สมช.ชี้แจงครม.
ม็อบเริ่มแผ่วลง
มารีญารุด‘ปอท.’
แจ้งจับตัดต่อรูป
นรล.นัดตุ้มโฮม

แจ้งดำเนินคดีชายเสื้อเหลืองที่ยื่นร้องให้ปฏิวัติชัตดาวน์ประเทศ ทนายความสิทธิมนุษยชนนัดสน. ดุสิต ชี้เข้าข่ายความผิด 4 ข้อหา ยุงยงส่งเสริมให้เป็นกบฏ ยุยงเจ้าหน้าที่ให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่หรือให้ก่อการกำเริบ ทำให้ปรากฏต่อประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่ในความ มุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลฯ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ‘บิ๊กตู่’ สบช่องซัดม็อบพัทยาโขกหน้าฝรั่ง อ้างทำเสียภาพลักษณ์ประเทศ ขณะที่มหาเถรฯสั่งดำเนินการพระ-เณรที่ร่วมชุมนุมกับราษฎร ระบุเบื้องต้น รู้ชื่อ-สังกัดแล้ว 2 ด้านสมช.รายงานคณะรัฐมนตรีระบุผู้ชุมนุมอ่อนล้า ล่าสุดลดลงเยอะมากเหลือไม่ถึง 2 หมื่น แนะให้ชุมนุมไปก่อนแล้วเล่นงานทีหลัง มารีญาโร่ร้องปอท.เอาผิดผู้ตัดต่อรูปภาพหมิ่นสถาบัน

แจ้งจับเสื้อเหลือง-ยุยงปฏิวัติ

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. นายวิญญัติ ชาติมนตรี โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า #หมายข่าว; ภายหลังจากที่ได้ตรวจสอบพฤติการณ์ต่างๆ พรุ่งนี้ 11-11-63 ผมนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ตัวแทนของภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนจะไป แจ้งความกล่าวโทษนายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร จากกรณีแสดงออกต่อสาธารณะเรียกร้องให้ทำ รัฐประหารและให้ใช้วิธีการพิเศษ อันเป็นการกระทำที่มีเจตนาพิเศษที่มิใช่ความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ โดยจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ รับแจ้งความ ดำเนินการสอบสวนและติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าว สำหรับฐานความผิดของการแจ้งความนั้นจะเป็นการกล่าวโทษ 4 ข้อหา ได้แก่

(1) ก่อให้ผู้อื่นด้วยการยุยงส่งเสริมให้เป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ประกอบ มาตรา 84

(2) ข้อหา ยุยงทหารหรือตำรวจให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่หรือให้ก่อการกำเริบ ตามมาตรา 115 (3) ทำให้ปรากฏต่อประชาชน ด้วยวาจา อันมิใช่ในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลฯ มาตรา 116 (1) และ

(4) ความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3)

สถานที่ : สน.ดุสิต เวลา 10:11 น.

#“…คือความถูกต้อง แม้ว่าเราไม่แจ้ง กฎหมาย บ้านเมืองก็ต้องดำเนินการ แล้วสุดท้าย คนที่ทำผิดจริงๆ ก็ต้องได้รับโทษอยู่ดี…”

บก.ลายจุดตัวคดีพรก.ฉุนเฉิน

วันเดียวกัน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้รายงานตัวตามหมายเรียก ถูกฟ้องฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรง เหตุเกิดสกายวอล์ก สถานี อโศก พฤติกรรมแห่งคดี ไปชุมนุมเกิน 5 คน และไปชวนคนบนสกายวอล์กตะโกนคำว่า “ประยุทธ์” ทำให้ประชาชนด้านล่างตะโกนตอบว่า “ออกไป”

นายสมบัติระบุว่าได้ถามพนักงานสอบสวน ว่ามีคนมาชุมนุมเยอะแยะฟ้องไปกี่คนแล้ว คำตอบคือ ตอนนี้มีตนคนเดียว ตำรวจถามว่า ใส่เสื้อกันฝนกับหมวกโจรสลัดมาทำไม จึงตอบว่าช่วงนี้เจอตำรวจต้องระวังโดนฉีดน้ำ ส่วนโจรสลัดกับตำรวจอันนี้ไม่น่าถาม พร้อมกับชมว่าสน.ทองหล่อ สะอาดมาก ตอนพิมพ์ลายนิ้วมือมีสบู่เหลวอย่างดีสำหรับล้างมือ ไม่เหมือนสน.อื่นเจอแต่สบู่ก้อนตรานกแก้ว เชิญชวนมาใช้บริการครับ ซึ่งคดีนี้ตำรวจ จะส่งฟ้องอัยการภายใน 20 วัน

ตู่ได้ที-ประณามม็อบโขกฝรั่ง

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีมีกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุน ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ประกาศว่าพร้อมชนกับผู้ชุมนุมที่เห็นต่าง กังวลหรือไม่ว่าจะบานปลาย และรัฐบาลจะต้องเร่งห้ามปรามหรือดูแลอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ว่าพร้อมชน ที่ว่าคืออะไร แต่ถ้าหมายถึงการเผชิญหน้าพร้อมกระทบกระทั่งกัน คิดว่าไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา เพราะต่างคนต่างแสดงความคิดเห็นได้ในเรื่องที่เป็นประโยชน์และไม่ละเมิดกฎหมาย ซึ่งจะเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าข้างใคร แม้กระทั่งทำผิดกฎหมายรัฐบาลต้องดูแล เพราะไม่ต้องการให้ทุกคนเกิดผลกระทบ ซึ่งกันและกัน และไม่ต้องการให้มีความรุนแรง เกิดขึ้น แต่เรื่องสำคัญที่สุดต้องมองอีกแง่ด้วย ในกรณีที่ชาวต่างชาติถูกทำร้ายร่างกาย ตนเห็นว่า เป็นเรื่องไม่สมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยด้วยกัน

“คนต่างชาติเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเท่าไหร่ ถึงจะด้วยวาจาอะไรกันบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เข้าไปทำร้ายเขาแบบนี้ มันเป็นการเสียภาพลักษณ์ของประเทศไทยและของคนไทยทั้งหมด เราเคยพูดไปแล้วว่าความเห็นที่แตกต่างทาง การเมืองเป็นปกติวิถีทางประชาธิปไตย ก็อยู่ร่วมกันให้ได้สิ ไม่รู้สิ เราต้องอยู่ตรงกลางให้ได้ รัฐบาลและฝ่ายกฎหมาย เราก็พยายามอดทนอดกลั้นในหลายๆ เรื่อง ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ ด้วยที่เหนื่อยและเครียดเหมือนกัน เขาอดกลั้นเท่าไหร่ เขาทำเพื่อใคร ทำเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ หรือเปล่า” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

สว.ป้องตร.อ้างแค่ยาป้ายปากเด็ก

ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ส.ว.ในฐานะ ประธานกมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงการเข้าชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการสลายการชุมนุม ที่แยกปทุมวัน ว่าจากการประชุมกมธ.เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าขั้นตอนในการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่แยกปทุมวันนั้นเป็นไปตามขั้นตอนสากล เหตุที่ต้องสลายการชุมนุมเป็นเพราะอยู่ใกล้วังสระปทุมในรัศมี 150 เมตร โดยได้แจ้งเตือนก่อนที่จะฉีดน้ำแล้ว และน้ำที่ฉีดในครั้งแรกเป็นน้ำเปล่า แต่เมื่อฉีดแล้วไม่ได้ผล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการขอคำสั่งใช้น้ำผสมสารเคมีฉีด ซึ่งสารเคมีที่ใช้เป็นสารเคมีสีม่วงเหมือนยาป้ายปากเด็กเพื่อให้สีติดกับผู้ชุมนุม ไม่มีผลข้างค้างเคียงอันตรายใดๆ โดยใช้สัดส่วนที่ใช้น้ำ 97 เปอร์เซ็นต์ สารเคมี 3 เปอร์เซ็นต์

“ฉีดไป 3 ครั้ง แต่ผู้ชุมนุมยังไม่สลายตัว กลับใช้คีมตีเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงขอบังคับใช้คำสั่งเพิ่มเติม โดยใช้น้ำผสมแก๊สน้ำตา ในสัดส่วนเจือจาง น้ำ 97 เปอร์เซ็นต์ แก๊สน้ำตา 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่มีอันตรายใด จะมีแค่คันตาม ผิวหนังเล็กน้อย หากเข้าตาอาจมีแสบตาบ้าง”

มหาเถรฯ สั่งฟันพระร่วมม็อบ

วันเดียวกัน ที่พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศ วิหาร นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีมติให้แจ้งเจ้าคณะผู้ปกครองดำเนินการกับพระภิกษุ-สามเณร ที่ฝ่าฝืนคำสั่งมหาเถรฯ เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 พร้อมทั้งมีมติให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรฯ ในฐานะประธานปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ฝ่ายปกครอง ให้ประชุม คณะกรรมการฝ่ายปกครอง เพื่อวางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้มีความชัดเจน และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว นอกจากนี้ มหาเถรฯ ยังให้แจ้งรายชื่อพระภิกษุ-สามเณรที่เข้าร่วมชุมนุมตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมาให้เจ้าคณะผู้ปกครองพิจารณาดำเนินการทางวินัย และให้สำนักพุทธฯ ทำหนังสือแจ้งประสานไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบสถานะของพระที่เข้าร่วมชุมนุมทุกรูปว่ามีผู้ปลอมบวชหรือไม่ ซึ่งจากการรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แจ้งมายัง สำนักพุทธฯ เบื้องต้นพบว่าเป็นพระ 1 รูป และสามเณร 1 รูป ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ทำร้ายน.ศ. – นายธนวินท์ ฟักสุขจิตต์ และนายศราวุธ ประยูร กลุ่มเครือข่ายปกป้องสถาบัน เข้าพบตำรวจสน.หัวหมาก ตามหมายเรียกคดีทำร้ายนักเรียนนักศึกษา ระหว่างการชุมนุมในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 10 พ.ย.

มือต่อย-ทุ่มลำโพงในรามฯ พบตร.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ สน.หัวหมาก นายวันธงชัย ชำนาญกิจ ทนายความ พานายธนวินท์ ฟักสุขจิตต์ อายุ 32 ปี ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำร้ายบุคคลอื่น และนายศราวุธ ประยูร อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นคนที่ทุ่มลำโพง ซึ่งเป็น 2 ใน 9 ของกลุ่มภาคีเครือข่ายเพื่อปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ที่ถูกออกหมายเรียก เข้าพบพ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รองผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก เพื่อรับทราบข้อหาคดีทำร้ายน.ส.ฐิติมา บุตรดี หรือ แบม อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนได้บาดเจ็บจากเหตุการณ์กลุ่มคน สวมเสื้อเหลืองที่จัดชุมนุมชนกับกลุ่มนักศึกษา เครือข่ายรามคำแหงเผชิญหน้ากัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ต.ค.

นายทินกร ปลอดภัย แกนนำกลุ่มภาคี เครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เปิดเผยว่า วันนี้พาผู้ที่ถูกออกหมายเรียก 2 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ทุ่มลำโพงใส่ผู้บาดเจ็บและคนที่ ผู้เสียหายอ้างว่าเป็นผู้ทำร้ายบุคคลอื่น มาพบพนักสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและรับทราบข้อกล่าวหาผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น, และผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป พร้อมนำพยานหลักฐาน โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดที่รวบรวมไว้ได้มามอบให้กับตำรวจ ซึ่งคนที่โดนกล่าวหาว่าต่อยบุคคลอื่นนั้น ความจริงแล้วโดนต่อยทำร้ายก่อน ซึ่งมี หลักฐานมายืนยันว่าชายชุดดำเป็นผู้ลงมือทำร้ายก่อน

สมช.แจ้งครม.ม็อบอ่อนล้า

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมครม. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงานความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร พร้อมประเมินการชุมนุมเมื่อวันที่ 8 พ.ย. พบว่ามวลชนกลุ่มราษฎรอ่อนแรงลงมาก เห็นได้จากจำนวนของผู้มาร่วมชุมนุมที่ลดลงมากเมื่อเปรียบเทียบกับการชุมนุมบริเวณแยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ก่อนที่ตำรวจ จะฉีดน้ำสลายการชุมนุม ส่วนการจัดม็อบ ดาวดระจายไปต่างจังหวัดที่ดูเหมือนจะเกิด ทั่วประเทศ แต่จากที่ประเมินมีผู้มาร่วมเพียง หลักร้อยถึงหลักพัน ขณะที่ใน กทม.ยอดสูงสุดอยู่ที่ 1.5 หมื่นคน เมื่อรวมจำนวน ผู้ชุมนุมทั้งในกทม.และต่างจังหวัดทั่วประเทศ ยอดมวลชนสูงสุดไม่เกิน 2 หมื่นคน สมช. จึงเสนอให้ปล่อยให้ชุมนุมแล้วใช้กฎหมายดำเนินการในภายหลัง ซึ่งการใช้วิธีนี้เชื่อว่า ผู้ชุมนุมจะอ่อนแรงลงไปเอง

กลุ่มน.ร.เลวเสิร์ฟน้ำจิ้ม 14 พ.ย.

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่ผู้ชุมนุมอีกกลุ่มในนามปกป้องสถาบัน ยังต้องจับตาอยู่เช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้มงวด ไม่ให้เกิดปะทะคารมจนอาจเกิดการปะทะหรือทำร้ายกันจนบาดเจ็บ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มนักเรียนเลวได้โพสต์ลงในโซเชี่ยลระบุว่าเสิร์ฟน้ำจิ้ม เตรียมความพร้อมก่อนม็อบ ครั้งของนักเรียน วันที่ 14 พ.ย.เดินขบวนจากกระทรวงศึกษาธิการไปยังอนุสาวรีย์ประชา ธิปไตย มาร่วมสร้างขบวนนักเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยกัน #นักเรียนเลว #แก้ได้ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ

แจ้งจับ – น.ส.มารีญา พูลเลิศลาภ อดีตมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ร้องทุกข์ตำรวจปอท. ให้ดำเนินคดี 8 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ตัดต่อเติมแต่งข้อความให้เสียหาย ในภาพที่ชูป้ายเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้ชุมนุมนักเรียนนักศึกษา

‘มารีญา’แจ้งจับถูกตัดต่อภาพ

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) น.ส.มารีญา พูลเลิศลาภ อดีตมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2560 แจ้งความกับ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.หลังถูกตัดต่อข้อความในภาพที่ตัวเองชูป้ายคำว่า “Justice 4 all” เรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้ชุมนุม บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อ วันที่ 17 ต.ค. กลายเป็นข้อความเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

น.ส.มารีญากล่าวโดยส่วนตัวเชื่อว่า ทุกคนมีความเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่จะมาเปลี่ยนข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อมาบั่นทอนจิตใจ กันนั้นตนไม่เห็นด้วย ยอมรับว่าเศร้าและสะเทือนใจกับคำด่าทอ กับสิ่งที่ไม่เป็นความจริง พร้อมขอบคุณคนที่เข้าใจและสนับสนุนตนเอง ตอนนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้ใช้เฟซบุ๊ก 8 ราย พร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือบุคคลอื่น

รวมพลังมุสลิมป้องสถาบัน

วันเดียวกัน สำนักจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ร่วมกันจัดงาน “รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ กรุงเทพมหานคร

นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กล่าวว่า ราชอาณาจักรไทยมีสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับประชาชน ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ประชาชน ทุกชาติพันธุ์และความเชื่อมีสิทธิเสรีภาพในการ นับถือศาสนาและดำเนินชีวิตตามหลักธรรมคำสอนของศาสนาที่ยึดเหนี่ยว จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความรักความสามัคคี จึงจัดงานในครั้งนี้ขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบัน เพื่อน้อม รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบัน พระมหากษัตริย์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิม ทั้งนี้ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก

ทั้งนี้ มีผู้นำศาสนาและพี่น้องมุสลิม ในกรุงเทพมหานคร และจากจ.นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา นครนายก อ่างทอง ชลบุรี และสระบุรี เข้าร่วมกว่า 6,000 คน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน