ออกกม.คุ้มครอง
ไม่ต้องคืนเงิน!
โผล่อีกที่จ.กระบี่

ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน จี้กระทรวงคลัง ระงับเรียกคืนเบี้ยผู้สูงอายุทั่วประเทศ เสนอรัฐบาลนิรโทษกรรมให้คนชราที่ได้รับเบี้ยบำนาญพิเศษต่างๆ ที่เกิดความผิดพลาด เจอร้องอีกราย ยายวัย 71 แม่ค้าขนมจีนชาวคลองท่อม กระบี่ ถูกเรียกคืนเบี้ย 5 หมื่น หลังรับเงินบำนาญสามีอดีตตำรวจถูกยิงตายปี 21 ขณะที่ยายเมืองจอหอ โคราช วัย 73 ปี ตื้นตันใจผู้ว่าฯ-สภาทนายช่วยเหลือ นอนไม่หลับมานาน ถูกเทศบาลฟ้องเรียกคืน 77,737 บาท เหตุรับบำนาญสามีตชด.ที่เสียชีวิตในสมรภูมิ ปี 15 ศาลนัดไกล่เกลี่ย-สืบพยาน 18 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายปิยะ ลือเดชกุล ผอ.สำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เพื่อขอให้ผู้ตรวจฯ เร่งตรวจสอบกรณีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เนื่องจากได้รับเงินบำนาญพิเศษ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายจังหวัด

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ขอให้ผู้ตรวจฯพิจารณาและเสนอแนะไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้แก้ไขระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2561 โดยให้ยกเลิกที่กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุว่าต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และเสนอไปยังกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ให้ระงับการเรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั่วประเทศ รวมทั้งเสนอไปยังรัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับ ผู้สูงอายุต่างๆ ทั่วประเทศที่ได้รับเบี้ยบำนาญพิเศษต่างๆ ที่ผิดพลาดมาก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจให้ผู้สูงอายุทั่วประเทศ

ด้านนายปิยะกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวส่งผล กระทบต่อสิทธิและประชาชนผู้สูงอายุ ซึ่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการฯให้ความสนใจ โดยจะเร่งรัดและเสนอเรื่องให้ที่ประชุมผู้ตรวจฯพิจารณาโดยเร็วที่สุด

วันเดียวกัน มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเรียกเก็บคืนเบี้ยผู้สูงอายุย้อนหลัง เพิ่มอีก 1 รายคือ นางเรียม สุขวิทย์ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/2 หมู่ 2 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ แม่ค้าขายขนมจีน ถูกเทศบาลตำบลทรายขาว เรียกเก็บเบี้ยผู้สูงอายุย้อนหลัง เป็นเงินกว่า 5 หมื่นบาท เพราะได้รับเงินบำนาญของสามีที่เคยเป็นตำรวจ และเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่

นางเรียมเผยว่า ก่อนนี้ ร.ต.อ.สมหวัง สุขวิทย์ สามีตนเคยเป็นตำรวจ ประจำอยู่ สภ.ทรายขาว อ.คลองท่อม ต่อมาปี 2521 ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในยุคนั้น บุก ล้อมสภ.ทรายขาว แล้วยิงถล่มใส่ตำรวจ เป็นเหตุให้สามีตายในหน้าที่ หลังจากนั้นอีกกว่า 10 ปี ตนก็ได้รับเงินบำนาญของสามีเป็นเงินเดือนละประมาณ 9 พันถึง 1 หมื่นบาท ตั้งแต่ปี 2530 กระทั่งต่อมาตนอายุได้ 60 ปี ก็มีจนท.ของเทศบาล นำเอกสารมาให้เซ็น เพื่อรับเงินในโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยไม่ได้สอบถามตนก่อนว่าได้รับสิทธิสวัสดิการอื่นใดอยู่หรือไม่ ตนเข้าใจว่าตัวเองมีสิทธิจะได้รับเบี้ยยังชีพ ก็เซ็นรับไป และได้เงินในปีแรกเดือนละ 600 บาท จนอายุได้ 70 ปี ก็ขึ้นเป็นเดือนละ 700 บาท แต่หลังอายุ 70 ปี ได้รับเงินมา 2 เดือน ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งหยุดจ่ายเงินให้ เพราะคุณสมบัติตนผิดเงื่อนไข

นางเรียมเผยต่อว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ก็มาแจ้งให้ทราบว่า ตนต้องจ่ายคืนเงินเบี้ยยังชีพคนชราที่ได้รับไปเกือบ 10 ปี เป็นเงินรวมกว่า 5 หมื่นบาท ซึ่งตนไม่มีปัญญาจะหาเงินมากขนาดนั้นมาให้ เพราะทุกวันนี้ต้องทำขนมจีนขาย มีรายได้จากกำไรวันละ 2-3 ร้อยบาทเท่านั้น ส่วนเงินบำนาญของสามี ที่ได้รับในปัจจุบัน ก็ได้ไม่แน่นอน บางเดือนได้ 10,000 บางเดือนได้ 9,000 บาท ต้องใช้เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน จึงอยากให้ทางภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ด้วย

ขณะที่นายสุทิน สุวรรณบำรุง ปลัดเทศบาลตำบลทรายขาว กล่าวว่า นอกจากกรณีนางเรียมแล้ว วันนี้ตรวจพบอีก 2 คน ยอดเงินตกคนละประมาณ 6 หมื่นกว่าบาท ยอมรับว่าเป็นกรณีที่หนักใจพอสมควร เพราะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้สูงอายุด้วย

ด้านนายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า ทางเทศบาลได้ตรวจสอบพบว่ามีผู้ที่ต้องจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุคืนจำนวน 12 คน โดยพบว่าเกือบทั้งหมดเป็นอดีตข้าราชการบำนาญที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ได้ทำบัตรผู้สูงอายุ และโอนเงินไปให้แล้วรายละตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึง 5 หมื่นกว่าบาท ซึ่งมี 4 รายคืนเงินให้ครบแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 8 ราย มี 2 รายขอผ่อนให้เดือนละ 600 บาท ส่วนที่เหลือเทศบาลเมืองกระบี่อยู่ระหว่างการเจรจาว่าจะให้จ่ายเงินคืนแบบใด แต่ทั้งหมดยอมจ่ายคืนโดยดี สาเหตุเพราะพบว่าผู้สูงอายุเหล่านี้ ไม่ได้แจ้งในรายละเอียดว่าได้รับเบี้ยบำนาญ ซึ่งมีช่องให้กรอกอยู่แล้ว

ส่วนนายวิเชษฐ์ ขวัญข้าว ปลัดอบต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ระบุว่า ตรวจสอบพบ 1 คน เป็นข้าราชการบำนาญและมาทำบัตรผู้สูงอายุได้ 5 ปี เป็นเงินประมาณ 3 หมื่นบาท ซึ่งหลังแจ้งไปว่าต้องจ่ายคืน ชายสูงอายุรายนี้ก็ยอมจ่ายคืนให้ โดยการผ่อนจ่ายมาแล้ว 4 งวด เป็นเงินประมาณหมื่นกว่าบาทแล้ว

ที่จ.นครราชสีมา ภายหลัง นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้สั่งการให้ท้องถิ่นจังหวัด เร่งสำรวจผู้สูงอายุที่ได้รับความเดือดร้อนในลักษณะนี้เพื่อช่วยเหลือ โดยนางประจวบ ผะดาวัลย์ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็น 1 ใน 13 ผู้สูงอายุ ที่ถูกเทศบาลตำบลจอหอเรียกเงินค่าเบี้ยยังชีพคืนย้อนหลัง ทราบข่าวการเข้ามาช่วยเหลือของหน่วยงานต่างๆ ก็รู้สึกดีใจ โดยได้นำรูปภาพของสามี คือ ร.ต.สัมพันธ์ ผะดาวัลย์ ที่เคยรับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน และได้เสียชีวิตในเหตุการณ์การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิว นิสต์ในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม เมื่อปี 2515 มาให้สื่อมวลชนดู หลังเรียกเงินคืนจำนวน 77,737 บาท ซึ่งให้ผ่อนจ่าย 3 เดือนแรก ในอัตราเดือนละ 18,000 บาท หลังจากนั้นให้ผ่อนจ่ายเดือนละ 1,100 บาทจนกว่าจะหมด แต่ไม่มีเงินจ่ายคืนจึงถูกทางเทศบาลส่งเรื่องฟ้องต่อศาลแขวงนครราชสีมา ซึ่งศาลได้นัดไกล่เกลี่ยและสืบพยาน ในวันที่ 18 ก.พ.2564

นางประจวบกล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า รู้สึกดีใจและขอบคุณที่สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งผวจ.นครราชสีมา จะให้ความช่วยเหลือเรื่องคดีความ เพราะตั้งแต่เกิดมาจนถึงอายุ 73 ปี ก็ยังไม่เคยมีคดีที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเลยสักครั้ง ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตเลย ซึ่งตนไม่รู้เรื่องกฎหมายใดๆ พอทางเทศบาลให้เซ็นรับเงินเบี้ยผู้สูงอายุเหมือนคนอื่นๆ ก็มอบอำนาจให้ญาติไปเซ็นรับมา แต่เมื่อถูกเรียกเงินคืนย้อนหลังเป็นจำนวนมากถึง 77,737 บาท ก็รู้สึกตกใจ และนอนไม่หลับมาโดยตลอด เพราะไม่มีเงินก้อนขนาดนั้นมาใช้คืน ปัจจุบันตนเองไม่มีรายได้อย่างอื่นเลย นอกจากเงินค่าบำนาญพิเศษจากการเสียชีวิตของสามี และเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จึงเดือดร้อนมาก กลัวว่าจะถูกดำเนินคดีเข้าคุกตอนแก่

ทวงเบี้ยชรา – นางเรียม สุขวิทย์ อายุ 71 ปี แม่ค้าขนมจีน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ถูกเรียกคืนเบี้ยผู้สูงอายุย้อนหลังเป็นรายล่าสุด เนื่องจากได้รับเงินพิเศษกรณีสามีที่เป็นตำรวจถูกผู้ก่อการร้ายปิดล้อมโรงพักแล้วยิงเสียชีวิตในยุคสงครามคอมมิวนิสต์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน