จับ3เอเยนต์-ลำลูกกา
ล่าต่อ-แก๊ง‘พระราม3’
‘บิ๊กตู่’งง-เสพกันทำไม

เสพช็อกตายอีก 3 รายแรกเป็นหนุ่มชักตาตั้งดับคาคอนโดฯดังย่านบางบัวทอง ส่วนที่ลาดพร้าววังหินเป็นสาวพีอาร์-พ่อค้าย่านโชคชัย มีร่อแร่ อีก 2 ตร.ลุยกวาดล้างจับอีก 3 เอเยนต์ ‘เคนมผง’ ย่านลำลูกกา-สายไหม แม่ร่ำไห้รับศพเหยื่อรายที่ 7 ‘บิ๊กตู่’ งง เสพกันทำไม

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า เรื่องยาเสพติดก่อนนี้จับกุมอย่างเดียวแต่ไม่สามารถหาตัวนายทุนได้เจอ แต่ปัจจุบันมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินยึดทรัพย์ ที่ผ่านมามีผลงานตามระยะเวลาอาจจะมากขึ้นเรื่อยๆ แก้ปัญหากันได้เสียที สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องยาเสพติดเราต้องมาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรดีมานด์หรือความต้องการจะลดลง ประชาชนทุกคนจะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะเมื่อมีคนต้องการก็ย่อมมีคนที่ลักลอบเอามาขาย มีคนแสวงหาผลประโยชน์

ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาได้โดยทุกครอบครัวไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภทจะแก้ปัญหาได้ แต่ถ้ายังปล่อยให้มีความต้องการสูงมีคนลักลอบทำกันอยู่เรื่อยๆ การจับกุมไม่สามารถทำได้ทั้งหมดต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย สิ่งสำคัญคือชุมชนจะต้องช่วยกันเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสเข้าไป ถ้าแจ้งกับตำรวจพื้นที่ยังทำอะไรไม่ได้ ก็ให้แจ้งมาที่ตนจะได้สั่งการและกำชับลงไปเป็นรายๆ ไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงยาเสพติดชนิดใหม่หรือ เคนมผง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นั่นนะซิ ไม่เข้าใจว่าไปเสพกันทำไมแล้วทำไมจะต้องไปเสพกันด้วยถือเป็นปัญหา ถึงได้บอกว่า มันอยู่ที่ความต้องการของประชาชน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ในการ ปราบปราม ทุกคนต่างมีหน้าที่ในการทำให้ครอบครัวมีสุขภาพที่ดี

วันเดียวกัน ที่สน.วัดพระยาไกร พ.ต.อ.ธงชัย บัวรังสี ผกก.สน.วัดพระยาไกร เบิกตัวนายวิรัฐ หรือ ป๋อง กาเผือก อายุ 26 ปี นายวัชระ หรือ โบ้ เชียงฉิน อายุ 22 ปี นายชาตรี หรือ โจ ศรีสมบัติ อายุ 19 ปี และนายนพเก้า หรือ ตูมตาม อบถม อายุ 26 ปี 4 ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น.ส.สุทธิณี หรือมายด์ เมตตาจิตต์ พีอาร์สถานบันเทิงย่านพระราม 3 หลังร่วมเสพ เคนมผงภายในบ้านพักของนายวิรัฐภายในซอยจันทน์ 31 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา สอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อขยายผลหาต้นตอขบวนการเพิ่ม พร้อมระบุว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้เสียชีวิตจุดอื่นในเขตพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร ซึ่งคดีอื่นๆ อยู่ระหว่างการสอบสวนควบคู่กันไป ส่วนผู้บาดเจ็บในพื้นที่ทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากยังคงรักษาตัวอยู่ใน ห้องไอซียู และใส่ท่อช่วยหายใจ

ด้านนายชาตรีที่มีหลักฐานว่าเป็นผู้นำ ยาเสพติดขายให้นายวิรัฐ ยอมรับว่าเป็นเพื่อนกับนายวิรัฐ และยาเสพติดที่ครอบครองคือ เคชนิดเกล็ด ที่ในกลุ่มเรียกกันว่าชาเขียว ผู้ที่เสพเหมือนกันก็ใช้ยาตัวเดียวกันถึง 4 จี ยังไม่เป็นอะไร เพราะอยู่ที่สภาพร่างกายแต่ละคน ไม่เคยขายเคนมผง แต่เป็นกลุ่มผู้เสพนำไปผสมกันเอง พร้อมยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้น แต่วันที่เกิดเหตุติดรถจักรยานยนต์ของนายนพเก้าออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ พอตื่นเช้ามาก็มีตำรวจ 3 สน. ระดมกำลังมาปิดซอยในบ้านตรวจค้นจับกุมตัว

ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร นำตัวนายชาตรีและนายนพเก้าไปตรวจ ร่างกายที่ร.พ.ตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนพากลับมาควบคุมตัวที่โรงพัก ขณะที่นายชาตรีพยายามบอกกับ ผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า เป็นเพียงผู้ที่เสพกัญชาไม่เคยเสพเคนมผงหรือรับมาขายตามที่ถูกตั้ง ข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่มียาเสพติดไว้ใน ครอบครอง แม้ว่าข้อมูลจากทางตำรวจจะเชื่อว่า นายโจ เป็นคนรับยาจากนนายนพเก้านำมาขายให้นายวิรัฐและนายวัชระนำไปเสพกับสาวพีอาร์จนเสียชีวิต

ส่วนที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ มารดาของนายวิฑูรย์ ภู่ทอง อายุ 32 ปี ผู้เสียชีวิตจากการเสพเคนมผงรายที่ 7 ติดต่อขอรับศพลูกชายกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาด้วยความเศร้าโศก พร้อมเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ม.ค. มีเพื่อบ้านวิ่งมาบอกว่าลูกชายล้มฟุบอยู่ที่บริเวณปากซอยบ้านหลังจากไปกินเหล้ากับเพื่อนข้างนอก เมื่อพากลับมาบ้านลูกชายยังมีสติดี แต่มีอาการมึนเมามากเหมือนไปดื่มสุรามาหนักมาก หลังหลับไปยังได้ยินเสียงกรนอยู่

กระทั่ง 15.00 น. วันเดียวกันแวะเข้าไปดูพบลูกชายมีอาการตัวเย็นและไม่หายใจแล้วจึงรีบแจ้งรถพยาบาลมารับตัว เมื่อไปถึง โรงพยาบาลแพทย์ต้องปั๊มหัวใจถึง 4 ครั้ง นอกจากนี้แพทย์ยังแจ้งผลการตรวจร่างกายของลูกพบสารเสพติด ไม่ทราบมาก่อนว่าลูกชายเสพสารเสพติด เพราะไม่เคยมีพฤติกรรมดังกล่าวภายในบ้านมาก่อน มีแค่การกินเหล้าเมาปกติธรรมดา เหมือนพยายามปกปิดไม่ให้คนในครอบครัวรู้ อยากฝากเตือนว่า อย่าไปยุ่งกับยาเสพติด เพราะไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวอื่นอีก

วันเดียวกัน ร.ต.ท.ชิษณุพงษ์ ผิวอ้วน รองสว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในคอนโดมิเนียมชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.10 ต.บางรักพัฒนา จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.อ.พรเทพ เพ็ชรรักษ์ ผกก. พ.ต.ท.สมชาย ขำสัจจา รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. และแพทย์นิติเวช สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ปิดล้อมที่เกิดเหตุพบอยู่ชั้นล่างใต้อาคารที่เปิดเป็นห้องให้บริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ พบศพนายนพรัตน์ อาจพงษา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ซ.ประชาอุทิศ 79 แยก 23 แขวงและเขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ สภาพศพสวมเสื้อแจ๊กเกตแขนยาว กางเกงขาสั้น นอนหงายเสียชีวิต บริเวณโพรงจมูกพบผงคล้ายแป้งติดอยู่

ในที่เกิดเหตุพบเพื่อนผู้ตายเป็นชาย 3 คน อยู่ในอาการมึนเมา เบื้องต้นให้การว่า ขับรถกระบะอีซูซุ สีขาว 1 ฒท 5930 กรุงเทพฯ เพื่อจะมาหาแฟนสาวที่พักอยู่ในคอนโดฯ ส่วน ผู้ตายขอนอนอยู่ในรถไม่ได้ขึ้นไปบนห้องด้วยจนกระทั่งเวลา 07.00 น. ทั้ง 3 คนลงจากคอนโดฯ มาที่รถเห็นว่าผู้เสียชีวิตนอนชักเกร็งอยู่ภายในห้องซักผ้าหยอดเหรียญที่เกิดเหตุ จึงรีบโทรศัพท์ตามเจ้าหน้าที่มูลนิธิเข้ามาช่วยเหลือ และมีเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ ร.พ.บางใหญ่ มาปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่สิ้นใจในที่สุด

เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจค้นห้องของหญิงสาวรายดังกล่าวที่อยู่ชั้น 4 คอนโดฯ ดังกล่าว พบภายในห้องมีลักษณะการมั่วสุมกัน มีซองพลาสติกสีขาวคล้ายซองยาเสพติดวางอยู่ จึงเค้นสอบปากคำทั้งหมดอีกครั้งจนสารภาพว่า นัดกันมาเสพยาที่ห้องดังกล่าว จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสืบสวนที่ สภ.บางบัวทอง สอบสวนขยายผลไปถึงตัวผู้ขาย

พ.ต.อ.พรเทพกล่าวว่า เบื้องต้นได้ส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นไม่สามารถระบุได้ว่าซองยาที่พบเป็นยาเสพติดประเภทใดและเสียชีวิตเพราะสาเหตุอะไร ต้องรอผลจากแพทย์เท่านั้น สุดท้าย อยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนว่า ยาเสพติดชนิดใหม่ที่ชื่อ เคนมผง ถ้าเสพเข้าไป อาจจะเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ขอให้ดูแลบุตรหลานของท่านอย่างใกล้ชิด อย่าให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

ด้านพ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 เผยว่า ได้รับรายงานจากชุดปปส.บก.น.2 นำโดยพ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รองผบก.น.2 พ.ต.ท.อรรถพงษ์ จันทนะสร รองผกก.(สอบสวน) สน.สายไหม พ.ต.ท.เข็มกล้า มั่นพลับ สว.สส.สน.ดอนเมือง ร.ต.อ.ประพันธ์ พูนรัตน์ รองสว.สส.สน.เตาปูน (ช่วยราชการ ชปส.บก.น.2) และร.ต.ท.จรัส ผึ้งเถื่อน รองสว.สส.สน.ทุ่งสองห้อง ว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมานำกำลังจับกุมผู้ค้ายาเสพติด 3 ราย จากการขยายผลการจับกุมน.ส.ศิริกาญจน์ หรือนุ่ม เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี พร้อม เคนมผงจำนวนหนึ่งย่านสายไหมก่อนหน้านี้

‘เค’นมผง – ตำรวจบก.น.2 จับกุมนายนพดล หรือฮัท นุตตะโยธิน (นั่งซ้าย) นายนฤเดช หรือ ฟิวเจอร์ ภู่หอม (นั่งขวา)สองคนขายยาเสพติด ‘เคนมผง’ ให้กับลูกค้าย่านลำลูกกา นำตัวส่งสภ.คูคต จ.ปทุมธานี ดำเนินคดี เมื่อวันที่ 13 ม.ค.

ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายนฤเดช หรือ ฟิวเจอร์ ภู่หอม อายุ 19 ปี พร้อมเคตามีน 8.48 กรัม และนายนพดล หรือฮัท นุตตะโยธิน อายุ 20 ปี เคตามีน 18.45 กรัม จับกุมบริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านคลอง 2 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สารภาพว่า ซื้อยาทั้งหมดมาจากนายอ้วน ไม่ทราบชื่อสกุลจริง อยู่ชุมชนวัดลุ่ม แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ และนายรัตนโชค หรือจิ้ม กีรติโชติ อายุ 21 ปี เคตามีน 31.9 กรัม บริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. สารภาพว่าสั่งซื้อผ่านเฟซบุ๊ก รายหนึ่ง เป็นหญิงวัยรุ่นชื่อฮาย (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) อายุประมาณ 20 ปี จึงคุมตัวต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม และสภ.คูคต จ.ปทุมธานี ดำเนินคดี

วันเดียวกัน ที่ห้องสืบสวนสอบสวน สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ชยุต มารยาตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อม พ.ต.อ.วิษณุรักษ์ พรหมเมศร์ ผกก.สภ.คูคต พ.ต.ท.สัมพันธ์ ทิมเจริญ รอง ผกก.สส. ร่วมกันสอบปากคำนายนพดลและนายนฤเดช พร้อมเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองให้การเป็นประโยชน์ แต่ว่ายังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เกรงว่าจะทำให้เสียรูปคดี และทำให้ผู้ร่วมขบวนการหลบหนีไป ส่วนตัวยานั้นจากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่าเป็นคนละสูตรกันกับเคนมผงที่สูดดมแล้วเสียชีวิต โดยจะมีตัวยา 1 ตัวที่เรียกว่าโรเซ่ผสมอยู่เป็นสารที่ทำให้ยาแรงขึ้น เบื้องต้นส่งตัวยาไปพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง เพื่อความชัดเจนว่าจะมีส่วนผสมชนิดเดียวกับเคนมผงหรือไม่

“ก่อนหน้านี้ได้สั่งการไปให้ทั้ง 2 โรงพักแล้ว คือ สภ.ลำลูกกา และ สภ.คูคต ที่อยู่ใน อ.ลำลูกกา ที่มีกระแสข่าวว่า มีการซื้อขายกันในพื้นที่นี้ ให้ตำรวจสืบสวนหาข่าวเพื่อจะได้ติดตามจับกุมกลุ่มผู้ที่ขายทั้งหมดและจะสาวไปให้ถึงตัวการใหญ่ให้ได้มากที่สุด เพื่อกวาดล้างแก๊งค้ายาเสพติดให้สิ้นซากในพื้นที่ จ.ปทุมธานี” ผบก.ปทุมธานี กล่าว

ด้านพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านยาเสพติดได้ เปิดเผยว่า เคนมผง ประกอบด้วย เฮโรอีน, ไอซ์, เคตามีน, กลุ่มยานอนหลับ การออกฤทธิ์ทั้งกดประสาทและกระตุ้นประสาทบวกกับฤทธิ์ของยานอนหลับ เริ่มมีการระบาดเมื่อ ปี 2563 ส่วนที่ วัยรุ่นชอบเสพเป็นกลุ่มชอบลองของใหม่และต้องการทดสอบยาเสพติดที่มีฤทธิ์รุนแรงมากขึ้น ส่วนที่พล.ต.ต.ชยุตสอบ 2 ผู้ต้องหา ที่อ้างว่ายามีตัวยาโรเซ่ผสมด้วยให้ยามันแรงขึ้น มันคือกลุ่มยานอนหลับชนิดรุนแรง

ต่อมาเวลา 19.00 น. พ.ต.ท.ศุภกร เลาหทวีโชค สว. (สอบสวน) สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ภายในห้องพักที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าววังหิน 7 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์ ร.พ.ตำรวจ ภายในห้องพักพบเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำลังปฐมพยาบาลน.ส.สุวรรณี หรือฝ้าย อินไทร อายุ 27 ปี ที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนฟูกที่นอน และชายไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย ก่อนรีบนำทั้งคู่ส่งรักษาที่ร.พ.เปาโลโชคชัย

ข้างฟูกที่นอนพบศพนายพารวย หรือไอซ์ ฉวีวรรณ อายุ 27 ปี และน.ส.ปรีดาภรณ์ หรือกุ้ง โพธิ์แก้ว อายุ 30 ปี นอนอยู่ใกล้กัน เบื้องต้นพบเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ช.ม. ภายในห้องไม่มีร่องรอยการรื้อค้นทำลายข้าวของ แต่พบมีขวดเบียร์และขวดน้ำอัดลมวางอยู่ รวมถึงหลอดพลาสติกลักษณะ คล้ายกับที่ใช้ในการเสพยาตกอยู่ 1 หลอด แต่ไม่พบยาเสพติดในที่เกิดเหตุ

‘เค’นมผง – ตำรวจบก.น.2 จับกุมนายนพดล หรือฮัท นุตตะโยธิน (นั่งซ้าย) นายนฤเดช หรือ ฟิวเจอร์ ภู่หอม (นั่งขวา)สองคนขายยาเสพติด ‘เคนมผง’ ให้กับลูกค้าย่านลำลูกกา นำตัวส่งสภ.คูคต จ.ปทุมธานี ดำเนินคดี เมื่อวันที่ 13 ม.ค.

สอบถามผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ทราบว่า น.ส.สุวรรณี ผู้บาดเจ็บและนายพารวยผู้เสียชีวิตเป็นสามีภรรยากัน ประกอบอาชีพค้าขาย เพิ่งมาเช่าห้องดังกล่าวเมื่อเดือนเม.ย. 2563 ที่ผ่านมาไม่มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดแต่อย่างใด ส่วนน.ส.ปรีดาภรณ์ผู้เสียชีวิตอีกรายไม่เคยพบหน้ามาก่อน เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันเพื่อน ของน.ส.ปรีดาภรณ์ที่พักอยู่ในละแวกใกล้เคียงมาดูศพ พร้อมให้การว่า น.ส.ปรีดาภรณ์ประกอบอาชีพเป็นสาวพีอาร์ตามสถานบันเทิง และมีประวัติการใช้ยาเสพติดมาบ้าง

เจ้าหน้าที่เผยผลสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รับแจ้งจากหญิงสาวรายหนึ่งขอความช่วยเหลือว่า มีผู้กินยาเกินขนาดจึงนำกำลังรุดมาช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูเข้ามานอกจากผู้เสียชีวิตและ บาดเจ็บ ยังมีหญิงสาวอีกราย เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาถึงก็รีบเดินออกจากห้องหายไปทันที โดยในมือยังถือถุงพลาสติกออกไปด้วยอีก 1 ใบ ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบตัวแล้วและเชิญมา สอบปากคำที่ สน.โชคชัย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ว่าเกี่ยวข้องกับเคนมผงยาเสพติดตัวใหม่ที่กำลังระบาดในขณะนี้หรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีผู้เสพเคนมผง เสียชีวิตในพื้นที่สน.สุทธิสาร พบว่าก่อนหน้านี้เคยทำงานที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง มีข้อมูลเชื่อมโยงได้ว่าซื้อยาเสพติดดังกล่าวมาจากในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร มาเสพด้วยกัน 2 คน เบื้องต้นชุดสืบสวนบก.น.2 และสน.สุทธิสาร ออกหมายจับกุมผู้ต้องหาและตามจับแล้ว แล้วคาดได้ตัวในวันที่ 14 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน