เป็นมติกมธ.วุฒิสภาสหรัฐ
เนติวิทย์ชวนนศ.ใส่ไปรเวต
สาธิตมศวสำรวจแต่งชุดนร.
ส.ว.รัฐอิลลินอยส์เชื้อสายไทย ‘ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ’ ออกโรงจี้ไทยร่วมกับอีก8 สมาชิกวุฒิสภา สหรัฐอเมริกา ในนามคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แสดงจุดยืนสนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย ชี้ที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความรุนแรงและการควบคุมจากรัฐ ร้องให้ทุกฝ่ายปฏิเสธมีส่วนในความรุนแรงและการคุกคาม ระบุการเคลื่อนไหวของเยาวชนนักศึกษาและราษฎรเป็นความกล้าหาญที่ควรได้รับความเคารพและรับฟัง
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วุฒิสภา ประเทศสหรัฐอเมริกา มีมติในนามของ นายบ็อบ เมเนนเดซ และนายดิก เดอร์บิน กรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วุฒิสภา พร้อมด้วยส.ว.อีก 7 คน จากพรรคเดโมแครต รวมถึง นางลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ ส.ว.อเมริกัน เชื้อสายไทย เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย ซึ่งต้องเผชิญกับความรุนแรงและการควบคุมจากสถาบันและรัฐบาล โดยย้ำพันธกรณีของสหรัฐต่อสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมในประเทศไทย
นายเมเนนเดซกล่าวว่า ในเวลาที่ประชาธิปไตยถูกคุกคามจากหลายด้าน เป็นเรื่องสำคัญที่วุฒิสภาสหรัฐต้องยืนอยู่กับขบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ปฏิรูป ไม่ได้เรียกร้องการปฏิวัติ แต่เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงตามวิถีประชาธิปไตยในระบบการเมืองของประเทศ เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม ให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมนานาชาติที่เป็นประชาธิปไตย
“ด้วยมติดังกล่าว เรากำลังส่งข้อความชัดเจนถึงการเคียงบ่าเคียงไหล่สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก และเสรีภาพในการชุมนุมในประเทศไทย และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิเสธมีส่วนในความรุนแรงและการคุกคามไม่จำเป็น สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องทำให้คนไทยและประชาคมนานาชาติเข้าใจชัดเจนว่า ความสัมพันธ์และการเป็นหุ้นส่วนอย่างยาวนานกับประเทศไทยของสหรัฐ จะยังมีอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของผลประโยชน์ คุณค่า และความเคารพกันและกันต่อประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรมร่วมกัน” นายเมเนนเดซ กล่าว
ส่วนนายเดอร์บินระบุว่า ประเทศไทยเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐมาโดยตลอด หนึ่งในนั้นคือการลุกขึ้นช่วยเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ที่ยังดิ้นรนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย วันนี้โลกกำลังจับตามมองในช่วงเวลาที่คนไทยลุกขึ้นมาเรียกร้องความปรารถนาต่อประชาธิปไตย ที่คนอเมริกันยึดถือและยึดมั่น
“ขณะที่ประเด็นการถกเถียงของคนไทยหันมาเรื่องรัฐธรรมนูญ อนาคตทางการเมืองควรกำหนดด้วยการเจรจาสันติ ปราศจากความรุนแรง การคุกคาม หรือการดำเนินคดี โดยเฉพาะเสียงของนักศึกษาไทยและเยาวชนผู้กล้าหาญ นั้นสมควรได้รับฟังและความเคารพ” นายเดอร์บิน ระบุ
ด้านนางดักเวิร์ธระบุในฐานะคนอเมริกันเชื้อสายไทย ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิการประท้วงอย่างสันติว่าทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและไทยที่มีมาอย่างยาวนานและแน่นแฟ้น รวมถึงสิทธิประชาธิปไตยของปัจเจกชนที่แบ่งแยกมิได้ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการยึดมั่นและปกป้องรักษาไว้
“ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนแข็งแกร่งของสหรัฐ ทั้งความมั่นคงและความสัมพันธ์เศรษฐกิจ และคนไทยภูมิใจในประวัติศาสตร์การปฏิรูปประชาธิปไตยในประเทศ ดิฉันขอเรียกร้องให้ผู้นำไทยฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน และเคารพหลักการประชาธิปไตยที่เป็นหัวใจของรัฐบาลที่ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างขึ้นมา” นางดักเวิร์ธระบุ
วันเดียวกัน นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณี กลุ่มนักเรียนเชิญชวนแต่งชุดไปรเวตมาโรงเรียนแทนชุดนักเรียนเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมว่า ตนมองว่าชุดนักเรียน จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเห็นชัดเจนว่าใครเป็นนักเรียน เช่น เวลาเดินทางไปไหน ถ้านักเรียนใส่ชุดนักเรียน คนทั่วไปจะสามารถดูแลช่วยเหลือได้ เราไม่ควรให้คนกลุ่มหนึ่งจุดประเด็นหาเรื่องขัดแย้ง ตนมองว่าโรงเรียนสามารถให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวตเข้ามาเรียนได้ แต่นักเรียนต้องนำบัตรประชาชนมาแลกกับบัตรนักเรียน โดยที่โรงเรียนต้องทำป้ายชื่อ นามสกุล และระดับชั้นให้นักเรียนที่แต่งชุดไปรเวตด้วย เพื่อป้องกันบุคคลภายนอกแอบอ้างเป็นนักเรียน เข้ามาในโรงเรียน
“เราไม่ควรไล่ให้นักเรียนที่ต้องการแต่งชุดไปรเวต ไปเรียนที่อื่น หรือเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) แต่โรงเรียนควรคิดวิธีรับมือกับนักเรียนที่ใส่ชุดไปรเวต เช่น ทำบัตรระบุตัวตนให้นักเรียนคล้องคอเหมือนพนักงานออฟฟิศ เป็นต้น ซึ่งภายในโรงเรียน นักเรียนส่วนใหญ่จะแต่งชุดนักเรียนอยู่แล้ว กลุ่มนักเรียนที่แต่งชุดไปรเวต ก็มีจำนวนน้อย เราควรใช้วิธีนำคนกลุ่มใหญ่ชนะคนกลุ่มน้อย ซึ่งจะทำให้นักเรียนที่แต่งชุดไปรเวตละอาย และกลับไปแต่งชุดนักเรียนเช่นเดิม” นายเอกชัยกล่าว
ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ กมธ.เตรียมเชิญ ผบ.ตร., ผบช.น., ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และน.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่มราษฎรมาชี้แจง การที่เชิญกสม. เพื่อสอบถามว่าการชุมนุมที่เอาเด็กมายืนเป็นแถวหน้าละเมิดสิทธิเด็กหรือไม่ อีกทั้งตอนนี้ประชาชนร้องเรียนมาเรื่องความเดือดร้อนการสัญจร ภาคธุรกิจ และมีการทำร้ายประชาชน ทรัพย์สิน และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องนี้เราจะพิจารณาใน วันนั้น
นายสิระกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิ ถูกทำลายทรัพย์สินให้ขึ้นมาสู้ มาต่อต้านกลุ่มคนไม่กี่คนที่ปิดถนนแล้วคนเดือดร้อน ธุรกิจเสียหาย ซึ่งยังสงสัยเลยว่าทำไมต้องไปชุมนุมที่ย่านธุรกิจอย่างราชประสงค์ ห้าแยกลาดพร้าว มีการตบทรัพย์นักธุรกิจย่านนั้นหรือไม่ เพราะเวลามีชุมนุมธุรกิจก็ต้องปิด ประชาชนแถวนั้นเดือดร้อน แบบนี้มีการต่อรองเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ และข้อสังเกตที่สถานที่ดังกล่าวไม่มีเรื่องการเมืองเลย แต่ทำไมไปตรงนั้น หรือต้องการรีดไถเขาหรือไม่ ไปดูดีๆ ว่าการชุมนุมแต่ละครั้งใช้เงินเท่าไร เงินนี้มาจากนักธุรกิจที่เขาไม่อยากให้ปิดถนนหรือไม่เพราะกลิ่นมันตุๆ มาว่าเขาไม่อยากให้ไปชุมนุมตรงนั้นเพื่อจะได้ไปปิดถนน และประชาชนที่เดือดร้อนเวลาเขาตั้งเวทีชุมนุมเราก็ไปไล่เขาดีไหม
นายสิระกล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง เราจะเห็นว่าผู้ชุมนุมทุกวันนี้ไม่ใช่เด็กแล้ว แต่เป็นคนเสื้อแดงที่หวังผลทางการเมืองอย่างเดียว ไม่ได้หวังการปฏิรูปเหมือนที่ว่าเป็นม็อบออร์แกนิก ฉะนั้นวันนี้ขอให้หยุดเสีย อย่าไปตบทรัพย์เขา อยากให้ไปชุมนุมในที่ที่ถูกกฎหมาย และถ้าข้อเรียกร้องถ้ามีเหตุมีผลทางรัฐบาลก็พร้อมเปลี่ยนแปลงให้ แต่ข้อเรียกร้องตอนนี้ที่ให้ปฏิรูปสถาบัน หรือให้นายกฯลาออกจะเป็นไปได้หรือ ถ้าอยากให้นายกฯลาออกก็เอาหลักฐานการทุจริตของนายกฯมาเลย แต่ถ้าไม่มีก็เลิกชุมนุม ส่วนแก้รัฐธรรมนูญเรื่องนี้เราก็กำลังทำให้อยู่
วันเดียวกัน นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล นายกสโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์รูปพร้อมพร้อมความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “วันนี้ผมมีสอบที่มหาวิทยาลัย ผมใส่ชุดไปรเวตเข้าสอบ เห็นนักเรียนปลดแอกแล้ว นิสิตนักศึกษาจะอยู่ในแอกได้อย่างไร ตอนนี้จุฬาฯให้น.ศ.แต่งชุดสุภาพไปเรียน ถ้า อ.วิชานั้นโอเค แต่ก็ดูตลกที่ยังต้องใส่ชุดนิสิตไปสอบ และยังมีไล่จับผิดไม่ใส่ชุดนิสิตอยู่ ผมขอเชิญชวนพวกเรามาใส่ชุดไปรเวตไปสอบกันครับ ให้เป็นเรื่องปกติธรรมดา และจุฬาฯต้องเลิกบังคับชุดนิสิต มีไม่กี่ประเทศแล้วในโลกที่ยังมีการบังคับและมีชุดเครื่องแบบอยู่ นอกจากผม วันนี้มีนิสิตในคณะกว่า 50 คนที่แต่งไปรเวตไปเข้าสอบด้วย #ใส่ไปรเวทไปสอบ”
วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ลงประกาศจากทางโรงเรียนสำรวจความคิดเห็นนักเรียนและบุคลากรต่อการให้นักเรียนแต่งกายด้วยชุดสุภาพตามความสมัครใจในทุกวันศุกร์ โดยงานยุทธศาสตร์การวิจัย โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ในวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. ระหว่างเวลา 08.30-11.00 น. โดยครูประจำชั้นแต่ละห้องจะนำนักเรียนมาตอบแบบสำรวจ ณ คูหาตอบแบบสำรวจ ชั้นล่างอาคารวิทยวิโรฒ
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่สวนสาธารณะ หนองโก เขตเทศบาลตำบลหนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น กลุ่มราษฎร และกลุ่มขอนแก่นพอกันที ร่วมกันจัดเวที ราษฎรขอนแก่น ออนทัวร์ นำโดย นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที และนายภาณุพงษ์ ศรีธนานุวัฒน์ แกนนำกลุ่มดาวดิน มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ ให้ความสนใจมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เมื่อเข้ามาในบริเวณที่จัดกิจกรรมแล้ว ต่างพากันชู 3 นิ้วทุกๆ คน และต่างก็พากันขอถ่ายรูปกับแกนนำ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย
นอกจากนี้ ยังนำภาพของนายกรัฐมนตรี พร้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี และนายสิระ เจนจาคะ พร้อมข้อความว่างานฌาปนกิจ 7 ทรราชมาตั้งไว้ด้วย
นายอรรถพลกล่าวว่า กลุ่มราษฎรขอนแก่นที่ปักหลักชุมนุมทุกวันเสาร์ที่บริเวณอนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จึงมีการหารือกันว่าควรจะขยายพื้นที่ออกไปในอำเภอในจังหวัดขอนแก่นในวันที่ไม่ตรงกับวันเสาร์ จึงเลือกเป็นอำเภอกระนวนเป็นจุดแรก เนื่องจากเป็นอำเภอที่ใหญ่และเป็นอำเภอบ้านเกิดของตน จากนี้ไปก็จะไปที่อำเภออื่นๆ อีก ซึ่งอาจจะออกประกาศแจ้งให้ทราบในกลุ่มราษฎรขอนแก่นและเพจดาวดินสามัญชนและที่เพจขอนแก่นพอกันที โดยย้ำข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อของราษฎรเพื่อให้ทุกคนทำความเข้าใจมากที่สุด