ด้วยกระสุนจริง
บิ๊กตู่เผย‘จม.มิน’
ขอให้ไทยหนุน
ปชต.ในเมียนมา

‘บิ๊กตู่’ยอมรับผู้นำรัฐประหารพม่าเขียนจดหมายมาหาจริง เล่าสาเหตุที่เข้ายึดอำนาจ พร้อมขอให้ไทยสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยใน เมียนมา ส่วนสถานการณ์ในกรุงย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์ยังคุกรุ่น ทหารบุกค้นออฟฟิศพรรคเอ็นแอลดี ขณะเดียวกันก็เริ่มปราบปรามอย่างรุนแรง ทั้งยิงแก๊สน้ำตา ฉีดน้ำแรงดันสูง จนถึงขั้นยิงด้วยกระสุนจริงโดนผู้หญิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ยูเอ็น-ทั่วโลกป่าวประณามทันที

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงข่าว พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการสูงสุดเมียนมา ส่งจดหมายส่วนตัวถึงเพื่ออธิบายเหตุผลในการยึดอำนาจและสถานการณ์ในเมียนมาว่า เขาส่งถึงตนในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยสรุปคือขอไทยสนับสนุนประชาธิปไตยในเมียนมา ซึ่งตนสนับสนุนอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการบริหารจัดการภายในก็เป็นเรื่องของท่าน ซึ่งเป็นไปตามหลักการของอาเซียน และ TAC หรือสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีกติกามากมาย อย่างน้อยเราก็สนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยในเมียนมา แต่สิ่งที่จำเป็นวันนี้คือเราต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไว้มากที่สุด เพราะมีผลต่อประชาชนโดยรวม ต่อเศรษฐกิจการค้าขายชายแดน ที่สำคัญยิ่งในขณะนี้

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้ตอบจดหมายของพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ไหล่ แล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาส่งมาไม่ได้ให้ตนตอบ แต่เพื่อชี้แจงกระบวนการประชาธิปไตยของเขา ซึ่งตนสนับสนุนอยู่แล้ว สุดแล้วแต่ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป

ด้านเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าบรรยากาศ หลังการทำรัฐประหารของกองทัพพม่า ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นที่ทำการพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ที่นครย่างกุ้ง ท่ามกลางการลุกฮือประท้วงต่อต้านกองทัพทั่วประเทศ ทั้งมีรายงานว่ามี ผู้บาดเจ็บจากการใช้กระสุนจริงของเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้สหประชาชาติ หรือยูเอ็น ประณามอย่างรุนแรง ขณะที่ชาวพม่านั้นไม่มีท่าที เกรงกลัว และยังคงย้อนกลับไปชุมนุมยัง พื้นที่เดิม

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังกองทัพพม่าเริ่มยกระดับการปราบปรามผู้ชุมนุมด้วยการระดมฉีดน้ำแรงดันสูง กระสุนแก๊สน้ำตา และกระสุนยางเข้าใส่ผู้ชุมนุมในหลายพื้นที่ทั้งนครย่างกุ้งและกรุงเนปยีดอว์ ซึ่งแพทย์ท้องถิ่นยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 2 คน จากการใช้กระสุนจริงของเจ้าหน้าที่

นายทอม แอนดรูวส์ ผู้สังเกตการณ์พิเศษจากยูเอ็น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจลั่นกระสุนจริงเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิงจนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ภาพเหตุการณ์นี้ถูกแพร่ไปในโลกออนไลน์ ก่อให้เกิดความโศกเศร้าและเสียงประณามอย่างเดือดดาลจากชาวพม่ารวมทั้งประชาคมโลก ขณะที่อาการล่าสุดของหญิง ผู้นี้ ยังรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต

“พวกเค้าอาจจะยิงคุณผู้หญิงคนนี้ได้ แต่พวกเค้าไม่สามารถขโมยเอาความหวังและความมุ่งมั่นของผู้คนไปได้” และว่า “ประชาคมโลกขอแสดงความเป็นเอกภาพร่วมกันกับประชาชนชาวพม่า” นายแอนดรูวส์ ระบุ ขณะที่นักศึกษาที่เดินทางมาเข้าร่วมการประท้วง ระบุว่า “ผมออกมาประท้วง เพราะผมไม่ชอบการทำรัฐประหาร” และว่า “ทั้งหมดเพื่ออนาคตของเรา”

นอกจากนี้ การปราบปรามผู้ชุมนุมยังเกิดขึ้นที่นครมัณฑะเลย์ โดยเจ้าหน้าที่ยิงกระสุนแก๊สน้ำตาใส่ม็อบ หลังผู้ชุมนุมตะโกนด่าทอพร้อมโบกธงพรรคเอ็นแอลดี ขณะที่สื่อกระบอกเสียงของทางการพม่า อ้างว่า ผู้ประท้วงใช้วาจาผรุสวาทและขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจ มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ทำให้ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อสลายการชุมนุม แต่กลับไม่มีรายงานการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมในพื้นที่อื่นของพม่า

วันเดียวกัน ยังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าบุกเข้าไปภายในสำนักงานใหญ่ของพรรคเอ็นแอลดีที่นครย่างกุ้งในช่วงกลางดึก โดยนายโซ วิน หนึ่งในสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ระบุว่าสังเกตเห็นได้จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในที่ทำการ แต่ตนไม่สามารถเข้าไปสกัดกั้นได้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืนซึ่งทางการพม่ามีคำสั่งใช้มาตรการเคอร์ฟิว

นายโซระบุว่า จากการสำรวจความเสียหายในช่วงเช้า พบกลอนประตูต่างๆ ถูกทำลาย อุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์หายไปจำนวนมาก รวมทั้งสายไฟกับสายเคเบิลอินเตอร์เน็ตถูกตัดขาดยับเยิน ตลอดจนสมุดบัญชีธนาคารภายในตู้เซฟของพรรคก็หายไปด้วย ซึ่งขั้นตอนต่อไปทางพรรคเอ็นแอลดีจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อตำรวจ

ด้านทางการสหรัฐอเมริกา กล่าวประณามการรัฐประหารที่เกิดขึ้นในพม่าอีกครั้ง พร้อมย้ำข้อเรียกร้องให้ทางการพม่าเคารพต่อเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน และบรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพของพม่าคืนอำนาจให้ชาวพม่า ขณะที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชอาร์ซี เตรียมเรียกประชุมสมัยวิสามัญเพื่อหารือถึงสถานการณ์ในพม่า หลังนิวซีแลนด์เป็นชาติแรกของโลกที่ตัดความสัมพันธ์กับทาง การพม่า

นายโจเซป บอร์เรลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรป กล่าวเตือนกองทัพพม่าว่า สหภาพยุโรปอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อลงโทษ แต่ยืนยันว่าจะพยายามให้เกิดผล กระทบต่อชาวพม่าน้อยที่สุด

นางงามก็มา – สตรีพม่าในชุดนางงามเดินขบวนต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพและแสดงพลังเรียกร้องประชาธิปไตยที่นครย่างกุ้ง ท่ามกลางการลุกฮือทั่วประเทศของประชาชนท้าทายคำสั่งห้ามชุมนุมของกองทัพ เมื่อ 10 ก.พ. (เอเอฟพี)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน