ขีด150ม.-ห้ามใกล้สำนักทรัพย์สิน
ราษฎรนัดบ่าย3-ที่อนุสาวรีย์ปชต.
จับโตโต้หน.การ์ด-กวิ้นโดนแล้ว112
สื่อโลกชู‘รุ้ง’ทรงอิทธิพลวีเมน100

ราษฎรยกระดับชุมนุมใหญ่อีกวันนี้ นัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยบ่าย 3 จากนั้นจะเคลื่อนไปยังจุดหมายแสดงสัญลักษณ์ประท้วง ตร.บุกจับ‘โตโต้’หัวหน้าการ์ดส่งตัวไปสภ.เมืองอุบลทันที คดีความผิดมาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพ์ บช.น.จ่อฟันเพิ่มคดี 112 เพนกวิน รัฐบาลเครียด เลขาธิการสมช.รุดหารือรองนายกฯวิษณุปมประกาศกฎอัยการศึก ชี้‘นายกฯ-ผบ.ทบ.’ มีอำนาจประกาศใช้ได้ทั่วประเทศ ปัดตอบถึงเวลาต้องใช้แล้วหรือไม่ แต่โยนให้เป็นหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์ ด้านตำรวจระดมกำลังรับมือ 39 กองร้อย เกือบ 6 พันนาย ฮึ่มห้ามเข้าใกล้รัศมี 150 เมตรจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นเขตพระราชฐาน พร้อมปิดถนนโดยรอบตั้งแต่ตี 4 วันนี้

บช.น.ระดมกำลัง 5 สน.รอบข้าง

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ฐานะโฆษก บช.น. พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ฐานะรองโฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นต่างทางการเมือง ที่จะมาชุมนุมบริเวณรอบสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

พล.ต.ต.ปิยะเปิดเผยว่า บช.น.จัดเตรียม เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดูแล และชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อเข้าตรวจสอบเหตุในพื้นที่ทั้งหมด 5 สน. ได้แก่ สน.สามเสน สน.ชนะสงคราม สน.สำราญ ราษฎร์ สน.นางเลิ้ง และสน.ดุสิต ส่วนพื้นที่ที่กำหนดไว้เป็นทุกพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ต้องไม่ให้เกิดความเสียหาย

ส่วนการข่าวนั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หากเลี่ยงได้จะไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ใกล้กัน โดยแยกให้อยู่คนละฝั่ง ยืนยันว่าตำรวจเป็นคนกลาง ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ส่วนกรณีกลุ่มการ์ดราษฎรมาดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันนั้น ขอให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ถ้าอยู่ในกฎหมายจะไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นแน่นอน

ย้ำห้ามเข้าใกล้พื้นที่ในรัศมี 150 ม.

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ส่วนการห้ามชุมนุมในระยะ 150 เมตรนั้น เป็นไปตามมาตรา 7 พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตั้งแนวไว้และมีการแจ้งเตือนทุกระยะ มี ระดับผกก. รองผกก. ประกาศแจ้งเตือนไม่ให้เข้าพื้นที่ที่มีความสำคัญบริเวณดังกล่าว ส่วนการใช้โซเซี่ยลมีเดียเชิญชวนให้มาร่วมชุมนุมมีความผิดข้อหายุยงปลุกปั่นหรือไม่นั้น ต้องดูว่าข้อความเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ เน้นใช้มาตรการตามความจำเป็นเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นทต้องดูตามสถานการณ์ ใช้มาตรการตามความเหมาะสม

“อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โรงเรียนเซนต์ คาเบรียล เซนต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์ ได้ประกาศหยุด 1 วัน รวมถึงหน่วยราชการและห้างร้านต่างๆ ได้ประสานข้อมูลให้ปิดพื้นที่โดยรอบการชุมนุม ส่วนพื้นที่ห้ามบริเวณใดบ้าง ให้ดูพื้นที่ตำรวจตั้งแนวป้องกันไว้ ไม่อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุไว้ ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมแชร์เอกสารตำรวจจะใช้กำลัง 39 กองร้อย เราจัดกำลังตามสถานการณ์ อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านั้นก็เป็นไปได้” รองผบช.น. กล่าว

ปิดถนน-จราจรโดยรอบตั้งแต่ตี 4

ด้านพล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า กรณีในวันที่ 25 พ.ย. ตามที่ปรากฏทางสื่อโซเชี่ยลมีเดีย ได้มีประกาศนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ นั้นเพื่อความสะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชน จึงขอแจ้งข้อมูลข่าวสารด้านการจราจรประกอบการวางแผนการเดินทางของประชาชนโดยขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางรอบพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่เวลา 04.00 น. วันที่ 25 พ.ย. เป็นต้นไปจนเสร็จสิ้นการชุมนุมและขอให้ไปใช้เส้นทางที่แนะนำรอบพื้นที่การชุมนุม เส้นทางที่แนะนำให้ประชาชนไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงผล กระทบด้านการจราจร 4 ทิศทาง ได้แก่ 1.เส้นทางแนะนำด้านทิศเหนือ ตั้งแต่ถนนสุโขทัย-สะพานกรุงธนบุรี (ซังฮี้) ถนนนครไชยศรี และถนนเศรษฐศิริ-ถนนอำนวยสงคราม 2.เส้นทางแนะนำด้านทิศตะวันออก ตั้งถนนพระราม 6 ถนนกำแพงเพชร 5 และทางพิเศษศรีรัช 3.เส้นทางแนะนำด้านทิศใต้ ตั้งแต่ถนนหลานหลวง-ถนนราชดำเนินกลาง-สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนหลานหลวง-ถนนจักรพรรดิพงษ์-ถนนวิสุทธิกษัตริย์- สะพานพระราม 8 และถนนบำรุงเมือง-ถนนพระราม 1 และ 4.เส้นทางแนะนำด้านทิศตะวันตก ตั้งแต่ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนบรมราชชนนี และถนนอรุณอัมรินทร์

ส่วนเส้นทางที่แนะนำให้ประชาชนไปใช้ กรณีเดินทางโดยใช้ทางด่วน ได้แก่ 1.จุดที่ปิดการจราจร (ทางด่วนยมราช) จุดเดียว 2.เส้นทางแนะนำตั้งแต่ลงด่วนพระราม 6-ถนนพระราม 6-ขวาแยกโรงกรองน้ำ-ถนนนครไชยศรี -ถนนสุโขทัย-สะพานซังฮี้รวมถึงกรณีลงทางด่วนจารุเมือง ใช้เส้นทางถนนพระราม 4-ถนนเยาวราช-ซ้ายถนนจักรวรรดิ-สะพานพระปกเกล้า และหากลงทางด่วนจารุเมืองแล้วใช้เส้นทางถนนพระราม 4-ถนนเยาวราช-ขวาถนนจักรวรรดิ-แยกหลานหลวง-ตรงไปสะพานพระราม 8 หรือเลี้ยวซ้ายไปสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

“นอกจากนี้ตำรวจนครบาลจะจัดรถชัตเตอร์บัส อาทิ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วงเวียนใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประชา สัมพันธ์ให้ทราบในพื้นที่โดยรอบอย่างหน่วยงานราชการที่จะต้องการขึ้นรถออกจากพื้นที่บริเวณที่มีการชุมนุมดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประสานทุกหน่วยงานกับประชาชนทุกชุมชนมีการเตรียมความแก้ไขปัญหาไว้แล้ว” รองผบช.น. กล่าว

รองโฆษกเผยดำเนินคดีแล้ว 170

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมกับตำรวจแต่อย่างใด การชุมนุมเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ต้องแจ้งก่อน 24 ชั่วโมง ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ห้ามใช้ป้ายสร้างความเกลียดชังดูหมิ่นให้เกิดความแตกแยก เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งยึดแนวทางปฏิบัติตามอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและดูแลจราจรเป็นไปตามหลักสากล ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการจัดกำลังตำรวจเพื่อมาสลายการชุมนุมนั้นไม่ใช่ การจัดแบริเออร์ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ แต่รวมกฎหมายอื่นด้วย

“นับแต่ช่วงเดือนก.ค. ปีนี้ มีการชุมนุม 20 จังหวัดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีทุกกลุ่ม เรามีการดำเนินคดีทั่วประเทศ 170 คดี กรุงเทพฯ 100 คดี ต่างจังหวัด 70 คดี หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็จะถูกดำเนินคดีตามหลัง ตามดุลพินิจพนักงานสอบสวนพื้นที่นั้นๆ ส่วนน้ำใช้ฉีดใส่พื้นที่ชุมนุมนั้น ส่วนแรกสารเคมีที่บรรจุอยู่ ส่วนสองสีที่ใช้ไม่ได้เป็นประเด็นอะไรทั้งสีม่วงสีฟ้า เป็นสีย้อมทั่วไป ส่วนผสมในน้ำเป็นแก๊สน้ำตาชนิดเหลว มีคุณสมบัติระคายเคืองสายตา การหายใจเล็กน้อย แต่ไม่มีอันตรายต่อชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาพื้นที่หวงห้าม ส่วนมีผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ฉีดจากรถ เรานำบทเรียนมาปรับปรุง เรามีการฝึกซ้อมตามระเบียบมีขั้นตอนการดำเนินการ กรณีที่ร้องทุกข์ตามม.157 พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ต้องมีการฟ้องร้องอยู่แล้ว” รองโฆษกตร. กล่าว

ระดม 39 กองร้อย-กว่า 5 พันตร.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศชุมนุมหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ว่า เป็นห่วงเรื่องสถานการณ์การชุมนุม เนื่องจากสถานที่ที่ผู้ชุมนุมประกาศรวมตัวค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนและเป็นสถานที่สำคัญ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีความพร้อมในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม และกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง ไม่ให้มีการปะทะกัน เพราะที่ผ่านมามีบทเรียนและมีช่องว่าง ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งตำรวจต้องศึกษาและนำมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ซึ่งการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่มมีอยู่ในแผน พ.ร.บ.การชุมนุมอยู่แล้ว

ส่วนหลักการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ว่าจะกระทำผิดในข้อหาใด ตำรวจมีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องมีนโยบายใดมาสั่งการ แต่ที่ผ่านมายังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้ชุมนุมฝ่าฝืนกฎหมายใดต้องถูกดำเนินคดี อย่างไรก็ตามมีรายงาน กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีหนังสือด่วนสั่งการให้มีการจัดเตรียมกำลัง ดูแลความสงบเรียบร้อย ในการชุมนุมวันที่ 25 พ.ย. ที่บริเวณหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยระดมกำลังจากตำรวจภูธรภาค 1-8 บช.น. และตชด.ดูแลรวม 39 กองร้อย จำนวน 5,850 นาย

‘ป้อม’ยันเองไม่สลายการชุมนุม

ที่สำนักงานบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามการชุมนุมของกลุ่มราษฎรในวันที่ 25 พ.ย.นี้ว่า เจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ โดยไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร เข้าใกล้พื้นที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในระยะรัศมี 150 เมตร

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อกังวลเหตุปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมที่เห็นต่าง ซึ่งมีบางส่วนประกาศจะไปเคลื่อนไหวในจุดเดียวกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีไปเผชิญหน้ากัน ส่วนข้อกังวลเรื่องมือที่ 3 อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์นั้น ก็ต้องระวัง และได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว และจะไม่ให้มีการขนม็อบมาชนม็อบเกิดขึ้น

เมื่อถามถึงหลายฝ่ายกังวลเรื่องการสั่งการสลายการชุมนุม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไม่มีแน่นอน

วิษณุชี้‘ม.112’ไม่หนัก-เบาด้วยซ้ำ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุจะใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตรา เพื่อดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า เป็นเรื่องแถลงการณ์ของนายกฯ ที่ต้องการส่งสัญญาณถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะดูแลกฎหมายเท่านั้น แต่รัฐบาลไม่ได้รับทราบในส่วนนี้ และที่ประชุมครม.วันที่ 23 พ.ย. ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้และตนไม่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการอะไร

เมื่อถามว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ยังใช้อยู่ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ว่าจะมาตรา 112 หรือกฎหมายอะไร ถือเป็นมาตราที่อยู่ในกฎหมาย คำว่าทุกฉบับที่นายกฯ พูดถึงก็คือ กฎหมายที่ใช้ได้ทุกฉบับ ปกติ ไม่ต้องพูดก็ต้องใช้กฎหมายทุกฉบับอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่จะงดใช้กฎหมายบางฉบับไม่ได้ หรือใช้ฉบับนี้แล้วจะงดใช้บางมาตราไม่ได้ ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เข้าเกณฑ์มาตรานี้ก็ใช้ไม่ได้ แต่ถ้าเข้าเกณฑ์ก็ใช้ได้ จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพียงแต่ที่ผ่านมามีหลายมาตราที่ใช้ได้ ก็เลือกใช้บางมาตราไปก่อน แต่ที่สุดมาตราอื่นก็ต้องตามมา วันนี้อาจเร่งรัดนำมาตราอื่นๆ ขึ้นมาพิจารณาเท่านั้น เพราะพบว่ามีความรุนแรงหนักข้อขึ้นทุกวัน

เมื่อถามว่าโทษของมาตรา 112 หนักกว่ามาตราอื่นใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีอะไรที่หนักกว่า บางเบากว่าด้วยซ้ำไป ก็ปนกันไป เช่น พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีหลายมาตรา ทั้งดูหมิ่น หมิ่นประมาท หมิ่นพระมหากษัตริย์ หรือทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์ หรือทำให้เสียทรัพย์ของทางราชการ ทำให้เสียทรัพย์กลางวัน ทำให้เสียทรัพย์กลางคืน มีของมันอยู่ตลอด

อย่าวิตก-ถ้าไม่เข้าข่ายก็ไม่ใช้

ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าหากใช้มาตรา 112 จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีก นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่เห็นว่ามีใครบอกว่าจะใช้มาตรา 112 ซึ่งจะต้องนำมาประกอบกันทั้งหมด กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ถ้าการกระทำไม่ได้เข้าข่าย มันก็ไม่เข้าข่าย ถ้ามันเข้ามันก็ต้องเข้า ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมาบอกว่า ไม่เข้า ไม่ใช้ก็คงไม่ได้ ดังนั้นเราอย่าไปวิตกกังวลเลย

เมื่อถามว่าการจะดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้ คิดว่าการใช้มาตรา 112 ถือว่าเด็ดขาดที่สุดแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จริง ไม่ใช่ ต่อข้อถามว่ากฎหมายที่ใช้จะไม่ส่งผล กระทบต่อรัฐบาลในภายหลังใช่หรือไม่ รอง นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะคำว่าบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราทุกฉบับ เป็นคำธรรมดาที่ใช้กันทั่วไป ยกตัวอย่าง โจรไปปล้นร้านทอง และฆ่าเจ้าทรัพย์ ก็ต้องใช้กฎหมายทุกมาตราทุกฉบับอยู่แล้ว เป็นธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษหรือพิสดาร ไม่ได้เสกสรรปั้นแต่ง เป็นกฎหมายใหม่ออกมาใช้ใหม่ไม่มี เมื่อถามว่าที่มาตรา 112 ถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่แรง เนื่องจากประกันตัวลำบากกว่ากฎหมายมาตราอื่น นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ รอให้เกิดเหตุก่อนค่อยลองดู คอยดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็คอยดูกลุ่มผู้ชุมนุม

ราษฎรนัดเจออนุสาวรีย์ปชต.

วันเดียวกัน เพนกวิน-นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak โพสต์เฟซบุ๊ก ถ้าวันใดวันหนึ่งเกิดการรัฐประหาร ขอให้รถทุกคันจอดปิดทุกแยก นี่คือการต้านรัฐประหารอย่างสันติและได้ผลมากที่สุด

ด้านนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำม็อบคณะราษฎร โพสต์ข้อความใน เฟซบุ๊ก ระบุว่า “หากเกิดรัฐประหาร ขอให้ทุกคนทำ #CarMob จอดรถทิ้งบนถนน ขัดขวางการเคลื่อนกำลังพลของเจ้าหน้าที่ แล้วเราจะทำประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม #ต่อต้านรัฐประหาร”

สำหรับการจัดขบวนการชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย.นั้น ทางเพจกลุ่มราษฎร และเยาวชนปลดแอก ได้โพสต์ข้อความว่า เวลา 15.00 น. พร้อมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย! ก่อนไปสำนักทรัพย์ฯ ทวงคืนทรัพย์สินที่ควรจะเป็นของราษฎรทุกคน #25พฤศจิกาไปสำนักทรัพย์ #ม็อบ25พฤศจิกา

เลขาธิการสมช.รุดหารือวิษณุ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมประชุมวงเล็กร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มีตัวแทนตำรวจสันติบาล และตำรวจนครบาล เพื่อประเมินสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มราษฎร ที่นัดหมายบริเวณสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แยกวังแดง ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามการหารือดังกล่าวเป็นไปท่ามกลางกระแสข่าวที่รัฐบาลเตรียมประกาศกฎอัยการศึกเพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุม

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่าการหารือจะปล่อยให้มีการชุมนุม แต่ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย อย่าให้มีการปะทะกัน ส่วนที่กลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ประกาศนัดรวมพลหน้าอาคารรัฐสภา ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือให้ผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่กำหนดและจะพยายามดูแลสถานการณ์ในพรุ่งนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างเกิดความสงบเรียบร้อยไม่ให้กระทบกระทั่งกัน เนื่องจากไม่อยากให้คนไทยปะทะกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการปฏิบัติงานข้าราชการและเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานภายในทำเนียบรัฐบาล อาทิ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทำงานจากที่บ้านได้ ซึ่งในวันดังกล่าวคาดว่าจะปิดการจราจรโดยรอบทำเนียบฯ หลายเส้นทาง

โฆษกยอมรับรัฐบาลกังวลม็อบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า การชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย. สิ่งที่รัฐบาลกังวล คืออาจเกิดความรุนแรงขึ้นได้ ถ้าผู้ชุมนุมไม่ได้ดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตือนไว้ จะเห็นว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เตือนเป็นระยะว่าดำเนินการอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งการที่ ผู้ชุมนุมจะไปชุมนุมกันที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เจ้าหน้าที่แจ้งกับผู้ชุมนุมว่าขอให้ดำเนินการตามที่ขอความร่วมมือ จะไม่รุกล้ำเข้าไปในบริเวณพื้นที่ที่ขอไว้

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ในภาพรวมต้องการเห็นความสงบ ที่ผ่านมาทั้งที่หน้ารัฐสภา หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลุ่ม ผู้ชุมนุมดำเนินการหลายส่วนที่ผิดกฎหมายชัดเจน และมีการทำลายทรัพย์สินของหน่วยราชการและทรัพย์สินของเอกชนด้วย เช่น การสาดสี พ่นสเปรย์สีต่างๆ ด้วยคำที่ไม่เหมาะสม จึงอยากขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมให้เคารพกฎหมาย เพราะการชุมนุมด้วยความสงบ ดำเนินการได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามีการกระทำผิดกฎหมายในหลายส่วน รัฐบาลและตำรวจจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่ละเมิดกฎหมาย เพราะถือว่าประเทศไทยอยู่ในนิติรัฐนิติธรรม ฉะนั้นทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้าต้องการหลีกเลี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าหรือปะทะกัน หรือหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ขอความกรุณาผู้ชุมนุมกรุณาชุมนุมภายใต้กฎหมายและขอให้ฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะเข้าพื้นที่ใดได้อย่างไรบ้าง และไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่ใดบ้าง

ให้ขรก.ในศธ.ทำงานจากบ้าน

วันเดียวกัน นายธนู ขวัญเดช ศึกษาธิการภาค 10 รักษาการรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรักษาราชการแทนปลัด ศธ.ได้ลงนามประกาศศธ. เรื่อง การทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของศธ. ด้วยปรากฏข้อมูลว่ามีสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎร ณ บริเวณสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับกระทรวงศึกษาธิการ อีกทั้งได้รับการประสานจากหน่วยรักษาความปลอดภัยของทหารและตำรวจเกี่ยวกับการเดินทาง เข้าปฏิบัติงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ชุมนุมในวันดังกล่าว

ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการจึงได้หารือร่วมกับ ผู้บริหารระดับสูงของศธ.แล้วเห็นว่าเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองศธ.จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) ในวันที่ 25 พ.ย. เว้นแต่หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการให้บริการประชาชนโดยตรงให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นมอบหมายให้ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ในสังกัดมาปฏิบัติ งานที่ศธ.ได้ไม่เกิน 25%

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประกาศผ่านทางเพจ “Suan Dusit University” ระบุว่า ประกาศมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เรื่อง ปิดมหาวิทยาลัยและงดการเรียนการสอน วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เนื่องจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่ใกล้เคียงมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงประกาศปิดมหาวิทยาลัยและงดการเรียนการสอนในทุกระดับให้มหาวิทยาลัย อาคารบัณฑิตวิทยาลัย อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์ ถนนสิรินธร และโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ

แจงฮ.บินต่ำ-ภารกิจขบวนเสด็จ

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโซเชี่ยลมีเดียมีการแชร์ภาพเฮลิคอปเตอร์บินในกทม. พร้อมกับเชื่อมโยงกับการทำรัฐประหารว่า ความจริงตามที่ตนเคยพูดเราชอบนั่งคิด นอนคิด จินตนาการ และคิดไปต่างๆ นานา เชื่อข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ เราต้องเข้าใจว่าเฮลิคอปเตอร์ที่จะบินใจกลางกทม.ได้ส่วนหนึ่งเป็นของขบวนเสด็จ ซึ่งกองทัพบกได้ทำหน้าที่สนองถวายงานอยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกที่ร้องขอจากสำนักพระราชวังผ่านกรมยุทธการทหารบก เพียงแต่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องภายในของหน่วยงานราชการที่อยู่ดีๆ จะไปออกข่าวคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นต้องวิเคราะห์และพิจารณาว่าอยู่ดีๆ เฮลิคอปเตอร์จะมาบินแบบนี้ได้มีสาเหตุมาจากอะไร ไม่ใช่ไปตีเรื่องโน้นเรื่องนี้ หรือตีความไปต่างๆ นานาแล้วแชร์กันออกไป โดยที่ไม่ได้คิดวิเคราะห์

เมื่อถามว่าขณะนี้มีข่าวลือรัฐประหาร ทำให้คนนำเรื่องนี้มาโยงกัน พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า “ผมบอกว่านักข่าวควรกลับไปพักผ่อนเยอะๆ เห็นหรือไม่ว่าเป็นเฟกนิวส์มาแล้วกี่ครั้ง ผมไปตรวจราชการชายแดน แต่ก็มีข่าวว่าผมไปประชุมที่โน่นที่นี่ตามที่มีกระแสข่าวเมื่อวันที่ 17 ต.ค. พอข่าวไม่เป็นจริง ถามว่าใครรับผิดชอบ เมื่อข่าวไม่เป็นจริง ทำไมไม่ถามกลับไปบ้างว่าทำให้หลอกลวงประชาชน ทำไมไม่มีกระแสตีกลับว่าหลอกลวงประชาชน กี่ครั้งแล้วที่มีข่าวแชร์ออกมาอย่างนี้ ดังนั้นการบริโภคข่าวต้องมีสติ ต้องเช็กและตรวจสอบก่อน อย่าไปเชื่อ”

ทหารพร้อมรักษาความปลอดภัย

เมื่อถามว่าจะดูแลการชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย.อย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ตำรวจมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ในส่วนของสถานที่ราชการทางทหารก็จะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอมาให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ก็จะจัดเจ้าพนักงานไปทำหน้าที่ช่วยเหลือ แต่คนที่จะดูแลเรื่องกฎหมายและการปฏิบัติต่างๆ ว่าใครถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อถามถึงการดูแลเขตพระราชฐาน พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า เขตพระราชฐานมีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้วว่าระยะเท่าใดที่เข้าไปได้ และการชุมนุมต้องอยู่ห่าง 150 เมตร โดยมีพระราชบัญญัติที่เป็นเรื่องของนักการเมืองและรัฐสภาทั้งสิ้น

เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าการทำรัฐประหารไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า “ผมพูดโดยส่วนตัว ถามว่าในสถานการณ์ตอนนี้ เช่นที่ จ.เชียงใหม่นั้นประชาชนมีความสุขเพราะมีการท่องเที่ยว แม้จะยังไม่มีชาวต่างชาติเข้ามา คนไทยจึงช่วยดูแลกันทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศดีขึ้น ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อยเรื่องเศรษฐกิจก็จะตามมา แต่ถ้าทำให้บ้านเมืองไม่เกิดความสงบ ปล่อยให้มีข่าวลือต่างๆ ถามว่าจะไปทำแบบนั้นทำไม เพราะคนไทยอีก 60 ล้านคนดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข เขาทำมาค้าขายได้กับไอ้คนกลุ่มหนึ่งที่มาสร้างความไม่สงบขึ้นมา คือต้องคิดและช่วยกัน สื่อต้องช่วยกันเพราะสำคัญ เนื่องจากคนเชื่อสื่อมากกว่าเชื่อผม อย่างผมพูดไม่เชื่อ ถามว่าอดีตผบ.ทบ.หลายคนได้พูดมาเชื่อหรือไม่ แต่คนเชื่อสื่อ”

ถามกลับ-รัฐประหารทำแล้วดีไหม

เมื่อถามย้ำว่า ทำไมข่าวลือการทำรัฐประหารจึงมีออกมาตลอดเวลา พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ตนไม่รู้ ตนถามว่าทำแล้วมันดีไหม ดีกับประเทศชาติ เศรษฐกิจหรือความเป็นอยู่ของประชาชนหรือไม่ จึงบอกว่าอย่าไปคิดมาก สื่ออย่าไปพูดถึงคำนี้ ขอให้ตัดคำนี้ออกไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ หน้าสื่อ และโซเชี่ยล อย่าให้ปรากฏอีก

เมื่อถามต่อว่า หากไม่มีทางออกอื่น พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีทางออก แต่จะเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง ถามว่าทางออกที่ไม่ดีที่ทำให้ประเทศและคนส่วนร่วมเดือดร้อน ตนพูดคนเดียวคนไม่เชื่อตน ตนพูดในกองทัพอาจจะเชื่อแค่คนในกองทัพ แต่ประชาชนจะเชื่อสื่อ ดังนั้นสื่อเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ทำเพื่อขายคลิปหรือขายข่าวที่ขึ้นมาหนึ่งคำแล้วทำให้คนแตกตื่น

เมื่อถามว่า ทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหารก็มาจากการเกิดเหตุม็อบชนม็อบ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ทหารและตำรวจก็ห้ามไม่ได้ ซึ่งทุกคนต่างก็มีหน้าที่และต้องช่วยกันทำอย่างไรไม่ให้เกิดความ ขัดแย้งที่รุนแรงเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า มีเงื่อนไขจำเป็นอะไรที่จะทำให้ทหารออกมา พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า ไม่ทราบ

แจงผู้มีอำนาจประกาศอัยการศึก

เมื่อเวลา 17.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าหารือเมื่อช่วงบ่ายว่า เป็น การหารือเกี่ยวกับการขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกไป 45 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19 ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มราษฎรในวันที่ 25 พ.ย.นี้ เนื่องจากการขยายเวลาบังคับใช้ 45 วันครั้งนี้ มีปัญหาบางอย่าง เพราะสงสัยว่าจะขยายเวลาครั้งละ 30 วันเหมือนเดิมได้หรือไม่ ตนจึงชี้แจงไปว่าหากเป็นเช่นนั้นจะต้องประชุมคณะรัฐมนตรี ช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อขยายเวลาการบังคับใช้ เมื่อตนอธิบายเขาก็เข้าใจเป็นที่เรียบร้อย และยืนยันว่าไม่ใช่การหารือเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการประกาศกฎอัยการศึก ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าเป็นผู้มีอำนาจในการประกาศ นายวิษณุกล่าวว่า การประกาศบางพื้นที่ เป็นอำนาจของ ผู้ดูแลพื้นที่ อย่างแม่ทัพภาคจะมีอำนาจประกาศในพื้นที่ของตัวเอง ส่วนการประกาศทั่วประเทศเป็นอำนาจของบุคคลอีกประเภทหนึ่ง แต่คนที่จะประกาศคือ พระมหากษัตริย์

เผยรัฐบาลกังวล-เตรียมตัดสินใจ

เมื่อถามว่าแต่เหตุใดเมื่อปี 2557 ผู้บัญชา การทหารบกจึงประกาศได้ นายวิษณุกล่าวว่า ผบ.ทบ.ประกาศแล้วนำความกราบบังคมทูล กรณีของ ผบ.ทบ.จะมีลักษณะคล้ายกับนายกฯ ที่สามารถประกาศได้ทั้งประเทศ แต่ถ้านายกฯจะประกาศ ต้องประชุม ครม. ต่างจาก ผู้บัญชาการในพื้นที่ที่เมื่อประกาศแล้วไม่ต้องผ่านที่ประชุม ครม.

เมื่อถามว่าสถานการณ์ปัจจุบันถึงจุดที่ต้องประกาศกฎอัยการศึกแล้วหรือยัง นายวิษณุปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว โดยระบุว่าไม่มีความเห็น เป็นหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องประเมิน

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการที่เลขาธิการสมช.เข้าหารือกับนายวิษณุครั้งนี้ สืบเนื่องจากรัฐบาลมีความกังวลเกี่ยวกับการชุมนุมของราษฎรในวันที่ 25 พ.ย.นี้ว่าจะยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงจะประเมินอีกครั้งในช่วงกลางคืนวันที่ 24 พ.ย. ก่อนที่คณะราษฎรจะเคลื่อนไหวรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในตอนบ่าย และนัดเคลื่อนไปหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ถนนนครราชสีมา

รวบ‘โตโต้’ – ตำรวจตามจับนายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ แกนนำคณะราษฎร ผู้ต้องหาคดี ม.116 ขณะขับรถไปทำธุระย่านตลาดสนามหลวง 2 เขตทวีวัฒนา กทม. คุมตัวไปดำเนินคดีที่จ.อุบลราชธานี สถานที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.

ตร.บุกจับโตโต้-หัวหน้าการ์ด

เมื่อเวลา 15.30 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ อายุ 30 ปี อดีตผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ และเป็นแกนนำคนสำคัญของกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมคณะราษฎร 2563 ได้ถูกจับกุมตัวแล้วตามหมายจับความผิดมาตรา 116 ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น.นำโดยร.ต.ต.อัศวิน มะลัยสิทธิ์ รอง สว.สส.กก.สส.1 บก.สส.บช.น.ได้นำกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของนายปิยรัฐ ก่อนพบว่ากำลังขับรถเดินทางไปทำธุระย่านตลาดสนามหลวง 2 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม.ท้องที่ สน.ศาลาแดง กับคนสนิท จึงนำกำลังพร้อมหมายศาลแสดงตัวเข้าจับกุม

เบื้องต้น นายปิยรัฐไม่ได้แสดงอาการขัดขืน ตำรวจจึงควบคุมตัวไปทำรายละเอียดบันทึกจับกุม เพื่อรอส่งตัวให้พนักงานสอบสวนท้องที่จังหวัดอุบลราชธานีดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเวลา 15.45 น. ที่สน.ศาลาแดง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายปิยรัฐ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ในความผิดตามมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และพ.ร.บ.คอมพ์ ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอุบลราชธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยที่ยังไม่ได้ลงบันทึกประจำวันที่สน.แต่อย่างใด เพราะเกรงว่ากลุ่มมวลชนจะเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก

ตร.จ่อฟันมาตรา 112 เพนกวิน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรียกประชุมพนักงานสอบสวนที่มีการจัดการชุมนุมในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยในที่ประชุม พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ให้พนักงานสอบสวนแต่ละท้องที่รายงานความคืบหน้าคดีความเกี่ยวกับการกระทำผิดในเวทีชุมนุมต่างๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงปัจจุบัน เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายองค์ประกอบการกระทำความผิดมาตรา 112 หรือไม่ ซึ่งหากคดีใดเข้าข่ายผิดมาตรา 112 ชัดเจน ให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติ บช.น. ซึ่งจะเตรียมตั้งเป็นรูปคณะกรรมการพิจารณาคดี 112 โดยเฉพาะ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้ในกรณีที่ยังไม่ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ จากนั้น บช.น. จะรายงานให้ ตร. ทราบตามขั้นตอนต่อไป

ต่อมาเพนกวิน-พริษฐ์ โพสต์ข้อความระบุหมายเรียกมาถึงบ้านผมแล้วครับ สองข้อหา มาตรา 112 กับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ถึงคนที่เป็นต้นคิดให้ใช้กฎหมายมาตรานี้ ผมจะขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ก็ไม่ได้กลัวสักเท่าไหร่หรอกนะ เพดานมันพังไปแล้ว จะไม่มีอะไรครอบเราได้อีก

บีบีซีชู‘รุ้ง’ติดทำเนียบ‘วีเมน 100’

วันเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซี ประเทศอังกฤษ ได้ประกาศให้ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำนักศึกษาของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม”, น.ส.กชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิก, และ “ซินดี้” น.ส.สิรินยา บิชอพ นักขับเคลื่อนสิทธิสตรี ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบ 100 วีเมน หรือผู้หญิง 100 คนจากทั่วโลก ผู้เป็นแรงบันดาลใจและทรงอิทธิพลประจำปี 2020 ของบีบีซี เคียงข้างผู้หญิงแถวหน้าจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

สำรับปีนี้โครงการ 100 วีเมน ของบีบีซีมุ่งนำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างขึ้นในสังคมในห้วงเวลาแห่งความวุ่นวายจากวิกฤตโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “สตรีผู้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง”

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการ ถึงเจ้าหน้าที่สำนักปลัดสำนักนายกฯว่า เนื่องจากในวันพุธที่ 25 พ.ย. จะมีการชุมนุมบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะปิดการจราจรหลายเส้นทาง อาจส่งผลกระทบในการเดินทางมาปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงให้ส่วนงานในสังกัดปฏิบัติงานภายในที่พัก (work from home) ในวันดังกล่าว โดยให้ ผอ.สำนัก ผอ.ศูนย์ ผอ.กอง มอบหมายงาน และควบคุมการปฏิบัติงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางที่เคยปฏิบัติ สำหรับผอ.สำนัก ผอ.ศูนย์ ผอ.กอง มาปฏิบัติงานที่ สปน. ตามความจำเป็น

รับม็อบ – เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าประจำพื้นที่ พร้อมขึงรั้วลวดหนามบนกำแพงรั้วสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ถ.นครราชสีมา เขตดุสิต กทม. เตรียมพร้อมรับกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน