งดดื่ม‘น้ำพุโซดา’รอผลแล็บชี้ชัด

จัดเวรยามเฝ้าน้ำพุโซดาเมืองกาญจน์ 24 ช.ม. หลังชาวบ้านแห่ชม อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลย้ำตอนนี้ห้ามดื่มหรือนำไปผสมเครื่องดื่ม เกรงอันตราย รอผลตรวจสอบจากแล็บอีก 1 สัปดาห์ ผู้ว่าฯเมืองกาญจน์โพสต์เตือนห้ามดื่ม หลังนำมาเก็บไว้ข้ามคืนพบเป็นสีขุ่นและมีกลิ่น อธิบดีกรมอนามัยเผยตรวจสอบคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำธรรมดา ไม่เจอสารพิษปนเปื้อน แต่พบปริมาณไบคาร์บอเนตสูง จัดเป็นน้ำแร่ชนิดหนึ่ง ระบุผู้ป่วยโรคไต หัวใจไม่ดี ความดันโลหิตสูง มีกรดในกระเพาะอาหาร ไม่ควรดื่มน้ำแร่จากบาดาล

จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเจาะบาดาลในพื้นที่หมู่ 12 บ้านพะยอมงาม ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จำนวน 4 บ่อ และที่หมู่ 19 บ้านทุ่งคูณ จำนวน 2 บ่อ พบรสชาติน้ำที่พุ่งออกมาจากบ่อบาดาล หมู่ 19 ซ่าคล้ายโซดา ประชาชนที่ทราบข่าวต่างไปลองดื่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลนำตัวอย่างน้ำไปพิสูจน์ในห้องแล็บ เพื่อหาสิ่งปนเปื้อน อยู่ระหว่างรอผลตรวจนั้น

ล่าสุดวันที่ 12 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากข่าวพบแหล่งน้ำแร่โซดาเผยแพร่ออกไปทางสื่อต่างๆ ประชาชนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดต่างเดินทางไปยังจุดพบน้ำพุโซดากันจำนวนมาก เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ชมได้แต่ไม่อนุญาตให้นำน้ำกลับไปดื่ม เพราะอยู่ระหว่างรอผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการว่ามีสารอันตรายเจือปนอยู่หรือไม่ คาดว่าราว 1 สัปดาห์จะทราบผล

สำหรับพื้นที่ที่พบน้ำพุโซดาเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างหมู่ 19 บ้านทุ่งคูณ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา และหมู่ที่ 12 บ้านสระตาโล ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย นายอำเภอบ่อพลอย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ผลจากการขุดเจาะจำนวน 3 บ่อ ห่างกันประมาณ 200 เมตร ขุดลึก 250 เมตร พบว่าบ่อที่ 2 และบ่อที่ 3 มีน้ำพุ่งสูงจากพื้นดิน 3 เมตร เป็นน้ำเย็นรสชาติเหมือนโซดาแต่ไม่ซ่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีสารไบคาบอร์เนต (โซดา) ไม่น่าจะมีอันตรายใดๆ อย่างไรก็ตามกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนำน้ำดังกล่าวไปวิเคราะห์ตรวจหาสารต่างๆ หากพบว่าอันตรายอาจจะสั่งปิดบ่อทันที หากไม่อันตรายจะนำไปทำระบบน้ำประปาให้ประชาชนใช้ต่อไป พร้อมประสาน สภ.บ่อพลอย จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลการจราจรเนื่องจากมีประชาชนเข้ามาเที่ยวชมจำนวนมาก พร้อมจัดทำป้ายเตือนห้ามนำน้ำไปรับประทานเพราะอาจเกิดอันตราย

นายสิริพงศ์ สืบเนียม อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยกระเจา เผยว่านายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นห่วงประชาชน จึงขอแจ้งว่ายังไม่อนุญาตให้มาตักน้ำจากแหล่งน้ำพุนี้ไปดื่มกิน เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการว่ามีสารปนเปื้อนหรือไม่ ขณะนี้ประชาชนกำลังตื่นเต้นกับแหล่งน้ำที่พบจึงมาเที่ยวชมกันจำนวนมาก เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ชมได้แต่ไม่อนุญาตให้นำน้ำกลับไปดื่มกินหรือนำไปผสมเครื่องดื่มต่างๆ เกรงว่าจะเกิดอันตราย หลังทราบผลการตรวจสอบจะแถลงข่าวให้ทราบต่อไป ขณะนี้จัดเวรยามเฝ้าแหล่งน้ำพุตลอด 24 ช.ม.

วันเดียวกัน นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี โพสต์เฟซบุ๊กเพื่อประชาสัมพันธ์กรณีมีผู้ลองดื่มน้ำพุโซดาว่า การขุดพบแหล่งน้ำใต้ดินจำนวนมหาศาลดังกล่าวต้องรอผลการวิเคราะห์ หากใช้อุปโภคบริโภคหรือการเกษตรได้ก็เป็นเรื่องน่ายินดี กรณีที่มีการเสนอข่าวว่ารสชาติคล้ายโซดาและประชาชนลองนำไปผสมสุราดื่มหรือลองชิมดูนั้นขอให้งดการกระทำดังกล่าว เพราะเมื่อวานนี้ตนให้โชเฟอร์ไปสังเกตการณ์และนำตัวอย่างน้ำมาดู เมื่อเก็บไว้ข้ามคืนน้ำเปลี่ยนสีเป็นขุ่นๆ ออกน้ำตาลและมีกลิ่นตุๆ จึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ จึงขอให้งดและรอผลของ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลก่อนว่าจะต้องมีกระบวนการใดก่อนนำน้ำมาใช้ประโยชน์

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่าจากการตรวจสอบคุณสมบัติน้ำบาดาลดังกล่าวเบื้องต้นพบว่ามีค่าพีเอชหรือค่าความเป็นกรดด่างอยู่ที่ 6.75 มีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำธรรมดามาก ไม่เจอสารพิษปนเปื้อน แต่พบปริมาณไบคาร์บอเนตสูง เป็นน้ำแร่ชนิดหนึ่งในจำนวนหลายๆ ชนิด เช่น น้ำแร่ซัลเฟต น้ำแร่ซัลเฟต-ไบคาร์บอเนต น้ำแร่แคลเซียม แต่ละชนิดมีคุณประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภคแตกต่างกันไป สำหรับคนปกติทั่วไปการดื่มน้ำแร่ก็เหมือนการดื่มน้ำสะอาดทั่วไป ไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย แต่ผู้ป่วยที่มีอาการบวมน้ำ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่การทำงานของหัวใจไม่ดี ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีกรดในกระเพาะอาหารปริมาณมาก และผู้ป่วยที่มีโรคระบบทางเดินหายใจที่มีภาวะหลอดลมหดเกร็งไม่ควรดื่มน้ำแร่ ถึงแม้น้ำบาดาลดังกล่าวจะมีคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีเหมาะสมตามเกณฑ์คุณภาพน้ำบาดาลเพื่อการบริโภค แต่การนำมาจัดทำระบบประปาเพื่อแจกจ่ายประชาชนควรเพิ่มระบบฆ่าเชื้อโรคก่อน เนื่องจากอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนระหว่างการเก็บกักหรือ ในระบบจ่ายน้ำก่อนถึงครัวเรือนประชาชน

“จากข้อสงสัยการดื่มน้ำบาดาลดังกล่าวจะเป็นโรคนิ่วหรือไม่นั้น โรคนิ่วเกิดจากการรวมตัวกันของผลึกเกลือแร่หรือหินปูนจนเป็นก้อนนิ่ว เนื่องจากความเข้มข้นของเกลือแร่ในปัสสาวะสูง เช่น ดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ หรือกินอาหารบางประเภทที่มีเกลือแร่ขับออกมาทางน้ำปัสสาวะมาก การดื่มน้ำแร่ไม่ทำให้เกิดนิ่ว ถ้าไม่อยากเป็นนิ่วแนะนำให้ดื่มน้ำมากกว่าวันละ 8 แก้ว กินอาหารที่มีประโยชน์ สารอาหารครบถ้วนและสัดส่วนเหมาะสม เลี่ยงอาหารหวานมาก เค็มมาก รวมถึงอาหารที่มีกรดยูริกและออกซาเลตสูง” อธิบดีกรมอนามัยกล่าว

รอผลแล็บ – ชาวบ้านแห่ไปดูบ่อน้ำบาดาลรสซ่าคล้ายโซดา ที่อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ขณะที่นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี โพสต์ตัวอย่างน้ำที่เก็บมา (รูปเล็ก) เตือนช่วงนี้ห้ามบริโภครอผลตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน