ่มราษฎร ส่วนการร่วมการทำกิจกรรมกับกลุ่มนักเรียนเลวหรือไม่นั้น จะต้องขอดู และพร้อมให้ความช่วยเหลือในทางที่เป็นสันติไม่สร้างความขัดแย้ง

นร.ยุโรปร้อง‘อียู’จับตาปฏิวัติ

วันเดียวกัน กลุ่มเสรีประชาธิปไตย นักเรียนไทยในยุโรป และกลุ่มประเทศสมาชิก 13 ประเทศ ได้แก่ 1.กลุ่มเสรีประชาธิปไตยในออสเตรีย 2.กังหันไทย ไล่เผด็จการ 3.คณะราษฎรฝรั่งเศส 4.คณะราษฎรเบลเยียม 5.คณะราษฎรสกอตแลนด์ 6.คณะราษฎรฮังการี 7.คน “ไท” ในฟินแลนด์ 8.ภาคีนักเรียนไทยในอังกฤษเพื่อประชาธิปไตย 9.เสรีไทยในอิตาลี 10.เสรีไทยในนอร์เวย์ 11.เสรีไทยในเดนมาร์ก 12.เสรีไทยในสวีเดน และ 13.เยอรมนีขยี้เผด็จการ ร่วมกันออกแถลงการณ์ว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มเสรีประชาธิปไตย นักเรียนไทยในยุโรป และคณะ มีจดหมายเปิดผนึกถึงสหภาพยุโรป เรียกร้องให้จับตาความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทย และร่วมต่อต้านไม่ให้เกิดการก่อรัฐประหาร โดยมีเนื้อหาสำคัญดังต่อไปนี้

ในการบริหารของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการใช้กำลังตำรวจและทหารเข้าคุกคามนักกิจกรรมทางการเมือง และมีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในกำจัดศัตรูทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจึงได้มีการรวมตัวกันบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและขับไล่รัฐบาลเผด็จการ และมีการลงชื่อเข้าแก้ไขรัฐธรรมนูญกว่าหนึ่งแสนรายชื่อ โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญ ได้แก่ 1) เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภาและทำการเลือกตั้งใหม่ 2) เรียกร้องให้รัฐหยุดคุกคามประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมือง และ 3) เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน เพื่อให้ดำรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ตอบโต้ข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วยการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ต.ค. อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรฐานสากลและหลักความได้สัดส่วนที่ปรากฏตาม Guidance on Less-Lethal Weapons in Law Enforcement, 2020 รวมถึงการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการคุกคาม กลั่นแกล้ง แจ้งจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมอย่างไม่เป็นธรรม และมิได้แสดงท่าทีหรือความตั้งใจที่จะประนี ประนอมหรือพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม อีกทั้งนายกรัฐมนตรียังคงยืนยันที่จะไม่ลาออกจากตำแหน่งและกล่าวโดยนัยถึงความเป็นไปได้ในการก่อ “รัฐประหาร”

กลุ่มเสรีประชาธิปไตย นักเรียนไทยในยุโรป และคณะ จึงขอเรียกร้องให้สหภาพยุโรป ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และประชาคมโลก จับตาความเคลื่อนไหวทางการเมืองของรัฐบาลไทย และร่วมต่อต้านไม่ให้เกิดการก่อรัฐประหาร อันเป็นการทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศชาติ ทั้งในด้านความมั่นคง สังคม การเมืองและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยดำรงไว้ได้ซึ่งหลัก “เสรีประชาธิปไตย” อันเป็นหลักสากล ที่รับรองว่ามนุษย์เป็นประธานแห่งสิทธิ มีศักดิ์ศรีและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และเป็นประเทศที่จะวิวัฒน์ไปข้างหน้า จนสามารถทัดเทียมนานาชาติได้อย่างภาคภูมิสืบไป

อดีต‘พุทธะอิสระ’เดินสาย

วันเดียวกัน ที่ จ.นครราชสีมา นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทยเผยว่า นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ อดีต เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ประสานงานไปยังผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดง ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคใต้ ร่วมประชุมปรึกษาหารือการจัดงาน “รวมลานบ้าน ชวนกินข้าว ฟังเรื่องเล่าพระเจ้าอยู่หัวฯ” ไปตามจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย โดยจะจัดภาคละ 5 จุด เพื่อนำเอาพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จักรีวงศ์ทุกพระองค์ ถ่ายทอดให้กับประชาชน นักเรียน และนักศึกษาได้รับทราบ

กองทัพประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จึงร่วมกับเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย จัดกิจกรรมในวันที่ 9 พ.ย. เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ที่สนามทุ่งศรีเมือง (ศาลหลักเมืองเจ้าปู่ศรีสุทโธ) อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เป็นจุดแรก แล้วเดินทางไปต่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ จ.ร้อยเอ็ด, วันที่ 12 พ.ย. จ.อำนาจเจริญ และวันที่ 13 พ.ย. จ.ขอนแก่น จากนั้นเดินทางไปต่อทางภาคเหนือ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของความมั่นคงแห่งชาติ ที่จะได้เล่าถึงความเป็นมาและความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ในด้านต่างๆ ให้ประชาชน และ พสกนิกรชาวไทยได้รับทราบ พร้อมกับเป็นการส่งเสริมความมั่นคงและความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป

วันเดียวกัน บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เชิงเขาแก่นจันทร์ ริมถนนเพชรเกษม อ.เมือง จ.ราชบุรี กลุ่มพลังประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (พปปส.) จาก จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และหลายอำเภอของราชบุรี ตั้งเวทีปราศรัยในการร่วมกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นเวทีกล่าวแสดงจุดยืนถึงการปกป้องสถาบันนำโดย นายพันธ์ณรงค์ สร้อยอุบลพร นางชุติมา เลี่ยมทอง กล่าวแสดงพลังจุดยืนเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ การรวมพลังแสดงความรักความสามัคคีปกป้องแผ่นดินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ อส. ฝ่ายปกครอง ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพื้นที่

ต่อมา นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ นั่งรถตู้สีขาว ทะเบียน 5 กจ 3381 กทม. เดินทางมา หลังได้ลงจากรถกลุ่ม พปปส. ได้มอบป้ายไม้เขียนข้อความว่า “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” จากนั้นอดีตพระพุทธะอิสระร่วมนั่งฟังการปราศรัยของกลุ่ม พปปส.ที่ด้านหน้าเวที

มวลชนชุมนุมทั่วปท.

สำหรับความเคลื่อนไหวกลุ่มมวลชนที่จัดกิจกรรมชุมนุมในพื้นที่ทั่วประเทศในวันเดียวกันนี้ เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ที่หน้าเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ จ.นนทบุรี, กลุ่มแดงก้าวหน้า บริเวณหน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จ.ปทุมธานี, คณะราษฎรชัยนาท บริเวณเขื่อนหินเรียง หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท, เยาวชนโคราชเพื่อประชาธิปไตย บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นต้น

พาเหรดไพร่ – กลุ่มม็อบตุ้งติ้งเคลื่อนขบวนแสดงสัญลักษณ์เรียกร้องกลุ่มหลากหลายทางเพศ ส่งเสียงของผู้ถูกกดขี่ว่าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว พร้อม รวมตัวชุมนุมกันอย่างคับคั่ง ที่ถนนสีลม เมื่อวันที่ 7 พ.ย.

ส่วนที่สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กทม. กลุ่มเสรีเทยพลัสจัดม็อบตุ้งติ้งครั้งที่ 2 ในชื่อ “ไพร่พาเหรด” เดินขบวนมุ่งหน้าสู่ถนนสีลมซอย 2 จุดประสงค์สร้างความตระหนักเรื่องความเท่าเทียมและความเป็นธรรมทางเพศในสังคม กางผืนธงสีรุ้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความหลากหลายทางเพศ ผืนใหญ่บนพื้นทางเดิน ขณะที่มีกลุ่มคนหลากหลายทางเพศหลายช่วงอายุแสดงความสนใจต่อกิจกรรมครั้งนี้เป็นอย่างมาก

นายสิรภพ อัตโตหิ หรือ แรพเตอร์ แกนนำ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า การจัดงานวันนี้ส่วนหนึ่งเพื่อหนุน 3 ข้อเรียกร้องของขบวนการประชาธิปไตย ยกระดับมาตรฐานสังคมไทยด้วยความเป็นธรรมทางเพศ โดยวาระเร่งด่วนตอนนี้คือเรื่องการคุกคามทางเพศทั้งนอกและในขบวนการประชาธิปไตย เพราะท่ามกลางสังคมชายเป็นใหญ่ ยังมีนักกิจกรรมการเมืองเพศหญิงถูกคุกคามทางเพศทั้งในโลกออนไลน์และในความเป็นจริง

ส่วนกิจกรรมวันนี้ จะเป็นกิจกรรมไพรด์พาเหรด เป็นการแสดงอัตลักษณ์ของตัวเอง เป็นความภูมิใจของคนหลากหลายทางเพศ แล้วเราก็จะปราศรัยเรื่องความหลากหลาย ทางเพศ เนื่องจากประชาธิปไตยเป็นความ เท่าเทียมกันในทุกมิติ ฉะนั้นการขับเคลื่อนเรื่องควรเป็นธรรมทางเพศก็ควรอยู่ในข้อเรียกร้องที่ไปด้วยกันกับเรื่องประชาธิปไตย จากนั้นเมื่อจบการปราศรัย ก็จะชักชวนให้ประชาชนไปเที่ยวที่ย่านสีลมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

“นอกจากนี้ทางกลุ่มยังจะเรียกร้องเรื่องการสมรสอย่างเท่าเทียมจะต้องเกิดขึ้น เพราะศักดิ์ของ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ก็ยังไม่เท่าเทียมคู่รักชายหญิงปกติ เรายังอยากเห็นพรรคการเมืองที่ให้สัดส่วนของผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้มองว่า การที่ ส.ส. กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็น ส.ส.กะเทยคนแรกที่ถูกกดดันออกจากรัฐสภา ทำให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศถูกลดทอนความสำคัญลงไปอีกด้วย” นายสิรภพกล่าว

ขณะที่ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 เผยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมแจ้งขออนุญาตการชุมนุมต่อ บช.น.แล้ว ตำรวจเตรียมกำลังไว้จำนวนหนึ่งและพร้อมจะปรับกำลังโดยประเมินจากจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก เบื้องต้นประเมินไว้ประมาณ 500-600 คน

ต่อมาเวลา 17.50 น. ขบวน “ไพร่พาเหรด” เดินจากแยกสามย่านมาจนถึงถนนสีลมซอย 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลาง และสน.ทุ่งมหาเมฆ ปิดถนนสีลมฝั่งขาออก 3 ช่องทางมุ่งหน้าสวนลุมพินีทั้งเส้น โดยกลุ่ม ผู้ชุมนุมได้ใช้รถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมเครื่องขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ ก่อน ผู้ชุมนุมจะนั่งชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว เคารพธงชาติพร้อมกันในเวลา 18.00 น. เมื่อเสร็จสิ้น ผู้ชุมนุมก็กล่าวขึ้นพร้อมกันว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ ศักดิ์ดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” ก่อนเคลื่อนขบวนไปหน้าซอยธนิยะ ปราศรัยและเปิดเพลงเต้นกันอย่างสนุกสนาน และมีการจัดกิจกรรมเดินแฟชั่นล้อเลียนทางการเมืองในเวลา 19.30 น. บรรยากาศโดยรอบมีแนวร่วมผู้ชุมนุมและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

สระบุรีฮึ่มไล่‘ตู่’ถึงค่ายทหาร

ที่จุดพักรถบายพาส ถ.พหลโยธิน อ.เมือง จ.สระบุรี ม็อบคณะราษฎร์สระบุรีเปิดเวทีปราศรัยไม่เอาเผด็จการยืนยันจุดยืนเดียวกับ 3 ข้อเรียกร้องของคณะราษฎร โดยมีแนวร่วมจาก จ.ลพบุรี เข้าร่วมด้วย และพร้อมใจชูสามนิ้วเคารพเพลงชาติในเวลา 18.00 น. พร้อมระบุว่า ต่อไปการชุมนุมของสระบุรีจะไม่นั่งเป็นเด็กดีแบบนี้อีกต่อไป จะต้องออกไปขับเคลื่อนเพื่อไล่พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปจะมีการชุมนุมดาวกระจายแบบใหญ่ๆ ทั่วประเทศ เป้าหมายถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ออก เราไม่เลิก เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นทหาร จ.สระบุรี ก็มีค่ายทหาร ต่อไปจะขับเคลื่อนไล่พล.อ.ประยุทธ์ ไปที่ค่ายทหารทั้งที่ ถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับในเวลา 19.00 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน