ปราศรัยเอสซีบี
ร่วมขับไล่‘บิ๊กตู่’
ศุกร์นี้ชุมนุมอีก
แต่ยังอุบสถานที่
ตร.รวบ‘ครูใหญ่’
‘กวิ้น’อ่วม8คดี!

ม็อบราษฎรหลั่งไหลมากันพรึบ ‘เอสซีบี’ ยังสุดคึกคักท่ามกลาง ‘เป็ดเหลือง’ สัญลักษณ์ขับเคลื่อนต่อสู้กับเผด็จการ เย้ยไดโนเสาร์โดนแกงอีก ชี้เหตุเปลี่ยนสถานที่ เพราะหลีกเลี่ยงปะทะม็อบจัดตั้ง หวั่นเข้าทางเงื่อนไขรัฐประหาร ‘อานนท์’ แง้มก่อนสิ้นปีนี้ มีบิ๊กๆ เบิ้มๆ แน่นอน ขณะที่ตร.ลุยดำเนินคดี ม.112 เอาผิดกราวรูด 12 แกนนำ แต่ศาลให้ออกหมายเรียกแทน ชี้เป็นบุคคลสาธารณะ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดนจับอีกราย ‘ครูใหญ่’ ส่วน ‘โตโต้’ ตร.อุบลฯ ค้านประกัน ด้าน ‘บิ๊กตู่’ ย้ำอีก ไม่ใช้กฎอัยการศึก แค่กฎหมายปกติก็เพียงพอ

★ ‘บิ๊กตู่’ย้ำไม่ใช้กฎอัยการศึก

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมม็อบราษฎรว่า ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของการชุมนุม แต่ไม่ว่าใครทำผิด กฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด ในโลกประชาธิปไตย ตนทำให้ทุกคนเห็นด้วยเหมือน กับเราคงไม่ได้ แต่ทำอย่างไรจะเดินหน้าไปกันได้โดยไม่ให้เกิดปัญหากันในอนาคต เมื่อเช้านี้รถติดอย่างมหาศาล คนเดือดร้อนจำนวนเท่าไหร่ ก็พิจารณากันเอาเอง

ผู้สื่อข่าวถามถึงการประกาศใช้กฎอัยการศึก นายกฯ กล่าวว่า บอกหลายครั้งแล้วว่าไม่เคยคิดในเรื่องเหล่านี้เลย ใช้กฎหมายปกติก็น่าจะเพียงพอแล้วในตอนนี้ วันนี้เราต้องช่วยกันสร้างบ้านเมืองให้สวยงาม แต่วันนี้มันมีภาพความขัดแย้ง ก็โอเคไม่ว่าอะไรพวกท่าน แต่เรา ต้องสร้างบ้านเมืองของเราให้สวยงาม โดยเฉพาะ เวลากลางคืนปัจจุบันสวยงามมาก พลิกกลับหลายปีที่ผ่านมา

ต่อข้อถามว่าม็อบประกาศชุมนุมยืดเยื้อ 5 วัน นายกฯ กล่าวว่าก็ประกาศไป แต่ถ้าจะทำผิดกฎหมายก็ว่าไป จะต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง

★ ‘วิษณุ’ชี้ใช้กฎหมายที่มีอยู่ก็พอ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการใช้กฎอัยการศึกว่าขอให้เลิกพูดเรื่องกฎอัยการศึก เพราะทั้งพล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พูดแล้วว่าจะไม่ประกาศใช้กฎอัยการศึก กฎหมายที่มีอยู่นำมาใช้ได้ โดยไม่ใช้กฎอัยการศึก ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่เคยคิดเรื่องใช้กฎอัยการศึก

นายวิษณุกล่าวว่าแต่การมีกฎอัยการศึก ไม่ได้แตกต่างจากที่ไม่มีในเวลานี้ เพียงแต่ การประกาศกฎอัยการศึก ทำให้ทหารออกมา มีอำนาจควบคุมสถานการณ์ ที่จริงเมื่อประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วก็จะตั้งให้ทหารเป็นหัวหน้าผู้อำนวยการเจ้าพนักงานควบคุมสถานการณ์ แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้เปลี่ยนให้ตำรวจ เป็นหัวหน้าผู้อำนวยการเจ้าพนักงานควบคุมสถานการณ์ มันไม่ต่างอะไร การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะเบากว่าการใช้กฎอัยการศึก แต่อำนาจไม่ได้แตกต่างกัน แตกต่างที่ผู้รักษาการ

★ แต่พร้อมประกาศฉุกเฉินร้ายแรง

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้จำเป็นต้องกลับมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ อีกครั้งหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ แต่ถ้าจะประกาศก็ไม่มีปัญหา อยู่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงเป็นผู้ประเมินว่าการชุมนุมร้ายแรงมากแค่ไหน โดยพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ คือ 1.ความสำคัญ ของสถานที่ อาทิ เขตพระบรมมหาราชวัง เขตพระราชฐาน สถานที่ประทับ 2.ดูจาก ผู้ชุมนุมว่ามีอาวุธ หรือมีเครื่องมืออะไรบ้าง 3.ดูเรื่องความเสี่ยงที่อาจจะเผชิญหน้าและปะทะกัน ถ้าฝ่ายความมั่นคงเห็นว่าจะต้องประกาศ จะต้องเสนอขอความเห็นชอบ จากครม. หรือถ้าเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนต้องประกาศในทันทีก็ทำได้ แล้วจึงเสนอเข้าที่ประชุมครม.

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า จะเห็นได้จากกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมขวางขบวนเสด็จเกิดขึ้นใน ช่วงเย็น แต่ผู้ชุมนุมยังปักหลักชุมนุมอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล จึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ร้ายแรงในช่วงตี 4 ของอีกวันหนึ่ง ครั้งนั้นหน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินว่าผู้ชุมนุมยังปักหลักและอยู่ในพื้นที่ใกล้เขตพระราชฐาน หากมีการเคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุมอาจกระทบต่อทำเนียบและประเมินความเสี่ยงแล้ว จึงตัดสินใจ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

★ ‘ราษฎร’ปรับแผน-ชุมนุมเอสซีบี

สำหรับความเคลื่อนไหวของม็อบราษฎร และความพร้อมของตำรวจในการควบคุมสถานการณ์นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุม เปลี่ยนสถานที่ชุมนุมจากหน้าสำนักงานทรัพย์สิน พระมหากษัตริย์มาเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ หรือเอสซีบี ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กทม. โดยระบุว่าเพื่อลดการปะทะกับม็อบจัดตั้งของฝ่ายรัฐ

อย่างไรก็ตาม ที่บริเวณหน้าสำนักงานทรัพย์สินฯ นั้น เจ้าหน้าที่ยังคงวางกำลัง โดยรอบพื้นที่ และบริเวณใกล้เคียง โดยนำรถฉีดน้ำแรงดันสูง 3 คันมาจอดประจำการ ส่วนที่ ถนนราชดำเนิน บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์วางซ้อนกัน 2 ชั้นปิดถนนและทางแยกต่างๆ ที่มุ่งหน้ามายังสำนักงานทรัพย์สินฯ รวมถึงบริเวณสะพานขาวก็เช่นกัน วางกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนไว้หลายกองร้อย อีกทั้งปิดแยกอุรุพงษ์ มุ่งหน้ายมราช ถนนหลานหลวง ถนนพิษณุโลก และทำเนียบรัฐบาล โดยนำแผงสังกะสี ลวดหนามหีบเพลง แผงเหล็กวางแนว 3 ชั้น

★ ตร.ระดมรับมือ-เพิ่มวงจรปิด

ส่วนที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่นั้น ตำรวจนำแผงเหล็กมาเตรียมกั้นพื้นที่ พร้อมทั้งประสานการไฟฟ้านครหลวงให้มาติดตั้งกล้องวงจรปิดที่เสาไฟฟ้าริมถนนเพิ่ม 8 ตัว โดยมีกล้องวงจรปิด 2 ตัวหันเข้าด้านในสำนักงานใหญ่ ส่วนอีก 6 ตัวหันออก ด้านนอกไปยังถนนรัชดาภิเษก ขณะที่ภายในธนาคารเองก็เพิ่มกำลังรปภ.และมีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปประจำการ

จากนั้นช่วงบ่าย ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 3-4 กองร้อยเริ่มเข้าประจำการในพื้นที่เอสซีบี ปิดเส้นทางเข้าหน้าตึกสำนักงานใหญ่ และเริ่มนำรั้วเหล็กมากั้น ขณะเดียวกันเริ่มมีกลุ่ม ผู้ชุมนุมและหน่วยซีไอเอ หรือรถพ่อค้าแม่ค้าเร่ขายอาหารและน้ำทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่ขายของด้วยเช่นกัน

★ ชี้แจงใช้คอนเทนเนอร์ปิดถนน

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกตำรวจ และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตำรวจ ร่วมแถลงถึงความพร้อมรับมือการชุมนุม โดยพล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่าผู้ชุมนุมเปลี่ยนแปลงสถานที่ชุมนุมเป็นเอสซีบี ก็เป็นไปตามทางการข่าวที่ตำรวจคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว โดยผู้ชุมนุมยังไม่ได้แจ้งขออนุญาตชุมนุมแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จัดกำลัง เข้าไปเพิ่มที่เอสซีบีแล้ว โดยเฉพาะตำรวจจราจรให้อยู่ตามแยกต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ จากการชุมนุม เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด เชื่อควบคุมสถานการณ์ได้

รองผบช.น.กล่าวว่า ส่วนการนำตู้คอนเทนเนอร์ มาใช้ปิดกั้นเส้นทางแทนรถเมล์นั้น เป็นการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมเท่านั้น เนื่องจาก การใช้รถเมล์อาจจะทำให้สูญเสียมูลค่า ยืนยันทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ขสมก.) พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการอยู่แล้ว ไม่ได้ปฏิเสธความร่วมมือ ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากตำรวจ แต่เกิดจากผู้ชุมนุม ขณะที่ตำรวจต้องทำตามกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและความเรียบร้อย

★ 12แกนนำโดนแล้ว-คดี 112

ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า พนักงานสอบสวนของพื้นที่ต่างๆ แจ้งข้อหา 12 แกนนำม็อบ คณะราษฎร ในฐานความผิดตามมาตรา 112 ประกอบ 1.นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ รวม 8 คดี ที่สภ.เมืองขอนแก่น สภ.พระนคร ศรีอยุธยา สภ.เมืองอุบลราชธานี สภ.เมืองร้อยเอ็ด สภ.เมืองนนทบุรี สน.ชนะสงคราม และบก.ปอท. 2.น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิ จิรวัฒนกุล จำนวน 6 คดี ที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สภ.พระนครศรีอยุธยา สภ.เมือง นนทบุรี สน.ชนะสงคราม สน.บางโพ และสน.ทุ่งมหาเมฆ

3.นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก จำนวน 4 คดี ที่สภ.คลองหลวง สภ.พระนครศรีอยุธยา สภ.เมืองนนทบุรี และ สน.ชนะสงคราม 4.นายอานนท์ นำภา จำนวน 4 คดี ที่สน. ชนะสงคราม สภ.เมืองเชียงใหม่ สภ.คลองหลวง ส่วนที่ บก.ปอท.ยังไม่รับคดี 5.น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ ธนกิจวิบูลย์ผล จำนวน 3 คดี ที่สน.บางโพ สน.ทุ่งมหาเมฆ และ สน.ยานนาวา

★ ศาลให้ออกหมายเรียกแทน

6.นายชนินทร์ วงษ์ศรี จำนวน 2 คดี ที่ สน.บางโพ และสน.ทุ่งมหาเมฆ 7.น.ส.จุฑาทิพย์ หรืออั๋ว ศิริขันธ์ รวม 1 คดี สน.บางโพ 8.นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ รวม 1 คดี สภ.เมืองอุบลราชธานี 9.นายทัตเทพ หรือ ฟอร์ด เรืองประไพกิจเสรี 1 คดี สน.บางโพ 10.นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ขอนแก่น พอกันที 1 คดี สน.ทุ่งมหาเมฆ 11.นายชูเกียรติ แสงวงศ์ 1 คดี สน.ท่าพระ และ 12.นายสมบัติ ทองย้อย 1 คดี สน.ทุ่งมหาเมฆ

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า พนักงานสอบสวนของแต่ละท้องที่ขออนุมัติหมายจับจากศาล แต่ศาลไม่อนุมัติหมายจับ โดยให้เหตุว่าผู้ต้องหา เป็นบุคคลสาธารณะ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงให้ออกหมายเรียกแทน นอกจากนี้ พนักงาน สอบสวนกำลังจะแจ้งข้อหามาตรา 112 อีก 3-5 คน

★ ตร.อุบลฯไม่ให้ประกัน‘โตโต้’

ส่วนที่สภ.เมืองอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ ยังควบคุมตัวนายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ หัวหน้าการ์ดราษฎร ภายหลังตำรวจนครบาลจับกุมตัวตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และส่งตัวมายังสภ.เมืองอุบลราชธานี ขณะเดียวกันมีกลุ่มมวลชนติดตามมาให้กำลังใจ และนั่งกินหมูกระทะ พิซซ่า กางเต็นท์นอนบริเวณโรงพัก

ต่อมานายวัฒนา จันทสิงห์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จ.อุบล ราชธานี เข้ามาพูดคุยแนะนำข้อกฎหมายกับนายปิยรัฐ บริเวณหน้าห้องควบคุม และเจ้าหน้าที่ ประจำห้องควบคุมพิมพ์ลายนิ้วมือตามขั้นตอน ก่อนส่งให้พนักงานนำตัวไปสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่ไม่ให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน และเตรียมนำตัวฝากขังต่อศาล โดยอ้างว่า กลัวหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่อเหตุ อันตรายชักชวนให้ประชาชนก่อความรุนแรงจากการจัดชุมนุมปราศรัย และเกรงว่าจะนำมวลชนมากดดันพนักงานสอบสวน

★ ‘ครูใหญ่’ก็โดนรวบอีกราย

ขณะเดียวกัน นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ขอนแก่นพอกันที หนึ่งในแกนนำราษฎร ไลฟ์เฟซบุ๊กระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่ นอกเครื่องแบบบุกแสดงหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ควบคุมตัวขณะพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อเตรียม ไปร่วมชุมนุมที่เอสซีบี โดยเจ้าหน้าที่ถาม นายอรรถพลว่าจะไปด้วยหรือไม่ นายอรรถพล ตอบว่าต้องการรอทนายมาก่อน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอรรถพลขึ้นรถ โดยระบุว่าจะนำไป สน.มักกะสัน เพื่อทำ บันทึกจับกุม และไม่ให้คนที่ไลฟ์เฟซบุ๊ก ขึ้นรถไปกับนายอรรถพล ก่อนเจ้าหน้าที่เปลี่ยนไป สน.พญาไท และเตรียมส่งตัวไปดำเนินคดีมาตรา 116 ที่สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าของสำนวนต่อไป

★ ผู้ชุมนุมหลั่งไหลมา‘เอสซีบี’

ขณะที่บรรยากาศการชุมนุมหน้าเอสซีบีตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไปนั้น เริ่มมีผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมารอบริเวณด้านหน้าอาคาร และบริเวณโดยรอบอย่างต่อเนื่อง มีการ์ดกระจายกำลังอยู่รอบบริเวณ ส่วนเอสซีบีปิดทางเข้าออก นำแผงเหล็กมากั้นปิดไว้ตลอดแนว มีตำรวจยืนประจำการอยู่ภายในแนวรั้วของอาคารทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก

ส่วนการจราจรฝั่งมุ่งหน้าขึ้นไปทางแยกประชานุกูลถูกปิดไปโดยปริยาย โดยตัวแทนผู้ชุมนุมและการ์ดนำแผงเหล็กมากั้นแยก รัชโยธิน ฝั่งมุ่งหน้ามาจากห้าแยกลาดพร้าว เพื่อไม่ให้รถเลี้ยวซ้ายเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมบริเวณถนนรัชดาภิเษก ปล่อยให้รถวิ่งมุ่งหน้าขึ้นไปทางแยกเกษตรฯ เท่านั้น ขณะที่ ถนนรัชดาภิเษกฝั่งมุ่งหน้ามาจากแยกประชานุกูลมุ่งหน้าไปห้าแยกลาดพร้าว ยังคงสัญจรได้แบบชะลอตัว โดยผู้ชุมนุมบางส่วนมาพร้อมรถและเครื่องขยายเสียง สลับกันปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลทำเศรษฐกิจย่ำแย่ เอื้อประโยชน์นายทุนและพวกพ้อง

★ คึกคัก-แจก‘คูปองเป็ดเหลือง’

ต่อมาเวลา 15.20 น. ตำรวจสน.พหลโยธินประกาศให้ผู้ชุมนุมทราบว่า การชุมนุมวันนี้เป็นการทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เพราะไม่ได้ขออนุญาตชุมนุม จึงขอ ให้การชุมนุมยุติภายในเวลา 15.30 น. ไม่เช่นนั้นจะเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย และเจ้าหน้าที่จะทำตามกฎหมายภายหลังต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชุมนุมครั้งนี้มีการ แจกคูปองรูปเป็ดเหลือง โดยตัวแทนกลุ่มราษฎร ระบุว่าคูปองเป็ดเหลือดังกล่าวใช้แทนเงินสด 10 บาท และจัดทำมาจำนวน 3,000 ใบเท่านั้น โดยนำมาแจกจ่ายให้ผู้ชุมนุม ผลิตมาเพื่อเป็นที่ระลึก ต้องการสื่อให้เห็นภาพรวมของการชุมนุม ที่มีทั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ลูกชิ้นทอด นกพิราบขาว หมุดราษฎร คูปองนี้ใช้ซื้อของได้จากร้านค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยที่ร้าน จะมีสัญลักษณ์คูปองติดอยู่ และใช้ได้สำหรับการชุมนุมวันที่ 25 พ.ย.นี้เท่านั้น

★ ‘กวิ้น-รุ้ง-ไมค์’นำทีมชุมนุม

เวลา 15.30 น. แกนนำราษฎรเดินทางมาถึง พื้นที่ชุมนุม นำโดยนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน, นายภาณุพงศ์ หรือไมค์, น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง และนายชินวัตร หรือไบร์ท จันทร์กระจ่าง เป็นต้น โดยนายพริษฐ์กล่าวว่าการดำเนินคดีกับแกนนำด้วยมาตรา 112 ไม่ได้ทำให้เสีย รูปขบวนของการชุมนุม แต่กลับทำให้ประชาชน จำนวนมากเข้าร่วมชุมนุม การดำเนินคดี 112 สะท้อนให้เห็นว่ายังมีระบบเก่าล้าหลัง และเมื่อใช้ขึ้นมาเมื่อใด ก็จะสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศ

ส่วนนายภาณุพงศ์กล่าวถึงการเปลี่ยนสถานที่ชุมนุมว่า ด้วยกระบวนการของเราเป็นสันติวิธีมาตลอด เราประเมินแล้วว่าที่ตำรวจปิดกั้นเส้นทางที่เราจะไป และจะสร้างให้เกิดเงื่อนไขทำรัฐประหาร เราจึงเปลี่ยนเส้นทาง เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่อยากปะทะกับใคร ไม่อยากสร้างเงื่อนไขรัฐประหาร สิ่งสำคัญที่สุด คือความปลอดภัยของมวลชน ไม่ต้องการให้ขบวนการของเราเดินไปสู่เส้นชัยด้วยการ เสียเลือดเนื้อ แต่จะเดินสู่เส้นชัยอย่างสงบ สวยงาม เป็นประชาธิปไตย

★ เย้ยรัฐบาลหาทางออกไม่เจอ

แกนนำราษฎรกล่าวว่าที่ผ่านมามีการสร้างสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ วันนี้ก็เช่นกัน มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้ามาปะปน กังวลว่า นี่จะเป็นแผนของเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดข้ออ้างทำรัฐประหาร เราปรับแผนย้ายสถานที่อย่างที่เห็น เพื่อยืนยันและคงไว้ซึ่งสันติวิธี หากเราดึงดันจะไปตรงนั้นจริง ต้องเกิดความรุนแรงแน่นอน เราจึงย้ายเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ต้องการปะทะกับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือมือที่สองและสามจากไหน เราชัดเจนกับวิถีทางของเรา

นายภาณุพงศ์กล่าวต่อว่ารัฐบาลยังคงคุกคาม ประชาชน เมื่อวันที่ 24 พ.ย. มีเจ้าหน้าที่ไปหารุ้ง ไปหาเพนกวิน หากรัฐบาลจริงใจต่อการตอบสนองประชาชน แค่คำว่าหยุดคุกคาม ประชาชนก็ต้องแปลให้ออกก่อน ถ้าไม่รู้จักความหมายนี้จริงๆ ก็จนใจ ซื้อพจนานุกรมให้อ่าน การหยุดคุกคามไม่ได้แปลว่าคุณจะมาใช้ความรุนแรง ไปบุกบ้าน ไปคุกคามครอบครัวคนอื่น เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้ ควรพิจารณา ตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าแท้จริงแล้วม็อบหาทางลงไม่ได้ จริงหรือไม่ แกนนำราษฎรกล่าวว่าม็อบหาทางลงไม่ได้ หรือรัฐบาล ที่หาทางออกไม่เจอกันแน่

★ มวลชนล้นหลาม-ปิดถนน

ต่อมาเวลา 17.00 น. นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ขึ้นปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียงคันใหญ่ในพื้นที่ชุมนุมริมถนนรัชดาภิเษก หน้าอาคารเอสซีบี ประกาศให้กลุ่มมวลชนเข้าไปนั่งฟังคำปราศรัยในพื้นที่สวนหย่อมหน้าเอสซีบีปาร์ก ขอความร่วมมือให้เข้าไปนั่ง ฟังเฉยๆ อย่าทำให้เกิดความเสียหาย ก่อนที่แกนนำคนอื่นๆ จะทยอยขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไปกลุ่มมวลชนหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ กระจัดกระจายไปยังบริเวณใกล้เคียง เดินลงถนน ส่งผลให้ถนนรัชดาภิเษก ขาออก มุ่งหน้าถนนวิภาวดีรังสิต ต้องปิดเส้นทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นแกนนำ ที่อยู่บริเวณรถเครื่องเสียงกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 สังเกตการณ์เห็นความผิดปกติของคอนโด มิเนียมฝั่งตรงข้ามกับการชุมนุม ว่ามีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบซุ่มอยู่ชั้น 6 ของคอนโดฯ แล้วแอบถ่ายรูปมวลชน จากนั้นการ์ดชุมนุมประกาศให้มวลชน และการ์ดสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า เพื่อป้องกันถูกถ่ายรูป

★ ‘มายด์’ไม่กังวลโดนคดี 112

ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ อีกหนึ่งแกนนำเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ และให้สัมภาษณ์ว่าไม่กังวลหากรัฐบาลใช้มาตรา 112 มาดำเนินคดี ตอนนี้การชุมนุมกดดันรัฐบาลได้ แต่มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ในแต่ละครั้ง เชื่อว่าจากนี้ไม่ว่าจะชุมนุมครั้งใด หรือรูปแบบใดก็สามารถสั่นคลอนความมั่นคง ของรัฐบาลได้ เพราะการชุมนุมจากนี้เกิดขึ้นจากใจ ความรู้สึกเบื้องลึกของประชาชนที่ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ จากนี้รัฐบาลต้องตั้งรับให้ดีๆ อย่าทำอะไรผิดพลาดที่จะทำให้อุณหภูมิทาง การเมืองเพิ่มสูงขึ้นเกินความจําเป็น

มายด์กล่าวต่อว่าเรายังคงกดดันเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญที่เป็น 1 ใน 3 ข้อเรียกร้อง ยังยึดถือข้อเรียกร้องลำดับตามเดิมคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกก่อน เพราะเราไม่เชื่อใจให้ทำหน้าที่ผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.รัฐบาลต้องเริ่มกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญที่ยึดโยงประชาชนอย่างแท้จริง ยืนยันว่าประชาชนจะไม่หยุดแค่นี้ เรายืนยันในความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าอยากได้เครื่องมือชิ้นใหม่ในการบริหารประเทศ นั่นคือรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่เท่านั้น และ 3.ต้องปฏิรูปสถาบัน

★ ‘กวิ้น’เย้ยไดโนเสาร์กินแกงอีก

ต่อมาเวลา 17.40 น. แกนนำขึ้นปราศรัยโจมตีระบบการเมืองบิดเบี้ยว เป็นเพราะการทำรัฐประหาร พร้อมยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง และขอบคุณคนเสื้อแดงที่ออกมาร่วมชุมนุมกับพวกเราเพื่อประชาธิปไตย

จากนั้นนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ขึ้นปราศรัย ว่าวันนี้เป็นอีกครั้งที่ไดโนเสาร์กินแกงหม้อใหญ่จากเราไปอีกหม้อ ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ 1.ศักดินาต้องการทำร้ายประชาชน โดยส่ง พวกเสื้อเหลืองและตำรวจมารุมสกรัมเรา เสื้อเหลืองซ้อมปาหินจะปาใส่พวกเราหรือ ทุกชีวิตมีคุณค่า นานาชาติกำลังจับตา ยืนยันว่า พวกเราไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้เผด็จการใช้เป็นข้ออ้างเดินเกมชั่ว ทุกครั้งที่เขาจะสลายการชุมนุม เขาจะยั่วยุ ซึ่งเราต้องมีสติ ไม่ตก หลุมพราง และ 2.จุดหมายที่จะไป ไม่ใช่ปฏิบัติการชังชาติ แต่เรามาทวงสมบัติชาติคืน

★ ‘อานนท์’แง้มก่อนสิ้นปีบิ๊กเบิ้ม

เวลา 18.30 น. นายอานนท์ นำภา ทนายความ ราษฎร อยู่ในชุดเป็ดเหลือง ขึ้นปราศรัยว่าตลอด 4 เดือนที่ผ่านมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ว่าสิ่งที่ผุพังได้ถูกเปิดขึ้น เราจุดติดข้อเรียกร้องเรื่องสถาบันแล้ว ชนชั้นนำ ไทยกลัวเราแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 พอประกาศจะทวงเงินราษฎร รัฐบาลก็เอาคอนเทนเนอร์มาขวาง แต่ไม่ได้กินพวกเรา เพราะพวกเราแกง

ทนายอานนท์กล่าวว่ายืนยันว่าการปฏิรูปไม่ใช่การล้มล้างตามที่ฝ่ายตรงข้ามใส่ความ และหลังจากนี้เราจะไปกันอีกหลายที่ สำนักงาน ทรัพย์สินฯ ถ้าเราอยากไป เราจะไปเอง ไม่ต้อง เอาคอนเทนเนอร์ แท่งแบริเออร์มากั้น หรือหากทหารคิดออกมารัฐประหาร เราจะออกมาต่อสู้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน การรัฐประหารต้องเป็น ครั้งสุดท้าย ไม่เชื่อคอยดู เรายังมีนัดกันอีกก่อนสิ้นปีนี้ บิ๊กๆ เบิ้มๆ แน่นอน

ร่วมราษฎร – นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักคิดนักเขียนปัญญาชนสยาม กล่าวปราศรัยระหว่างมาร่วมชุมนุมใหญ่กับคณะราษฎร ที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ ถ.รัชดาภิเษก กทม. เมื่อวันที่ 25 พ.ย.

★ ‘ส.ศิวรักษ์’โผล่ร่วมไล่‘บิ๊กตู่’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทนายอานนท์ปราศรัย นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือส.ศิวรักษ์ นักคิดนักเขียนชื่อดัง มาปรากฏตัวในสถานที่ชุมนุมด้านหลังเวทีแกนนำ จากนั้นแกนนำ จึงประกาศว่า ส.ศิวรักษ์มาร่วมชุมนุม บรรดาผู้ชุมนุมต่างปรบมือโห่ร้องแสดงความยินดี ก่อนที่ส.ศิวรักษ์จะกล่าวต่อที่ชุมนุมผ่านเครื่อง ขยายเสียงว่า พล.อ.ประยุทธ์ประกาศใช้ ม.112 กำลังกระทำขัดพระบรมราชโองการ ต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปให้พ้นจากอำนาจ และต้องช่วยกันดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปด้วยความเคารพ

ต่อมานายภาณุพงศ์ หรือไมค์ ขึ้นปราศรัย โดยสรุปว่าพล.อ.ประยุทธ์แจกเงินที่เป็นภาษีของพวกเรา ทั้งโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่ง สิ่งเหล่านี้ใครได้ก็อย่าดีใจ เพราะเป็นเงินที่เป็นภาษีของเรา โครงการเหล่านี้ดูถูกความเป็นคน ดูถูกความสามารถของพวกเรา แจกเงินก็แจกได้ไม่หมดทุกคน แต่ทุกคน ต้องมาใช้เงินที่กู้มา เคยคิดไหมว่าทำไมเรา ยังเห็นประชาชนแย่งกันขึ้นรถโดยสารสาธารณะ ก็เพราะภาษีถูกใช้ไม่คุ้มค่า

★ บุกจับ‘ไผ่’-แต่มวลชนช่วยทัน

เวลา 20.30 น. นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท แกนนำกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ขึ้นปราศรัยว่าพวกเราใกล้ถึงความฝันขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ยืนหยัดสันติ อหิงสาไว้ ไม่ว่าใครหน้าไหนจะมาใช้ความรุนแรง เราจงเพิกเฉย อย่าไปใส่ใจ อย่าไปให้ค่า จะต่อสู้ แบบไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย ปีใหม่นี้จะฉลองชัยชนะด้วยกัน และเร็วนี้จะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์เบิ้มๆ แน่นอน ทราบมาว่าวันที่ 28 พ.ย. ชาวนนทบุรีนัดชุมนุมใหญ่เบิ้มๆ การต่อสู้ของเราไม่เครียด จะสนุก สันติอหิงสาจนกว่าจะได้ประชาธิปไตย

จากนั้นนายชินวัตรเชิญชวนผู้ชุมนุมเปิดแฟลชมือถือเพื่อทำทะเลดาว ประกอบเพลง “เสมอ” โดยผู้ชุมนุมต่างเปิดแฟลชมือถือ โบกไปมา พร้อมร้องเพลงตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 คน จะเข้ามาจับกุมนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ที่มาร่วมเปิดเวทีปราศรัยย่อยที่เอสซีบี แต่การ์ด และมวลชนเห็นจึงเข้าไปช่วย โดยดึงไผ่ออกมาจากเจ้าหน้าที่ และรีบพาขึ้นรถออกไปจากพื้นที่ชุมนุมทันที

พรึบเอสซีบี – ม็อบคณะราษฎรรวมตัวเนืองแน่นหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ ถ.รัชดาภิเษก กทม. หลังจากแกนนำเปลี่ยนสถานที่ชุมนุมจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากองทัพเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.

★ นัดอีก27พ.ย.-ลั่นไม่ลดเพดาน

เวลา 21.00 น. น.ส.ปนัสยา หรือรุ้งขึ้นปราศรัยว่าขอให้ทุกคนรวมตัวกันในวันศุกร์ที่ 27 พ.ย.นี้ เวลา 16.00 น. เราจะไปเจอกันที่สถานที่ที่หนึ่ง ขอให้ติดตามทางเพจ นี่เป็น การยกระดับการชุมนุมอีกครั้งหนึ่ง จะชุมนุมกันถี่ขึ้นเพื่อกดดันให้พล.อ.ประยุทธ์ออกไป รวมทั้งเกิดการแก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบัน ขอให้รวมตัวกันให้เยอะที่สุด และ จะไม่จบแค่วันที่ 27 พ.ย.นี้ เราจะสู้ไปด้วยกัน

ด้านเพนกวินปราศรัยอีกว่าไม่มีการลดเพดาน การต่อสู้นี้จะชี้วัดกันที่จำนวนมวลชน พรุ่งนี้พักเอาแรง เจอกันใหม่ 27 พ.ย. ถ้าเราแผ่ว เราแพ้ แต้ถ้าเรามากันเยอะ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นหิ้ง ตอนนี้ทราบข่าวมาว่าตำรวจมีนโยบาย จะจับพวกเราที่อยู่บนเวทีให้ได้ในคืนนี้ เพื่อสกัดม็อบไม่ให้ไปต่อ ความอยุติธรรม ยิ่งทำยิ่งเสื่อม ทุกคนคือพลัง คือแกนนำ ไม่รู้ว่า เวทีหน้าตนจะอยู่ถึงหรือไม่ แต่ขอให้ทุกคนสัญญาว่าจะออกมากันให้มืดฟ้ามัวดิน

จากนั้นผู้ชุมนุมเปิดแฟลชมือถือและ ร้องเพลงเพื่อมวลชน ก่อนที่แกนนำประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 21.17 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน