ไปซื้อกาแฟทั้งที่ยังกักตัว
โควิดสารคามลามราชบุรี
ตลาดกุ้งลุ้นได้เปิด8กพ.

ตร.จ่อเรียกสอบดีเจมะตูม เอาผิดปาร์ตี้วันเกิด แต้วโพสต์ขอโทษ ทำร้านคาเฟ่ต้องปิด เร่งสอบพยาน เช็กวงจรปิด คลัสเตอร์โต๊ะแชร์สารคาม รอลุ้นผลเกือบ4 พันราย ล่าสุดลามถึงราชบุรี เป็นครอบครัวเดียวกัน ด.ญ. 4 เดือนติดด้วย ศบค.เผยยอด โควิดใหม่ 829 ราย เดินหน้าตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง ยอดสะสมไทยรวม 18,782 ราย เผยคนกรุงใส่หน้ากาก 95% นายกฯวอนตั้งการ์ดสูง ชี้อย่าหวังแต่วัคซีน เชียงใหม่เฮ คลายล็อกผับบาร์ ระยองปลดล็อกเดินทางเข้า-ออก เปิดแล้วศูนย์ห่วงใยคนสาคร 8 เร่งปรับปรุงตลาดกลางกุ้ง พร้อมเปิด 8 ก.พ. สธ.ห่วงลักลอบเข้าปท.

โควิดบวกอีก 829 ราย

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 829 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 822 ราย มาจากต่างประเทศ 7 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม หายป่วยเพิ่ม 110 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 18,782 ราย หายป่วยสะสม 11,615 ราย เสียชีวิตสะสม 77 ราย หากนับเฉพาะระลอกใหม่มี ผู้ติดเชื้อสะสม 14,545 ราย หายสะสม 7,675 ราย เสียชีวิต 17 ราย ยังรักษาอยู่ 6,853 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ แบ่งออกเป็น 1.มาจากระบบเฝ้าระวัง 91 ราย ได้แก่ สมุทรสาคร 79 ราย กทม. 6 ราย นครปฐม นนทบุรี ขอนแก่น ราชบุรี ลพบุรี และสมุทรสงคราม จังหวัดละ 1 ราย

2.คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 731 ราย ได้แก่ สมุทรสาคร 722 ราย มหาสารคาม 4 ราย กทม. ชลบุรี ปทุมธานี ระยอง และสมุทรสงคราม จังหวัดละ 1 ราย และ 3.มาจากต่างประเทศ 7 ราย ได้แก่ ไอร์แลนด์ 2 ราย บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และอียิปต์ ประเทศละ 1 ราย

“จ.สมุทรสาคร มีรายงานเพิ่มขึ้น 801 ราย สะสม 10,368 ราย ขณะนี้ยังตรวจคัดกรองเชิงรุกต่อเนื่อง และจะตรวจคัดกรองเชิงรุกให้มากที่สุด จะแบ่งปรับมาตรการของแต่ละพื้นที่ในจังหวัดสมุทรสาคร ให้เหมาะกับการระบาดของแต่ละพื้นที่ เนื่องจากแต่ละอำเภอมีการระบาดแตกต่างกัน สำหรับวันนี้เป็น วันแรกของสัปดาห์พบผู้ติดเชื้อใน 12 จังหวัด ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้วที่มี 17 จังหวัด” พญ.พรรณประภากล่าว

ขณะที่ยอดสะสมทั่วโลกวันนี้ทะลุ 103,170,652 คน 5 อันดับแรกคือ สหรัฐ 26,655,740 คน อินเดีย 10,747,091 คน บราซิล 9,176,975 คน รัสเซีย 3,850,439 คน และอังกฤษ 3,796,088 คน ขณะที่จำนวน ผู้เสียชีวิตสะสมก็อยู่ที่ 2,230,306 ราย มี 5 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตสะสมหลักแสนนำโดยสหรัฐ 450,381 ราย บราซิล 223,971 ราย เม็กซิโก 158,074 ราย อินเดีย 154,312 ราย และอังกฤษ 105,571 ราย ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้วอยู่ที่ 74,824,962 คน

เผยคนกรุงใส่หน้ากาก 95%

พญ.พรรณประภากล่าวต่อว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีการวิจัยนำระบบปัญญาประดิษฐ์ ระบบ AiMASK มาประเมินการใส่หน้ากากอนามัยของคนไทย นำร่องใน กทม. โดยใช้กล้องวงจรปิดที่มีอยู่แล้ว วิเคราะห์การใส่หน้ากากของคนไทย หากเป็นสีแดงคือไม่ใส่หน้ากาก หรือใส่หน้ากากน้อยกว่า 90% สีเหลือง คือ ใส่ไม่ถูกต้อง เช่น ใต้คาง ใต้จมูก คล้องหูไว้ มีการใส่หน้ากาก 90-95% และสีเขียวคือถูกต้องมีการใส่หน้ากากมากกว่า 95% จากการประเมินใน 15 เขต กทม. พบว่า เขตดอนเมือง เป็นสีแดง และเขตบางกะปิเป็นสีเหลือง ส่วนร้อยละการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องมี 97.53% ใส่ไม่ถูกต้อง 1.42% และไม่ใส่หน้ากาก 1.05% ดังนั้น ขอให้ใส่ให้ถูกต้องเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

นอกจากนี้ ระบบยังวิเคราะห์ได้ว่า ช่วงเช้ามีการใส่หน้ากากอนามัยไม่ถูกต้อง 2.59% ส่วนช่วงเย็นเพิ่มขึ้นเป็น 3.02% วันเสาร์และอาทิตย์ใส่หน้ากากอนามัยไม่ถูกต้องหรือใส่ลดลง ต้องเน้นย้ำว่าการออกมารับประทานอาหารนอกบ้านหรือเที่ยววันเสาร์และอาทิตย์ ขอให้สวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด

ตร.เร่งสอบเอาผิดดีเจมะตูม

พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ ผกก. สน.ทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข ผู้อำนวยการเขตสาทร กทม. เข้า แจ้งความกล่าวโทษกรณีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายในการจัดงานปาร์ตี้วันเกิดของ “ดีเจมะตูม” และผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากจนเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ณ บริเวณโรงแรมบันยันทรี เขตสาทร เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2564 ในฐานะ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2563 ว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนเริ่มตรวจสอบไปบางส่วนแล้ว เช่น ภาพวงจรปิด ที่จะบอกช่วงเวลาที่เกิดเหตุว่า ทางโรงแรมเปิดให้บริการเกินเวลาหรือไม่ ส่วนเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องรอสอบสวนพนักงานเสิร์ฟที่ทำงานในวันดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกักตัว 14 วัน คาดว่าจะครบกำหนดช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนการดำเนินคดีกับ “ดีเจมะตูม” และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ยังต้องรอสอบปากคำอีกหลายปาก เช่น ตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในฐานะผู้เสียหาย, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อนำมาประกอบการแจ้งข้อกล่าวหา ว่าจะเข้าข่ายความผิดในข้อหาใดบ้าง

“นอกจากนี้ยังต้องเรียกสอบปากคำ “ดีเจมะตูม” เพื่อซักถามข้อเท็จจริงในวันเกิดเหตุด้วย แต่หากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ชัดเจนแล้ว ก็จะออกหมายเรียก “ดีเจมะตูม” เข้ารับทราบข้อกล่าวหาทันที โดยยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะชัดเจนไม่เกินภายในเดือนก.พ.นี้ สำหรับความผิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องการกำหนดเวลาเปิด-ปิด การให้บริการ และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องการสั่ง ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว” ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าว

นายกฯวอนตั้งการ์ดสูง

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบแนวทางเกี่ยวกับการบริหารวัคซีน โควิด-19 ให้ยึดหลักกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามมาตรฐานสากล มีคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ บริหารแผนการฉีดวัคซีน โดยกระทรวงสาธารณสุข จะติดตามประเมินผลการฉีดวัคซีนอย่างใกล้ชิด คาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนคนไทยคนแรกได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ นอกจากนั้น นายกฯมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการแผนปฏิบัติงานในทุกมิติ ทั้งรายละเอียด การขนย้าย การขนส่งและการจัดเก็บวัคซีนเพื่อรักษาประสิทธิภาพวัคซีน โดยเฉพาะแผนปฏิบัติการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนแต่ละกลุ่ม และเร่งประชาสัมพันธ์ สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชนในพื้นที่

“นายกฯวอนให้คนไทย ตั้งการ์ดสูง และใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง ไม่ไปในสถานที่เสี่ยงและสถานที่แออัด” โฆษกรัฐบาลกล่าว

ชี้อย่าฝากความหวังแค่วัคซีน

ด้านเฟซบุ๊ก Prayut Chan-o-cha ของพล.อ.ประยุทธ์ โพสต์ว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีความวุ่นวายเกิดขึ้นกับกำหนดการส่งมอบวัคซีนของหลายประเทศทั่วโลก หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตวัคซีนออกมาเปิดเผยว่าการผลิตวัคซีนไม่เป็นไปตามแผน ถึงขั้นที่บางบริษัทออกมาชี้แจงว่าจำนวนวัคซีนที่จะส่งมอบให้ ผู้สั่งจอง จะได้ไม่ถึงครึ่งนึงของจำนวนที่วางแผนไว้ด้วยซ้ำ ส่งผลให้หลายประเทศต้องรื้อแผนการฉีดวัคซีน และหลายประเทศอาจจะไม่สามารถดำเนินการฉีดวัคซีนได้ถึงเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ในปีนี้

ท่ามกลางสถานการณ์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ทั่วโลก ผมอยากให้ทุกท่านทราบจุดยืนของผม เราต้องยึดแนวทางที่ทำมาตั้งแต่ต้น ที่พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าเป็นแนวทางที่ได้ผลถูกต้อง คือดำเนินการเชิงรุกอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้น ควบคุมและป้องกันไม่ให้โควิดเข้ามาในประเทศไทย และหากเจอเล็ดลอดเข้ามาเราต้องจัดการโดยทันที คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน แบบนี้คือหนทางที่จะช่วยทำให้เราอยู่ในสถานการณ์ที่พอจะสามารถใช้ชีวิตและทำมาหากินกันได้บ้างในระดับหนึ่ง แทนที่จะเลือกใช้ชีวิตกันแบบสบายๆ แล้วฝากความหวังไว้ว่าวัคซีนจะมาแก้ปัญหา

นี่คือแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเห็นแล้วว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการมีโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และอาจเกิดขึ้นใหม่ได้อีก ผู้เชี่ยวชาญในหลายประเทศยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าวัคซีนปัจจุบันจะสามารถปกป้องเราจากโควิดทุกสายพันธุ์ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น อาวุธสำคัญที่จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดอยู่ในมือของเรานั่นคือทุกคนต้องทำหน้าที่เพื่อชาติ คือ สวมหน้ากากอนามัย ปฏิบัติตามแนวทางสาธารณสุข อย่าปกปิดข้อมูล ขอให้ทุกท่านอย่าคิดว่าการไม่ทำตามมาตรการบ้างจะไม่เป็นอะไร สิ่งเล็กๆ ที่ทุกคนทำมีผลต่อประเทศทั้งสิ้น สิ่งที่พวกเราได้ทำกันมาช่วยทำให้วันนี้พวกเราไม่ต้องเจอกับปัญหาแบบที่ประเทศอื่นยังต้องเผชิญกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการล็อกดาวน์ ปิดร้านค้า หรือห้ามออกจากบ้าน ขอให้ทุกคนตระหนักและร่วมมือกันต่อไป รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และยังคงต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้ประเทศได้รับวัคซีนตามแผน

ลำดับกลุ่มเป้าหมายวัคซีน

นายอนุชากล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือศบค. รายงานลำดับกลุ่มเป้าหมายการให้วัคซีน โควิด-19 ในประเทศไทย แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงที่วัคซีนมีปริมาณจำกัด ดำเนินการในพื้นที่ที่มีการระบาด เพื่อลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต รักษาระบบสาธารณสุขของประเทศ จะดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ผู้มีโรคประจำตัว 6 โรคกำหนด คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง เบาหวาน และโรคอ้วน ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรค โควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย

ระยะที่ 2 ช่วงที่มีวัคซีนเพิ่มขึ้น ขยายพื้นที่ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อรักษาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ โดยกำหนดฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่นอกเหนือจากด่านหน้า เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสซื้อโควิด-19 ผู้ประกอบอาชีพที่มีโอกาสสัมผัสกับคนจำนวนมาก และผู้เกี่ยวข้องกับการ เดินทางระหว่างประเทศ

ระยะที่ 3 ช่วงที่วัคซีนมีปริมาณเพียงพอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในระดับประชากร จะดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อฟื้นฟูให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ภายในประเทศ โดยกลุ่มที่ก้าวหน้ามากที่สุดมี 3 ชนิด คือ ชนิด mRNA โดยศูนย์วิจัยวัคซีนแห่งจุฬาลงกรณ์ ชนิด Protein subunit (Plant-based) ของบริษัทใบยา ไฟโตฟาร์ม ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และชนิด DNA โดยบริษัทไบโอเนท เอเชีย อยู่ระหว่างการแสวงหาความร่วมมือ หรือพัฒนาศักยภาพการขยายขนาดการผลิต เพื่อผลิตวัคซีนต้นแบบสำหรับทดสอบในอาสาสมัคร

ร.พ.สนาม – ศูนย์ห่วงใยคนสาคร 8 ส่วนเพิ่มเติม วัฒนาแฟคตอรี่ (2) หรือโรงพยาบาลสนาม 1,000 เตียง ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมรับผู้ติดเชื้อเข้ารักษาตัว ล่าสุดเปิดรับผู้ป่วยหญิงเข้ามาดูแลแล้ว เมื่อวันที่ 31 ม.ค.

ศูนย์ห่วงใยคนสาคร 8 เปิดแล้ว

ที่ศูนย์ห่วงใยคนสาคร 8 ส่วนเพิ่มเติม วัฒนาแฟคตอรี่ (2) หรือโรงพยาบาลสนาม 1,000 เตียง หมู่ที่ 3 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ได้เริ่มรับผู้ติดเชื้อจากสถานประกอบการต่างๆ ในจังหวัดสมุทรสาคร เข้ามาดูแลรักษาแล้ว โดยเบื้องต้นวันแรกนี้จะรับผู้ติดเชื้อที่เป็นเฉพาะผู้หญิงเข้ามาดูแลก่อนประมาณ 200 ราย จากนั้นจะค่อยๆ ทยอยรับเข้ามาเรื่อยๆ ตามปริมาณเตียงภายในศูนย์ โดยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของโรงพยาบาลสมุทรสาคร

สำหรับ “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร วัฒนา แฟคตอรี่” มีเป้าหมายเพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่แพร่ระบาดระลอกใหม่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นการคัดกรอง ผู้ติดเชื้อออกจากพื้นที่ชุมชน เพื่อให้การรักษาผู้ติดเชื้อ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เป็นไปอย่างรวดเร็ว จำกัดวงการแพร่ระบาด ใช้เป็นสถานที่ในการคัดกรองผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ หรือแสดงอาการแต่ไม่มากนัก รวมถึงอำนวยความสะดวก ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง สามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้มากกว่า 1,000 เตียง และมีส่วนพื้นที่แยกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ มีระบบควบคุมดูแลผู้ติดเชื้อผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำที่ได้มาตรฐาน รวมถึงระบบน้ำทิ้งที่ถูกสุขลักษณะ พร้อมกันนี้ก็ยังมีพื้นที่อเนกประสงค์เพื่อการจัดสันทนาการสำหรับผู้ติดเชื้ออีกด้วย

ระยองปลดล็อกเดินทางเข้า-ออก

ด้าน ว่าที่ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รองผวจ.ระยอง พร้อมด้วย นพ.สุนทร เหรียญภูมิการกิจ สสจ.ระยอง ร่วมแถลงความคืบหน้าสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันของจ.ระยอง ที่ห้องอินทรวิชิต ศูนย์ราชการ จ.ระยอง โดยทางจังหวัดได้นิมนต์พระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง มาให้พรเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวระยอง

ผวจ.ระยองกล่าวว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 580 คน รักษาหายแล้ว 562 คน ยังเหลือผู้ติดเชื้อรักษาตัวอยู่ 17 คน จากการประชุมระดับจังหวัดสถานศึกษาจะเปิดการเรียนการสอนในวันที่ 1 ก.พ.64 และการเดินทางข้ามจังหวัดไม่ต้องขออนุญาตการเดินทาง ส่วนสถานประกอบการที่ยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ ประกอบด้วย ผับ บาร์ อาบอบนวด สนามชนไก่ โรงมหรสพทุกประเภท ร้านเกมส์ สนามมวย สระว่ายน้ำสาธารณะ สวนน้ำ ฟิตเนส ร้านสักลาย บ่อตกปลา และบ่อตกกุ้ง โดยจะมีการประเมินกันตามสถานการณ์แต่ละวัน ซึ่งก็เห็นใจผู้ประกอบการ แต่ขอให้อดทน คาดว่าคงจะมีการอนุญาตในเร็วนี้

นพ.สุนทรกล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายนี้เป็นเพศชาย อาชีพเป็นพนักงานส่งเอกสารภายในโรงงาน ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าติดเชื้อมาจากที่ใด เบื้องต้นเรียกตัวภรรยาและบุตรรวม 2 คน พร้อมเพื่อนสนิท 2 คน นอกจากนี้ ยังมีเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงน้อยอีก 22 คนเข้ามาตรวจหาเชื้อ แต่ไม่พบเชื้อ จึงกักตัวไว้รอดูอาการ 14 วัน สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดระยองขณะนี้ถือว่ายังทรงตัว แต่ก็ยังไม่ควรประมาท ขอความร่วมมือให้ชาวระยองทุกคนป้องกันตัวเองตามมาตรการที่สาธารณสุขกำหนด

ขอนแก่นพบป่วยอีก 1

ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา สสจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผอ.ร.พ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ พญ.นาตยา มิลส์ ผอ.ร.พ.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวหลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของจังหวัด ซึ่งรายที่ 11 เป็นชาย อายุ 57 ปี ชาวจ.มหาสารคาม ขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ศรีนครินทร์

นพ.สมชายโชติเผยว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นชายวัย 57 ปี ชาวจ.มหาสารคาม ขับรถยนต์ส่วนตัวมาพร้อมกับภรรยาเพื่อเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งของจ.ขอนแก่นเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีอาการวิงเวียน มีไข้ แพทย์ตรวจคัดกรองพบว่าปอดติดเชื้อ จึงได้ประสาน ร.พ.ศรีนครินทร์เพื่อส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาต่อ พร้อมกับใช้ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจเนื่องจากปอดมีอาการลุกลามจากปอดด้านขวาไปซ้าย

“ขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับและอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ในส่วนของบุคลากรของทางร.พ.เอกชนซึ่งรับตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษา มีบุคลากรที่มีความเสี่ยงต่ำจำนวน 6 คน ขณะนี้ได้เข้าสู่กระบวนการสังเกตตัวเองและรายงานต่อทีมงานทุกวัน ขณะเดียวกันยังคงมีบุคลากรที่มีความเสี่ยงสูงจำนวน 8 คน ซึ่งมีคำสั่งกักตัว 14 วัน และเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อทั้งหมดแล้วตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสูงสุด”

นพ.สมชายโชติกล่าวต่ออีกว่า สำหรับ ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ของจ.มหาสาร คาม ที่มีไทม์ไลน์สัมผัสร่วมกับคนขอนแก่น ขณะนี้ทีมสอบสวนโรคของเราได้ประสานข้อมูลกับทางสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม พร้อมส่งทีมเคลื่อนที่เร็วไปตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว ประกอบด้วย อ.บ้านไผ่ 6 ราย, อ.พล 1 ราย, อ.เมืองขอนแก่น 1 ราย และ อ.ชุมแพ 6 ราย ผลตรวจทุกคนเป็นลบ แต่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวตามมาตรการป้องกัน

ขอนแก่นยังคุมเข้มเดินทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า จังหวัดยังคงต้องขอความร่วมมือจากประชาชนชาวขอนแก่นและผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะจาก 28 จังหวัด ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่นขอความร่วมมืออย่างเข้มงวดต่อไป โดยเฉพาะยังคงมาตรการเข้มงวดการผ่านเข้ามาในจังหวัด แม้ขณะนี้จังหวัดขอนแก่นจะผ่านไป 1 รอบคือ 14 วันของการกักตัว แต่ขอให้เข้มงวดต่อไปอีก 1 วงรอบคืออีก 14 วันเพื่อให้ชาวขอนแก่นมั่นใจว่าเราเป็นเขตปลอดเชื้อจากความร่วมมือกันของชาวขอนแก่น เราจะประกาศชัยชนะด้วยกัน

ผวจ.ขอนแก่นกล่าวต่ออีกว่า สำหรับการเปิดเรียนของสถาบันการศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้เปิดเรียนพร้อมกันในวันที่ 1 ก.พ.ที่จะถึงนี้นั้น เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะที่ผ่านมาโรงเรียนต่างๆ ได้มีมาตรการเข้มงวดคัดกรองบุคลากร ครูและนักเรียน รวมถึงบุคคลเข้าออกโรงเรียนอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว พร้อมเน้นย้ำขอให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านตลอดเวลา ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์บ่อยๆ และเว้นระยะห่างทางสังคมไม่ไปอยู่ในจุดเสี่ยงที่มีความแออัดจากจำนวนคน

สารคามวุ่นคลัสเตอร์โต๊ะแชร์

นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผวจ.มหาสารคามเผยว่า ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ ของร.พ.มหาสารคามและร.พ.สุทธาเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบผู้ป่วยติดเชื้อ โควิด-19 ประจำวันที่ 30 มกราคม 2564 เพิ่มขึ้นจำนวน 8 ราย ส่งผลให้จ.มหาสารคามพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่รวม 15 ราย ในจำนวนนี้ติดจากคลัสเตอร์กลุ่มงานเลี้ยงสรรค์โต๊ะแชร์ 14 รายรวด ซึ่งเป็นการระบาดแบบกลุ่มก้อน โดยเป็นบุคคลในครอบครัว และกลุ่มเพื่อนในงานเลี้ยงสังสรรค์โต๊ะแชร์ โดยผู้ป่วยรายที่สองของการระบาดระลอกใหม่มีประวัติเดินทางไปกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. และเดินทางกลับเข้ามาในพื้นที่วันที่ 3 ม.ค. 2564 ไปกินเลี้ยงสังสรรค์ตามร้านอาหารต่างๆ ในวันที่ 10, 11, 12, 14, 17, 18, 23 และ 25 ม.ค. ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 27 ม.ค. ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยทั้งหมดกำลังรักษาตัวในร.พ.มหาสารคาม

ล่าสุดหน่วยงานด้านสาธารณสุขของจังหวัดต้องเร่งตั้งจุดคัดกรองค้นหาเชิงรุก ผู้สัมผัสเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ภายในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองมหาสารคาม ระดมกำลังแพทย์และพยาบาลกว่า 400 คน จากโรงพยาบาล 6 แห่งของจังหวัด และกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น ตั้งจุดตรวจค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในพื้นที่ 5 จุดในเขตเทศบาลซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และนักศึกษา ที่มีประวัติเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วยแต่ละคนเดินทางมาคัดกรองและตรวจหาเชื้อจำนวน 3,853 ราย และจะตรวจเชิงรุกเพิ่มอีกในวันนี้ตั้งเป้าอีก 1,000 ราย พร้อมกันนี้จะส่งสารคัดหลั่งที่ได้ทั้งหมดไปตรวจยังห้องอณูชีวโมเลกุลต่อไป

สำหรับรายงานสถานการณ์กรณีติดเชื้อจังหวัดมหาสารคาม ยืนยันผลประจำวันที่ 30 ม.ค. พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อทั้งระลอกแรกและระลอกใหม่สะสมทั้งหมด 16 ราย รักษาหายแล้ว 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

กาญจน์ตรวจเชื้อกลุ่มเสี่ยง

นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา หัวหน้าสำนักงานจังหวัด/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยกรณีผู้ติดเชื้อรายที่ 29 ของจ.ราชบุรี มีไทม์ไลน์พบว่า วันที่ 22 ม.ค. เวลา 17.00-18.00 น.เดินทางไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารและกาแฟบริเวณ ถ.แสงชูโต ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี จากนั้นวันที่ 26 ม.ค.64 เวลา 18.00 น. เดินทางไปรับประทานข้าวต้มในตลาดท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ว่าเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อกับผู้สัมผัสเสี่ยงที่ร้านกาแฟและร้านข้าวต้มรวม 19 คน ซึ่งผลตรวจหาเชื้อจะออกไม่เกินพรุ่งนี้ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนช่วยกันป้องกันตัวเอง ติดตั้งและใช้แอพฯ ไทยชนะและหมอชนะ หลีกเลี่ยงอยู่ในสถานที่ที่มีคนแออัด หากมีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง หรือสงสัย หรือมีอาการเจ็บป่วย ให้รีบพบแพทย์ใกล้บ้านให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันช่วงเวลาประมาณ 21.39 น.ของคืนที่ผ่านมาพบเจ้าของผู้ประกอบการ 1 ใน 2 ร้านโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้ามาใช้บริการที่ร้าน เมื่อวันที่ 22 มกราคม 64 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ทางร้านจึงขอประกาศหยุดตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าทุกท่านที่จะมาใช้บริการ และได้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดด้วยการทำความสะอาด ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทั้งร้าน และให้พนักงานในร้านทุกคนไปตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ที่โรงพยาบาลและเฝ้าดูอาการ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์สุดวิสัยที่ไม่มีใครทราบได้ ทางร้านต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูง และทางร้านจะปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด #staysafe

เชียงใหม่เฮเปิดผับได้แล้ว

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ว่า ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มติดต่อกันเป็นวันที่ 19 แล้ว โดยผู้ป่วยในการระบาดระลอกใหม่มียอดสะสมรวม 23 ราย ขณะนี้เหลือรักษาตัวหายกลับบ้านแล้วทั้ง 23 ราย โดยจากสถานการณ์ที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่จึงผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ เช่น แนวทางปฏิบัติในการเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ การอนุญาตให้สถานประกอบการร้านค้า และสถานบันเทิงกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ และแนวทางในการจัดกิจกรรมต่างๆ โดยมาตรการในการป้องกันและคำสั่งผ่อนปรน ดังกล่าวนี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆ ของมาตรการผ่อนคลายของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ 1.มาตรการควบคุมการเดินทางของบุคคลที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 2.ให้งดการออกใบอนุญาตให้จัดให้มีการเล่นการพนัน 3.มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในสถานบริการสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ และ 4.ผ่อนคลายมาตรการการจัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สำหรับสถานบันเทิงทุกแห่งจะต้องปรับปรุงติดตั้งระบบระบายอากาศให้ได้มาตรฐานภายในวันที่ 31 ม.ค.64 ซึ่งมอบหมายให้เทศบาลนครเชียงใหม่เป็นหน่วยงานดูแลรับผิดชอบในการติดตามตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน หากไม่ผ่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดบริการ

ราชบุรีติด 3 ครอบครัวเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จังหวัดราชบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่เพิ่มอีก 3 ราย เป็นหญิง 1 ราย ชาย 1 ราย และทารกเพศหญิง 1 ราย ทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกันกับผู้ป่วยรายที่ 4 ของจังหวัดมหาสารคาม โดยเดินทางมาจาก จ.มหาสารคาม มาที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลรายงานจากทางจังหวัดพบว่าราชบุรีมียอดผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่จำนวน 31 ราย รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 27 ราย ยังคงเหลือพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก 4 ราย

‘แต้ว’โพสต์หลังร้านคาเฟ่ปิด

จากกรณีนักแสดงสาว แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ โพสต์รูปภาพโผล่คาเฟ่ โดยไม่สวมแมสก์ จนเป็นเหตุดราม่าว่อนเน็ต เพราะยังกักตัวไม่ครบ 14 วัน แม้ว่า แต้ว จะเคยออกมาเผยผลตรวจโควิดรอบที่ 3 ผ่านอินสตาแกรม ซึ่งผล ออกมาเป็นลบ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย และความแน่ใจ ชาวเน็ตจึงติงด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ต่อมาร้านคาเฟ่ดังกล่าว โพสต์อินสตาแกรม ประกาศแจ้งปิดร้าน เพื่อทำความสะอาด บิ๊กคลีนนิ่ง โดยเขียนข้อความระบุว่า “ร้านปิดเพื่อทำ big cleaning ร้านจะกลับมาเปิดอีกครั้ง วันศุกร์ที่ 5 ก.พ. ค่ะ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ” ล่าสุด แต้วได้ออกมาคอมเมนต์ใต้โพสต์ กล่าวว่า “ขอโทษที่ทำให้เกิดความเสียหายนะคะ ยินดีรับผิดชอบทุกกรณีค่ะ”

เร่งปรับปรุงตลาดกลางกุ้ง

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ตามที่ ศบค.ได้เห็นชอบให้มีการผ่อนคลายมาตรการโควิด 19 นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 นี้เป็นต้นไป แต่ยังคงให้จังหวัดสมุทรสาคร เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดนั้น ในส่วนของตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ตามที่ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดสมุทรสาคร ก็เห็นชอบให้เปิดตลาดกลางกุ้งได้นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เช่นเดียวกัน แต่จะเป็นการอนุญาตให้เปิดได้เฉพาะเพื่อดำเนินการปรับปรุงตลาดให้มีความสะอาด มีการปรับปรุงรั้วทาสีใหม่ จัดระเบียบภายใน รวมถึงมาตรการต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักสาธารณสุขเท่านั้น จะยังไม่อนุญาตให้ขายของ จนกว่าจะมีความพร้อมและทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้ จึงจะสามารถดำเนินการขายของได้ ส่วนระยะเวลาดำเนินการตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างทางจังหวัดสมุทรสาคร กับแพต่างๆ ในตลาดกลางกุ้งที่มีอยู่ราวๆ 50 แพ ที่ได้ตกลงในเรื่องของการปรับปรุงทำความสะอาด และปรับปรุงสถานที่ โดยทางเจ้าของแพได้เสนอมาว่า น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นก็จะให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินว่า สามารถที่จะเปิดได้หรือไม่ ซึ่งถ้าระยะเวลา 1 สัปดาห์นี้ ภายในตลาดกลางกุ้งดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดร่วมกัน แล้วผลการประเมินเป็นไปตามหลักสาธารณสุข ก็จะเปิดขายได้นับตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป แต่ถ้ายังมีบางส่วนที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขก็จะต้องช่วยกันดำเนินการต่อไปให้เรียบร้อย จนกว่าจะผ่านการประเมิน จึงจะสามารถกลับมาค้าขายได้ตามปกติ

ประชามติ – ราษฎรบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมออกเสียงลงประชามติ สรุปยังไม่ให้เปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนบ้านห้วยต้นนุ่น เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 31 ม.ค.

สธ.ห่วงลักลอบเข้าปท.

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย ว่า ช่วง 4-5 วันที่ผ่านมาพบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 700-800 ราย เกินกว่า 96% อยู่ใน จ.สมุทรสาคร มาจากการค้นหาเชิงรุกที่ตั้งเป้าตรวจอย่างน้อยวันละ 1 หมื่นราย และจะนำข้อมูลผลการตรวจเชื้อไปปรับมาตรการควบคุมโรคต่อไป ส่วนจังหวัดอื่นๆ ควบคุมสถานการณ์ได้ดีและรวดเร็ว เมื่อพบผู้ติดเชื้อมีการสอบสวนโรคและกักกันผู้สัมผัส ทำให้ไม่มีการแพร่ระบาดเพิ่มเติม

นพ.โอภาสกล่าวว่า จังหวัดชายแดนต่างๆ ยังต้องเข้มเฝ้าระวังการลักลอบเข้าประเทศ โดยเฉพาะมาเลเซียที่ยังมีการระบาดสูง ล่าสุดพบเคสหญิงอายุ 31 ปี ทำงานสถานบันเทิงในมาเลเซีย ลักลอบเข้ามาทางพรมแดนธรรมชาติ เดินทางพร้อมเพื่อนอีก 2 คน โดยนั่งรถจากสุไหงโก-ลกถึงหาดใหญ่ และเช่ารถตู้ต่อมาสถานีขนส่งหมอชิต กทม. และไปตรวจรักษาที่ ร.พ.สมุทรปราการ พบเชื้อ โควิด 19 ดังนั้น ขอให้เดินทางกลับเข้ามาตามระบบเพื่อรับการกักกัน หากติดเชื้อจะได้รับการดูแลรักษา ไม่ให้แพร่เชื้อสู่ชุมชน

นพ.โอภาสกล่าวว่า กรณี จ.สมุทรปราการพบติดเชื้อในบริษัท 21 ราย เกี่ยวเนื่องกับ 2 เหตุการณ์ คือ บริษัทพนักงานหญิงพม่าอายุ 19 ปีติดเชื้อคนแรก มีการตรวจคนในบริษัท 281 คน พบติดเชื้อ 18 คน เป็นพม่า 15 คน คนไทย 2 คน และกัมพูชา 1 คน นอกจากนี้ ยังไปตรวจเชิงรุกในชุมชนตลาดโต้รุ่งพบผู้ติดเชื้ออีก 2 คน เนื่องจากเป็นชุมชนแออัด มีคนกว่า 2 พันคน วันนี้จึงลงไปตรวจหาเชื้ออีกครั้ง แต่ถือว่าควบคุมได้รวดเร็ว ติดตาม ผู้สัมผัสได้เข้ารับการกักกันแล้ว อยู่ระหว่างเฝ้าระวังว่าจะมีผู้สัมผัสติดเชื้อเพิ่มหรือไม่ ส่วนกรณีพนักงานร้านอาหารในห้างดัง มีการตรวจพนักงานกว่าร้อยคนพบการติดเชื้อ 7 คน ถือว่าควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนที่มีไทม์ไลน์ออกมาเพิ่มเป็นไทม์ไลน์อย่างละเอียดของทั้ง 7 ราย ถือเป็นกรณีเดิมไม่ใช่กรณีใหม่

บิ๊กคลีนนิ่ง – ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคลองสานและผู้เช่าทุกร้านค้า ร่วมกันทำความสะอาดและฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า เมื่อวันที่ 31 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน