นายกจี้ เด็กฟังรัฐ
อย่านอกกรอบ
เพื่อไทยซัด ‘บิ๊กตู่’ อยู่มา 7 ปี แก้บ่อนพนันไม่ได้เอง อย่าโยน ความผิดรัฐบาลอื่น จี้ใช้งบจัดซื้ออาวุธแก้โควิด ก้าวไกลไม่สนสภาปิด หารือ ‘ชวน’ ผ่านระบบออนไลน์ ให้รัฐบาลเร่งช่วยแรงงาน ทำเนียบจัดวันเด็กแบบนิวนอร์มัล นายกฯสอนหลานๆ คิดนอกกรอบได้ แต่ต้องทำในกรอบ ยึดระเบียบ กฎหมาย ชื่นชมโครงการ “รัฐฟังฉัน” ให้โอกาสเด็กต่ำ 18 เสนอไอเดียช่วยเหลือสังคม แต่บอกต้องยึดหลัก “ฉันฟังรัฐ” ด้วย ยันไม่หวงอำนาจ ‘ชวน’ จัดประชุมสภารุ่นจิ๋ว ผ่านระบบซูม รับปากเด็กๆ ช่วยประสานให้เปิดเรียนโดยเร็ว
ตู่แนะเด็กอย่าทำนอกกรอบ
วันที่ 9 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ร่วมกิจกรรมวันเด็กประจำปี 2564 โดยพูดคุยกับตัวแทนเยาวชนในรูปแบบวิถีใหม่ เนื่องจากการระบาดของโควิด ซึ่งอัดเทปรายการไว้ล่วงหน้าแล้วนำมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เวลา เวลา 10.00-11.30 น.
ช่วงหนึ่งนายกฯพูดคุยกับตัวแทนเยาวชน นายรวินท์ ชอบใช้ น.ส.เมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ และ น.ส.นวรัตน์ แววพลอยงาม เกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนของรัฐบาล
โดยนายกฯ กล่าวว่า ขณะที่ทุกคนเมื่อรับฟังอะไรมาต้องพิจารณาว่าสิ่งใดทำได้ ทำไม่ได้ เพราะหลายอย่างมีระเบียบและกฎหมาย คิดนอกกรอบได้แต่เวลาทำต้องคิดว่าแก้ได้หรือไม่ได้ การคิดนอกกรอบทำได้ แต่เมื่อลงมือทำก็ต้องเข้ามาในกรอบ การทำงานจะลงมือทำคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งรัฐบาลถือเป็นวาระแห่งชาติที่จะดึงทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมและทำงานร่วมกัน ทุกคนคือบุคคลสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ โลกโซเชียลต้องอ่านและต้องมีภูมิต้านทานเพราะบางเรื่องไม่ใช่เรื่องจริง
เยาวชนต้องฟังรัฐด้วย
จากนั้นตัวแทนเยาวชนนำเสนอข้อเรียกร้อง หนึ่งในข้อเรียกร้อง นายรวินท์ กล่าวว่า ปัจจุบันเยาวชนรวมตัวกันทำงานช่วยเหลือสังคมร่วมกับภาครัฐและหน่วยราชการผ่านโครงการ “รัฐฟังฉัน” เปิดโอกาสให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ามาเสนอโครงการเพื่อไปทำต่อ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชนและเรื่องชายขอบ จึงขอให้รับฟังเพื่อให้เด็กมีโอกาสทำและจุดประกายพลังในการทำสิ่งที่ใหญ่ในอนาคตต่อไป ขณะที่นายกฯระบุว่าจะทำอะไรก็ต้องคำนึงถึงกฎหมายต่างๆ ด้วย
นายกฯ ย้ำหลังรับฟังข้อเสนอว่า ชื่นชมกิจกรรม “รัฐฟังฉัน” ขณะเดียวกันก็ขอให้เยาวชน “ฉันฟังรัฐ” ด้วย เพราะทุกอย่างที่นายกฯทำไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง หรือเพื่ออำนาจอย่างที่ใครพูดเลย แต่เพื่อทุกคน ขอฝากให้ ผู้แทนเยาวชนช่วยเสนอแนะสิ่งที่จะทำให้คนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าสามารถผสานแนวคิดพัฒนาไปด้วยกัน รวมทั้งต้องเรียนรู้เท่าทันเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย
ส่วนข้อเสนอต่างๆ จะนำความคิดเห็นของทุกคนไปปรับให้สอดคล้องกับการทำงานและเชื่อมต่อกับสภาเด็กและเยาวชน นายกฯพร้อมรับเป็นที่ปรึกษาและผู้สนับสนุนให้กับกลุ่มเยาวชนและยินดีสนับสนุน เพราะอยากเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นตามที่เยาวชนเสนอ ยืนยันดูแลทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม
‘ชวน’รับปากเด็ก-เร่งเปิดเรียน
ส่วนที่รัฐสภา จัดกิจกรรมนิวนอร์มัลเช่นกัน และพิเศษกว่าปีก่อนๆ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนฯ ในฐานะประธานรัฐสภา เปิดโอกาสให้เด็กมาร่วมเป็น ส.ส.รุ่นจิ๋ว ร่วมประชุมสภากับนายชวน ผ่านระบบซูมในวาระหารือเรื่องต่างๆ เปิดให้เด็กและเยาวชนหารือตั้งแต่ 10.00-11.00 น. ซึ่งมีเด็กๆ เข้าร่วมจากพื้นที่ต่างๆ
ระหว่างพูดคุยตัวแทนเด็กๆ ต่างบอกเล่าความฝัน และให้กำลังใจนายชวนในการทำหน้าที่ประธานรัฐสภา พร้อมบอกว่าอยากไปเรียนหนังสือ ขอให้โรงเรียนเปิดเร็วๆ นายชวนรับปากจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าอีกไม่นานเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เช่นเดียวกับรัฐสภาที่เวลานี้ก็ต้องงดการประชุม 2 สัปดาห์ โดยได้มีมาตรการทำความสะอาดเป็นพิเศษ เพิ่มความเข้มงวดคัดกรองบุคคลเข้าออกอาคาร หากไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยมาก็ไม่อนุญาตให้เข้าอาคาร และไม่มีแจกหน้ากากให้กลับไปเอาที่บ้าน
ทบ.จัดกิจกรรม-ทหารมีไว้ทำไม
ส่วนกิจกรรมวันเด็กของแต่ละเหล่าทัพได้ปรับมาจัดแบบออนไลน์ ทบ.มอบหมายให้กรมกิจการพลเรือนทหารบกจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “คิดดี Kid’s Day by ARMY” ผ่านการไลฟ์สดในเพจเฟซบุ๊กและยูทูป ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น.
ช่วงหนึ่ง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน ต้องการให้เด็กและเยาวชนอยู่ภายใต้แนวความคิด “คิดดี Kid’s Day by ARMY” เน้นเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ และการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม รวมถึงให้ทุกคนได้รู้ว่ากองทัพบกทำอะไรบ้าง ทหารมีไว้ทำไม
ก้าวไกลจี้เร่งช่วยแรงงาน
เพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล-move forward party เผยแพร่คลิปวิดีโอที่ส.ส.พรรค ร่วมกันหารือผ่านช่องทางออนไลน์ไปยังประธานรัฐสภา ทดแทนการหารือก่อนการประชุมสภา โดยระบุ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้ประธานรัฐสภาสั่งยกเลิกการประชุม พรรคก้าวไกลเห็นว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนไม่ได้หยุดตามการประชุมรัฐสภาไปด้วย จึงทำให้ต้องทำหน้าที่ดังกล่าวเช่นเดิมแม้จะไม่มีการประชุมในสภา
น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า แรงงานได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 1.แรงงานในระบบ เกือบ 17 ล้านคน 2.แรงงานนอกระบบ กว่า 21 ล้านคน เป็นกลุ่มได้รับผลกระทบมากที่สุดและไม่มีสวัสดิการรองรับเลย ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานและกระทรวงการคลัง เร่งเยียวยาเร็วที่สุด 3.แรงงานข้ามชาติ กลุ่มนี้ตกเป็นจำเลยสังคมและได้รับการปฏิบัติเสมือนบุคคลชั้นล่างทั้งที่เป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำกลุ่มคนเหล่านี้กลับสู่ระบบให้ได้มากที่สุด โดยลดค่าธรรมเนียม ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากจากการลงทะเบียนและต่อทะเบียน ลดการนำเข้าจากนายหน้าเอกชนที่กดขี่ ขูดรีดค่าจ้าง
ทั้งนี้ ในระยะเร่งด่วนจำเป็นต้องมีการเยียวยาประชาชนถ้วนหน้า ระยะยาวต้องมีเงินเดือนพื้นฐานถ้วนหน้า หรือ UBI จำเป็นต้องมีรัฐสวัสดิการที่แท้จริง เพราะประชาชนไม่ใช่ภาระของประเทศ แต่เป็นหน้าที่ที่รัฐต้องดูแลจากเงินภาษีของประชาชน
แนะระบบติดตามกลุ่มเสี่ยง
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ขณะนี้ Apple และ Google เปิดให้ใช้ระบบการติดตามกลุ่มเสี่ยงด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายพลังงานต่ำ (Bluetooth) ที่มีชื่อว่า Covid-19 Exposure Notifications เป็นช่องทางติดตามกลุ่มเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ปัจจุบันมีกว่า 20 ประเทศที่เข้าร่วม แต่การเข้าร่วมได้รัฐบาลต้องรับรองด้วยซึ่งไทยยังไม่ได้เข้าร่วม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานความร่วมมือกับ Apple และ Google เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามกลุ่มเสี่ยงมาตรวจหาเชื้อ
ประเด็นต่อมาคือการเปิดเผยไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อ การเปิดเผยทีละบุคคลที่บางหน่วยงานทำ หากมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากประชาชนจะดูได้ไม่ครบ และสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ติดเชื้อและอาจปกปิดข้อมูลการเดินทางได้ จึงขอยกตัวอย่างวิธีการเปิดเผยไทม์ไลน์ที่มีประสิทธิภาพ คือ ของกระทรวงสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ ประสิทธิภาพสูงสุดไม่ได้ได้มาโดยใช้แต่อำนาจ แต่มาจากการใช้ความคิด คิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนในการออกมาตรการต่างๆ และอยากให้รัฐพึงระลึกว่าการระบาดรอบนี้ไม่ใช่ความผิดของประชาชน
นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า เอสเอ็มอีกำลังจะหมดแรง รัฐบาลต้องรีบเร่งออกมาตรการโดยเร็ว 3 ด้าน 1. เอสเอ็มอีเข้าถึงเงินกู้ซอฟต์โลนได้ง่ายขึ้นด้วยการแก้ไขพ.ร.ก.ซอฟต์โลนเดิม ยกเลิกเงื่อนไขต้องเป็นลูกค้าธนาคารถึงกู้ได้ เพิ่มระยะผ่อนชำระจาก 2 ปี เป็น 5 ปี เพิ่มการค้ำประกันหนี้เป็น 80 % เพื่อให้ธนาคารมั่นใจ 2.พักชำระหนี้ 6 เดือน 3.ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ห้ามขับไล่ผู้เช่าชั่วคราวเป็นเวลา 6 เดือน
รบ.ซัดฝ่ายค้านถล่มหมอทวีศิลป์
นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเสียหายทางโซเชี่ยลถึงการทำงานที่อาจผิดพลาด แต่ในภาพรวมชื่นชม นพ.ทวีศิลป์ ทำงานสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนต่อสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีมาก สามารถสื่อสารเรื่องทางการแพทย์ให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย และเท่าที่รู้จัก นพ.ทวีศิลป์ มากว่า 10 ปี ตั้งแต่สมัยเป็นเลขานุการรมช.สาธารณสุข เป็นคนอารมณ์ดี ตั้งใจทำงานมาก เป็นที่รักใคร่ของทุกคน ดังนั้นอย่าหวั่นไหวกับการวิพากษ์วิจารณ์ใน โซเชี่ยลมีเดีย
ส่วนที่ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ผสมโรงโจมตี นพ. ทวีศิลป์ เป็นเพราะเกรงว่าหากรัฐบาลทำงานได้ดี ควบคุมโควิด-19 ได้ ประชาชนจะรักพล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้น เมื่อนพ.ทวีศิลป์ ผิดพลาดบ้างจึงรุมถล่มแบบไม่มีชิ้นดี แต่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและชื่นชมการทำงานของนพ.ทวีศิลป์
พท.จี้ใช้งบซื้ออาวุธแก้โควิด
นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.เพื่อไทย ประธานกมธ.อุตสาหกรรม เผยว่า การระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ สร้างความเสียหายมหาศาลให้ภาคอุตสาหกรรมทุกประเภท หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณการความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาพรวมเศรษฐกิจไทย ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาทต่อเดือน ภาคอุตสาหกรรมไทยวิกฤตหนัก ทั้งการผลิต การค้าขาย การส่งออก จนถึงวันนี้ชัดเจนว่าเข้าขั้นวิกฤตเศรษฐกิจ หนักกว่าสมัยวิกฤตต้มยำกุ้งมาก เพราะปัญหากระทบกับทุกภาคอุตสาหกรรม และมีแนวโน้มว่ารัฐบาลไม่สามารถบริหารวิกฤตที่เกิดขึ้นให้อยู่ในวงจำกัดได้ จากการประมาณการของสภาอุตสาหกรรมฯ พบว่าผู้ประกอบการหลายแสนรายประสบปัญหาสภาพคล่องจนปิดกิจการไปจำนวนมาก
ต้องยอมรับสภาพเศรษฐกิจไทยไปต่อ ไม่ได้แล้ว รัฐบาลต้องเร่งทำงานเพื่อฟื้นฟูประเทศโดยเร็ว ใช้งบประมาณทุกบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะมาจากภาษีของพี่น้องประชาชน มาตรการที่ออกมาต้องดูว่าเป็นธรรมกับประชาชนหรือไม่ เพราะรัฐบาลเลือกจะปิดร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดนัด แต่ไม่ปิดธุรกิจกลุ่มทุนที่ใกล้ชิดรัฐบาล เป็นการเลือกปฏิบัติชัดเจน รัฐบาลต้องปรับแนวทางการใช้งบประมาณใหม่นำงบประมาณทั้งหมดมาแก้ปัญหาชาติ ต้องไม่มีการทุจริตในโครงการ รัฐทุกโครงการ เงินที่จะนำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพต้องไม่มีในงบประมาณ 2565 รวมทั้งการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต้องชะลอไว้ก่อน
“พล.อ.ประยุทธ์ ต้องบริหารงบประมาณให้โปร่งใส ใช้ภาษีทุกบาทให้คุ้มค่า หยุดการซื้อรถถัง เครื่องบิน เรือดำน้ำ สร้างถนน นำงบประมาณทั้งหมดไปช่วยเหลือประชาชน เร่งฟื้นฟูประเทศ รัฐบาลต้องคิดให้เป็น อย่ามองผลประโยชน์ส่วนตัว มาก่อนผลประโยชน์ของประชาชน” นายวรสิทธิ์กล่าว
เย้ย‘ตู่-ป้อม’พูดเรื่องบ่อน
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับบ่อนพนัน-ค้าแรงงานเถื่อนเป็นปัญหามานานว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องไปคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้เข้าใจตรงกันก่อนว่าตกลงมีบ่อนหรือไม่มีบ่อน เพราะยิ่งพูดยิ่งสับสน ย้อนแย้ง สวนทางกันเอง พล.อ.ประยุทธ์ พูดเหมือนกับเพิ่งยึดอำนาจเข้ามาเป็นนายกฯ เดือนแรก ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งมานานเกือบ 7 ปี จนไม่สามารถหันหลังกลับไปกล่าวโทษรัฐบาลใดได้ ที่ผ่านมารัฐบาลนี้ทำอะไรบ้าง นอกจากกู้กับแจก แจกเงินก็เกิดปัญหา สร้างเงื่อนไข ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ทั่วถึง 6-7 ปีแก้ปัญหาบ่อนพนัน-ค้าแรงงานเถื่อนไม่ได้ ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแก้วิกฤตประเทศเหล่านี้ได้หรือไม่ แสดงว่าเวลาที่ผ่านมารัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเหล่านี้เลย ทั้งที่ใช้งบประมาณมากกว่า 20 ล้านล้าน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์
หนี้สินประเทศที่เกิดขึ้นมาในช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์เข้ามา ใครบังคับให้กู้ กู้จนได้ฉายารัฐบาลเวรี่กู้ แล้วจะไปโทษใคร บ้านเมืองวิกฤตขนาดนี้ทีมเศรษฐกิจหาย เหลือแต่พล.อ.ประยุทธ์ ที่ออกมาแนะนำถ้าไม่อยากติดโควิดให้อยู่บ้านเฉยๆ 2 สัปดาห์ หวังว่ารัฐบาลคงไม่ใช้ยุทธศาสตร์อยู่ทำเนียบเฉยๆ แล้วปัญหาบ่อนพนัน-ค้าแรงงานเถื่อนจะหมดไป รัฐบาลกำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาอย่างหนักจากความไร้ประสิทธิภาพแทบทุกด้านของรัฐบาลเอง
ซัดห่วงเจ้าสัวไม่สนใจรากหญ้า
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เผยว่า การไม่ประกาศมาตรการล็อกดาวน์ โยนอำนาจไปที่จังหวัด เป็นเจตนาที่ชัดเจนว่ารัฐจะไม่จ่ายเงินเยียวยา การที่พล.อ.ประยุทธ์ ให้ประชาชนดูแลตัวเอง ให้หยุดอยู่บ้าน 14-15 วัน ประกาศแบบไร้ความรับผิดชอบ การแก้ปัญหาของรัฐรอบนี้สร้างภาระให้ประชาชน การตัดสินใจที่ผิดพลาดของรัฐบาลที่ประกาศปิดตลาดนัด ซึ่งเป็นช่องทางการหารายได้ของพี่น้องประชาชนแต่กลับไม่ประกาศปิดห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ เป็นการเลือกปฏิบัติชัดเจน หรือเพราะเจ้าของส่วนใหญ่เป็นเจ้าสัวที่ใกล้ชิดรัฐบาลจึงไม่กล้าสั่งปิด เพราะจะกระทบกับรายได้ของเจ้าสัว แต่ไม่สนใจคนรากหญ้าที่ไม่มีช่องทางทำกิน
การระบาดรอบนี้น่ากลัวมาก มีแนวโน้มรัฐบาลจะเอาไม่อยู่ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ให้ตั้งโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เป็นการออกมายอมรับว่าสถานการณ์โควิด-19 น่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น การบริหารจัดการของรัฐบาลต้องชัดเจนมากกว่านี้ อย่าสั่งงานกันไปคนละทิศคนละทาง สร้างความสับสนให้ประชาชน นายกฯรวมศูนย์การบริหารจัดการแต่ไร้ประสิทธิภาพ จึงสร้างความสับสนให้ประชาชนมากกว่า
ปชป.จี้ช่วยเอสเอ็มอี
นายชัยชนะ เดชเดโช รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวโควิดระลอกใหม่ มีผู้ได้รับผลกระทบมายื่นหนังสือต่อรัฐบาลขอให้เยียวยาจำนวนมาก บางธนาคารก็ออกมาตรการพักชำระหนี้ใน 28 จังหวัดสีแดง แต่ยังไม่ครอบคลุมถึงความเดือดร้อนที่แท้จริง โดยเฉพาะกับธุรกิจเอสเอ็มอี ที่กำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัวกลับต้องมาฟุบอีกรอบ การประชุมคครม. 12 ม.ค.นี้ ทราบว่าจะมีการเสนอพักหนี้และออกสินเชื่อเพื่อเพิ่มเติมทุน จึงวิงวอนรัฐบาลให้เยียวยาช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยอาจมีมาตรการเพิ่มเติมผ่านแบงก์ชาติ โดยมีหนังสือให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจัดหามาตรการที่เหมาะสมช่วยเหลือให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และต้องหาทางรับมือเศรษฐกิจหากสถานการณ์การระบาดยังไม่คลี่คลาย และขยายวงกว้างไปจังหวัดอื่นๆ ด้วย
ขณะนี้รัฐบาลพยายามสร้างความเชื่อ มั่นให้ประชาชนโดยระบุถึงความมั่นคงทางทุนสำรอง วงเงินที่ยังเหลืออยู่ตามพ.ร.ก. ทางการเงินที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้ง มี พ.ร.ก.ที่เข้ามาช่วยเหลือดูแลเกี่ยวกับธุรกิจเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและเป็นแหล่งจ้างงานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมเท่าที่ควร เมื่อรัฐบาลต้องการให้ทุกภาคส่วนผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน จึงขอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือกลุ่มนี้
เร่งทวงสิทธิ์ผู้ตกงานจากโควิด
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวถึงการติดตามปัญหาแรงงาน โดยเฉพาะกรณีลูกจ้างจำนวนมากที่ถูกบริษัทเลิกจ้างกะทันหันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในรอบแรกว่าสั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เร่งรัดติดตามการช่วยเหลือคุ้มครองสิทธิ์ลูกจ้างอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้รับสิทธิ์อย่างครบถ้วนและรวดเร็วเพราะปัญหา ค่าใช้จ่ายในเรื่องความเป็นอยู่และปากท้องของแรงงานในปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ
นายสุชาติกล่าวว่า ขณะนี้กรมติดตามการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างบริษัท วิงสแปน เชอร์วิสเซส จำกัด โดยประสานบริษัท วิงสแปนฯ และผู้ทำแผนฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยนำแคชเชียร์เช็คมาจ่ายให้กับลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างจำนวน 2,441 คนแล้ว รวมเป็นเงิน 258,309,031.87 บาท ยังคงมีลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างยังไม่มารับแคชเชียร์เช็คอีก 59 คน ซึ่งได้ให้คำแนะนำแก่บริษัทโอนเงินตามสิทธิ์ที่ลูกจ้างจะได้รับเข้าบัญชีธนาคารตามรายชื่อของลูกจ้างทั้ง 59 คนแล้ว
รมว.แรงงานกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีลูกจ้างบริษัท ยูนิสัน แพน (เอเซีย) จำกัด ที่เลิกจ้างลูกจ้าง 2,500 คนที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานภายในระยะเวลาที่กำหนด และกรมแจ้งความดำเนินคดีต่อนายจ้าง ฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และกระทรวงแรงงานอนุมัติเงินกองทุนสงคราะห์ลูกจ้าง กรณีนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายเงินค่าชดเชยจำนวน 426 คน เป็นเงินจำนวน 6,743,750 บาท มีลูกจ้างมายื่นขอรับเงินกองทุนสงเคราะห์ฯ จำนวน 175 คน เป็นเงิน 2,713,750 บาท ในขณะที่มีลูกจ้าง 252 คน ทำสัญญากับนายจ้างที่ยื่นข้อเสนอว่าจะจ่ายเงินค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ลูกจ้างพอใจและลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาเพื่อเป็นหลักฐาน ส่วนลูกจ้างที่ยังไม่ได้เข้ามายื่นขอรับเงินกองทุน กรมจะประสานให้ลูกจ้างเข้ามารับเงินดังกล่าวต่อไป

คุยกับเยาวชน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ร่วมสนทนากับตัวแทนเยาวชน เกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนของรัฐบาล ภายใต้แนวคิดคำขวัญวันเด็กปี 2564 เด็กไทยวิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติ ด้วยภักดี มีคุณธรรม ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 ม.ค.