วิษณุ-ศักดิ์สยาม
ไม่งอนตั้งฉายา
สื่อหยอกปีละหน

ทำเนียบเข้มป้องกันโควิด ‘บิ๊กตู่’ แถลงผ่านไลฟ์สดมติครม.ไฟเขียวใช้งบ 1.13 หมื่นล้าน ลุยภารกิจสกัดโควิดระลอกใหม่‘วิษณุ’ไม่งอน ฉายาสื่อตั้งให้ บอกเข้าใจแค่หยอกกันปีละหน ‘ศักดิ์สยาม’ขอบคุณที่ไม่ลืมกัน เพื่อไทยชี้วาทะแห่งปี ‘ผมทำผิดอะไร’ สะท้อนภาวะผู้นำ ขาดหลักนิติธรรม เย้ยเป็นรัฐบาล 7 ปียังแก้ปัญหาบ่อน-ค้ามนุษย์ไม่ได้ ทอ.ซัดก้าวไกลโยงปมซื้อดาวเทียม 1.4 พันล้านกับโควิด ยันตั้งงบก่อนระบาดหนัก อ้างใช้ถ่ายภาพทางอากาศบริหารจัดการความมั่นคง

ทำเนียบวุ่น-กลุ่มไม่ขอทานบุก

เวลา 07.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เกิดเหตุชุลมุนตั้งแต่เช้า โดยบริเวณหน้าทำเนียบ ฝั่งสำนักงานก.พ. น.สพ.บูรณ์ อารยะพบ กลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน มาทำกิจกรรมทำจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี และพับเป็นจรวดเพื่อพุ่งเข้าไปในทำเนียบ ให้นายกฯ อ่าน เป็นการประท้วงและติดตามทวงถามความคืบหน้าหลังจากที่เคยยื่นเรื่องร้องเรียน กรณีต้องการนำเงินสมทบชราภาพจากกองทุนประกันสังคม มาใช้ล่วงหน้า 30-50% ให้ผู้ประกันตนนำไปใช้ในภาวะวิกฤตโควิด-19

กระทั่งเวลา 08.00 น. น.สพ.บูรณ์ และกลุ่มข้ามถนนมาถือป้ายประท้วงที่ประตู 1 ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำเนียบต้องรีบปิดประตูรั้วเหล็ก จนเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของขบวนรถครม. ทราบว่าจะต้องเปลี่ยนเส้นทางเข้าทำเนียบเพื่อประชุมครม. โดยใช้ทางเข้าด้านประตูอรทัยแทน ขณะที่ น.สพ.บูรณ์นำกลุ่มเคลื่อนตัวด้วยการเดินเท้าจาก ถ.นครปฐม หน้าทำเนียบ ไปประตู 5 และพยายามนำบัตรประชาชนขอแลกเข้าไปรอ นายกฯ แต่ตำรวจที่ดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ยอม ทำให้มีการยื้อและเกิดความชุลมุน ตำรวจพยายามนำตัวมวลชนขึ้นรถตำรวจแต่ผู้ถูกจับก็กระโดดลงมา

ประท้วงหน้ายูเอ็น

ต่อมาผู้ชุมนุม เดินทางไปหน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ และหมอบูรณ์ ได้ทำอารยขัดขืน ด้วยการถอดกางเกงเหลือเพียงชุดชั้นในชาย เพื่อประท้วงองค์การ ILO หรือ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ที่มีหนังสือมาเตือนสำนักงานประกันสังคม เรื่องการขอใช้เงินสมทบชราภาพก่อนกำหนด เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเจรจาให้เดินทางกลับ หรือมาปักหลักที่บริเวณถ.นครปฐม เช่นเดิม

ซีฟู้ด – เมนูอาหารที่ทำจากวัตถุดิบจากทะเล ทั้งปลาหมึก และกุ้ง ปรุงเสิร์ฟ มื้อกลางวัน เลี้ยงคณะรัฐมนตรีหลังประชุมครม.เสร็จ สร้างความเชื่อมั่นว่ากินได้ปลอดภัยไร้เชื้อ แต่ต้องปรุงสุกทั่ว เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล

เข้มมาตรการป้องกันโควิด

ทั้งนี้ ก่อนการประชุมครม. สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกมาตรการการทำงานของสื่อมวลชน โดยให้เน้นการสวมหน้ากากอนามัย เน้นระยะห่าง และวัดไข้ ติดสติ๊กเกอร์ประจำวัน โดยหน้าตึกบัญชาการ 1 ซึ่งจะมีรัฐมนตรีแวะเวียนมาที่ตึกก่อนเข้าประชุมครม. ได้จัดราวกั้นเว้นระยะห่างและจัดไมค์สำหรับสื่อไว้ถาม เพื่อป้องกันการรุมถามรัฐมนตรี นอกจากนี้ การแถลงหลังประชุม ครม. ของนายกฯ ได้งดสื่อเข้าฟัง และให้รับชมถ่ายทอดสดผ่าน Live ไทยคู่ฟ้า ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. เป็นต้นไป

ตู่สั่งครม.ทำงานเชิงรุก

เวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม แถลงหลังครม.ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ว่า วันนี้ไม่มีการสัมภาษณ์โดยตรงจากสื่อ แต่อยากเล่าให้ฟังว่าครม.นัดสุดท้ายของปีนี้ นายกฯ วางแนวทางการดำเนินงานวันข้างหน้าอย่างไร ตนขอร้องและขอความร่วมมือจาก ครม.ทั้งคณะในการทำงาน เราบังคับใครไม่ได้มากนักแต่ต้องพัฒนาให้สอดคล้องกฎหมาย กติกาต่างๆ ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา อาจเรียกได้ว่าทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาทีก็ได้ เราไม่สามารถไปบังคับสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ได้เลย ฉะนั้นสิ่งที่ทำได้คือต้องทำตัวเองให้พร้อม รับกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ตลอดเวลา ทั้งวันนี้และวันหน้า

จึงฝาก ครม.ทุกคนให้ทำงานเชิงรุก บูรณาการกันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องทำงานร่วมกันหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน เพราะเราไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยลำพังเพียงหน่วยเดียวเท่านั้น หลักการสำคัญต้องยึดหลักโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้เสมอ ต้องฟันฝ่าต่อสู้ไปด้วยกันทั้ง ครม. รัฐบาลและประชาชนทุกภาคส่วน เราต้องเดินหน้าไปด้วยกันที่เรียกว่า รวมไทยสร้างชาติ และตรวจสอบได้เสมอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงผ่านไลฟ์สดผ่านเพจไทยคู่ฟ้า โดยไม่มีสื่อมวลชนอยู่ในห้องแถลงครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้เจ้าหน้าที่เปิดเพลงศรัทธา ของวงหิน เหล็ก ไฟ พร้อมมีมิวสิควิดีโอการทำงานของรัฐบาลประกอบเพลงไปด้วย เพื่อให้เห็นการทำงานที่ผ่านมา

ป้อมนำครม.อวยพรปีใหม่นายกฯ

เวลา 14.00 น. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมครม. ว่า ก่อนประชุม พล.อ. ประวิตร เป็นตัวแทนครม.มอบกระเช้าดอกไม้ และกล่าวอวยพรปีใหม่แก่นายกฯ โดยอวยพรให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปลอดโรคและปลอดภัย ครม.เป็นกำลังใจให้นายกฯ ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยและประเทศชาติต่อไป ซึ่งนายกฯ ได้อวยพร พร้อมขอบคุณครม.ที่ช่วยกันทำงานเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ก่อนประชุมมีการเปิดวีดีทัศน์เชิญชวนคนไทยสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ผ่านโทรทัศน์ โดยจะถ่ายทอดสดผ่านช่อง 5, 7, 11 และไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กของวัดที่จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี โดยนายกฯ ขอให้ประชาชนอยู่บ้านสวดมนต์ออนไลน์กัน และช่วงเบรกพักการประชุม มีการเปิดเพลงคนดีไม่มีวันตาย เพลงศรัทธา และเพลงรักเธอไม่มีวันหยุด

ครม.ทุ่มกว่าหมื่นล้านแก้โควิด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า เพื่อให้การดำเนินการป้องกันโควิด-19 มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติทั้งเรื่องบุคลากร เครื่องมือแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ครม.อนุมัติโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ภายใต้พ.ร.ก.เงินกู้ จำนวน 10 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 1.13 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้

(1.) กลุ่มเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรค วงเงินงบประมาณรวม 4.33 พันล้านบาท 5 โครงการ 1.โครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชยและเสี่ยงภัย สำหรับการปฏิบัติงานของ อสม. ในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุม โควิด-19 ในชุมชน จำนวน 1.05 ล้านคน ระยะเวลา 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.64) ผู้รับผิดชอบโครงการคือ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ วงเงิน 1.57 พันล้านบาท 2.โครงการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข เพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินจากการระบาดของ โควิด-19 ผู้รับผิดชอบโครงการคือ กรมควบคุมโรค วงเงิน 419.84 ล้านบาท 3.โครงการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ยารักษาโรค วัคซีนและห้องปฏิบัติการ ผู้รับผิดชอบโครงการคือ กรมควบคุมโรค วงเงิน 503.89 ล้านบาท 4.แผนเร่งรัดการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 สำหรับประชาชนชาวไทย รับผิดชอบโครงการคือ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ วงเงิน 1.81 พันล้านบาท 5.โครงการพัฒนาห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ 3 รองรับการเป็นเครือข่ายห้องปฏิบัติการวินิจฉัยการติดเชื้อโรคโควิด-19 โรคอุบัติใหม่ และเชื้อโรคระบาดอื่นๆ ในเขตภาคเหนือ ผู้รับผิดชอบโครงการ คือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วงเงิน 24 ล้านบาท

กระจายงบ3กลุ่ม

(2.) กลุ่มรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อ วงเงินรวม 6.96 พันล้านบาท ประกอบด้วย 3 โครงการ 1.โครงการพัฒนาศักยภาพระบบบริการสุขภาพ รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ของหน่วยงานส่วนภูมิภาค ผู้รับผิดชอบโครงการ สำนักงานปลัด กระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 2.037 พันล้านบาท 2.โครงการจัดหายาและวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของหน่วยบริการสุขภาพ ผู้รับผิดชอบโครงการ สำนักงานปลัด กระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 1.92 พันล้านบาท 3.โครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้รับผิดชอบโครงการคือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ วงเงิน 2.99 พันล้านบาท

(3.) กลุ่มสนับสนุน วงเงินรวม 27.2 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 โครงการ คือ 1.โครงการจัดซื้อ จัดหาเครื่องมือตรวจสอบระบบการแพร่กระจายเชื้อในห้องแยกโรค และอุปกรณ์การคัดกรองโรคโควิด-19 ผู้รับผิดชอบโครงการ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ วงเงิน 17 ล้านบาท 2.โครงการพัฒนาระบบปกติใหม่ ของการบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ วงเงิน 9.7 ล้านบาท

รัฐบาลได้เตรียมงบไว้เพียงพอต่อการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 โดยทุกโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ได้ มีการรายงานความก้าวหน้าการใช้จ่ายเงิน รวมถึงปัญหาและอุปสรรค ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

วิษณุไม่งอนฉายาไฮเตอร์ฯ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อที่ว่า งอนหรือไม่ที่ถูกตั้งฉายา “ไฮเตอร์ เซอร์วิส” ว่า ไม่งอน ตนอยู่ที่นี่มา 30 ปี เจอฉายาทุกปี ก็ถือว่าเป็นการหยอกล้อกันเล่น สนุกๆ เป็นประเพณีปีละหน เคยอ่านอิเหนาหรือเปล่า อิเหนากระเซ้าเย้าแหย่ อิเหนาก็บอกว่า เพราะพี่รักดอกจึงหยอกเล่น เพื่อให้เป็นประเพณีเสน่หา ไม่รู้เลยว่าเจ้าจะโกรธา รู้กระนี้พี่ยาจะหยอกไย เพราะฉะนั้นผู้สื่อข่าวก็คงอยากพูดแบบเดียวกัน ตนก็อยากจะพูดอย่างเดียวกัน ดังนั้น ปีหน้าตั้งใหม่ เมื่อถามว่าจะตั้งให้สื่อบ้างหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องอะไรจะไปต่อปากต่อคำ ตนไม่รู้จักสื่อมากพอ

‘ศักดิ์สยาม’ขอบคุณที่ไม่ลืมกัน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงฉายา “ศักดิ์สบายสายเขียว” ว่า รับทราบฉายาดังกล่าวแล้ว ไม่ได้รู้สึกโกรธ และขอบคุณที่ไม่ลืมกัน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2564 ว่า ขอให้มีความสุขและความสำเร็จทุกคน มีสุขภาพแข็งแรงตลอดปีใหม่และตลอดไป เมื่อถามว่า ปีใหม่นี้รัฐบาลจะทำอะไรให้ประชาชนมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ก็ทำมาตลอด เราทำให้ประชาชนและประเทศชาติมาตลอด เมื่อถามว่าแล้วตัว พล.อ.ประวิตรเองจะทำอะไร พล.อ.ประวิตรกล่าวติดตลกว่า “ไม่ไหวแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำต่อในปีหน้า เพราะยังไม่จบ”

ภูมิธรรมจี้เปลี่ยนตัวผู้นำ

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “แล้วผมทำผิดอะไรหรือ” วาทะแห่งปี 2563 ของนายกฯ สะท้อนวุฒิภาวะผู้นำรัฐบาล ปี 2563 ปีแห่งความเสื่อมทรุดของผู้นำรัฐบาล ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตเราได้เห็นวุฒิภาวะของผู้นำรัฐบาลที่อ่อนด้อยต่อการจัดการปัญหาชัดเจนมากขึ้น ขาดวิสัยทัศน์ทั้งทางเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนสังคม บริหารแบบไร้การบริหาร ปัดปัญหาไปให้พ้นตัว โทษหรือโยนความผิดความล้มเหลวต่างๆ ไปให้ประชาชน ไม่เคยสร้างความหวังใดๆ ให้ประชาชน เป็นผู้นำทางการเมืองที่ขาดหลักนิติธรรม เป็นนายกฯ ที่สะท้อนถึงภาวะกลวง ไม่เคยตระหนักรู้ว่าตนเองเป็นปัจจัยลบที่ทำให้สังคมไทยยากแก่การฟื้นตัว

ปี 2564 เป็นปีแห่งการเผชิญหน้า เปลี่ยนแปลง ความขัดแย้งทุกมิติจะยิ่งปะทุและลุกลาม การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่น่าจะมีแนวโน้มเกิดขึ้น เพราะข้อสรุปปัจจุบันค่อนข้างชัดเจนว่านายกฯ คนนี้ คือต้นทางของปัญหาทั้งปวง การเปลี่ยนตัวนายกฯ และการแก้ไขกติกาที่หยุดยั้งการสืบต่ออำนาจของผู้นำชุดนี้ ถือเป็นก้าวตั้งต้นสำคัญในการออกจากวิกฤต นายกฯประยุทธ์ ยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญของการจัดการวิกฤตประเทศ

พท.จี้แก้บ่อนพนัน-ค้ามนุษย์

เวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า มาตรฐานการคัดกรองของรัฐบาลกรณีบ่อนการพนันใน จ.ระยอง ตำรวจไม่รู้ ฝ่ายปกครองไม่เห็น แต่กระทรวงสาธารณสุขรู้ กูเกิ้ลแม็ปนำทางไปบ่อนถูก และเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ยุครัฐบาลประยุทธ์ บริหาร 7 ปี มีปัญหาธุรกิจ สีเทา สีดำที่แก้ไม่ตก ทั้งกระบวนการค้ามนุษย์ การลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ปัญหาบ่อนพนันที่เป็นข่าวเป็นระยะ ส่วนใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ ปัญหาบ่อนที่ระยองตั้งแต่โควิดรอบแรกและบุกทลายบ่อนการพนันที่มาบตาพุด จนมาธ.ค. ยังมีบ่อนเกิดขึ้นอยู่ และเป็นแหล่งแพร่โควิด รัฐบาลจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และไม่ได้มีหน้าที่ตำหนิคนชี้เบาะแสหรือจี้ให้แสดงความรับ ผิดชอบ ประชาชนไม่ได้การ์ตก แต่เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้ยกการ์ดขึ้นมาตั้งแต่ต้น มาตรการหละหลวม ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องใช้โอกาสนี้กวาดล้าง ปราบปรามบ่อนการพนันทั้งประเทศ จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว นอกจากป้องกันโควิด-19 แล้ว ยังจัดระเบียบให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

ทอ.แจงซื้อดาวเทียม 1.4 พันล.

แหล่งข่าวจากทอ. เผยกรณีมีส.ส.ก้าวไกล โพสต์ทวิตเตอร์โจมตีทอ. ถึงจัดซื้อดาวเทียม 2 ดวง พร้อมสถานีภาคพื้นงบประมาณ 1.4 พันล้านบาทในช่วงเศรษฐกิจไทยกำลังย่ำแย่เพราะโควิด-19 ระบาด ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่องระยะยาว มีแผนการดำเนินโครงการประมาณ 3-4 ปี ไม่ได้เป็นการจัดซื้อแบบจ่ายครั้งเดียว แต่ทยอยจ่ายตามแผนโครงการ อีกทั้งโครงการผ่านการพิจารณาที่ประชุมสภาผู้แทนฯ รวมถึงชั้นกมธ.งบประมาณที่มีส.ส.ก้าวไกลร่วมเป็นกมธ. จนออกมาเป็นกฎหมาย ซึ่งให้ผ่าน ไม่ได้ทักท้วงหรือโต้แย้งอะไร โดยเป็นงบประมาณของปีที่แล้วก่อนจะมีการแพร่หนักของโควิด-19 และก่อนประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจ แต่มีการโยงเรื่องเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ช่วงนี้

โครงการจัดซื้อดาวเทียม 2 ดวง พร้อมสถานีภาคพื้นเป็นไปตามแผนการพัฒนาอวกาศของทอ. ที่เป็นแผนพัฒนาระยะยาว เมื่อโครงการผ่านการพิจารณาของสภาแล้ว ปีนี้ก็เป็นขั้นตอนของการจัดหาบริษัทเข้ามาดำเนินการ ที่ผ่านมาทอ.ได้ดำเนินการจัดส่ง ดาวเทียมนภา-1 ดาวเทียมขนาดเล็กขึ้นไปบนอวกาศแล้ว ครั้งนี้จึงพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้สามารถบังคับดาวเทียมบินลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศในพื้นที่ที่เราต้องการ และศึกษาพื้นที่ของประเทศได้ เมื่อก่อนทอ.ต้องใช้เครื่องบินบินลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ และต้องซื้อภาพถ่ายจากดาวเทียมของต่างประเทศ ทำให้ต่างประเทศทราบข้อมูลว่าเรากำลังทำอะไร การที่ไทยมีดาวเทียมเป็นของตนเองสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากมาย ถือเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นการบริหารจัดการด้านความมั่นคง โดยดาวเทียมทั้ง 2 ดวงจะเป็นของทอ.ไทย

ส่วนสาเหตุที่ต้องมี 2 ดวงนั้น เนื่องจากดาวเทียมโคจรไม่อยู่กับที่ หากมีดวงเดียวการโคจรผ่านไทยนั้นจะเป็นไปได้ในระยะเวลาอันสั้น ทั้ง 2 ดวงจะถูกยิงขึ้นสู่อวกาศพร้อมกัน งบฯที่นำไปจัดซื้อก็เพื่อป้องกันประเทศ หากเทียบกับงบรายจ่ายประจำปีของทั้งประเทศถือว่าไม่ได้เป็นการใช้เงินจำนวนมาก และข้อมูลที่พรรคก้าวไกลนำมาเปิดเผยนี้ก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร เพียงแต่เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ค่อยรับทราบ และยืนยันว่าทอ.ไม่ได้มีความลับ การจัดซื้อโครงการต่างๆ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์และเพจของทอ.

‘เอนก’รวย 200 ล้าน

สำนักงานป.ป.ช. เผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาฯ กรณีเข้ารับตำแหน่ง 12 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนายเอนก และ พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คู่สมรส แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 203,074,468 บาท หนี้สิน 3,095,998 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 199,978,470 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่คือที่ดิน 64 รายการทั้งที่เชียงราย ลำปาง ประจวบฯ มุกดาหาร น่าน นครพนม กระบี่ ทรัพย์สินอื่น มูลค่า 24,645,600 บาท ที่น่าสนใจ อาทิ นาฬิกา 73 รายการ พระเครื่องกรอบทอง และสร้อยคอทองคำ 110 รายการ แหวนประดับอัญมณี 90 รายการ เครื่องประดับ 44 รายการ พระเครื่องและพระพุทธรูป 41 รายการ หนี้สินส่วนใหญ่เป็นเงินกู้จากธนาคาร

สั่งจำคุก‘ไพร พัฒโน’2ปี

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีและโฆษกสำนักงานอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 เผยว่า วันนี้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 มีคำพิพากษาคดี คดีหมายเลขแดงที่ อท 58/2563 ที่พนักงานอัยการคดีปราบปรามทุจริตฯ ภาค 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายไพร พัฒโน จำเลย ขณะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ กรณีออกคำสั่งอนุมัติเบิกจ่ายเงินนำเงินสะสม 20,000,000 บาท ของเทศบาลนครหาดใหญ่ มอบให้มูลนิธิไปสร้างวัตถุมงคลหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และกรณีออกคำสั่งให้มูลนิธิ จ่ายเงินให้ นายจักรกฤษณ์ ทวนทอง ฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการจัดสร้างวัตถุมงคลฯ รุ่น “มงคลมหาราช” 3,373,300 บาท และกรณีอนุมัติเบิกจ่ายเงินที่ได้จากการจำหน่ายวัตถุมงคลฯ 7,500,000 บาท ของเทศบาลนครหาดใหญ่ ให้ นายสุรพันธุ์ อติชาตนันท์ ผู้จัดการโรงงานพัฒนช่าง เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างเพิ่มเติม โดยไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ คดีนี้ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาแก่จำเลย ต่อมาอัยการสูงสุดมีคำสั่งรับดำเนินคดีอาญา มาตรา 151,157 อันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทรวมทั้งหมด 7 กรรม โดยศาลฯ มีคำพิพากษาวันนี้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก คู่ความมีสิทธิยื่นโต้แย้งหรืออุทธรณ์ ได้ทั้งสองฝ่าย ภายใน 1 เดือน ส่วนอัยการฯภาค 9 อัยการเจ้าของสำนวนจะทำความเห็นเสนอผ่านไปยังอัยการสูงสุดต่อไปว่าควรโต้แย้งคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ต่อไปหรือไม่

โอนเงินบัตรคนจน

เมื่อ 29 ธ.ค. นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลัง ดำเนินโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2 โดยเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน ให้เป็นค่าซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคที่จำเป็น จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) จำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลาเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค. 2564 ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการเดิมที่สิ้นสุดธ.ค. 2563 กรมบัญชีกลางเตรียมความพร้อมการเพิ่มวงเงินดังกล่าว โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับ (300+500) รวมเป็น 800 บาท/เดือน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับ (200+500) รวมเป็น 700 บาท/เดือน

ประท้วง – น.สพ.บูรณ์ อารยพล พร้อมกลุ่มขอคืนไม่ใช่ขอทาน จัดกิจกรรมนอนรอขอพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนจะเดินเท้าพยายามเข้าไปในทำเนียบ แต่ถูกตำรวจขัดขวางสกัดล็อกตัว จนเกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อย เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน