สื่อตั้ง-อนุทิน‘ทินเนอร์’
‘วิษณุ’ไฮเตอร์เซอร์วิส
ตั้นหวีดดับ-บีพังพอร์น

สื่อทำเนียบตั้งฉายา รัฐบาล VERY กู้ นายกฯ ‘ตู่ไม่รู้ล้ม’ป้อม ‘ไม่รู้โรย’ วิษณุ ‘ไฮเตอร์ เซอร์วิส’ ใช้กฎหมายแก้ต่างให้ครม. แต่ชื่อเสียงรัฐบาลสึกกร่อน อนุทิน ‘ทินเนอร์’ มักพูดไม่คิด จุรินทร์ ‘เช้าสายบ่ายเคลม’ มาประชุมสาย ชอบเคลมผลงานด้านดี พุทธิพงษ์ ‘พัง PORN’ ปราบเฟกนิวส์ล้มเหลว แต่เจอต้านหนักหลังปิดเว็บพอร์นฮับ ณัฏฐพล ‘หวีดดับ’ อดีต กปปส.ได้เป็นรมต. แต่ไร้ผลงาน นฤมล ‘แชมป์ไตรกีฬา’ ทั้งวิ่งทั้งปั่นจนได้เป็นรมต. วาทะแห่งปี “ไม่ออก.. แล้วผมทำผิดอะไรหรือ” ของ บิ๊กตู่ นายกฯ ย้อนนักข่าวให้รอดูประชาชนตั้งฉายาสื่อ ‘พรเพชร’ไม่ติดใจ‘หัวตอรอออเดอร์-สภาปรสิต ‘ชวน’ บอกแรงไป

สื่อทำเนียบตั้ง‘ตู่-รัฐบาล’

วันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ถึงการตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรี ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานรัฐบาล โดยปราศจากอคติ โดยมีมติตั้งฉายารัฐบาล รัฐมนตรีและวาทะแห่งปี ประจำปี 2563 ดังนี้ ฉายารัฐบาล: VERY “กู้” การกู้วิกฤตโควิดแม้ดีกว่าหลายรัฐบาลแต่ยังไม่ถึงขั้น very good ขณะเดียวกันต้องกู้เงินสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ มาบรรเทาปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ‘ตู่ไม่รู้ล้ม’ ล้อชื่อยาดองโด่ไม่รู้ล้ม เพื่อสะท้อนนายกฯแม้ประสบอุปสรรค หรือชุมนุมขับไล่ก็ยังยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไป, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ‘ป้อมไม่รู้โรย’ ล้อจากดอกบานไม่รู้โรย เพราะวัย 75 ปี เป็นรองนายกฯควบเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงวลีติดปากที่มักให้สัมภาษณ์ว่าไม่รู้ๆ, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ‘ไฮเตอร์ เซอร์วิส’ ใช้ช่องกฎหมายแก้ปัญหาให้คนในรัฐบาล เปรียบผงซักฟอกขาว แต่ชื่อเสียงของรัฐบาลก็สึกกร่อนไปด้วย

วาทะ‘ไม่ออก-ผมผิดอะไร’

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ‘ทินเนอร์’ เนื่องจากการใช้คำพูดที่ขาดความยั้งคิด ส่งผลลบต่อตัวเองและรัฐบาล ไม่ต่างการสูดดมทินเนอร์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ‘เช้าสายบ่ายเคลม’ มาประชุมสาย นิ่งเงียบเมื่อมีประเด็นที่ส่งผลลบต่อตนเองและพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากเป็นเรื่องดีก็จะรีบเคลมผลงานทันที, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ‘ค้างคลัง’ ออกตัวว่าพร้อมนั่งเก้าอี้รมว.คลัง แต่ยังคงไปไม่ถึงดวงดาว, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ‘ศักดิ์สบายสายเขียว’ ผลักดันรถไฟฟ้าสายสีเขียวและหลายโครงการทั้งที่ขัดแย้งกับหลายหน่วยงาน แต่ได้แรงหนุนจากนายกฯ งานในพรรคก็ไร้กังวล เพราะนายเนวิน ชิดชอบ พี่ชายคอยดูแล

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ‘พังPORN’ สะท้อนการทำงานล้มเหลว ล่าสุด สั่งปิดเว็บปลุกใจเสือป่าชื่อดังจนกระแสต่อต้านบานปลาย, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ‘หวีดดับ’ ภาพลักษณ์ กปปส.ติดตัว ได้ดูแลกระทรวงเกรดเอแต่ไม่มีผลงานโดดเด่น มีเพียงกระแสต้านรายวันจากกลุ่มนักเรียน, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ‘แชมป์ไตรกีฬา’ สะท้อนบุคลิกวิ่งเต้นหาตำแหน่งและปั่นกระแส ส่วนวาทะแห่งปี “ไม่ออก.. แล้วผมทำผิดอะไรหรือ” คำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตอบสื่อมวลชน หลังถูก ผู้ชุมนุมจี้ให้ลาออก (อ่านรายละเอียดหน้า 3)

ป้อมเฉยกับฉายาป้อมไม่รู้โรย

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงฉายาป้อมไม่รู้โรย ที่สื่อทำเนียบตั้งให้ว่า เพิ่งเห็นเมื่อกี้ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมต้องรู้สึกอย่างไร ในเมื่อพวกคุณเป็นคนตั้งให้ผม ผมไม่รู้สึกอะไร ไม่มีเหตุผลว่าชอบหรือไม่ชอบ เพราะทุกวันนี้ก็ทำงานทุกวัน ทำงานให้กับประชาชนและประเทศชาติ รัฐมนตรีทุกคนก็ตั้งใจทำงานให้ส่วนรวม ให้ประเทศชาติและประชาชนอยู่ดีกินดี ให้สบายขึ้น ส่วนนายกฯ ทำงานหนักมาก ทำงานทุกอย่าง แล้วก็ยังมาถูกพวกคุณถามทุกวัน

อนุชายันไม่บั่นทอนรัฐบาล

นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฉายารัฐบาล very กู้ ว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันและการทำงานที่ผ่านมา คิดว่าเนื้องานที่ปรากฏชัดเจนและเห็นเป็นรูปธรรม อีกทั้งสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งยวดต้อง เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อุบัติขึ้น จึงคิดว่าการตั้งฉายาให้รัฐบาลเป็นการสะท้อนของสื่อมวลชนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนก็คงไม่เป็นการไปว่าอะไรกับรัฐบาลมาก เพราะเมื่อกู้มาแล้วก็คงอยากให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างสูงสุดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อาจเป็นความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ด้วยซ้ำไป

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับรัฐมนตรีคนอื่นบ้างหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ยังไม่ได้คุย เพราะเพิ่งทราบฉายาเมื่อช่วงเช้า คิดว่าอาจพูดคุยกันในวันประชุมครม. ส่วนตัวคิดว่าการตั้งฉายาให้รัฐบาลถือว่าไม่มีอะไร เพียงแค่รัฐบาลทำงานให้ประจักษ์และเป็นมรรคเป็นผลให้กับประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องและมีความจำเป็น ทุกรัฐบาลก็ใช้เงินกู้เหมือนกันในช่วงวิกฤต เป็นของธรรมดา เมื่อถามว่าการตั้งฉายาบั่นทอนกำลังใจการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่ได้บั่นทอน และคิดว่าสื่อมวลชนอยากให้กำลังใจรัฐบาลด้วยซ้ำไป

‘ชวน’ชี้ฉายา‘สว.ปรสิต’แรงไป

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงฉายาประธานสภา และฉายาสภาผู้แทนราษฎร ว่า ส่วนตัวไม่ขอวิจารณ์อะไร แต่ครูสมัยนี้เขาไม่ให้ถือไม้เรียว เดี๋ยวจะถูกผู้ปกครองเล่นงาน แต่ยืนยันว่าช่วงหลังๆ สมาชิกรัฐสภาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และลดเวลาในการพูดลงและพูดทั่วถึงกัน

ส่วนการตั้งฉายาวุฒิสภาคิดว่าแรงไปไม่เหมาะที่ใช้คำว่าปรสิต กับสถาบันแบบนี้ จะเหมาทั้งหมดไม่ได้เพราะส.ว. ก็เป็นคนทำงาน ต้องยอมรับเพราะเขามาตามระบบอย่างนี้ แต่จะไปเหมาทั้งหมดไม่ได้ ต้องเห็นใจอกเขาอกเรา รวมทั้งฉายาประธานวุฒิสภาด้วย ตนไม่ได้ปกป้องแต่ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะเขาก็ทำงานได้ตามขอบเขต ถ้าทำเกินไปกว่านั้นก็ไม่สามารถทำได้ แต่วุฒิสภาสมัยนี้แตกต่างจากสมัยก่อน บางคนอภิปรายมากกว่า ส.ส. เพราะฉะนั้นการวิพากษ์วิจารณ์อะไร ไปตั้งสรรพยานามเป็นลบมากๆ คนที่มีมารยาทอาจไม่โต้เถียงหรือยอมรับ แต่ความจริงอกเขาอกเราก็ต้องเห็นใจ เราวิจารณ์การทำงานได้แต่อย่าไปตั้งสรรพยานามที่เป็นลบมากเกินไปเพราะเขาก็เป็นสถาบันหนึ่ง ตนก็ต้องพยายามรักษาภาพพจน์ของสภาไว้ให้ได้ ข้างนอกเป็นอย่างไรก็ตามแต่ข้างในต้องเคารพกฎเกณฑ์ กติกา ต้องเคารพบทบาทของแต่ละฝ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ล่วงล้ำกัน เพียงแต่ว่ามีบางฝ่ายคุมกันไม่ได้ เมื่อคุมไม่ได้ก็มีปัญหา บางครั้งก็สะดุด

พรเพชรไม่ติดใจ‘หัวตอ-ปรสิต’

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงฉายาประธานวุฒิสภาและฉายาวุฒิสภาที่สื่อรัฐสภาตั้งให้ ว่า ส่วนตัวไม่ติดใจและไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาแก้ตัว ถือเป็นกระจกที่สะท้อนการทำงานและไม่ควรไปวิพากษ์วิจารณ์อะไร ส่วนฉายาของวุฒิสภาต้องรอติดตามว่าสมาชิกจะมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง

ส่วนการตั้งฉายาครั้งนี้จะทำให้การทำงานของวุฒิสภาในอนาคตเปลี่ยนแปลงไปหรือ ไม่นั้น นายพรเพชร กล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่ยอมรับว่าเมื่อเห็นฉายาแล้วเดิมตั้งใจจะแถลงข่าวถึงผลงานการทำงานที่ ผ่านมา แต่ตอนนี้ยกเลิกไปก่อน ต้องรอฟัง ข้อเสนอแนะจากสมาชิก

พท.จี้สภาเร่งถกแก้รธน.

ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค แถลงถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า พรรคฝากถึงรัฐบาลและ ส.ส.ฟากรัฐบาลว่าฝ่ายค้านมีความจริงใจเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น ได้ร่วมเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 256 มาโดยตลอด วันนี้แม้จะมีสถานการณ์ โควิด-19 ที่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญช้าออกไปบ้าง แต่หากสามารถจัดการและคัดกรองได้ เมื่อเปิดประชุมสภาก็อยากให้รัฐบาลร่นระยะเวลาลงและเพิ่มวันประชุมให้มากขึ้น วันนี้สื่อตั้งฉายาสภาปรสิต สะท้อนให้เห็นว่าสภาไม่ได้เป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาให้กับประเทศและประชาชนเพื่อให้รัฐสภากลับมาเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

รัฐบาลงัดข้อ-ปมบ่อนระยอง

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส. นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกรณี นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงจี้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กรณีปล่อยให้มีบ่อนการพนันใน จ.ระยอง กลายเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดโควิด-19 นั้น ตนมองว่าเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 อย่างกว้างขวางในจ.ระยอง สิ่งแรกที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำ คือ 1.การควบคุม การตรวจสอบคัดกรองและแยกผู้ติดเชื้อเพื่อกักตัวและรักษา 2.การป้องกันไม่ให้เชื้อระบาดหรือจำกัดให้อยู่ในวงแคบลง 3.การสืบสวนและปราบปรามการ กระทำผิดในพื้นที่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจที่เร่งดำเนินการอยู่

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระยองไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่การออกมาร้องให้นายกฯต้องรับผิดชอบ ดูขัดต่อมารยาททางการเมือง พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเคยพูดถึงมารยาททางการเมืองมาโดยตลอด ดังนั้น จึงขอว่าอย่าพูดอย่างทำอย่าง วันนี้พรรคประชาธิปัตย์มีเจ้าของพื้นที่เป็นรมช.สาธารณสุข ควรจะร่วมกันแก้ไขปัญหาและควบคุมเรื่องของโควิดก่อนเป็นอันดับแรก ขณะเดียวกัน การปราบปรามบ่อนการพนันเป็นความรับผิดชอบของตำรวจ ซึ่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัด ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ หากไม่สามารถควบคุมได้ก็ควรจะต้องพิจารณาตนเอง ไม่ใช่เฉพาะ จ.ระยอง เท่านั้น หมายถึงทุกจังหวัดไม่เว้นแม้แต่จ.นครศรีธรรมราช ในพื้นที่รับผิดชอบของผมเอง” นายสัณหพจน์กล่าว

ที่ผ่านมาเดือนมิ.ย. นพ.บัญญัติเอง เคยตั้งกระทู้ถามต่อสภาถึงการจัดการบ่อนการพนันในพื้นที่ระยอง และหากติดตามข่าวพบว่า ในวันที่ 10 มิ.ย. ดีเอสไอได้ร่วมกับกรมการปกครองและกองทัพเรือเข้าจับกุมบ่อนการพนัน ซึ่งได้นักพนันนับ 100 คนมาแล้ว แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว

พท.จี้ตู่กินกุ้งโชว์

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ครั้งใหม่ที่เกิดจากความล้มเหลวของฝ่ายความมั่นคง ปล่อยให้มีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเถื่อนเข้ามาเป็นจำนวนมาก เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของคนในชาติ ทั้งที่รู้กันว่าเมียนมามีผู้ติดเชื้อไวรัสเป็นจำนวนมาก การระบาดของไวรัสขยายวงกว้างและทำความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดกันว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 2 แสนล้านบาทแล้ว และอาจเพิ่มขึ้นอีก โดยธุรกิจ SMEs จะได้รับผล กระทบมากที่สุด จะปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกมากโดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ด้านอาหารทะเลจะได้ รับผล กระทบอย่างรุนแรง

และการที่รัฐบาลส่งอธิบดีกรมประมงออกมาทานกุ้งโชว์ เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารทะเลที่ผ่านการต้มสุกแล้วจะไม่แพร่เชื้อ แต่แทนที่จะใช้กุ้งจากจ.สมุทรสาคร กลับใช้กุ้งที่มาจากบริษัทใหญ่ โดยมีกล่องโชว์ยี่ห้ออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งตอกย้ำปัญหาการเอื้อนายทุนใหญ่มากกว่าธุรกิจรายย่อย ทั้งๆ ที่มีพ่อค้าขายกุ้งใน จ.สระแก้ว ต้องฆ่าตัวตายเพราะขายกุ้งไม่ได้ และหากรัฐบาลยังไม่อาจสร้างความมั่นใจขนาดพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมกินกุ้งเอง แต่กลับส่งนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ ไปกินกุ้งแทน ยิ่งสร้างความคลางแคลงใจให้ประชาชน

จับตาสหรัฐตัดจีเอสพีไทย

ในวันที่ 30 ธ.ค.จะถึงกำหนดวันที่สหรัฐตัดจีเอสพีไทยเป็นครั้งที่ 2 ในสินค้า 231 รายการ มูลค่ากว่า 25,433 ล้านบาท หลังจากตัดครั้งแรก 531 รายการ มูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท มีผล 25 เม.ย.ที่ผ่านมา แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างสหรัฐกับไทย และจะส่งผลให้การส่งออกไทยที่ติดลบและย่ำแย่อยู่แล้วย่ำแย่มากขึ้นไปอีก อีกทั้งวุฒิสภาสหรัฐยังส่งหนังสือท้วงติงไทยเรื่องต้องเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบ ซึ่งไทยอาจโดนมาตรการด้านอื่นซ้ำเติมอีก เช่น ข้อหาการปั่นค่าเงินบาท ทั้งที่ความจริงคือค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ามากทั้งที่เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ติดลบหนักและการส่งออกก็ติดลบ แต่กลับโดนข้อหานี้ แสดงว่าสหรัฐต้องการแสดงความไม่พอใจกับรัฐบาลไทยใช่หรือไม่

ในภาวะผันผวนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตั้งหลักคิดให้ดี หากยังบริหารจัดการไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกหรือฝืนกระแสโลก เศรษฐกิจไทยที่แย่อยู่แล้วจะไม่ฟื้น อีกทั้งธุรกิจ SMEs จะได้รับผลกระทบมากสุด อยากเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์มาสนใจช่วยเหลือธุรกิจ SMEs มากกว่าที่จะคิดช่วยเจ้าสัวอย่างเดียว เพราะหาก SMEs เจ๊งและปิดกิจการกันมาก จะเกิดการว่างงานมากและเศรษฐกิจไทยจะฟื้นได้ยากหรือไม่ฟื้นเลย

‘ตู่’ให้สื่อรอฟังฉายาจากปชช.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อตั้งฉายา “ตู่ไม่รู้ล้ม” ว่า ขอขอบคุณสื่อต่างๆ ในฉายาที่ตั้งมา ท่านก็สนุกสนานกันไป และทราบว่าประชาชนเขากำลังจะตั้งฉายาสื่อกันอยู่ก็รอฟังแล้วกัน อยากรู้เหมือนกันว่าประชาชนจะตั้งอย่างไรกัน อันนี้คือการรับฟังสองทาง ตนไม่ว่าใครอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ากรณี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เตรียมเดินสายยุติบทบาท นปช.นั้น นายกฯมองอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าเรื่องนี้ตนไม่จำเป็นต้องมองอย่างไร ตนไปเกี่ยวอะไรกับเขา เมื่อถามต่อว่า การ กระทำเช่นนี้จะเป็นส่วนหนึ่งให้เกิดความปรองดองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าทำได้จริงก็ดีอยู่ไม่ใช่หรือ หรือว่าสื่อไม่ชอบ เรื่องเช่นนี้ต้องมาถามนายกฯทั้งหมดหรือ เขาทำความดีก็ให้เขาทำไป ถ้าทำไม่ดีค่อยมาบอกตน หากเขาทำความดีแล้วสำเร็จก็ดีไป เพราะคนที่ได้ไม่ใช่ตนแต่เป็นประเทศชาติเป็นผู้ได้ พวกเราเป็นคนได้ไม่ใช่หรือ ความสงบสุขของบ้านเมือง

ตัดพ้อพูด‘นะจ๊ะ’ก็มีปัญหา

ปัญหาประเทศไทยไม่ใช่โควิดอย่างเดียว มันมีเยอะแยะ เราต้องช่วยแก้ปัญหาวันนี้ด้วยความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันและให้เวลาดำเนินการ ไม่อยากให้ทำให้เกิดความแตกแยกกันต่อไป พอได้แล้ว ไม่ว่าเวทีใดก็ตาม และอย่าเอารัฐบาลไปเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เพราะมีเรื่องที่ตนต้องคิดต้องทำอีกเยอะแยะทุกวัน และไม่ได้ทำเพื่อใครทำ เพื่อพวกเราทั้งนั้น รวมถึงเพื่อตนเองด้วยเพราะก็เป็นประชาชนคนหนึ่งเหมือนกัน ไม่ใช่เป็นนายกฯแล้วไม่เป็นประชาชนคนไทย ทุกคนก็เป็นเหมือนกันหมด มีหน้าที่ของตนก็ทำกันให้ดีแล้วกัน

หลังการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ขอบคุณนะจ๊ะ พูดนะจ๊ะก็มีปัญหา เออก็ดีเหมือนกัน” ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที

ทำเนียบใช้ 7 มาตรการเข้มโควิด

ทั้งนี้ น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผอ.สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งแนวทางปฏิบัติงานของสื่อมวลชนทำเนียบ ช่วงโควิด-19 ระบาด ว่า 1.สื่อมวลชนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือ เว้นระยะห่าง และวัดไข้ ติดสติ๊กเกอร์ประจำวัน 2.การแถลงหลังประชุม ครม.ของนายกฯ งดสื่อเข้าฟัง/ รับชมถ่ายทอดสดผ่าน Live ไทยคู่ฟ้า ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป 3.งดสื่อและช่างภาพบริเวณโดยรอบตึกสันติไมตรี ทั้งทางเชื่อมและประตูทุกประตู 4.หน้าตึกบัญชาการ หากมีการให้สัมภาษณ์ จะจัดราวกั้นเว้นระยะห่างและจัดไมค์สำหรับสื่อ และงดวิ่งรุมถาม ครม.ระหว่างทางเดิน 5.การแถลงมติ ครม.ของคณะโฆษกฯ ที่ตึกนารีฯ ยังดำเนินการตามปกติ แต่จะตั้งเก้าอี้เว้นระยะไว้ 6.บริเวณทางเชื่อมตึกไทยฯ และตึกภักดีฯ จะจัดเตรียมจุดตั้งกล้องในจำนวนที่เหมาะสม พร้อมม้านั่งแบบไม่แออัด และจะถ่ายทอดสดผ่าน Live ไทยคู่ฟ้า 7.สำนักโฆษกจะยังไม่ลดจำนวนการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในทำเนียบ หากทุกท่านร่วมมือกันปฏิบัติตามข้างต้น

เปิดลงคนละครึ่งรอบเก็บตก

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. น.ส.กุลยา ตันติเตมิท รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.อยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลขผู้มาลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่เปิดให้ลงทะเบียนอีก 5 ล้านสิทธิ์ เพื่อรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 3,500 บาท เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้น ได้รับรายงานว่ามีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ ลงทะเบียนไม่ถูกต้อง ประมาณ 10% หรือคิดเป็นจำนวน 4.9 แสนราย ซึ่งจะต้องนำสิทธิ์นี้กลับมาลงทะเบียนใหม่

เมื่อรวมกับผู้ไม่ผ่านสิทธิ์โครงการคนละครึ่งเฟส 1 ที่เปิดลงทะเบียน 10 ล้านราย ที่คงเหลืออีก 4.3 แสนราย ก็จะเป็นยอดสิทธิ์ที่จะเปิดลงทะเบียนรอบเก็บตกทั้งหมด 9.2 แสนราย และต้องรอดูว่าโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่เปิดให้ใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2564 จะมีผู้ใช้สิทธิ์ไม่ทัน 14 วัน หรือ ภายในวันที่ 14 ม.ค. 2564 อีกเป็นจำนวนเท่าใด ก็จะนำไปรวมเพื่อเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ซึ่งคาดว่า จะเปิดให้ลงทะเบียนได้ประมาณ 1 ล้านราย

นางสาวกุลยากล่าวว่า การลงทะเบียนรอบเก็บตกอีกกว่า 1 ล้านราย ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายว่าต้องการให้เปิดลงทะเบียนช่วงใด ไม่ยืนยันว่าจะเป็นวันที่ 15 ม.ค. 2564 เลยหรือไม่ แต่คาดว่าจะไม่ช้า เพราะมาตรการมีผลระยะสั้น 3 เดือน หรือสิ้นสุด 31 มี.ค. 2564 จะต้องเปิดลงทะเบียนเร็ว เพื่อให้ประชาชนใช้จ่ายได้ทัน และเป็นการช่วยกระตุ้นการบริโภคในช่วงต้นปี ตามเป้าหมายรัฐบาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน