พบ 235 คนเสี่ยงติดโควิดจากเคสทหารเกาหลีใต้ติดเชื้อในช่วงฝึกคอบร้าโกลด์ที่ระยอง เป็นคนไทย 210 คน ต่างชาติอีก 25 ตรวจหาเชื้อแล้ว 194 ราย ไม่พบเชื้อ 163 รอผลอีก 31 พร้อมกักตัว 78 คน มีทั้งทหารและพนักงานโรงแรม เผยมีทหารเรือ 82 นายเสี่ยงติดเชื้อ ด้านระยองระดมพ่นยาฆ่าเชื้อโรงแรมที่พักฝึกคอบร้าโกลด์ ศบค.เผยไทยติดเชื้อเพิ่มอีก 5 มาจากต่างประเทศทั้งหมด ‘หมอศิริราช’ เตือนจับตาโควิดจะพีกสุดช่วงม.ค.64 ห่วงลดกักตัวรับนักท่องเที่ยว

ไทยติดโควิดเพิ่มอีก 5

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 5 ราย หายป่วยเพิ่ม 8 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,852 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,453 ราย มาจากต่างประเทศ 1,399 ราย โดยสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 894 ราย หายกลับบ้านรวม 3,693 ราย ยังรักษาอยู่ในร.พ. 99 ราย เสียชีวิตรวม 60 ราย

โดยผู้ป่วยรายใหม่ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกัน ดังนี้ 1.เยอรมนี 1 ราย เป็นชายเยอรมัน อายุ 70 ปี เกษียณอายุ เดินทางถึงไทยวันที่ 5 พ.ย. เข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีน กทม. ตรวจหาเชื้อวันที่ 10 พ.ย. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ 2.สวีเดน 1 ราย เป็นนักศึกษาหญิงไทยอายุ 30 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 5 พ.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อวันที่ 10 พ.ย. ผลพบเชื้อ มีไข้ 37.6 องศาเซลเซียส

3.อิหร่าน 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี อาชีพช่างเชื่อมเหล็ก เดินทางถึงไทยวันที่ 5 พ.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน กทม. ตรวจหาเชื้อวันที่ 10 พ.ย. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ 4.เคนยา 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 58 ปี อาชีพค้าขาย ต่อเครื่องบินที่เอธิโอเปีย ถึงไทยวันที่ 6 พ.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อวันที่ 9 พ.ย. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ 5.สวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 65 ปี ต่อเครื่องที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ถึงไทยวันที่ 7 พ.ย. เข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีน จ.สมุทรปราการ ตรวจหาเชื้อวันที่ 9 พ.ย. ผลพบเชื้อ มีไข้ 37.9 องศาเซลเซียส ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 52,432,183 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 613,436 ราย อาการรุนแรง 95,071 ราย รักษาหายแล้ว 36,675,532 ราย เสียชีวิต 1,289,529 ราย เป็นผู้เสียชีวิตรายใหม่ 10,180 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 10,708,630 ราย เป็นรายใหม่ 142,808 ราย 2.อินเดีย 8,684,039 ราย เป็นรายใหม่ 48,285 ราย 3.บราซิล 5,749,007 ราย เป็นรายใหม่ 47,724 ราย 4.ฝรั่งเศส 1,865,538 ราย เป็นรายใหม่ 35,879 ราย 5.รัสเซีย 1,836,960 ราย เป็นรายใหม่ 19,851 ราย พม่ามีรายใหม่เพิ่ม 1,212 ราย ยอดสะสม 64,453 ราย ส่วนมาเลเซียเพิ่มขึ้นอีก 822 ราย ยอดสะสมรวม 42,872 ราย

กักตัว 19 ทหารใกล้ชิดทหารโสม

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกอง ทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ทหารเกาหลีใต้ที่เข้าร่วมการประชุมวางแผนเตรียมการฝึกคอบร้าโกลด์ 21 ที่โรงแรมสิรินพลา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย.63 ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ระหว่างการเดินทางกลับเกาหลีใต้นั้น ในส่วนของกองทัพบก ได้จัดกำลังพลร่วมการประชุมคราวเดียวกันนี้ จำนวน 19 นาย ซึ่งศบค.ทบ. แจ้งให้ทุกนายเข้าสู่ขั้นตอนตามมาตรการควบคุมโรคของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 แล้ว โดยทั้ง 19 นายเข้าสู่กระบวนการตรวจหาเชื้อในครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว

“ขณะนี้เข้าสู่การกักตัวสังเกตอาการที่บ้านพักระยะเวลา 14 วัน ตามมาตรการของศบค. โดยทางกรมแพทย์ทหารบก, ร.พ.พระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลค่ายสังกัดกองทัพบกส่วนภูมิภาค จะให้การดูแล ดำเนินการสอบสวนโรค เฝ้าสังเกตอาการ ให้ความรู้ แนะนำวิธีปฏิบัติตน ดูแลป้องกันอย่างเคร่งครัด ให้กับทั้งกำลังพล ครอบครัวและผู้ใกล้ชิด รวมทั้งมีการติดตาม รายงาน ส่งข้อมูลข่าวสาร ระหว่างกำลังพลที่กักตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และเท่าทันต่อสถานการณ์” พล.ท.สันติพงศ์กล่าว

129 ไร้เชื้อ-รอผลอีก 48

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.ท.เชาวลิตร สังฆฤทธิ์ โฆษกกองทัพไทย เปิดเผยกรณีเดียวกันนี้ว่า กรณีดังกล่าวกองบัญชาการกองทัพไทยตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่ากำลังพลจากกองทัพเกาหลีใต้มีการตรวจคัดกรองโรคตามกระบวนการด้านสาธารณสุขของเกาหลีใต้ ก่อนเดินทางมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 ต.ค. เพื่อร่วมประชุมวางแผนขั้นสุดท้ายการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ 2021 ซึ่งก่อนเดินทางได้รับการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกาหลีใต้ ผลไม่พบเชื้อ และไม่มีอาการป่วยใดๆ เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ได้เข้ากระบวนการคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามขั้นตอน โดยเดินทางเข้าพักในโรงแรมที่เป็นสถานกักตัวทางเลือก เพื่อเข้ารับการกักตัว ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.-1 พ.ย.63 และตรวจหาสารพันธุกรรมฯ 2 ครั้ง คือในวันที่ 22 ต.ค. และ 29 ต.ค. ผลการตรวจไม่พบเชื้อ ซึ่งระหว่างการกักตัวไม่ได้เดินทางออกจากโรงแรม เมื่อครบกำหนดระยะกักตัวเวลา 14 วัน กำลังพลดังกล่าวจึงเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจตามปกติ และเมื่อจบภารกิจได้เดินทางกลับเกาหลีใต้ทันที

“ภายหลังทราบว่ากำลังพลดังกล่าวตรวจพบเชื้อโควิด-19 ระหว่างการเดินทางกลับเข้าประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทยจึงแจ้งให้หน่วยที่เข้าร่วมการประชุมการฝึกฯดำเนินการแจ้งกำลังพลที่เกี่ยวข้องทุกนายเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรคทันที โดยให้ดำเนินการตรวจพิสูจน์โรคและกักกันเป็นเวลา 14 วัน และดำเนินการตรวจโรคให้แก่กำลังพล 177 นาย โดยใช้วิธีเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกและคอ ผลการตรวจไม่พบเชื้อ 129 นาย และอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจ 48 นาย”

กักตัวทหาร-พนง.โรงแรม78คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองลงพื้นที่ไปติดตามสอบสวนโรคที่เกิดเหตุ เบื้องต้นได้กักตัวทหารไทยที่ใกล้ชิดเสี่ยงสูง 50 นาย และผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ เป็นทหารและพนักงานโรงแรม 28 คน พร้อมนี้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างพื้นผิวสัมผัสห้องพัก-ห้องน้ำ-ห้องอาหาร-อาคารห้องประชุมไปตรวจหาเชื้อ รวมทั้งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค นอกจากนี้ยังเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งพนักงานโรงแรมทั้งหมดไปตรวจสอบตามมาตรการป้องกันอีกด้วย

ด้านนพ.สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง กล่าวว่า การลงพื้นที่สอบสวนโรคดังกล่าว เป็นการมา สอบสวนเพิ่มตามมาตรการเฝ้าระวัง 14 วัน ทั้งมาดูสภาพแวดล้อมพื้นที่และเฝ้าระวัง ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะดำเนินควบคุมไม่ให้มีการแพร่กระจายของโรค ทั้งนี้จากการดูไทม์ไลน์ของทหารที่ติดเชื้อ คงไม่เหมือนกรณีทหารอียิปต์ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่จำกัด ที่สำคัญ ผลตรวจผู้สัมผัสเกี่ยวข้องทั้งหมดมีผลเป็นลบ

เร่งตรวจหาเชื้อ 177 ทหาร

พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เพิ่มเติมจากกรณีทางการเกาหลีใต้รายงานว่าทหารเกาหลีติดเชื้อโควิด-19 หลังกลับจากร่วมการประชุมวางแผนขั้นสุดท้ายการฝึกผสมคอบร้าโกลด์ 21 ที่อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค ทั้งผู้สัมผัสและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ซึ่งต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตามในส่วนของทหารไทยที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ก็ทยอยเก็บตัวอย่างส่งตรวจ และผลการตรวจก็ทยอยออกมาแล้ว ซึ่งจำนวนตัวเลขนั้นยังไม่นิ่ง แต่ผลที่ออกมาจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีนายทหารไทยที่เข้าร่วมการประชุมติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. กรมควบคุมโรค สธ.รายงานสถานการณ์กรณีดังกล่าวว่า ในการประชุมวางแผนขั้นสุดท้ายการฝึกผสมคอบร้าโกลด์ 21 ที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มีทหารจาก 9 ประเทศ เข้าร่วมจำนวน 202 นาย แบ่งเป็นสหรัฐอเมริกา 12 นาย เกาหลีใต้ 5 นาย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ประเทศละ 2 นาย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย ประเทศละ 1 นาย ที่เหลือ 177 นาย เป็นทหารไทย ในการประชุมแบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 40 คน ส่วนที่พักจะนอนร่วมกันห้องละ 2 คน

235 คนสัมผัสทหารโสมติดโควิด

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีทหารเกาหลีติด โควิด-19 หลังกลับจากการฝึกคอบร้าโกลด์ 21 ที่ จ.ระยอง ว่า จากการสอบสวนโรคเพิ่มเติมพบผู้สัมผัสทหารรายดังกล่าวเพิ่มอีก 33 ราย รวมเป็น 235 ราย เป็นคนไทย 210 ราย และต่างชาติ 25 ราย ดำเนินการติดตามผู้สัมผัสภายในประเทศทั้ง 210 ราย โดยเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อแล้ว 194 ราย ผลไม่พบเชื้อ 163 ราย รอผล 31 ราย รอดำเนินการตรวจ 16 ราย ประกอบด้วย 1.ทหาร 181 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ 161 ราย รอผล 16 ราย รอดำเนินการตรวจ 4 ราย 2.เจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 ราย รอผล 1 ราย รอดำเนินการตรวจ 4 ราย 3.เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานและเจ้าหน้าที่ศุลกากร 9 ราย ไม่พบเชื้อ 2 ราย รอผล 1 ราย รอดำเนินการตรวจ 6 ราย 4.เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา 2 ราย อยู่ระหว่างรอดำเนินการตรวจ และ 5.เจ้าหน้าที่โรงแรม 13 ราย รอผลทั้ง 13 ราย โดยผู้ที่อยู่ระหว่างรอดำเนินการตรวจ 16 ราย จะตรวจภายในวันที่ 12 พ.ย. หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป

“สำหรับทหารชาวต่างชาติ 25 ราย กระทรวงสาธารณสุขประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีและประเทศที่เข้าร่วมการประชุมฝึกครั้งนี้ เพื่อสอบสวนโรคเพิ่มเติมและติดตามทหารที่เข้าร่วมประชุม เพื่อตรวจหาเชื้อต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนยังคงดูแลป้องกันตนเอง ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องเช่นเดิม “สวมหน้ากาก ล้างมือ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดแออัด” จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้” นพ.โอภาสกล่าว

ศิริราชเตือนโควิดพีกสุดม.ค.64

วันเดียวกัน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ขณะนี้ผู้ป่วยสะสมทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉลี่ย 1.5 วัน เพิ่มถึง 1.5 ล้านคน เนื่องจากปัจจัยสภาพอากาศที่เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ทำให้ไวรัสอยู่ได้นานขึ้น อีกทั้งคนส่วนใหญ่จะอยู่ในอาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดและไม่สวมหน้ากากอนามัย จึงเพิ่มความเสี่ยงยิ่งขึ้น

“ขณะนี้ถือเป็นช่วงขาขึ้นของโรค แต่ยังไม่ถึงจุดพีกหรือสูงสุด จุดพีกจะเป็นช่วงเดือนม.ค.64 จึงต้องเฝ้าระวัง หลายประเทศเริ่มมีมาตรการเข้มงวดขึ้น ในส่วนประเทศไทยที่เตรียมเสนอลดวันกักตัว เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวนั้น ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจตัดสินใจ ในส่วนของนักวิชาการก็เพียงให้ข้อมูล” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เศรษฐกิจก็ประคับประคองได้ระดับหนึ่ง จากคนไทยที่ออกไปเที่ยวกันเองภายในประเทศ หากลดวันกักตัวเพื่อให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยว จะต้องคุมเข้มมาตรการอย่างจริงจัง เพราะถ้าเกิดการระบาดขึ้น ไม่เพียงต่างชาติไม่มา คนไทยเองก็ต้องหยุดชะงักด้วย ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นแล้ว เช่นออสเตรเลีย ที่เกิดระบาดรอบสอง จนต้องล็อกดาวน์ และสภาพอากาศประเทศไทยในขณะนี้ก็เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวที่น่าเป็นห่วงเช่นกัน

82 ทหารเรือเสี่ยงติดโควิด

พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ทหารเกาหลีใต้เดินทางกลับประเทศ ภายหลังกลับจากการเข้าร่วมประชุมวางแผนขั้นสุดท้าย ในการฝึกร่วม/ผสมคอบร้า โกลด์ 21 และตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด19 นั้น ทันทีที่ทราบข่าว กองทัพเรือสั่งการให้หน่วย เพิ่มมาตรการป้องกัน และกำชับกำลังพลและครอบครัวให้เพิ่มการระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค ของศบค. และกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบรายชื่อกำลังพลกองทัพเรือที่มีส่วนร่วมในการประชุม และผู้ที่มีโอกาสใกล้ชิดกับ ผู้ตรวจพบเชื้อ พบว่ามีทั้งสิ้น 82 นาย จึงประสานให้กำลังพลทั้งหมดเข้ารายงานตัว และตรวจสารคัดหลั่ง ที่อาคารรับรองสัตหีบ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. พร้อมทั้งให้เข้าพักสังเกตอาการ ณ อาคารรับรองสัตหีบ 14 วัน ในทันที

พล.ร.ท.เชษฐา กล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้สั่งการให้จัดรถรับส่งกำลังพล และจัดเจ้าหน้าที่จากกรมแพทย์ทหารเรือ และกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ พร้อมอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดและอุปกรณ์ชำระล้าง ระหว่างการเดินทางเข้ารายงานตัว ต่อมาวันที่ 10 พ.ย. ชุดแพทย์จากกรมแพทย์ทหารเรือตรวจคัดกรองและแบ่งแยกผู้มีความเสี่ยงกำลังพลทั้ง 82 นาย โดยผู้มีความเสี่ยงสูง ให้เข้าพักอาคารรับรอง ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำให้กักตัวที่บ้าน 14 วัน โดยเข้ากักตัวที่อาคารรับรอง 51 นาย กักตัวที่บ้าน 29 นาย และไม่เข้าข่าย 2 นาย โดย ผู้ที่มีความเสี่ยงที่เข้ากักตัวที่อาคารรับรองนั้น ชุดแพทย์ได้ตรวจสารคัดหลั่งทั้ง 51 นาย ทุกนายผลการตรวจพบว่าออกมาเป็นลบ โดยทุกนายร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ อย่างไรก็ตามจะผลตรวจซ้ำด้วยระบบ PCR ซึ่งจะให้ผลยืนยันได้ชัดเจนและแน่นอนในวันที่ 15 พ.ย.

พ่นฆ่าเชื้อ -สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ติดตามสอบสวนโรคและพ่นฆ่าเชื้อ ที่โรแรมสิรินพลา อ.บ้านฉาง จ.ระยองเมื่อวันที่ 12 พ.ย. หลังพบมีนายทหารชาวเกาหลีที่มาพักป่วยโควิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน