สื่อโลกจับตาม็อบเบิ้มรอบ14ปี
เดินขบวนพรึบ-จับแล้ว160คน
นับพันชุมนุมหน้ายูเอ็นในไทย

เมียนมาเดือด เสียงปืนสนั่นเมียวดี สำนักข่าวต่างประเทศระบุเป็นม็อบใหญ่สุดในรอบ 14 ปี มีคนถูกจับกุมไปแล้วไม่ต่ำกว่า 160 คน ขณะที่ม็อบเดินขบวนที่ย่างกุ้งเป็นวันที่สอง ประกาศต่อต้านรัฐประหาร ชู 3 นิ้ว เรียกร้องรัฐบาลทหารเมียนมา ปล่อยตัวอองซาน ซู จี ส่วนที่ภูมิภาค ก็มีการชุมนุม ทั้งที่รัฐกะเหรี่ยง และมัณฑะเลย์ กลุ่มนักศึกษาแพทย์ก็ออกมาแสดงจุดยืน ขณะที่รัฐบาลตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต หวังสกัดการชุมนุมและการสื่อสารออกไปนอกประเทศ ที่ไทย ชาวพม่ากว่า 600 คนชุมนุมหน้าองค์การสหประชาชาติ ต้านรัฐประหาร ด้านตร.ควบคุมฝูงชนสั่งยุติชุมนุมก่อนเวลา พร้อมยึดรถขยายเสียง อ้างป้องกันโควิดระบาด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย มีชาว เมียนมา ประกอบด้วยแรงงาน นักศึกษา นักธุรกิจที่อยู่ในไทย รวมทั้งผู้สนับสนุนพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ประมาณ 600 คน รวมตัวกันจัดกิจกรรมต้านรัฐประหารในเมียนมา พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี โดยมีตำรวจจาก บก.น.1 มาคอยอำนวยความสะดวก นำแผงเหล็กมากั้นให้ชาวเมียนมา ไปยืนอยู่บนฟุตปาธตรงข้ามกับองค์การสหประชาชาติ

ทั้งนี้ชาวเมียนมาโดยชูสามนิ้ว และถือ ภาพนางออง ซาน ซู จี, ธงชาติเมียนมา โดยตะโกนเป็นภาษาเมียนมาว่า “ปล่อยตัว ออง ซาน” “ขอให้ปลอดภัย” “สุขภาพ แข็งแรง” “มีอายุมากแล้วไม่อยากให้ลำบาก” “โดนคุมตัว ลำบากมานานแล้ว”

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศให้การชุมนุมยุติ โดยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมโรค พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ชาวเมียนมาจึงประกาศยุติกิจกรรม ก่อนทยอยเดินทางกลับ ซึ่งเป็นการเลิกชุมนุมก่อนกำหนด จากเดิมที่ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ไว้ว่าจะชุมนุมถึง 16.00 น.

อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวเมียนมาที่เพิ่งเดินทางมาถึงตามกำหนดการเดิม ผู้ชุมนุมจึงขอเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจขอจัดกิจกรรมต่ออีก 1 ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรม และขอให้แยกย้ายกลับ ทำให้ชาวเมียนมาจำนวนหนึ่งได้ย้ายมารวมตัวบริเวณเกาะกลางถนนหน้าองค์การสหประชาชาติ ก่อนจะร้องเพลงชาติเมียนมา และชู 3 นิ้ว โดยมีตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ประมาณ 1 ร้อยนายตรึงกำลังคอยรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ยังคงพยายามกระชับพื้นที่ และประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้ชาวเมียนมาเดินทางกลับ ระหว่างที่ผลักดันคนออกจากฟุตปาธ มาจนถึงหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ตำรวจ คฝ.เข้ายึดรถเครื่องขยายเสียงที่นำมาใช้ร่วมกิจกรรมกับชาวเมียนมาในวันนี้ รวมทั้งตรวจค้นรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่เข้ามาในพื้นที่ เพื่อหาสิ่งผิดกฎหมายก่อนที่ผู้ชุมนุมจะ แยกย้ายเดินทางกลับ

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อ 7 ก.พ. มวลชนชาวเมียนมาออกมาชุมนุมใหญ่อย่างต่อเนื่องในนครย่างกุ้งเพื่อต่อต้านกองทัพรัฐประหาร เป็นวันที่สอง และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี และสมาชิกการเมืองคนอื่นๆ เป็นการชุมนุมใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี นับจากปี 2550 ที่เคยเกิดการชุมนุมปฏิวัติชายจีวรของกลุ่มพระสงฆ์

การชุมนุมดังกล่าวแสดงถึงความพร้อมใจกันตั้งแต่วันเสาร์และต่อเนื่องมาถึงวันอาทิตย์ โดยไม่ต้องอาศัยการติดต่อนัดหมายทางอินเตอร์เน็ต หรือโทรศัพท์ที่ถูกตัดสัญญาณ

โดยฝูงชนในนครย่างกุ้งถือลูกโป่งสีแดง สัญลักษณ์ของพรรคเอ็นแอลดี ที่นางซู จี เป็นผู้นำ พร้อมตะโกนว่า “ไม่เอาเผด็จการทหาร ต้องการประชาธิปไตย!”

ทั้งนี้จำนวนคนที่ร่วมชุมนุมมีมากนับหมื่นคนที่เดินขบวนอยู่ตามท้องถนน บางส่วน เดินฝ่าจุดตัดสัญญาณจราจร โบกธงของพรรคเอ็นแอลดี และชูสามนิ้ว ส่วนคนขับรถพา กันบีบแตรเสียงลั่นถนน คนในรถถือภาพ นางซู จี

“กองทัพเริ่มตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปแล้ว ถ้ายังปล่อยให้ปกครองต่อไป พวกเขายิ่งปิดกั้นการศึกษา ธุรกิจ และสุขภาพไปหมด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องออกมา” นายธูธู อายุ 57 ปี ผู้ประท้วงที่เคยถูกจับเมื่อสมัยร่วมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ยุค 80 กล่าว ส่วนตัวแทนกลุ่มคนหนุ่มสาว กลุ่มหนึ่ง อายุ 22 ปี ที่มากับเพื่อน 10 คน กล่าวว่า “นี่เป็นอนาคตของพวกเรา พวกเราต้องออกมา”

นอกจากนี้ยังมีชาวเมียนมาในเมืองต่างๆ ของประเทศรวมตัวกันประท้วงการรัฐประหาร ในครั้งนี้ด้วย โดยที่เมืองมะละแหม่ง หรือเมาะลำเลิง มีมวลชนราว 100 คน ขี่มอเตอร์ไซค์ประท้วงไปตามท้องถนน ส่วนที่เมืองมัณฑะเลย์มีนักศึกษาและกลุ่มแพทย์ออกมาประท้วง เช่นเดียวกับที่เมือง พะย่าโต้นซู รัฐกะเหรี่ยง ฝูงชนไปออกันที่หน้า สน.ข้ามคืน หลังจากสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีถูกควบคุมตัวเข้าไปในโรงพัก

โธมัส แอนดรูว์ส เจ้าหน้าที่พิเศษ สหประชาชาติประจำเมียนมา กล่าวว่า มีผู้ถูกทางการเมียนมาจับกุมแล้วมากกว่า 160 คน ตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจ “บรรดานายทหารพยายามจะล็อกการเคลื่อนไหวของพลเรือน ที่ต่อต้าน และปิดตัวเองจากโลกภายนอก โดยตัดการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตทั้งหมด”

ทั้งนี้ กองทัพพม่าสั่งตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต และจำกัดสายโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ก.พ.

ส่วนที่เมืองเมียวดี มีรายงานว่าทางการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมประท้วงแล้ว รอยเตอร์ รายงานว่ามีคลิปวิดีโอบันทึกเสียงปืนหลายนัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ. ขณะที่ตำรวจ ยุติการประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมือง เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ติดกับอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในคลิปยังแสดงภาพตำรวจในเครื่องแบบพร้อมปืนเร่งต้อนฝูงชนด้วย

วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเมียนมาออกมาต่อต้านรัฐประหารโดยใช้สโลแกน ‘ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างไทย’ ว่า วันนี้การต่อสู้ในเรื่องนี้เป็นการต่อสู้ด้วยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรอบบ้านของเราก็มีความคล้ายคลึงกับบ้านเราเข้าไปทุกที วันนี้ความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมปรากฏ จึงเกิดการรัฐประหารขึ้นอย่างผิดหลักการประชาธิปไตย ซึ่งการต่อสู้ของพี่น้องประชาชนยังไม่สิ้นสุด

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่มีการเปรียบเทียบแบบนี้ นายประเสริฐกล่าวว่า ประเทศไทยก็สู้เหมือนกัน เพียงแต่การต่อสู้ของเรากับ เมียนมาเป็นคนละแบบกัน เราก็มีกระบวนการทางรัฐสภา และมีการเปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นผ่านรูปแบบต่างๆ หลาย รูปแบบ ทั้งนี้วัฒนธรรมเราไม่เหมือนกัน

ชู3นิ้ว – ชาวเมียนมาในไทย หลายร้อยคนชุมนุมต่อต้านการทำรัฐประหารในเมียนมา พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนาง ออง ซาน ซู จี อดีตที่ปรึกษาแห่งชาติ บริเวณด้านหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน