รวบแล้วหนุ่มยิงดับแฟนสาว หมกริมถนนป่าตอง-กะรน ภูเก็ต ได้คารีสอร์ต ท้ายเมือง พังงา ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น อำพรางศพ สารภาพทำไปเพราะหึงหวง กลัวฝ่ายหญิงปันใจชายอื่น หลังมีปากเสียง ทำร้ายร่างกาย ก่อนยิงจนตายคากระท่อมในอ.ถลาง ร่วมกับเพื่อนอีกคนอุ้มศพขึ้นรถสามล้อไปทิ้ง ตำรวจตามจับหนุ่มผู้ร่วมก่อเหตุได้ทันควัน ปฏิเสธไม่ได้ร่วมฆ่า เห็นทะเลาะกันเลยเดินชิ่งออกมา ก่อนได้ยินเสียงปืน พบฝ่ายหญิงโดนยิงตายคาที่ อ้างถูกขอร้องให้ช่วยพาศพไปทิ้ง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันอำพรางศพ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบผ้านวมมัดเหมือนกับการห่อศพ ถูกทิ้งไว้ริมถนนสายป่าตอง-กะรน ก่อนถึงสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต (สปก.ภูเก็ต) ต.กะรน อ.เมือง ฝั่งขาเข้าป่าตอง เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ศีรษะ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง โดยพี่ชายญาติๆ ยืนยันว่าศพที่พบคือ นางโสภา หรือ หนึ่ง ถนิมกาญจน์ อายุ 39 ปี สาวจ.แพร่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะรน – สภ.เชิงทะเล ตลอดจนชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่วิทยาการพิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันตรวจสอบกระท่อมไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ริมถนนบ้านดอน-บ้านป่าสัก หมู่ 4 ตรงข้ามปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่ใช้ฆาตกรรมนางโสภา โดยจากการตรวจสอบพบคราบเลือดแห้งกรังจำนวนมากที่บันไดและฟูกที่นอนภาย ในกระท่อม พนักงานสอบสวน สภ.กะรนได้รวบรวมหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดภูเก็ต อนุมัติออกหมายจับ นายสุชาติ กันภัย หรือหมู อายุ 42 ปี แฟนของนางโสภา ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น และอำพรางศพ, มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ใน ครอบครอง

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ร่วมกับ ชุดสืบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และชุดสืบสวน สภ.ท้ายเหมือง ร่วมกันจับกุมตัว นายสุชาติ ได้ที่ห้องพักที่ 19 ของรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ก่อนนำส่งตัวมาดำเนินคดีที่จ.ภูเก็ต

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสุชาติให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมอีกว่า ทำไปเพราะความหึงหวง กลัวว่านางโสภาปันใจให้ชายอื่น จึงมีปากเสียงกันขึ้น ก่อนตัดสินใจทำร้ายร่างกาย แฟนสาว และใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต นำศพขึ้นรถสามล้อเพื่อนำไปทิ้งในพื้นที่ ต.กะรน โดยมีนายอาซีด หัสการดี อายุ 38 ปี ร่วมกันนำศพไปทิ้ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวนายอาซีด ได้ในพื้นที่ต.เชิงทะเล โดยนายอาซีดให้การยอมรับว่าได้ช่วยเหลือในการนำศพไปทิ้งจริง แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฆ่า ก่อนเกิดเหตุอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว เมื่อทั้งสองมีปากเสียงกัน จึงได้เดินออกไปบริเวณอื่น แต่เมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจึงรีบวิ่งกลับมาดู พบว่า นายสุชาติยิงนางโสภาเสียชีวิตแล้ว และ นายสุชาติได้ขอให้ช่วยพาศพไปทิ้ง เจ้าหน้าที่จึงได้กันตัวไว้เป็นพยานในคดีฆ่า และจะแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันอำพรางศพ” กับนาย อาซีด ต่อไป

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กะรน พร้อมด้วยชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต นำตัว นาย สุชาติ และนายอาซีดไปยังกระท่อมสถานที่เกิดเหตุในต.เชิงทะเล อ.ถลาง เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีพล.ต.ต.ภรศักดิ์ นวนหนู ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และพ.ต.อ. เสริมพันธุ์ สิริคง รองผบก. พ.ต.อ.พีระพงษ์ ฉายอรุณ ผกก.สภ.กะรน และผกก.สภ. เชิงทะเล ร่วมในการทำแผน ท่ามกลางประชาชนในพื้นที่มารอดูหน้าผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างส่งเสียงประณามการกระทำที่โหดร้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน