ตรวจค้นเชิงรุก-เจออื้อ
พัทลุงแตก-ร้านโอเกะ
จับตามาเลย์ทะลักไทย
ติดเชื้อวันเดียวกว่า4พัน
‘มหาชัย’ ยังโควิดอื้อ ตรวจเชิงรุกเจออีก 320 ราย ส่วนใหญ่แรงงานต่างชาติ ขณะที่ยอดติดเชื้อวันที่ 17 ม.ค. เจอเพิ่ม 374 คน ลามกระฉูด61 จังหวัดแล้ว ‘พัทลุง’ ไข่แตก พบรายแรกเป็นคนลาวร้านโอเกะ ที่ ‘ตรัง’ พบ 2 แรงงานพม่าในโรงงานแปรรูปยาง ส่วน ‘ระยอง’ ลดลง เจอเพิ่มแค่ 2 สธ.จับตา ‘มาเลเซีย’ และ ‘พม่า’ ติดเชื้อกว่าแสนคน มาเลย์วันเดียวกว่า 4 พันคน หวั่นลามทะลักไทย เร่งสอบโรคในกลุ่มวินจยย. หลังติดแล้ว 3 ราย ลุ้นครม.ประชุม 19 ม.ค.นี้ อนุมัติคนละครึ่งอีก 1 ล้านสิทธิ์ และเยียวยา 7 พันบาท
ติดเพิ่มอีก 374-มหาชัยยังอื้อ
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) แถลงว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 374 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 364 ราย โดยตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 43 ราย และคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 326 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย รักษาหายเพิ่ม 109 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 12,054 ราย รักษาหายแล้ว 9,252 ราย เหลือรักษาอยู่ 2,969 ราย เสียชีวิตสะสม 70 ราย
“การค้นหาเชิงรุกมักจะได้ยอดใหม่โด่งๆ สูงๆ ขึ้นมาแต่ตอนนี้ยังชุกอยู่ใน จ.สมุทร สาคร ที่มีแรงงานเพื่อนบ้านเป็นหลักหมื่นหลักแสน โชคดีที่เป็นคนหนุ่มสาวอาการไม่มาก แต่ทำให้ติดต่อได้ง่าย จึงต้องซีลจังหวัด ลดการเคลื่อนย้ายคน เราไม่ได้ใช้ยาแรงล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว ห้ามออกจากบ้าน จึงต้องขอความร่วมมือทำกันให้ได้ การค้นหาเชิงรุกในโรงงานมาจากการวางแผนการตรวจ อย่างยอดวันนี้ 311 ราย ก็มาจากการวางแผนการตรวจเช่นกัน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
พัทลุงไข่แตก-คนลาวในโอเกะ
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ผู้ป่วยรายใหม่แบ่งเป็น 1.สัมผัสสถานที่เสี่ยง อาชีพเสี่ยง ผู้ป่วยรายก่อนหน้า 43 ราย ได้แก่ สมุทรสาคร 24 ราย, กทม. 10 ราย, ขอนแก่น อ่างทอง และนนทบุรี จังหวัดละ 2 ราย, ตาก พระนคร ศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย 2.การค้นหาเชิงรุก 321 ราย ได้แก่ สมุทรสาคร 311 ราย, พัทลุง 3 ราย, ตรัง และระยอง จังหวัดละ 2 ราย, ชลบุรี ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ จังหวัดละ 1 ราย และ 3.เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย
โฆษกศบค.กล่าวต่อว่า กทม.เจอในครอบครัว ในเด็กอายุ 1 ขวบ ขณะที่สถานบันเทิงบางแห่งยังเปิดเกินเวลา เพราะเจ้าของร้านเปิดเพิ่มให้จากการที่ประชาชนร้องขอ เลยโดนจับ สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนี้ต้องช่วยกัน 3 ส่วน ภาครัฐเข้มแข็ง ภาคเอกชนเข้มงวด ภาคประชาชนเคร่งครัดถึงไปได้ดี ส่วน จ.ตรัง พบแรงงานพม่า 2 รายจากคัดกรองเชิงรุก ในโรงงานแปรรูปยางพารา ต้องไปสอบสวนว่ามาจากไหนอย่างไร ผ่านแดนเข้ามาทำงานอย่างไร ถูกกฎหมายหรือไม่ ส่วน จ.พัทลุง เป็นจังหวัดใหม่ เกิดจากการไปหาในชุมชน หาในโรงงานพบคนลาวทำงานร้านคาราโอเกะ
ติดโควิดลามแล้ว 61 จังหวัด
โฆษกศบค.กล่าวอีกว่าปัจจุบันภาพรวมแผนที่ประเทศไทยรายจังหวัด จึงเพิ่มพัทลุงมาอีก 1 จังหวัด ทำให้มีรายงานผู้ติดเชื้อรวม 61 จังหวัด โดยจังหวัดสีขาวที่ไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยมาก่อนเหลือ 16 จังหวัด ต้องเชียร์ให้ทำงานอย่างเข้มข้น สำหรับรายจังหวัดระลอกใหม่พบว่า สมุทรสาครมีผู้ติดเชื้อถึง 4,198 ราย, ชลบุรี 645 ราย, ระยอง 576 ราย, กทม. 575 ราย, สมุทรปราการ 313 ราย, จันทบุรี 216 ราย และนนทบุรี 152 ราย
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่าเรื่องของแรงงานต่างชาติมีหลายสัญชาติ โดยเฉพาะ 3 ประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่า กัมพูชา และลาว ประมาณการว่าอยู่อย่างถูกกฎหมายมีนายจ้างประมาณ 2.5 ล้านคน ส่วนผิดกฎหมายมีประมาณ 5 แสนคน มีทั้งแบบมีนายจ้างและไม่มีนายจ้าง อาจไม่เข้าถึงกระบวนการดูแลที่ดีเพียงพอ จึงมีมติครม.ผ่อนผันให้แรงงานต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2563 เป็นต้นมา ให้ไปขึ้นทะเบียนทางออนไลน์ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาแออัด ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. ถึงวันที่ 13 ก.พ.นี้ ผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงแรงงาน เพื่อเอาแรงงานผิดกฎหมายเข้าระบบ และอนุญาตให้อยู่ต่อ ไม่ต้องย้าย ไม่ต้องหนี
‘ตู่’ไม่รีบฉีดวัคซีนที่ไม่พร้อม
ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่าช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับผลข้างเคียง หรืออาการไม่พึงประสงค์ จากการฉีดวัคซีนโควิดบางตัวเกิดขึ้นใน บางประเทศ เราคงต้องรอฟังผลสรุปการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ หรืออาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น โรคประจำตัวบางอย่าง สภาพร่างกาย หรืออายุ รวมทั้งอัตราผลข้างเคียงนั้นอยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่ นอกจากนั้น บางประเทศที่ต้องการเริ่มฉีดวัคซีนเร็ว มีการตัดสินใจใช้วัคซีน ที่อาจจะยังทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยไม่ครบถ้วน
“สำหรับคนไทย ผมตัดสินใจไม่รับความเสี่ยงแบบนั้น ผมไม่ยอมให้รีบร้อนฉีดวัคซีนที่ยังทดสอบไม่ครบถ้วน และไม่ยอมเป็นประเทศทดลอง ดังนั้น เพื่อความรอบคอบ จึงมีนโยบายสำคัญ คือต้องมั่นใจก่อนว่าวัคซีนนั้นปลอดภัย จึงจะนำมาใช้กับคนไทยได้ การตัดสินใจของผม และการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนของประเทศแบบครบวงจร จะมีคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติคอยให้ คำปรึกษา และกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
ลุ้นครม.เยียวยา 3,500 บาท
ส่วน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ เปิดเผยว่านายกฯ กำชับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมระบบรองรับการลงทะเบียนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเยียวยาประชาชน ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง เพิ่ม 1 ล้านสิทธิ์ และโครงการเราชนะ เยียวยาประชาชน 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน โดยให้ดูความพร้อมของระบบเพื่อบริการประชาชน ลดช่องโหว่ต่างๆ ให้ได้มากที่สุด พร้อมอธิบายชี้แจงวิธีการลงทะเบียนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงทุกช่องทางการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจ รวมถึงป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ
รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า สำหรับทั้ง 2 โครงการดังกล่าว นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เตรียมเสนอครม.อนุมัติวันที่ 19 ม.ค.นี้ คาดว่าโครงการคนละครึ่ง จะเปิดให้ลงทะเบียนรับ 1 ล้านสิทธิ์ในวันที่ 20 ม.ค. ขณะที่โครงการเราชนะ วางแผนจะเปิดให้ลงทะเบียนในช่วงปลายเดือนม.ค. หรือต้นเดือนก.พ.นี้ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณา รายละเอียดขอบเขตและเงื่อนไขโครงการ
ปราจีนฯอีก 1-ระยองเพิ่ม 2
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ นั้น จ.ปราจีนบุรี นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผวจ.ปราจีนบุรี แถลงว่าพบผู้ป่วยรายที่ 9 ของจังหวัด เป็นเด็กชายอายุ 13 ปี จากการสอบสวนโรคพบคาดว่าติดจากแม่ที่เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร แล้วกลับมาที่บ้านพักในหมู่ 4 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาผู้สัมผัสใกล้ชิด และกลุ่มเสี่ยง
ขณะที่ จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง และ นพ.สุนทร เหรียญภูมิ การกิจ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ระยอง แถลงว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 2 คน รวมยอด ผู้ติดเชื้อทั้งหมด 564 ราย รักษาหายแล้ว 450 ราย จึงเหลือรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 113 คน โดยมีผู้เสียชีวิตเพียง 1 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่พบที่บ้านมาบชะเหลาโอน ต.ชากพง อ.แกลง เป็นคลัสเตอร์ใหม่ พบคนขับรถตู้รายแรกในหมู่บ้านที่ไปร่วมงานหลายแห่ง ทั้งงานเลี้ยง และพบปะเพื่อนฝูงในหมู่บ้าน จึงนำรถพระราชทานตรวจเชื้อนิรภัยไปตรวจหาเชื้อเชิงรุกในหมู่บ้าน จนพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 2 รายใหม่ และเตรียมสุ่มตรวจแรงงานต่างชาติ 8,000 คน พนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่ทุกบริษัท และโรงงานต่างๆ เพื่อค้นหาเชิงรุกต่อไป
อยุธยาอีกราย-พ่อติดจากลูก
จ.พระนครศรีอยุธยา นพ.พีระ อารีรัตน์ สสจ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ร.พ.บางปะอิน จ.พระนคร ศรีอยุธยา พบผู้ติดเชื้อรายที่ 38 ของจังหวัด เป็นชายไทยอายุ 53 ปี พักอาศัยที่หมู่ 7 ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน โดยเป็นบิดาของ ผู้ติดเชื้อรายที่ 23 และอาศัยอยู่บ้านพักเดียวกัน จากการตรวจสอบไทม์ไลน์พบเดินทางไปทำงานเป็นลูกจ้างในหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง อ.บางปะอิน ไปตรวจหาเชื้อที่ ร.พ. บางปะอิน พร้อมกับบุคคลในบ้าน และคนใกล้ชิด 11 คน เนื่องจากทราบลูกชายติดเชื้อ กักตัวอยู่ที่บ้านพัก เจ้าหน้าที่ ร.พ.มาตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 พบติดเชื้อ
สสจ.พระนครศรีอยุธยากล่าวว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรี อยุธยา ประสานผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ควบคุมโรคอย่างเร่งด่วนค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ค้นหาผู้สัมผัส เพิ่มเติมในชุมชน สำหรับ จ.พระนครศรีอยุธยา พบผู้ติดเชื้อระลอกใหม่แล้ว 38 ราย รักษาตัวหายแล้ว 21 ราย ยังคงมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ใน ร.พ.อีก17 คน
‘พม่า-มาเลย์’ติดอื้อ-ไทยเสี่ยง
ส่วน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ปฏิบัติหน้าที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่าสำหรับประเทศ เพื่อนบ้านของไทยพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในมาเลเซียมากกว่า 4,000 ราย ส่วนพม่าลดน้อยลงกว่าเดือนที่แล้ว โดยวันที่ 17 ม.ค. พบ 491 ราย ทั้ง 2 ประเทศมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 100,000 รายแล้ว ทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงของผู้เข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีโอกาสพบเชื้อในเปอร์เซ็นต์ที่สูง ส่วนกัมพูชาและลาว สถานการณ์ยังค่อนข้างดี
นพ.โสภณกล่าวต่อว่า สรุปสถานการณ์ขณะนี้ จังหวัดที่พบผู้ป่วยโควิดลดน้อยลง ส่วนใหญ่อยู่ในระดับควบคุมได้ ผู้ติดเชื้อที่พบมากมาจากการค้นหาเชิงรุกในสถานประกอบการ ส่วนใหญ่อยู่ใน จ.สมุทรสาคร และเริ่มพบแรงงานต่างด้าวติดเชื้อในภาคใต้ เช่น ตรัง และพัทลุง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยกระดับเฝ้าระวังโรคในพื้นที่ สอบสวนหาสาเหตุผู้ติดเชื้อในพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อในครอบครัว หนุ่มสาวแพร่ให้ผู้สูงอายุ พบแล้วหลายราย ดังนั้น ต้องยกระดับค้นหาเชิงรุกในชุมชน โดยเฉพาะจังหวัดที่ยังพบ ผู้ติดเชื้อ เช่นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ต้องกำกับติดตามกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้ครบ 14 วัน
สธ.สอบโรคในกลุ่มวินจยย.
ขณะที่ นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีคนขับรถจักรยานยนต์รับแจ้งหลายรายติดเชื้อว่า จากการค้นข้อมูล พบมอเตอร์ไซค์รับจ้างติดโควิด 3 ราย โดยคนแรกเป็นชายอายุ 64 ปี อ.เมือง จ.นนทบุรี รายที่ 2 ชายไทย กทม. อีกรายเป็นบุรุษไปรษณีย์ เขตบางขุนเทียน กทม. ใช้เวลาว่างไปขับวินเป็นอาชีพเสริม โดย 3 เหตุการณ์เป็นการติดเชื้อจากเพื่อนร่วมงานที่อยู่ใกล้ชิดกันในวิน เกิดจากแวะหลายที่ในพื้นที่ต่างๆ ทำให้ ผู้สัมผัสอาจมีผู้โดยสาร หรือพูดคุยกับคนต่างๆ โดยไม่สวมหน้ากาก
ผอ.กองระบาดวิทยากล่าวต่อว่า เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นว่าความเสี่ยงอยู่ใกล้เรา การป้องกันการติดเชื้อในผู้ขับขี่ขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ทำได้โดยสวมหน้ากากตลอดเวลาที่พูดคุยกับผู้โดยสาร ใส่หมวกกันน็อก เพื่อไม่ให้เกิดบาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุ พกเจลแอลกอฮอล์เสมอ เมื่อให้บริการจับสิ่งของต่างๆ ที่คนอื่นจับมาก่อน เช่น แวะห้องน้ำข้างทาง อาจมีเชื้อปนเปื้อนได้ ก็ต้องรีบล้างมือ หรือรับเงินจากผู้โดยสารก็ต้องเช็ดแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยง และต้องเตรียมความพร้อมผู้โดยสาร มีผ้าเช็ดทำความสะอาดผสมแอลกอฮอล์ทำความสะอาดเบาะและแฮนด์บ่อยๆ หากมีเชื้อก็จะลดความเสี่ยงลง
แนะผู้โดยสาร-วิธีป้องกัน
นพ.จักรรัฐกล่าวว่า ส่วนผู้โดยสารต้องสวมหมวกกันน็อก แต่หากไม่มั่นใจว่าใครสวมหมวกกันน็อกมาบ้าง ถ้าวินช่วยเช็ดทำความสะอาดด้านในหมวกกันน็อกได้ ก็จะเพิ่มความมั่นใจกับผู้โดยสาร แต่ถ้าจะให้ดีผู้ที่ต้องอาศัยการนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นประจำ อาจซื้อหมวกกันน็อกประจำตัวก็ช่วยปลอดภัยทั้งโควิดและอุบัติเหตุ และสวมหน้ากาก ทุกครั้ง ตั้งแต่ก่อนนั่งรถ พกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวเช่นกัน เมื่อจับเงินทอนต่างต้องล้างมือให้เรียบร้อย ส่วนผู้หญิงนั่งหันข้างไม่นั่งคร่อมช่วยหลีกเลี่ยงการพูดคุยและมีการน้ำลายกระเด็น สวมหน้ากากก็ยิ่งช่วยได้ ส่วนผู้ชายที่นั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์อาจต้องเว้นระยะห่างและสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ
‘สมุทรสาคร’ป่วยพุ่งอีก 320
ที่ จ.สมุทรสาคร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดรายงานพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 320 ราย โดยพบจากการตรวจค้นหาเชิงรุกรวม 269 ราย เป็นคนงานต่างชาติทั้งหมด 269 ราย และพบจากการตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลอีก 51 ราย จำแนกเป็นคนไทย 8 ราย และต่างชาติ 43 ราย สำหรับผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมดจำนวน 4,679 ราย เป็นคนไทยทั้งจากการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลและการค้นหา เชิงรุกรวม 997 ราย และคนต่างชาติทั้งจากการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลและการค้นหาเชิงรุกรวม 3,682 ราย
ส่วนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลขณะนี้เป็นคนไทย 147 ราย ต่างชาติ 189 ราย และผู้ที่อยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีกรวม 1,283 ราย เป็นคนต่างชาติทั้งหมด ด้านผู้ที่รักษาหายจากโรงพยาบาล กับผู้ที่เฝ้าสังเกตอาการจนครบกำหนดแล้วไม่พบเชื้อกลับบ้านได้รวม 3,059 ราย ในส่วนของผู้เสียชีวิตยังคงที่ 1 ราย

คุมโควิด – ฝ่ายปกครองแม่สอด จ.ตาก ตั้งด่านตรวจเฝ้าระวังโควิด บริเวณวงเวียนคอกช้างเผือก หมู่ 3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด พร้อมจับกุมชาวเมียนมา 4 คน เข้ามาในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งไปตรวจหาเชื้อโควิดที่ ร.พ.แม่สอด เมื่อวันที่ 17 ม.ค.
ตาก-จับพม่าหลบหนี
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก แจ้งว่า นายภัทรดนัย อุทัยรัตน์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง นายธวัชชัย อ่อนสาร ปลัดอำเภองานป้องกัน นายกิตติมศักดิ์ สีเดือน ผู้ใหญ่บ้านม.1 ต.ท่าสายลวด พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ พร้อมด้วยชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน( ชรบ.) ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจ จุดตรวจเฝ้าระวังป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาในข้อหากระทำความผิดเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 4 คน ทั้งหมดถูกจับได้ที่วงเวียนคอกช้างเผือก ม.3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด โดยรายชื่อผู้ถูกจับมี 1.นายมาวินไข่ ไม่มีนามสกุล อายุ 30 ปี, 2.นายเทอ่อง ไม่มีนามสกุล อายุ 34 ปี, 3.นางกะเหย่งมะ ไม่มีนามสกุล อายุ 30 ปี, 4.นายเอเอ ไม่มีนามสกุล อายุ 19 ปี ชุดจับกุมได้นำส่งร.พ.แม่สอด ตรวจโรคเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จึงนำตัวผู้ต้องหาส่ง ตม.แม่สอด ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กลับบ้าน- ผู้ถูกกักตัวจำนวน 13 คนได้รับการปล่อยออกจากโรงพยาบาลสนาม ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง พื้นที่เกล็ดแก้ว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กลับบ้านแล้ว หลังครบ 14 วัน และตรวจไม่พบเชื้อโควิด เมื่อวันที่ 17 ม.ค.