บุกหิ้วสอบเครียด4ชม.
เอาผิด‘สร้างพญานาค’

‘ลุงพล’ ซีด โดนเจ้าหน้าที่ป่าไม้และตร.บุกคุมตัวถึงบ้าน นำไปโรงพักสอบเครียดนาน 4 ชั่วโมง กรณีสร้างพญานาคในพื้นที่ป่าสงวนฯ ก่อนแจ้งเอาผิด 3 ข้อหาแผ้วถางรุกป่า ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ ทำให้ เสื่อมเสียสภาพป่า ขณะที่เจ้าตัวก็ยอมรับไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง ส่วน ‘บิ๊กปั๊ด’ ผบ.ตร. ฝากย้ำไปถึงคนร้าย จะไม่หยุด ‘คดีน้องชมพู่’ แต่จะเดินหน้าจนกว่าได้ตัว

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการคลี่คลายคดี น้องชมพู่ ด.ญ.วัย 4 ขวบเสียชีวิตปริศนาว่า ขณะนี้ผลของเครื่องจับเท็จอยู่ระหว่างดำเนินการทางธุรการ แต่ยังไม่ยุติการสอบสวนคดี และไม่สามารถตอบได้ว่า จะใช้เวลาอีกนานเพียงใด แต่ก็นานเท่าที่จำเป็น และยังไม่ปิดโอกาสว่าจะมีตัวละครใหม่เพิ่มเติมหรือไม่ จนถึงวันนี้ยังยืนยันว่าน้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนภูเหล็กไฟได้เอง

ผบ.ตร.กล่าวว่า อีกทั้งคงพูดไม่ได้ว่าบุคคลที่ถูกนำเครื่องจับเท็จจะเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งหมด และยังตอบไม่ได้ว่าจะนำใครมาเข้าเครื่องจับเท็จเพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน โดยขณะนี้ยังไม่ออกหมายจับใคร แต่พรุ่งนี้ยังก็ไม่เเน่ การจะออกหมายจับใครต้องมั่นใจ และ ผู้ต้องหามีสิทธิ์ต่อสู้คดี ฝากไปถึงคนร้ายว่าจะไม่ยุติการสืบสวนสอบสวน แต่จะเดินหน้า คดีจนกว่าได้ตัวคนร้าย

ส่วนความเคลื่อนที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร นายพรพิรมณ์ อุรุแสง ผอ.ศูนย์ป่าไม้ จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นายควบคุม ตัวนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ลุงของน้องชมพู่

โดยนายพรพิรมณ์อ่านเอกสารว่าการก่อสร้างพญานาค ปู่ปาริจิตนาคราช เป็นการรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ นำพื้นที่ไปใช้ผิดวัตถุ ประสงค์ ที่อนุโลมให้ชาวบ้านทำการเกษตรและอยู่อาศัย ถ้ามีการบุกรุกจะมีความผิดข้อหารุกที่ป่าสงวนฯ โดยใช้ที่ดินผิดวัตถุ ประสงค์ และทำให้เสื่อมเสียสภาพป่า สงวนฯ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-2,000,000 บาท

ผอ.ศูนย์ป่าไม้ จ.มุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่ายังไม่แจ้งข้อหาลุงพล แต่ขอสอบปากคำก่อน และมาดูพื้นที่จริง ให้ลุงพลพาชี้จุด หากทำผิดก็จะแจ้งข้อหา ส่วนการก่อสร้างพญานาคนั้น ก็ขอสอบปากคำลุงพลก่อน และจะพิจารณาให้ยุติการก่อสร้าง หรืออายัด ไว้ตรวจสอบ ส่วนจะรื้อ ทุบทิ้งหรือไม่ ต้องให้ ศาลเป็นผู้ตัดสิน

ขณะที่ลุงพลมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เมื่อเห็น เจ้าหน้าที่มา และบอกว่าไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น กลัว หรือกังวล แต่ยอมรับว่าที่ดินในหมู่บ้าน ไม่มีใครได้เอกสารสิทธิ และรู้มาตลอดว่าทางการให้ที่ดินอาศัยและทำการเกษตร ส่วนการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรูปปั้นพญานาค ก็รู้ว่าผิดวัตถุประสงค์

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวลุงพลขึ้นรถตู้ เดินทางไปที่สภ.กกตูม เพื่อสอบสวน และชี้พิกัดต่างๆ สำหรับที่ดินบริเวณที่ก่อสร้างพญานาคเป็นที่ดินที่ลุงพลซื้อต่อมาจาก ชาวบ้านเมื่อปี 2557 ในราคา 150,000 บาท โดยเป็นการซื้อขายมือเปล่า ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง จากการตรวจสอบของ เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวนฯ ติดกับลำห้วย ที่แต่เดิมชาวบ้านจะหาปลา ในช่วงฤดูน้ำหลาก แต่เมื่อเดือนธ.ค.2563 ลุงพลนำที่ดินไปก่อสร้างพญานาค ถือว่าเป็นการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากกรมป่าไม้อนุโลมใช้สำหรับอยู่อาศัยและทำการเกษตรเท่านั้น

ต่อมาที่สภ.กกตูม ลุงพลกล่าวว่า ยืนยันว่าบริสุทธิ์ ไม่หวั่นว่าจะโดนแจ้งข้อหา หรือคดีอะไร ถ้าบอกว่าตนรุกป่าสงวนฯ ก็รุกกันหมดทุกคน เจตนาที่สร้างพญานาคก็เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ได้เป็นส่วนตัว และหากต้องถูกทุบทำลายทิ้ง ก็ต้องยอมรับ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ลุงพลกล่าวถึงเรื่องตรวจสอบการสร้างพญานาคว่า ถ้าถึงเวลาที่ต้องทุบ ก็ต้องทุบ ถ้าทุบแล้วเกิดอาเพศก็ไม่รู้เหมือนกัน จุดประสงค์ที่สร้างวังพญานาค เกิดจากความเชื่อ ถ้าทำไปแล้วมันดีก็ต้องทำ ไม่เกี่ยวกับการแก้บน เป็นความเชื่อของสายญาณบารมีของพญานาค ถ้าสร้างพญานาคจะมีบารมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้าสร้างแล้วเป็นแลนด์มาร์ก เป็นแหล่ง ท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เจ้าหน้าที่สอบปากคำ ลุงพลอย่างเคร่งเครียดนาน 4 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น และแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา คือกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 54 (30) ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือ กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่จะกระทำภายในเขตที่ได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมและรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือโดยได้รับใบอนุญาตจากพนักงาน เจ้าหน้าที่, มาตรา 55 ผู้ใดครอบครองป่า ที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้น เป็นผู้แผ้วถางป่านั้น และตามพ.ร.บ.ป่าสงวน แห่งชาติ มาตรา 14 ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ และทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน