ปส.บุกจับใหญ่7คน
ยึดทรัพย์อื้อ35ล้าน
รวบอีก2ที่ภาคเหนือ
ลอบขนยาบ้า7ล.เม็ด
ลำเลียงจากชายแดน
จับแก๊งยาเสพติดรายใหญ่ภาคตะวันออก เครือข่าย ‘กุ๊กระยอง’ ผู้ต้องหา 7 คนพร้อมยาบ้า ยาเค ยาอี ปืนเอ็ม 16 ยึดทรัพย์ทั้งเงินสด รถยนต์ จยย. ทองคำ รวมมูลค่า 35 ล้านบาท แฉเปิดธุรกิจบังหน้าหลายอย่าง ทั้งเป็นเจ้าของสถานบันเทิง ไปถึงรับเป็นเจ้ามือพนันออนไลน์ ตร.ปส.ยังจับรายใหญ่อีก 2 คดี ที่เชียงราย เชียงใหม่ ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 7 ล้านเม็ด
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรมศุลกากร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมแถลงจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 3 คดี ผู้ต้องหา 9 คน ของกลางยาบ้ารวม 7,224,000 เม็ด และตรวจยึดทรัพย์สิน 35 ล้านบาท
โดยคดีที่ 1 ตำรวจกก.2 ปส. 3 ทหาร และป.ป.ส. ร่วมจับกุมนายศตวรรษ แสงซอน อายุ 20 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 4,000,000 เม็ด รถกระบะทะเบียน 6 กง 8186 กทม. โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แจ้งข้อหาร่วมกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมได้ที่ทางหลวงชนบทหมายเลข 109 บ้านแม่ตาช้าง ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากมาจากประเทศเพื่อนบ้าน มาเก็บพักคอยไว้ในพื้นที่ตามแนวชายแดน จ.เชียงราย เพื่อลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มเครือข่าย ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบรถกระบะของผู้ต้องหาบรรทุกลังกระดาษขนาดใหญ่จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ติดตามอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ต้องหาพยายามขับรถหลบหนี ก่อนเสียหลักตกข้างทาง จึงจับกุมตัวนายศตวรรษคนขับรถได้พร้อมของกลางดังกล่าว
คดีที่ 2 ตำรวจ กก.2 ปส.3 ทหาร และป.ป.ส. ร่วมจับกุมนายณัฐวุฒิ ฉิมเช้า อายุ 31 ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 3,000,000 เม็ด รถกระบะทะเบียน ผษ 9619 เชียงใหม่ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมได้ที่ถนนทางหลวงหมายเลข 107 ต.สันมหาพน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดเตรียมลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากมาเก็บพักคอยที่หมู่บ้านลีซอ อ.แม่แตง เพื่อลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จนกระทั่งพบรถกระบะเป้าหมายขับในลักษณะวนกลับไปกลับมา บริเวณถนนทางหลวงสายแม่ริม-แม่แตง อย่างมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงสกัดรถคันดังกล่าว ตรวจสอบพบของกลางยาบ้า 3,000,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ที่ท้ายกระบะมีผ้าคลุมสีดำคลุมปิดไว้
ส่วนคดีที่ 3 ตำรวจ บก.ปส.2 ป.ป.ส.ภาค 2 และ บก.ทท.1 ร่วมกันจับกุมนายอรรคเดช เสนาะ อายุ 23 ปี, นายธันวา อรุณ อายุ 22 ปี, นายสรกฤช สนธิ์ศิริ อายุ 34 ปี, น.ส.มนุษยา เยาวรัตน์ อายุ 31 ปี, นายอนุวัฒน์ สนธิ์ศิริ อายุ 37 ปี, น.ส.อัจฉรา แนมนิล อายุ 35 ปี และนายคชาภรณ์ ว่องวิโรจน์สกุล อายุ 27 ปี ของกลางยาบ้า 224,000 เม็ด, เคตามีนหนัก 1 กรัม, ยาอี 5 เม็ด, รถยนต์ 7 คัน, รถจักรยานยนต์ 4 คัน, ปืนขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก ยึดเงินสด 3.8 ล้าน ทองคำรูปพรรณ ทองคำแท่ง และทรัพย์สินอื่นๆ รวม 67 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินตรวจยึด 35 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เอ็กส์ตาซี) และยาเสพติดให้โทษต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 229/37 หมู่ 6 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง โดยก่อนจับกุมคดีนี้ ตำรวจสืบสวนขยายผลนักค้ายาเสพติดรายสำคัญเครือข่าย กุ๊กระยอง กระทั่งสามารถจับกุมนายอัครเดช นายธันวา และนายสรกฤชได้ พร้อมของกลางยาบ้า 224,000 เม็ด ก่อนขยายผลจับกุม เครือข่ายทั้งหมด ซึ่งเป็นบุคคลในเครือข่าย กุ๊กระยอง
พล.ต.ท.มนตรี ผบช.ปส. กล่าวว่าเครือข่ายกุ๊กระยอง เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออก กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดติดตามจับกุมมานานหลายปีแล้ว โดยผู้ต้องหาทั้ง 7 คน นับเป็นตัวการสำคัญในการรับและกระจายยาเสพติดในพื้นที่ภาคตะวันออก ยืนยันว่าที่จับกุมได้ทั้ง 7 คน แม้จะเป็นตัวการสำคัญ แต่ก็เป็นเพียงส่วนเดียว ยังมีผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนี และผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่ม ผู้ต้องหาอีกที่ต้องขยายผลสืบสวนจับกุมต่อ ส่วนอาวุธปืนที่ตรวจพบ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นอาวุธที่กลุ่มใช้ไว้ป้องกันตัวในช่วงที่ต้องนำยาเสพติดไปส่งให้กับเครือข่ายตามพื้นที่ต่างๆ หลังจากนี้ต้องขยายผลต่อไปด้วยว่า ได้นำไปใช้ก่อคดีอาชญากรรมใดมาก่อนหรือไม่ เพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงจับกุม พล.ต.ท.ชินภัทร เข้าสอบปากคำนายสรกฤช สนธิ์ศิริ หรือกุ๊ก ผู้ต้องหาหนึ่งในตัวการสำคัญของเครือข่ายกุ๊กระยอง และเปิดเผยภายหลังสอบปากคำว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้รับยาเสพติด และจำหน่ายยาให้กับผู้ค้ายารายย่อยในพื้นที่ภาคตะวันออก ก่อนหน้านี้เคยถูกจับกุมและรับโทษในเรือนจำ ในคดียาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อออกมาก็กลับมาค้ายาเสพติดแบบเดิม
ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวว่าในครั้งนี้ยังเปิดธุรกิจบังหน้าหลายอย่าง เช่น เป็นเจ้าของสถานบันเทิง ไปถึงรับเป็นเจ้ามือพนันออนไลน์ หลังจากนี้ฝ่ายสอบสวนจะขยายผลดำเนินคดีต่อ ส่วนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิดนั้น ได้รับคำสั่งให้เพิ่มความเข้มในการตั้งด่านตรวจ และสกัดจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ไปพร้อมๆ กับการใช้กำลังตรวจตราผู้ที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติโดยผิดกฎหมาย หากพบว่าผู้ต้องหารายใดเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ก็จะขยายผลดำเนินคดีทุกรายด้วย