2อดีตนายกฯร่วมสดุดี
วงการยก-ยอดคนนสพ.
สิ้นใจอย่างสงบ ‘ฐากูร บุนปาน’ ผู้บริหารเครือมติชน อดีตบรรณาธิการข่าวสด สิริอายุ 59 ปี ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ญาติมิตร ผู้บริหารและพนักงานเครือมติชน รวมถึงเพื่อนร่วมวิชาชีพสื่อสารมวลชน และบุคคลหลากหลายวงการ กำหนดรดน้ำศพวันที่ 13 ม.ค. สวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 7 วัน ที่วัดเสมียนนารี กรุงเทพฯ อดีตนายกฯ ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ ร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง สดุดีเป็นบุคคลที่น่ายกย่อง มีความรู้ความสามารถ นักอ่าน นักคิด นักเขียน นักประชาธิปไตย เป็นที่รักใคร่ในวงการสื่อและแวดวงการเมือง

อาลัย – นายฐากูร บุนปาน นักหนังสือพิมพ์นักคิดนักเขียน รองประธานเครือมติชน-ข่าวสด เสียชีวิตอย่างสงบที่ บ้านพัก หลังล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง สิริอายุ 59 ปี เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัวและญาติมิตร
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายฐากูร บุนปาน รองประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) อดีตบรรณาธิการอำนวยการเครือ มติชน อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่บ้านพัก สิริอายุ 59 ปี หลังจากล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่ปีพ.ศ.2562 กำหนดบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 11 วัดเสมียนนารี เขตจตุจักร กทม. รดน้ำศพเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ม.ค. กำหนดสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 7 วัน
นายฐากูร บุนปาน หรือโต้ง เกิดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2504 จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ ประสานมิตร กรุงเทพฯ จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 97 และจบการศึกษาระดับชั้นอุดมศึกษา ปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 32
นอกจากนี้ ยังผ่านการอบรมหลักสูตร ผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน สถาบันวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 1 (วพน.1) อบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรม และการลงทุนสถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม รุ่นที่ 1 และอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุนรุ่นที่ 18 (วตท.18)
นายฐากูรเริ่มทำงานที่เครือมติชนเมื่อปีพ.ศ.2527 เป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชน ก่อนย้ายไปเป็นผู้สื่อข่าวสายการเงิน หนังสือสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ และเป็นหัวหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ในระหว่างนั้นได้ศึกษาเรื่องธุรกิจการเงินการคลัง จากนักธุรกิจและข้าราชการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน การเงินการคลัง จนกระทั่งเป็นผู้รอบรู้และเชี่ยวชาญด้านข่าวการเงินการคลังคนหนึ่งในเครือมติชน
ต่อมาปีพ.ศ.2533 นายฐากูรได้ร่วมบุกเบิกหนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการเครือมติชน รับมาดำเนินกิจการต่อ โดยเป็นหัวหน้าข่าวภูมิภาค จากนั้นปีพ.ศ.2534-2546 เป็นบรรณาธิการบริหารข่าวสด ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พุ่งขึ้นเป็น 1 ใน 3 หนังสือพิมพ์ รายวันที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ต่อมาปีพ.ศ.2547-2553 เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด และมีบทบาทอย่างสูงในการพัฒนาหนังสือพิมพ์ ข่าวสด โดยเฉพาะการตระเตรียมข่าวสดก้าวสู่ระบบออนไลน์ เป็นรากฐานที่ทำให้ข่าวสดออนไลน์ กลายเป็นสื่อออนไลน์ที่มีผู้ติดตามสูงสุดของประเทศในขณะนี้
จากนั้นนายฐากูรขึ้นเป็นผู้จัดการทั่วไปเครือมติชน โดยดำรงตำแหน่งตั้งปีพ.ศ.2553-2557 ทั้งยังเป็นบรรณาธิการที่ปรึกษา หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ บรรณาธิการอำนวยการเครือมติชน จนกระทั่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการเครือมติชน จากปีพ.ศ.2557-2563 และรองประธานกรรมการเครือมติชน ตามลำดับ
สำหรับชีวิตส่วนตัวนั้น นายฐากูรสมรสกับคุณวิสาตรี สุวรรณทัต มีบุตรชาย 1 คน คือนายบุญรักษา บุนปาน นายฐากูรเป็นคนรักครอบครัว และมีเพื่อนฝูงแวดวงต่างๆ มากมาย ได้จัดแบ่งเวลาเพื่อดูแลบุตร ภรรยา และครอบครัว ตลอดจนญาติพี่น้อง และรักษาความสัมพันธ์กับมิตรสหายเป็นอย่างดี
ส่วนด้านการทำงาน โดยเฉพาะด้านวิชาชีพสื่อสารมวลชนนั้น นายฐากูรมีความยึดมั่นในความสุจริต สนับสนุนหลักการ และทิศทางประชาธิปไตย เห็นว่าสิ่งสำคัญในวิชาชีพคือจุดยืน และความรู้จริง รู้ลึกในด้านต่างๆ ให้มากและกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อประโยชน์ในการทำหน้าที่สื่อ นำพาข้อมูลข่าวสารและข้อคิดเห็นไปสู่ประชาชน และเพื่อบริหารงานสื่อได้ถูกทิศทาง นายฐากูรจึงศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา ทั้งจากการอ่าน ค้นคว้า แลกเปลี่ยน รับคำชี้แนะความรู้จากผู้รู้ โดยออกพบปะสนทนากับผู้รู้ และแหล่งข่าวในวงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แม้เมื่อมีอาการป่วย ก็พยายามไปพบปะเท่าที่เงื่อนไขสุขภาพจะอำนวย
นายฐากูรเป็นทั้งนักบริหาร นักข่าว เป็นหนอนหนังสือในทุกประเภท เป็นนักชิม ปรุงอาหาร ฟังเพลง และเขียนบทกวี กลอน มีงานเขียนคอลัมน์ต่างๆ ในสื่อเครือมติชนเป็นจำนวนมาก อาทิ คอลัมน์ “สวรรค์ในครัว” ใช้นามปากกา “เขียง มะขาม” ลงในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ต่อมาสำนักพิมพ์มติชน นำมาพิมพ์รวมเล่มเป็นหนังสือสวรรค์ในครัว
คอลัมน์ “สิงโต สะออน” เป็นกลอนวิพากษ์วิจารณ์สังคมและการเมืองไทย ในหนังสือพิมพ์มติชน รายวัน, คอลัมน์ “ย่ำไปในดงเพลง” ใช้นามปากกา “เขบ็ดหัวโต” หนังสือพิมพ์มติชน รายวัน วิพากษ์วิจารณ์สังคมและการเมืองไทยผ่านบทเพลงสากลและเพลงไทย นอกจากนี้ยังมีงานเขียนเชิงวิเคราะห์ในมติชน รวมทั้งเขียนบทบรรณาธิการให้ กับสื่อในเครือ เขียนคอลัมน์ “ของดีมีอยู่” ในหนังสือมติชนสุดสัปดาห์
นายฐากูรป่วยเป็นโรคมะเร็งเมื่อปีพ.ศ.2562 โดยไม่ได้มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนใดๆ มาก่อน และลาออกจากกรรมการผู้จัดการเพื่อรักษาตัว ทางบริษัทแต่งตั้ง น.ส.ปานบัว บุนปาน เป็นกรรมการผู้จัดการเครือมติชน
เนื่องจากมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นต้นทุน ที่ดี และมีครอบครัวที่ดูแลให้กำลังใจมาตลอด ทำให้นายฐากูรมีสุขภาพในระดับที่มาทำงาน และพบปะบุคคลต่างๆ ได้ นายฐากูรยังมานั่งทำงานที่อาคารมติชน เดินไปสนทนากับกองบรรณาธิการต่างๆ เว้นแต่เมื่อต้องเข้ารับการรักษาแล้วแพทย์สั่งให้พักผ่อน
นายฐากูรยังมาทำงานที่อาคารมติชนจนถึงเดือนตุลาคม 2563 จนอาการป่วยทรุดลงในเดือนพฤศจิกายน นายฐากูรเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ท่ามกลางความห่วงใยของมิตรสหาย ผู้ที่รู้จักคุ้นเคย และเพื่อน ร่วมงานที่ติดตามถามข่าวคราวอย่างต่อเนื่อง ระหว่างที่อาการทรุดหนักในเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม จนถึงต้นเดือนมกราคม 2564 นายฐากูรยังมีสติและความคิดที่แจ่มใสชัดเจนตลอดเวลา ยังสามารถพูดคุยวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องราวต่างๆ ได้ มีความจำแม่นยำ อารมณ์ขัน และตัดสินใจเองร่วมกับครอบครัวในเรื่อง ของการรักษาอาการป่วย จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต
วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความและรูปภาพนายฐากูร โดยระบุว่าเพิ่งได้รับแจ้งข่าวว่าพี่โต้ง ฐากูร บุนปาน จากไป รู้สึกใจหาย เศร้าใจ และเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปของพี่โต้ง เพราะเป็นบุคคลที่น่ายกย่องของวงการสื่อสารมวลชน และเปรียบเสมือน พี่ชายที่คอยให้คำแนะนำดีๆ เสมอมา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้ทราบข่าวการป่วยของพี่โต้ง และพูดคุยเพื่อให้กำลังใจและสอบถามอาการกันมาอย่างต่อเนื่อง
พี่โต้งเป็นคนที่จิตใจดี ชอบช่วยเหลือ มีความรู้ความสามารถ เป็นนักอ่าน นักคิด นักเขียน และเป็นนักประชาธิปไตยที่ยังคงอุดมการณ์ และสนับสนุนหลักการนี้ไม่เปลี่ยนแปลง จึงเป็นที่รักใคร่ของพี่น้องในวงการสื่อสารมวลชนและแวดวงการเมือง ดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจอีกครั้งกับครอบครัวของพี่โต้ง และผู้บริหารเครือมติชนที่สูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รัก และขอร่วมไว้อาลัยด้วยความรักในคุณงามความดีของพี่ ขออานิสงส์แห่งกุศลกิจที่พี่โต้งได้ปฏิบัติมา จงเป็นพลวปัจจัยน้อมนำให้ดวงวิญญาณของพี่ไปสู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ
ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์แสดงความเสียใจว่า ฐากูร บุนปาน หรือคนที่รู้จักมักคุ้นกันจะเรียกว่าโต้ง ผมกับโต้งรู้จักกันมานาน โต้งเป็นคนมีไฟในการทำงาน และชอบศึกษาหาความรู้ในศาสตร์ใหม่ๆ เป็นผู้ที่เป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเครือมติชนจนประสบความสำเร็จ ด้วยความที่เป็นคนมีวิสัยทัศน์และมีความรอบรู้ และยังเป็น ผู้ที่มีอัธยาศัยดี จึงเป็นที่รักใคร่ของผู้คนในหลากหลายวงการ
ตั้งแต่โต้งป่วย ผมยังได้พูดคุยให้กำลังใจกันในหลายโอกาส โต้งมีกำลังใจที่ดีอยู่เสมอ เมื่อได้ทราบข่าวการจากไป จึงรู้สึกเสียใจและเสียดายอย่างยิ่งที่วงการสื่อสารมวลชนต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถไปอีกท่านหนึ่ง ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว บุนปานและผู้ใกล้ชิดกับโต้ง ขอให้ดวงวิญญาณ ของโต้งไปสู่สุคติในสัมปรายภพครับ
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลหลากหลายวงการร่วมเขียนข้อความ และโพสต์อาลัย โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่าทราบข่าวการเสียชีวิตของโต้ง ฐากูร บุนปาน ผู้บริหารสื่อในเครือมติชน-ข่าวสด ด้วยความอาลัยรัก และเสียใจอย่างยิ่งยวด โต้งเป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของวงการสื่อมวลชนไทย เป็นคนทำงานสื่อที่มีหัวใจ หนักแน่น ยืนหยัดอยู่เคียงข้างผู้ที่เสียเปรียบในสังคม และมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ที่อยากเห็นสังคมไทยมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
นายภูมิธรรมระบุว่า ล่าสุดที่ได้พบกัน ได้โทร.ไปคุยและชวนโต้งมาทำกลุ่ม C A R E ร่วมกัน ช่วยกันระดมความคิดเห็นในสังคม เพื่อหาทางออกให้สังคมไทย โต้งป่วยและกำลังต่อสู้กับโรคร้าย แต่เมื่อทราบว่าเรากำลังช่วยกันแสวงหาทางเลือกและทางออกให้สังคม โต้งก็ปวารณาตัวเข้าร่วมอย่างไม่ลังเล พวกเราทุกคนชื่นชมและศรัทธาในความมุ่งมั่นของโต้ง และจิตใจที่เข้มแข็งของโต้ง แม้นในวันที่เจ็บป่วยก็ยังเข้มแข็งและอยากทำสิ่งดีๆ เท่าที่จะมีกำลังให้ทำได้ ขอให้โต้งไปสู่สุคติ พวกเราทุกคนจะจดจำแบบอย่าง และความ เข้มแข็งที่โต้งมีตลอดไป
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ กล่าวแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของฐากูร บุนปาน หรือคุณโต้ง ถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการสื่อมวลชน เพราะคุณโต้งเป็นนักหนังสือพิมพ์ นักข่าวที่มีประสบการณ์สูง มีความรู้รอบด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม คุณโต้งไม่เคยหยุดนิ่งในการเสาะแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริงของข่าว และที่มาของข่าวเพื่อความเป็นประโยชน์ เพื่อสาระ และความถูกต้อง ต่อประชาชน และยังเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่เข้าใจสถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะในยุคสังคมออนไลน์ ที่สื่อมวลชนก็ต้องมีการปรับบทบาทให้ทันกับการเสพข่าว และบทบาทของข่าว ต่อสังคมยุคบทบาทของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก ที่เป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมที่สุดก็คือความสำเร็จของข่าวสด และข่าวสดออนไลน์
อดีตรองนายกฯ กล่าวว่าคุณโต้งเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่ยึดถืออุดมการณ์ยิ่งใหญ่ ในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อสังคมอย่างตรงไปตรงมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ได้รู้จักกับคุณโต้งครั้งสุดท้าย ก็ได้มีโอกาสอบรมร่วมกันที่วิทยาลัยธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุนรุ่นที่ 1 คุณโต้งได้นำเสนอวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจด้านการลงทุน ด้านอุตสาหกรรม ด้านการเมือง และด้านสังคมในชั้นเรียนอย่างมืออาชีพ คุณโต้งเป็นผู้ที่มีเพื่อนสนิทมิตรสหายทุกวงการ ใจกว้าง และมีน้ำใจต่อทุกคน ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของนักหนังสือพิมพ์ ผู้ยิ่งใหญ่ และมากอุดมการณ์อย่างคุณโต้ง ต่อครอบครัวของคุณโต้ง และเครือมติชน
ส่วนชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม อาลัยว่าพี่โต้งเป็นคนเก่ง อัธยาศัยดี มีความรู้มากมายหลายด้าน มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ พี่โต้งเป็นคนทันสมัย ชอบหาความรู้ใหม่ๆ ทุกครั้งที่นัดเจอกัน พี่โต้งจะหอบหนังสือมาฝากถุงใหญ่ๆ เสมอ เวลาผมมีคำถามในหลายๆ เรื่อง ก็จะยกหูหาพี่โต้ง และได้คำตอบที่ตรงไปตรงมาทุกครั้ง ถึงแม้ว่าพี่โต้งจะจากพวกเราไปแล้ว แต่ผมมั่นใจว่าความคิด อุดมการณ์ ความรู้ที่พี่โต้งได้ฝากไว้ตลอดชีวิตการทำงานยังคงอยู่ และจะเป็นกำลังใจ ไฟส่องทางให้พวกเราเดินหน้าต่อไป คิดถึงพี่โต้ง หลับให้สบายนะครับ
ขณะที่นายบารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน อาลัยว่าเวลาประชุมพ่อครัวใหญ่ สมัชชาคนจนในกรุงเทพฯ เรามักจะจัดให้มีวิทยากรมาช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ให้เป็นประจำ วิทยากรส่วนใหญ่ก็เป็นนักข่าว นักวิชาการที่คร่ำหวอดในวงการ แล้วแต่จะมีใครสะดวก หรือใครที่น่าสนใจในช่วงนั้นๆ บ้าง พี่โต้งเป็นขาประจำคนหนึ่งที่พวกเราชวนมาวิเคราะห์สถานการณ์ให้ตลอดเวลาที่ว่าง ด้วยลีลาที่คุยสนุก คุยได้ทุกเรื่อง และมีข่าวซีฟมาให้ฟังตลอด จึงเป็นที่ชื่นชอบของพี่น้องสมัชชาคนจนยิ่งนัก และพี่โต้งก็เมตตาพวกเราไม่น้อย
“ล่าสุดเมื่อต้นปีที่แล้ว ผมได้ชวนพี่โต้งมาช่วยคุยให้ฟังอีกครั้ง พี่โต้งตอบรับด้วยความยินดี ก่อนจะลงท้ายว่า ‘ผมต้องให้คีโมก่อนนะครับ ถ้าไม่เหนื่อยเกินไปผมไปแน่นอน’ เล่นเอาผมต้องบอกยกเลิกพี่ด้วยความเกรงใจ ผมไม่ทราบไม่ได้ติดตามเลยว่าพี่ป่วย เพราะเห็นว่ายังเล่นเฟซบุ๊ก ยังกดไลก์กันอยู่ จนกระทั่งเมื่อวานเกิดคิดถึงพี่ขึ้นมา เห็นว่าพี่หายไป เลยเข้าไปส่องดูในเฟซบุ๊กพี่ ถึงเห็นว่าพี่ไม่ได้โพสต์นานแล้ว ก็ให้นึกเป็นห่วงอยู่ในใจ พอมาวันนี้ เฟซบุ๊กพี่เด้งขึ้นมา ปรากฏว่าเป็นข่าวว่าพี่จากไปแล้ว เสียใจมากครับ เสียดายด้วย ไม่คิดว่าพี่จะจากไปเร็วอย่างนี้ ขอขอบคุณความเมตตาที่พี่มอบให้พวกเรา รักและอาลัยนะครับ พี่”
ส่วนนายธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาลัยว่าวันนี้หลายคนพูดถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ของแวดวงคนอ่านหนังสือ ทำหนังสือ นั่นคือการสูญเสียโต้ง ฐากูร บุนปาน แห่งมติชนไปอย่างไม่มีวันหวนคืน ผลงานในฐานะสื่อ มวลชนตัวจริงที่มั่นคงต่อวิชาชีพของตนเองเป็นเรื่องที่มีใครต่อใครหลายคนพูดถึง และเป็นพยานรู้เห็นกันอยู่โดยถ้วนทั่ว แน่นอนว่าเมื่อ ผมทำงานด้วยสารพัดเรื่องเกี่ยวข้องกับมติชน ผมย่อมรู้จักคุ้นเคยกับโต้งด้วยเป็นธรรมดา ทุกวาระโต้งวางตัวอยู่ในฐานะเป็นน้องที่น่ารัก
โจ๊กเนื้อแบบฮ่องกงที่โต้งทำให้กินที่ร้าน เบรนเวคของปุ้มยังอร่อยติดปลายลิ้น ผมเขียนหนังสือเรื่องใหม่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร โต้งก็ให้กำลังใจและเป็นนักอ่านที่เป็นกองหนุนของผมเต็มที่ พอสนิทกันมากขึ้น โต้งมากระซิบกับผมว่า ภริยาของโต้งนามสกุลเดียวกับสกุลเดิมแม่ผม นั่นคือ สุวรรณทัต ซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่มีญาติจำนวนมาก เราเคยกางตำราไล่เรียงกันแล้ว ได้ความว่าโต้งเป็นน้าเขยของผม โต้งปฏิเสธฐานะนั้นเป็นพัลวัน บอกว่าขอเป็น ลูกศิษย์ของผมก็เพียงพอแล้ว โต้งทำงานแบบฝากฝีมือมาตลอดชีวิต แม้วันสุดท้ายในชีวิตมาถึงแล้ว ผลงานของโต้ง และน้ำใจไมตรีที่มีให้กับทุกคนรอบข้างจะไม่สูญหายไปข้างไหน พักผ่อนให้สบายนะครับคุณน้า
นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เขียนข้อความระบุว่า อาลัยเพื่อนรัก เพื่อนผู้เป็นแบบอย่าง คนข่าวที่ยึดมั่นอุดมการณ์ และจิตใจเคียงข้างประชาธิปไตยอย่างมั่นคง
ส่วนรุ่งมณี เมฆโสภณ นักคิดนักเขียน โพสต์ข้อความอาลัยว่าแม้จะรู้มาบ้างว่าโต้งป่วย แต่ก็คาดไม่ถึงว่าโต้งจะจากไปเร็วขนาดนี้ โต้งป็นนักข่าวรุ่นน้องไม่กี่คนที่เรียกแม่รุ่งว่าเจ๊ ในสายตาของคนที่โต้งเรียกว่าเจ๊คนนี้ โต้งเป็นเด็กเสมอ เราสองคนสนิทกันราวปี 2527 ตอนนั้นโต้งเพิ่งจบจากรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มาเป็นนักข่าวมติชน เราเจอกันบ่อยช่วงติดตามทำข่าวสันติภาพเขมร ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ความประทับใจที่มีต่อโต้ง เด็กหนุ่มร่างเพรียว หูกาง ไม่ใช่ความสดใสของวัยเยาว์ และความช่างพูดช่างคุย แต่เป็นเพราะความรู้ในเรื่องที่ตัวเองติดตามทำข่าวอย่างดี ดีพอที่จะคุยแลกเปลี่ยนกับเจ๊ได้
รุ่งมณีระบุว่าเวลาผ่านไป เราต่างมีเส้นทางชีวิตที่ทำให้เจอกันบ้าง ไม่เจอกันบ้าง แต่ทุกครั้งที่เจอกันก็คุยกันสนิทสนมเหมือนเคย โต้งอาจจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในสายตาของคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับพี่ โต้งก็คือโต้ง ช่วงหลังเราสองคนคุยกันอยู่บ้างผ่านทางเมสเซ็นเจอร์ ถามทุกข์สุขกัน คุยกันเรื่องสวน เรื่องของกินอร่อย รวมทั้งเป็นช่องทางอวยพรวันเกิด เมื่อวันเกิดโต้ง 18 ธันวาคมที่เพิ่งผ่านมา ส่งข้อความอวยพรโต้งไป แต่ข้อความไม่ได้ถูกอ่าน ไม่มีคำขอบคุณ หรือสติ๊กเกอร์จากโต้ง มาวันนี้ตอนบ่ายถึงได้ข่าวโต้ง หลับให้สบายนะน้อง
นายสรกล อดุลยานนท์ หรือหนุ่มเมืองจันท์ นักเขียนชื่อดัง อาลัยว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปทำงานที่กองบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ พี่โต้งก็อยู่ที่นั่นแล้วในฐานะพี่ พี่โต้ง ฐากูร บุนปาน เป็นรุ่นพี่ที่น่ารัก มีน้ำใจ และอารมณ์ขัน ในฐานะนักข่าว พี่โต้งคือนักข่าวต้นแบบที่ ครบเครื่องที่สุด ทั้งเรื่องการเงิน การคลัง การเมือง อาชญากรรม ทหาร และสายสัมพันธ์ที่กว้างขวาง ผมไม่เคยเห็นนักข่าวคนไหนครบเครื่องเท่านี้มาก่อน
หนุ่มเมืองจันท์ระบุว่าในฐานะคลังความรู้ พี่โต้งเป็นคลังความรู้ระดับอับดุล ถามอะไรรู้ รู้ เขาเป็นนักอ่านตัวยงที่อ่านทุกเรื่อง รอบรู้แบบนึกไม่ถึง ทั้งเรื่องข่าว เรื่องประวัติศาสตร์ ต่างประเทศ นิยายกำลังภายใน โหราศาสตร์ อาหาร เพลง ฯลฯ พี่โต้งเป็นคนดีที่น่าเคารพ จะมีข้อเสียก็เพียงเรื่องเดียว พี่ใช้เวลาอยู่บนโลกใบนี้สั้นจัง
ด้าน ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนกลอนไว้อาลัยว่า เห็นกันอยู่หลัดหลัดมาพลัดพราก ไม่ทันเอ่ยลาจากน่าใจหาย รสน้ำคำน้ำใจยังไม่วาย เป็นหลักหมายสร้างสรรค์สื่อปัญญา สื่อตัวแทนมติมหาชน เคารพตนซื่อตรงคงรักษา กลางอำนาจอามิสมหิทธา แบบอย่างฐากูรอันบรรเจิดใจ
ส่วน ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ อาลัยว่าในช่วงปี 2559 ผมได้ให้สัมภาษณ์กับทางมติชนเกี่ยวกับการทำประชามติ และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จนเป็นที่มาของการได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพี่โต้งครั้งแรกใน เฟซบุ๊ก ผมยังจำได้แม่นยำว่าพี่โต้งบอกกับผมว่าพี่เขาได้เขียนบทความๆ หนึ่ง ณ ตอนนั้นโดยนำเอาประเด็นที่ผมหยิบยกไว้ในบทสัมภาษณ์มาเขียน และพูดวิเคราะห์ต่อ ซึ่งผมได้กล่าวขอบคุณพี่โต้งที่ให้เกียรติผม
ภายหลังจากวันนั้น ผมและพี่โต้งก็ได้สนทนา และเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านกฎหมาย และการเมืองกันผ่านเฟซบุ๊กเป็น ระยะๆ หน้าไมค์บ้าง หลังไมค์บ้างสลับกันไป ครั้งหนึ่งผมบ่นเบื่อเหนื่อย และท้อแท้กับสภาวะทางกฎหมายและการเมือง พี่โต้งเองได้คุยและให้กำลังใจผม คำพูดของพี่โต้งนั้นนอกจากเป็นการให้กำลังใจแล้ว มันสะท้อนตัวตนของเขาที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพยายามเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันให้สังคมและการเมืองไทยดีขึ้น เป็นประชาธิปไตยขึ้น
ผมขออนุญาตนำเอาข้อความของพี่โต้งที่ให้กำลังใจผมดังกล่าวมานำเสนอครับ “ช่วยกันคนละไม้ละมือครับ อจ. ดูกราฟจาก ปวศ. ถึง ปจบ. ผมว่ามันก็ดีขึ้นมาก แต่ยังไม่ดีเท่าที่เราคิด อยากให้เป็น ก็ต้องทำงานกันต่อ” อุดมการณ์ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และคุณค่าที่พี่ได้สร้างไว้จะคงอยู่เสมอครับ ขอร่วมแสดงความเสียใจและอาลัยกับการจากไปของพี่โต้ง ฐากูร บุนปาน ด้วยครับ