ทุบหลัง-กระชากแมสก์
ไม่ให้ถ่ายภาพ-ขู่แจ้งจับ
บิ๊กปั๊ดชี้ภายในสัปดาห์นี้
รู้ผลจับเท็จคดีน้องชมพู่

‘ลุงพล’ ระเบิดอารมณ์ใส่นักข่าว แย่งไมค์ ผลักอก กระชากหน้ากาก ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบไม้ตะเคียนที่ลุงพลนำมาตั้งศาลเจ้าแม่ตะเคียน โวยวายไม่ให้ถ่ายภาพ ขออนุญาตแล้วหรือยัง ถ้าถ่ายจะแจ้งความ จนเหตุการณ์วุ่นวาย คนรอบข้างต้องบอกให้ใจเย็นๆ เข้าห้ามปราม แล้วรีบนำตัวออกไป ขณะที่ ‘บิ๊กปั๊ด’ ผบ.ตร. ระบุผลจับเท็จ ‘คดีน้องชมพู่’ เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ใช้เป็นพยานชั้นศาล รวมทั้งได้ดูคลิปลุงพลฉุนแล้ว ต้องให้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์พฤติกรรม

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. เจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางไป บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เพื่อตรวจสอบไม้ตะเคียนของนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ลุงของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตปริศนานานกว่า 8 เดือน โดยสืบเนื่อง จากก่อนหน้านี้นายไชย์พลนำไม้ตะเคียนมา ตั้งศาลเจ้าแม่ตะเคียนโสรภีที่บริเวณข้างบ้าน แล้วมีชาวบ้านแห่มากราบไว้และบริจาคเงิน ต่อมามีผู้ ร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้มาตรวจสอบไม้ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างรอสัมภาษณ์อยู่นั้น ปรากฏว่านายไชย์พลพยายามเข้าไปแย่งไมค์ของผู้สื่อข่าวทีวีช่องหนึ่ง โดยบอกว่าขอถือหน่อย ปล่อยๆ ไม่เป็นไร ขอถือหน่อย จากนั้นก็พูดเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และตบหลัง ผู้สื่อข่าว ก่อนระเบิดอารมณ์ ผลักอกและตรงเข้าไปกระชากหน้ากากอนามัยของผู้สื่อข่าว จนกระทั่งมีคนเข้ามาแยกตัวออกไป

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวพยายามชี้แจงว่ามาทำหน้าที่ ทำไมต้องให้หยุดพูดด้วย และผิดอะไร ทำให้นายไชย์พลเดินเข้าไปหาอีกครั้ง พร้อมกับตะโกนถามอย่างมีอารมณ์ว่า “คุณมาถ่าย คุณขออนุญาตผมหรือยัง” และพูดซ้ำๆ หลายครั้ง จนยูทูบเบอร์ที่ติดตาม นายไชย์พลต้องรีบเข้ามาห้ามบอกว่าใจเย็นๆ ก่อนที่นายไชย์พลบอกกลับไปว่าถ้ามาถ่ายจะแจ้งความ และมีผู้รีบพาตัวออกไป ขณะที่ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวระบุว่าเตรียมไปแจ้งความ สภ.กกตูม เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย

ส่วนเรื่องการตรวจสอบไม้ตะเคียนนั้น นายไชย์พลกล่าวชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า ไม้ที่ศาลแม่นางตะเคียนโสรภี เป็นไม้ที่ลอยมากับน้ำในลำห้วยที่อยู่หลังบ้าน เห็นครั้งแรกคิดว่าเป็นไม้ขนุน เบื้องต้นจะนำมาไว้ที่หน้าบ้าน แต่เมื่อได้นำไม้มาตัดหัวและท้าย ได้เห็นเนื้อไม้เป็นสีเหลือง เข้าใจว่าเป็นไม้ตะเคียนทอง จึงนำมาวางไว้ด้านบนให้คนบูชาตามความเชื่อ ความศรัทธา

ขณะที่นายพรภิรมณ์ อุระแสง ผอ.ศูนย์ป่าไม้มุกดาหาร กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามเอกสารที่ได้รับการร้องเรียน 4 ข้อ 1.เป็นต้นตะเคียนจริงหรือไม่ 2.ได้มาอย่างไร 3.หากไม่ใช่ไม้ตะเคียน เป็นไม้อะไร ขอให้แจ้งผลตรวจสอบให้ทราบด้วย 4.หากถือครองไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย ผลจากการตรวจสอบเป็นไม้มะค่าแต้ ยาว 3.5 เมตร กว้าง 45 เซนติเมตร ปริมาตรไม้ 0.58 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหาร สั่งอายัดไม้มะค่าแต้ที่ศาลแม่นางตะเคียนโสรภีข้างบ้านลุงพลเพื่อตรวจสอบ โดยมอบให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านช่วยกันเฝ้าดูแล ห้ามไม่ให้ผู้ใดเคลื่อน

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าเชิญชาวบ้านกกกอกมาเข้าเครื่องจับเท็จเพื่อคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ว่า ฝ่ายสืบสวนสอบสวนแจ้งว่าผลอย่างเป็นทางการยังไม่ออก เมื่อผลออกมาอย่างเป็นทางการ ต้องแปลผล และฟังความเห็นจาก ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2-3 ท่าน คาดว่าจะเสร็จภายในสัปดาห์นี้

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า การแปลผลต้องเอาทฤษฎีมาตั้งก่อน จากนั้นเอาข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจมาประยุกต์ไปตามทฤษฎี แต่ต้อง ฟังหลักฐานอื่นประกอบ ไม่ใช่จะจบแค่เครื่องจับเท็จ ต้องฟังผลจับเท็จจริงของทุกคน ไม่ใช่แค่ของนายไชย์พล ซึ่งผลของเครื่องจับเท็จสามารถนำมาเป็นพยานในชั้นศาล แต่ต้องฟังเหตุผลอื่นประกอบด้วย

“ทราบว่าสังคมติดตามอยู่ ตำรวจก็ทำด้วยความรอบคอบ ต้องมีพยานหลักฐานแน่นหนา ไม่ให้ผู้ต้องหาดิ้นหลุดได้ในชั้นศาล อย่างที่บอกว่าคนทำผิดทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ คงนอนไม่หลับอยู่แล้วตอนนี้” ผบ.ตร.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเห็นคลิปลุงพลระเบิดอารมณ์ ใส่นักข่าวที่ จ.มุกดาหาร หรือยัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า มีคนส่งมาให้ดูแล้ว พฤติกรรมที่เกิดขึ้น คงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วิเคราะห์ เมื่อถามว่า เข้าข่ายทำร้ายร่างกายหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า อยู่ที่ว่าผู้เสียหายจะมาแจ้งความหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน