ยอดโควิดไทยเพิ่มรวดเดียว 16 ราย พบมาจากตุรกีถึง 9 ราย ในจำนวนนี้มีหญิงไทย 2 รายส่วนที่เหลือมาจากสหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต กาตาร์ สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งในนั้นเป็นนักเรียนหญิงไทยวัย 11 ขวบ กลับจากสหรัฐอเมริกา ยังตรวจเจอติดเชื้อเกิน 10 วันของการกักตัว 2 ราย แต่ไม่มีอาการ ยอดสะสมไทยรวม 3,942 ราย ขณะที่ทั่วโลกรวม 60.7 ล้านราย สหรัฐอเมริกาติดเชื้อทะลุ 13 ล้านราย นายกฯ เซ็นศุกร์นี้ จองวัคซีนอังกฤษ-สวีเดน มูลค่า 6 พันล้าน
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูล COVID-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 16 ราย หายป่วยเพิ่ม 8 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,942 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,454 ราย มาจากต่างประเทศ 1,488 ราย โดยเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 981 ราย หายกลับบ้านรวม 3,788 ราย ยังรักษาใน ร.พ. 94 ราย เสียชีวิตรวม 60 ราย ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกันสถานที่กักกันที่กำหนดทั้งหมด บางรายเคยมีประวัติติดเชื้อโควิด 19 มาก่อน ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นนักเรียนหญิงไทย อายุ 11 ปี 2.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย เป็นชาย อายุ 43 ปี 3. คูเวต 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 44 ปี และหญิงคูเวต อายุ 23 ปี 4.กาตาร์ 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 48 ปี 5.สวีเดน 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 31 ปี 6.ตุรกี 9 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกต่อเครื่องบินที่กาตาร์ มาถึงไทยวันที่ 20 พ.ย. มี 2 ราย เป็นแม่บ้านหญิงไทย อายุ 33 ปี และหญิงไทย อายุ 51 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว กลุ่มที่ 2 ต่อเครื่องที่สิงคโปร์ เดินทางถึงไทยวันที่ 20 พ.ย. จำนวน 7 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 42 ปี และ 43 ปี อาชีพพนักงานนวด อายุ 51 ปี และ 34 ปี เป็นแม่บ้าน หญิงไทย อายุ 43 ปี อาชีพรับจ้าง ชายไทย อายุ 43 ปี และหญิงไทย อายุ 52 ปี พนักงานนวด 7. สวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 62 ปี
สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 60,715,719 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 609,204 ราย อาการรุนแรง 103,933 ราย รักษาหายแล้ว 42,028,241 ราย เสียชีวิต 1,426,734 ราย เป็นผู้เสียชีวิตรายใหม่ 12,007 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 13,137,962 ราย เป็นรายใหม่ 180,903 ราย 2. อินเดีย จำนวน 9,266,697 ราย เป็นรายใหม่ 44,699 ราย 3. บราซิล จำนวน 6,166,898 ราย เป็นรายใหม่ 45,449 ราย 4. ฝรั่งเศส 2,170,097 ราย เป็นรายใหม่ 16,282 ราย 5. รัสเซีย 2,162,503 ราย เป็นรายใหม่ 23,675 ราย ส่วนพม่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 1,330 ราย สะสม 83,566 ราย และมาเลเซียมีป่วยใหม่ 970 ราย สะสมรวม 59,817 ราย
เวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวผ่าน เฟซบุ๊กเพจประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องโควิดและความสำเร็จของประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า เมื่อเดือนที่แล้วความพยายามของเราประสบความสำเร็จ เราได้ลงนามข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และบริษัทแอสทราเซเนกา เพื่อผลิตวัคซีนในไทย หากการพัฒนาวัคซีนสำเร็จลุล่วงแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการคือไทยยังจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตวัคซีนนี้ด้วย และในวันที่ 27 พ.ย. จะมีการลงนามเพิ่มเติมในอีกหนึ่งข้อตกลง เพื่อสั่งซื้อวัคซีนนี้ โดยเมื่อ 2-3 วันก่อน เราได้รับทราบข่าวดีว่าทีมมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และบริษัทแอสทราเซเนกา ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนแล้ว ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดได้ถึงร้อยละ 70-90 อยู่ในระดับที่ดีมาก
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่านอกจากนั้น วัคซีนที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และบริษัทแอสทราเซเนกา พัฒนาขึ้น จะผลิตออกมาได้ในราคาที่ถูกกว่าหากเทียบกับวัคซีนของที่อื่นๆ และสำคัญมากกว่านั้นคือวัคซีนนี้เหมาะสมกับประเทศไทยมากกว่า เพราะขณะที่วัคซีนของที่อื่นๆ จำเป็นต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิ -20 ถึง -70 องศาเซลเซียส ต้องใช้ตู้แช่เย็นที่ออกแบบพิเศษโดยเฉพาะ ทำให้มีข้อจำกัดด้านการขนส่ง แต่วัคซีนนี้เก็บรักษาได้ไม่ยาก ในตู้เย็นธรรมดา อุณหภูมิ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส สามารถขนส่งเพื่อกระจายวัคซีนไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกจังหวัดของไทยได้อย่างทั่วถึงและไม่ยุ่งยาก
“เราคาดว่าวัคซีนนี้น่าจะได้รับการอนุญาตให้ใช้ได้ และผลิตได้ในช่วงกลางปีหน้า ถ้าเราเร่งขั้นตอนต่างๆ ได้ ยิ่งเร็วก็ยิ่งทำให้เราเปิดรับคนจำนวนมากเข้าประเทศได้ และเริ่มสร้างฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาอีกครั้ง ขณะนี้ผมกำลังพิจารณาวางแผนกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ เพื่อเตรียมการสำหรับการกระจายวัคซีนไปให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ของประเทศให้ได้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่เราได้วัคซีน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าในวันที่ 27 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นประธานพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีน โควิด-19 โดยการจองล่วงหน้า และสัญญาการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัทแอสทราเซเนกา บริษัท ผู้ผลิตชีวภัณฑ์ชั้นนำสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน หลังจากที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เห็นชอบโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับประชาชนไทยโดยการจองล่วงหน้าและการจัดซื้อวัคซีน ในวงเงิน 6,049,723,117 บาท โดยให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดทำสัญญาการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขว่ามีโอกาสที่จะได้รับวัคซีนหรือไม่ได้รับวัคซีนดังกล่าว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการวิจัยพัฒนาหรือเหตุอื่นๆ ในวงเงิน 2,379,430,600 บาท โดยจะมีการลงนามที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล