ตู่-หนูโร่แก้แทนพัลวัน
หลังหมอทวีศิลป์แถลง
ฮือขอ-ล้นอำเภอสีแดง
‘ใบเดินทาง’ไปนอกจว.
ทำวุ่นเสียเอง โฆษกศบค.แถลง 5 จังหวัดควบคุมสูงสุด ประชาชน ต้องโหลดแอพ ‘หมอชนะ’ถ้าไม่ทำ ถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษ จำคุก 2 ปีปรับ 4 หมื่น ก่อนจะถอยกรูดหลังโดนด่าเปิง ด้าน‘อนุทิน’รีบโพสต์สวน ยันไม่มีถึงขั้นลงโทษ ถ้าไม่มีมือถือก็ให้ใช้เอกสารแทนได้ ขณะที่‘บิ๊กตู่’ก็อ้ำอึ้งสุดท้ายถามสื่อว่าเขียนถึงเรื่องนี้ทำไม โกลาหลพื้นที่สีแดง ประชาชนแห่ขอใบเดินทางออกนอกพื้นที่แน่นอำเภอ ด้านโฆษกมหาดไทยยันขอได้ที่ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมเตรียมขยายอายุใช้งานเป็น 7 วันแล้วค่อยขอใหม่
ไม่โหลดแอพฯหมอชนะ-ผิดกม.
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 7 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. ได้ออกข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 17 ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังโรค โดยยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรคให้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งการรักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ การวัดอุณหภูมิร่างกาย การติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่กำหนด ตลอดจนยอมรับการกักตัวตามระยะเวลาและสถานที่ที่กำหนด หากอยู่ในข่ายที่ต้องกักตัว รวมถึงสนับสนุนให้ใช้แอพพลิเคชั่นหมอชนะ ควบคู่กับการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ ซึ่งมาตรการตรงนี้อาจเข้มข้นมากขึ้น
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้หารือกันว่า ต่อไปใครติดเชื้อโควิด-19 ถ้าตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีการติดตั้งแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” จะถือว่าละเมิดข้อกฎหมายตามประกาศฉบับที่ 17 นี่คือสิ่งที่เราจะค่อยๆ เข้มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบและควบคุมการใช้เส้นทางคมนาคม เข้าและออกพื้นที่ ให้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อคัดกรองการเดินทางเข้าและออกพื้นที่ และให้ผู้อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสุงสูดต้องติดตั้งและใช้ระบบแอพพลิเคชั่นหมอชนะ
สำหรับบุคลที่จะประสงค์จะเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดต้องแสดงเหตุผลจำเป็น โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนควบคู่กับเอกสารรับรองความจำเป็นที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ เว้นแต่เป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ศบค.มท.กำหนด ยืนยันการตั้งจุดตรวจตามเส้นทางต่างๆ ไม่ใช่การปิดกั้นการสัญจรทั้งหมด แต่เป็นการสร้างความไม่สะดวกเพื่อให้ประชาชนเดินทางลดลง
สั่งตั้งด่านสกัดเข้มพื้นที่ควบคุม
โฆษกศบค.กล่าวต่อว่าขณะที่ผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทาง หรือข้อมูลเท็จต่อเจ้าหน้าที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนโรคเป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไปอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ นอกจากนี้ ให้ ศปม.กวดขันเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ตอนนี้ต้องขอความร่วมมือและความเข้าใจจากทุกคนว่าตอนนี้มีโทษแรงกว่าเดิม อีกทั้งสนับสนุนให้สร้างการมีส่วนร่วมการตรวจสอบของประชาชนที่หากพบเบาะแสแจ้งมา เพราะตอนนี้ละเว้นไม่ได้แล้ว ตัวเลขผู้ติดเชื้อของเราเฉียดๆ หมื่นแล้ว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หลังจากมีประกาศ ดังกล่าวออกมา ทาง ศบค.มท.ได้มีหนังสือไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด และปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ตั้งด่านสกัดการเดินทางเข้าและออกพื้นที่ทั้งเส้นทางข้ามจังหวัดสายหลักและสายรองตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อลดปริมาณการเดินทาง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนงดเดินทางข้ามเขตจังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ เข้ารับการตรวจคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค และในพื้นที่ 5 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดต้องมีข้อปฏิบัติ ดังนี้ ต้องตรวจวัดอุณภูมิ สังเกตอาการผู้เดินทาง สอบถามความจำเป็นและสถานที่ปลายทาง ตรวจสอบการติดตั้งแอพพลิเคชั่นหมอชนะของผู้เดินทาง ตรวจสอบเอกสารรับรองความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ และบันทึกข้อมูลการเดินทาง
ส่วน 23 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ต้องปฏิบัติเหมือนกับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพียงแต่ลดเรื่องเอกสารรับรองความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่อีก 49 จังหวัด ต้องปฏิบัติ 2 ข้อคือ ต้องตรวจวัด อุณหภูมิ สังเกตอาการผู้เดินทาง และสอบถามความจำเป็นในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามาตรการเป็นสิ่งที่จะทำให้ยุ่งยากมากขึ้น แต่ไม่หนักถึงขั้นห้ามเดินทาง
มีแอพฯไม่ผิด-ป่วยได้รักษาฟรี
นอกจากนี้ ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบ เจ้าของกิจการ ออกมาตรการให้พนักงานทำงานที่บ้าน เพื่อจะช่วยลดการเดินทางที่เท่ากับการลดโรค ย้ำว่าถ้าป่วยแล้วมีแอพพลิเคชั่นไทยชนะถือว่าไม่มีความผิด รักษาฟรี แต่ถ้าป่วยแล้วไม่มีแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะสร้างความยุ่งยากในการสอบสวนโรค ต่อไปก็จะมีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อถามถึงกรณีต้องเปิดเผยไทม์ไลน์ผู้ป่วยนั้นจำเป็นหรือไม่ โฆษกศบค. กล่าวว่า ตามหลักการแล้วควรจะเปิดเผยไทม์ไลน์ของผู้ป่วย โดยเฉพาะจังหวัดที่ยังมีผู้ติดเชื้อไม่มากเพื่อให้ได้รับทราบประวัติ อาการ ความเสี่ยงและต้นเหตุของการติดเชื้อมาจากแหล่งไหนเนื่องจากเป็นโรคติดต่อ เช่น ตลาด บ่อนพนัน ดังนั้น จึงมีความจำเป็น
ส่วนที่จะต้องบอกให้หมดนั้นมีความจำเป็นอยู่ 3 ข้อคือ ติดเชื้อจำนวนมาก หลักหลายร้อย เจ้าหน้าที่จะต้องซักประวัติเป็นจำนวนมาก, ตอนนี้สอบประวัติอยู่แต่ยังไม่เสร็จ เช่น เป็นรายที่ 10 จาก 200 ยังมีกระบวนการที่ต้องซักต่อ ดังนั้น จึงยังไม่รู้ว่าต้นทางมาจากไหน เหมือนกรณีบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อในกรุงเทพฯ จากการดูแลสถานที่กับตัว ต้องใช้เวลาในการทวนสอบ พยายามสอบโรคอยู่แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ตรงนี้จำนวนเยอะมาก นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา เนื่องจากเกี่ยวโยงชุดพฤติกรรมที่ไม่ถูกกฎหมาย เหล่านี้ทำให้ชุดข้อมูลที่เราควรจะได้โดยเร็วแต่กลับได้ยากมาก
ขอออกนอกพื้นที่จากผญบ.ได้
เมื่อถามถึงกรณีการขอเอกสารเดินทางข้ามจังหวัดของพื้นที่ 5 จังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่มีผู้คนไปรอขอออกหนังสือเป็นจำนวนมาก ถือเป็นความเสี่ยง จึงขอความชัดเจนว่าใครจะต้องเป็นผู้ลงนามในหนังสือดังกล่าวได้บ้าง โฆษกศบค.กล่าวว่า ไม่ต้องไปถึงจังหวัด อยู่ในตำบล อำเภอ หมู่บ้าน ก็สามารถให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ หรือแม้แต่นายจ้าง นายจ้างภาคเอกชน สามารถนำแบบฟอร์มจากกระทรวงมหาดไทย แล้วนายจ้างก็สามารถออกให้ได้ ขอให้มีเหตุผลในการเดินทาง เหล่านี้คือความไม่สะดวกที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้นขอให้คิดแล้วคิดอีกในการที่จะออกจากบ้าน ขอให้อยู่บ้านดีกว่าและถ้า เวิร์กฟรอมโฮมได้ก็ขอให้ใช้แทน

ขอข้ามจังหวัด – ประชาชนเข้าคิวยาวและรอนานเพื่อขออนุญาตเดินทางข้ามจังหวัด ตามมาตรการห้ามเดินทางเข้าออก 5 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม เพื่อควบคุมการระบาดโควิด-19 ที่ศาลาประชาคม อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 7 ม.ค.
แห่ขอหนังสือออกนอกพื้นที่
จากการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ระบุว่า 5 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อป้องกันโควิด-19 คือ สมุทรสาคร ระยอง ชลบุรี จันทบุรี และตราด ผู้ที่จะเดินทางเข้าพื้นที่ต้องแสดงหลักฐานการได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ภูมิลำเนาของผู้เดินทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ว่าการอำเภอบางละมุงเป็น 1 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่สีแดง พบว่ามีประชาชนเดินทางมารอกรอกข้อมูล เพื่อขอเดินทางกลับภูมิลำเนา และเดินทางไปทำธุระยังต่างจังหวัดเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนที่มาจะต้องผ่านจุดคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ โดยการวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งประชาชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
นายอำนาจ เจริญศรี นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ประชาชนที่จะเดินทางออกจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดง ทางอำเภอบางละมุงได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยบริการดูแลพี่น้องประชาชน วันจันทร์-วันศุกร์ เปิดให้บริการประชาชน ตั้งแต่เวลา 08.00-24.00 น. ของทุกวัน ส่วนวันเสาร์- วันอาทิตย์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00-18.00 น.ของทุกวัน
ประชาชนที่จะเดินทางมาติดต่อเพื่อออกไปพื้นที่ต่างๆ เอกสารที่จะต้องเตรียมมา คือ บัตรประชาชน หรือเอกสารที่แสดงถึงรายการบุคคล พาสปอร์ต หรือใบขับขี่ พร้อมกับเอกสารยืนยันที่จะเดินทางออกนอกพื้นที่ เช่น เอกสารเกี่ยวกับทางการแพทย์ หรือให้เหตุผลต่างๆ ที่จะเดินทางออกนอกพื้นที่กับเจ้าหน้าที่อำเภอบางละมุง โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาเป็นรายๆไป
สำหรับบรรยากาศที่ว่าการอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พบว่ามีประชาชนเดินทางมารอกรอกข้อมูล เพื่อขอเดินทางกลับภูมิลำเนา และเดินทางไปทำธุระยังต่างจังหวัดเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนที่มาจะต้องผ่านจุดคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ โดยการวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งประชาชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และเป็นการลดการแออัดของประชาชนที่จะเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรีได้แจ้งให้นายอำเภอทุกอำเภอ เป็นผู้ออกหนังสืออนุญาตและมอบอำนาจให้ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ออกใบอนุญาตได้ โดยพิจารณาเหตุจำเป็นเป็นรายๆ ไป
สมุทรสาครสั่งตั้งด่านเข้มงวด
สำหรับบรรยากาศของการตั้งจุดตรวจ-จุดสกัดร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ของสภ.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 บนถนนสายพระประโทน-บ้านแพ้ว ฝั่งขาออก ภายใต้การควบคุมของ ร.ต.ท.ณัฏฐพล มีสุวรรณ รอง สวป.สภ.บ้านแพ้ว ก็มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว ทหารค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน ฝ่ายปกครอง ขนส่งจังหวัด และสาธารณสุขอำเภอ ตั้งจุดตรวจผู้ที่เดินทางออกจากพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยในวันแรกนี้จะเน้นไปที่ผู้ใช้ทะเบียนรถจังหวัดสมุทรสาคร เป็นหลักก่อน นอกเหนือจากการตรวจวัดอุณหภูมิแล้ว ยังได้มีการสอบถามว่าจะเดินทางไปไหน ผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขอออกนอกพื้นที่หรือไม่ รวมถึงมีการแสกนแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” แล้วหรือยัง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ไปขอใบอนุญาตฯ เนื่องจากเป็นการเดินทางในพื้นที่ และยังอยู่เพียงแค่รอยต่อที่ติดกัน ระหว่างจังหวัดสมุทรสาคร กับ จังหวัดนครปฐม และ จังหวัดราชบุรี ส่วนเรื่องแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” นั้น ก็มีผู้ที่เริ่มสแกนแล้ว

ระยองวุ่น – ประชาชนจำนวนมากแห่ขออนุญาตเดินทางข้ามจังหวัด หลังรัฐบาล ยกระดับควบคุมสูงสุด 5 จังหวัดภาคตะวันออกและ จ.สมุทรสาคร เพื่อป้องกันการ แพร่ระบาดของเชื้อโควิด ท่ามกลางความโกลาหล รอคิวเป็นชั่วโมง และเจ้าหน้าที่ไม่มีความพร้อม ภายในอาคารที่ว่าการอำเภอเมืองระยอง เมื่อวันที่ 7 ม.ค.
ชุลมุนฮือขอใบเดินทางล้นอำเภอ
ขณะที่บรรยากาศของการขอหนังสืออนุญาตเดินทางออกนอกจังหวัดสมุทรสาคร ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร ในเช้าวันแรกนี้ ก็เป็นไปอย่างค่อนข้างชุลมุน เพราะมีประชาชนจำนวนมากมารอขอทำหนังสืออนุญาตออกนอกพื้นที่จนเแทบจะล้นที่ว่าการ เพราะต้องเดินทางไปทำงาน หรือค้าขาย หรือไปธุระส่วนตัว
นายณัฐภัทร เอมอ่อน นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ก็บอกว่า การขอหนังสืออนุญาตออกนอกจังหวัดสมุทรสาครนี้ เบื้องต้นได้วางมาตรการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1.ผู้ประกอบการ จะมีแบบฟอร์มให้กรอกว่ามาจากบริษัทอะไร มีใครไปบ้าง และไปส่งสินค้าที่ไหน ปลายทางที่ใด และกลับเมื่อไหร่ โดยผู้ประกอบการสามารถออกหนังสือรับรองตนเองได้ 2.สำหรับข้าราชการและพนักงานประชาชนที่จะต้องเดินทางออกนอกจังหวัดเพื่อไปทำงานเป็นประจำทุกวัน ทางหน่วยงานต้นสังกัด สามารถออกหนังสือรับรองได้ โดยจะออกคำสั่งครอบคลุมไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 และ 3. สำหรับประชาชนทั่วไป ที่ต้องเดินทางออกไปธุระเป็นครั้งคราว ก็ให้แจ้งความจำเป็นที่จะต้องไป สถานที่ และเวลาเดินทางไปกลับ ซึ่งในส่วนประชาชนที่จะเดินทางเป็นครั้งคราวนั้นทางฝ่ายปกครองได้มอบอำนาจให้กับทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเทศบาล อบต.สามารถออกหนังสืออนุญาตนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมาที่ว่าการอำเภอ เพื่อลดการแออัด แต่ข้อมูลทุกอย่างต้องส่งมาให้ที่ว่าการอำเภอเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
อนุทินโพสต์สวนหมอทวีศิลป์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กระบุกรณีทีนพ.ทวีศิลป์แถลงว่า ให้ผู้ป่วยโควิด โหลดแอพหมอชนะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจ หาไม่โหลด มีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ตนได้นำเรียนนายกฯ แล้วว่า จะเป็นการทำให้ประชาชนมีปัญหามากขึ้น เนื่องจากประชาชนบางส่วนไม่มีโทรศัพท์ หรือ มีโทรศัพท์ที่ไม่สามารถโหลดแอพหมอชนะได้ นายกฯเห็นด้วยตามที่ตนนำเรียน และจะให้มีการแก้ไขคำสั่ง ให้ใช้เอกสารแทน ซึ่งจะให้หน่วยงานในพื้นที่แจ้งอีกครั้งหนึ่ง
จึงขอเรียนให้ประชาชนในเขตพื้นที่ 5 จังหวัด สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ทั้งผู้ป่วย และไม่ป่วย รวมถึงญาติผู้ป่วยทราบว่า การไม่โหลดแอพหมอชนะ ไม่มีความผิด คำสั่งดังกล่าวมีเจตนาจะดำเนินคดีกับผู้ปกปิดข้อมูลในการสอบสวนโรคเท่านั้น ไม่โหลดไม่ผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายอนุทินโพสต์ข้อความ เรื่องไม่โหลดไม่ผิด สำหรับแอพพลิเคชั่นหมอชนะ หลังมีการออกมาวิจารณ์นพ.ศิลป์ ปรากฏว่า เวลาผ่านไปประมาณ 14 นาที นายอนุทินก็ได้ลบข้อความดังกล่าวออกทั้งหมดโดยไม่ทราบสาเหตุ
โฆษกแจงวุ่นปมขอใบเดินทาง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงกรณีที่มีการประกาศเรื่องการควบคุมการเดินทางเข้าออกพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมสูงและเข้มงวดมี 5 จังหวัดที่จะมีความเข้มงวดเป็นพิเศษในการผ่านจุดคัดกรอง ต้องชี้แจงเหตุผลและหลักฐาน เอกสารรับรองในการเดินทาง ว่า ประเด็นนี้เกิดข้อสับสนว่าจะต้องขออนุญาตจากใคร สถานที่ไหน อย่างไร จึงต้องขอโทษประชาชนที่สื่อสารและทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทำให้บางคนไปที่อำเภอ หรือศาลากลางจังหวัด ขอชี้แจงว่าการขออนุญาตในเอกสารรับรอง ประชาชนสามารถขอได้ที่กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องไปที่อำเภอ หรือจังหวัด เพื่อให้เกิดความสะดวกและง่ายขึ้น ส่วนพื้นที่อื่นๆ ใน 49 จังหวัดให้ขึ้นอยู่กับจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำหนดตามความเหมาะสม
ส่วนข้อกำหนดให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ”เพื่อช่วยตรวจและดูเรื่องการเคลื่อนที่ของประชาชนนั้น หากประชาชนไม่สะดวกที่จะโหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถใช้วิธีจดบันทึก และแจ้งแผนการเดินทางที่จุดตรวจคัดกรองได้ แต่ถ้าพบว่ามีเจตนาปกปิดข้อมูลซึ่งอาจจะทำให้เกิดทำให้เกิดการแพร่ระบาด ก็จะถือว่ามีความผิด แต่หากใช้แอพพลิเคชั่นหมอชนะจะสามารถทำให้ผ่านด่านคัดกรองได้เร็วขึ้น
พัลวันแทนศบค.-แอพ‘หมอชนะ’
นายอนุชากล่าวต่อว่าสำหรับข้อมูลที่อยู่ในแอพพลิเคชั่นหมอชนะ จะมีกำหนดระบะเวลาที่ถูกลบออกไป โดยคำนึงถึงเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ขอให้สบายใจกับข้อมูลส่วนบุคคล
“ถ้ายังไม่โหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะในวันนี้ถือว่า ไม่ได้มีความผิดในลักษณะที่จะถูกดำเนินการ แต่ถ้ามีสมาร์ตโฟนอยู่แล้ว หากไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะถูกสอบถามซักประวัติมากกว่าเดิมทำให้ต้องเสียเวลาเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นขอให้เข้าใจการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรงนี้ด้วย ถ้าโหลดแอพแล้ว ทางการจะได้มั่นใจว่าได้ข้อมูลโดยตรง และมีความสุ่มเสี่ยงหรือไม่ ขอย้ำว่า ถ้าพยายามปกปิดหรือหลีกเลี่ยงที่จะให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง จะถือเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่เวลานี้ขอความร่วมมือให้โหลดแอพก็อาจจะทำให้การผ่านเข้าพื้นที่เป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว ถ้าไปบอกว่ามีความผิดอาจทำให้ประชาชน รู้สึกว่าเป็นการบังคับ แต่คิดว่าคนไทยคงเข้าใจว่าการระบาดเป็นความเดือดร้อนของประชาชนทั่วไป“ นายอนุชากล่าว
มท.ขยายเวลาใบเดินทาง
วันเดียวกัน นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปัญหาการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด กรณีเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด (จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง และสมุทรสาคร) ซึ่งแต่ละจังหวัดมีนโยบายการออกหนังสือรับรองความจำเป็นในการเดินทางแตกต่างกันว่า ขณะนี้กระทรวงได้สั่งการด้วยวาจาไปยัง 5 จังหวัดแล้ว
นอกจากที่ประชาชนจะต้องไปขอหนังสือรับรองจากทางนายอำเภอแล้ว ประชาชนในพื้นที่สามารถขอหนังสือรับรองจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ด้วย โดยกำนันผู้ใหญ่บ้านจะได้รับแบบฟอร์มเช่นเดียวกับทางอำเภอ เพื่อลดความแออัดและเพื่อให้การบริการประชาชนสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนเงื่อนเวลา เราจะปรับใหม่ หากประชาชนที่ต้องเดินทางเข้าออกทุกวัน จะขยายเวลาให้โดยหนังสือรับรองอาจมีอายุนาน 1 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยไปทำเรื่องขอหนังสือรับรองอีกครั้งหนึ่ง ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง

แจ้งออนไลน์ – พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดโครงการนัดหมายแจ้งความล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอพนักงานสอบสวน และลดความแออัด ป้องกันโควิด ที่สน.ย่อย สยามสแควร์ กทม.
ยันเข้าออก 5 จว.ต้องมีเอกสาร
เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งในรายการ PM PODCAST ผ่านเพจไทยคู่ฟ้าว่า ในการออกข้อกำหนดในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัด ประกอบด้วยจ.สมุทรสาคร จันทบุรี ชลบุรี ระยอง และตราด โดยผู้ใดที่จะเดินทางเข้าหรือออกจำเป็นต้องมีเอกสารรับรอง ตามความจำเป็น เรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องการที่จะลงโทษใคร แต่ก็จำเป็น เพราะกฎหมายได้กำหนดไว้แล้วว่าหากมีการฝ่าฝืนต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงผู้ที่ปกปิดข้อมูลการเดินทางด้วย ทั้งนี้ทุกอย่างจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการควบคุมโรคและต้องไม่ละเลยเรื่องการใช้ชีวิตตามปกติและปัญหาปากท้องของทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่ต้องหาเช้ากินค่ำ
โวยข่าวไม่โหลดแอพโทษติดคุก
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับมาตรการเยียวยา รัฐบาลทราบดีว่าทุกคนลำบาก ช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมามีการแชร์ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นในการช่วยเหลือประชาชนโดยใช้เงินกู้ต่างๆ ยืนยันว่าการให้เงิน 4,000 บาท ยังไม่มีการประกาศออกไปเป็นข่าวที่ถือว่าไม่จริง แต่เราก็มีงบประมาณค่อนข้างเพียงพอทั้งงบรายจ่ายที่เตรียมไว้กรณีฉุกเฉิน งบเงินกู้และงบสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบคาดว่ายังเพียงพออยู่
“อยากขอให้ทุกคนอย่าวิตกจนเกินไป ขณะนี้มีข่าวว่าหลายคน มีความกังวลว่าโทรศัพท์ตัวเองนั้นไม่ทันสมัยไม่สามารถที่จะโหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้วจะมีความผิด ผมได้สอบถามไปยังกระทรวงดิจิทัลฯแล้ว ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้มีความผิดอะไรถ้ามีโทรศัพท์ที่โหลดแอพไม่ได้ก็ต้องลงทะเบียนเพื่อควบคุมได้ว่าจะไปไหนต่อไปอย่างไรก็ต้องเขียนแผนต่างๆ เพื่อที่จะได้ตรวจสอบได้ ขอร้องว่าให้ช่วยกัน ใครมีโทรศัพท์ที่โหลดแอพพลิเคชั่นได้ ขอให้โหลด ขอร้องว่าอย่าไปอ่านหรือฟังข่าวที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็จะเกิดความตกใจกันไปทั้งหมด ผมเองก็ไม่ทราบว่าจะเขียนกันไปเพื่ออะไร” นายกฯ กล่าว