เข้าเครื่องจับเท็จ 9 ช.ม. ตร.สอบ ‘ลุงพล-ป้าแต๋น’ หลังครอบครัวชมพู่เข้ากระบวนการจับเท็จไปแล้ว 7 คน ชี้แค่ประกอบสำนวนวิธีนี้ไม่ใช่จุดชี้ขาดในคดี ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทนายลุง-ป้ารุดสแตนด์บาย พร้อมช่วยลูกความเต็มที่

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากคดีการเสียชีวิตของ ‘น้องชมพู่’ หรือ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา วัย 3 ขวบ ที่หายตัวไปจากหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร วันที่ 11 พ.ค. 2563 ก่อนพบกลายเป็นศพบนภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ จ.ปทุมธานี นาย ไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล พร้อมนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ภรรยา เดินทางไปสอบปากคำเพิ่มเติมโดยเข้าเครื่องจับเท็จ

โดยมีรายงานว่าก่อนหน้านี้เคยพาครอบครัวน้องชมพู่มาเข้าเครื่องจับเท็จที่นี่ก่อนแล้ว โดยทยอยเข้าสอบปากคำ ประกอบด้วย พ่อแม่น้องชมพู่ พี่สาว น้าต่าย น้าเสริม น้าแต น้าฝน รวม 7 คน ส่วนน้องสะดิ้ง พี่สาว ไม่ได้เข้าห้องจับเท็จ เนื่องจากยังเป็นเยาวชนอยู่ โดยทยอยสอบปากคำตั้งแต่วันที่ 4-7 ม.ค.ที่ผ่านมา และ ใน วันนี้ถึงคิวของลุงพล-ป้าแต๋น โดยเจ้าหน้าที่ได้รับตัวมาตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ และนำตัวเข้ามาที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรภาค 1 จ.ปทุมธานี ตั้งแต่เวลา 09.45 น. โดยทันทีที่มาถึงได้นำรถขับเข้าไปในตัวอาคาร และปิดประตูทันทีเนื่องจากเป็นเขตหวงห้ามพิเศษ โดยกระบวนการสอบสวนจะเริ่มขึ้นเวลา 10.30 น.

กระบวนการเข้าเครื่องจับเท็จนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้เข้าไปในห้องทีละคน แล้วสัมภาษณ์ ซึ่งจะมีนักจิตวิทยาร่วมสอบปากคำด้วยเพื่อสังเกตอากัปกิริยาท่าทางต่างๆ ในการตอบคำถามแต่ละคำถามที่มีการสอบปากคำ รวมทั้งใช้เครื่องมือในการตรวจวัดชีพจรหรือเครื่องจับเท็จ

สำหรับขั้นตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางกฎหมายเพื่อนำไปประกอบสำนวนทางคดี โดยการเข้าเครื่องจับเท็จ ไม่ใช่จุดชี้ขาดที่จะสามารถยืนยันความเกี่ยวข้องกับคดีน้องชมพู่ได้แต่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนคดี

ทั้งนี้มีรายงานว่ากระบวนการในครั้งนี้ ทั้ง 2 คน จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 9 ชั่วโมง โดยก่อนหน้านี้มีการพูดถึงกระบวนการเข้าเครื่องจับเท็จมาหลายเดือน แต่เพิ่งจะนำมาใช้ในคดีเมื่อ 4 ม.ค. ทั้งนี้การเข้าเครื่องจับเท็จ ถือว่าให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เพราะให้เข้าเครื่องจับเท็จทั้งฝั่งบ้านลุงพลและบ้านน้องชมพู่ ไม่ได้เลือกเฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ด้านนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความของลุงพล-ป้าแต๋น กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อรอลุงพล-ป้าแต๋นออกมา และพร้อมให้ความช่วยเหลือในด้านคดีอย่างเต็มที่ เนื่องจากไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานไปถึงไหนแล้ว และหากตำรวจออกหมายจับ ก็เตรียมประกันตัว ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมและเข้าเครื่องจับเท็จได้พูดคุยกับลุงพลกันบ้าง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่อยากให้เข้าไปยุ่งมาก เนื่องจากตำรวจอยากจะทำงานได้เต็มที่

พล.ต.ต.สันติ์ สุขวัจน์ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน กล่าวถึงการใช้เครื่องจับเท็จ ว่า เป็น 1 ในกระบวนการสอบสวน และเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่จะใช้ประกอบสำนวนคดีนี้ แต่ไม่ใช่การชี้ขาดว่าใครคือคนร้ายฆาตกรรมน้องชมพู่สาเหตุที่เชิญคนในครอบครัวของน้องชมพู่รวมถึงลุงพลกับป้าแต๋นมาเข้าเครื่องจับเท็จ เนื่องจากเห็นว่า เป็นบุคคลใกล้ชิดที่สามารถเข้าถึงตัวน้องชมพู่ได้ง่าย โดยที่เด็ก ไม่ร้องหรือต่อต้าน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านี้คือคนร้าย หรือผู้ต้องสงสัยในคดี

พล.ต.ต.สันติ์กล่าวต่อว่า สำหรับการนำลุงพล-ป้าแต๋น เข้าเครื่องจับเท็จวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญป้าแต๋นเข้าสู่กระบวนการก่อน โดยเริ่มเข้าเครื่องจับเท็จเวลา 11.00 น. แล้วเสร็จในเวลา 15.00 น. รวมระยะเวลา 4 ชั่วโมง ส่วนลุงพล เข้าเครื่องจับเท็จตั้งแต่ 15.00 น. บรรยากาศการเข้าเครื่องจับเท็จของลุงพล-ป้าแต๋นเป็นไปด้วยดี ไม่มีใครที่มีอาการเครียด หรือเจ็บป่วย ส่วนกระบวนการเข้าเครื่องจับเท็จที่ผ่านมา ตำรวจได้ใช้ประกอบสำนวนคดีสำคัญมาแล้วหลายคดี อย่างเช่น คดีเสริม สาครราษฎร์ ฆาตกรรมแฟนสาว และคดีหมอวิสุทธิ์ ฆาตกรรมแพทย์หญิงผัสพร โดยผลจากการเข้าเครื่องจับเท็จของทั้ง 2 คดี ที่จับปฏิกิริยาของร่างกายในขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญซักถาม เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งที่ศาลรับฟัง จนนำไปสู่การพิจารณาคดี ทั้งนี้หลังการเข้าสู่กระบวนการจับเท็จ ผู้เชี่ยวชาญก็จะนำกราฟวิเคราะห์ ก่อนสรุปผลส่งให้พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน เพื่อประกอบในสำนวนคดี ส่วนศาลจะรับฟังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ

จับเท็จ – ตำรวจคุม ‘ลุงพล’ นายไชย์พล วิภา และ ‘ป้าแต๋น’ นางสมพร หลาบโพธิ์ (รูปเล็ก) เข้าเครื่องจับเท็จ เพื่อประกอบคดี ‘น้องชมพู่’ เสียชีวิตปริศนา ที่จ.มุกดาหาร ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 8 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน