รับมือ‘ราษฎร’
นัดม็อบ20กพ.
ระดมกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนถึง 69 กองร้อย พร้อมอุปกรณ์ครบมือทั้งจากตชด.-บช.น.และภูธรภาค 1-9 รับมือม็อบราษฎรนัดชุมนุมสนามหลวงในวันที่ 20 ก.พ.นี้ โดยให้เตรียมชุดพลเรือนมาร่วมปฏิบัติการด้วย ด้านกลุ่มราษฎร‘เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจประชาชน’นำโดยไผ่ ดาวดิน เดินเท้าถึงสีคิ้วแล้ว แกนนำปลื้มชาวบ้านแห่ชมไลฟ์สดให้กำลังใจล้น ส่วนทีมแพทย์อาสาที่ถูกตำรวจทำร้าย-จับกุมเตรียมแจ้งความดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปก.ตร.(เฉพาะกิจ) มีวิทยุในราชการ ตร.ด่วนที่สุด ถึง ผบช.น.,ภ.1-9, ตชด.และสงป. ลงวันที่ 17 ก.พ. 2564 อ้างถึงหนังสือ บช.น.ด่วนที่สุดที่ 00.15.135/ 1689 ลง 16 ก.พ. 2564 เรื่อง ขอรับการสนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชน(คฝ.) และขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เนื่องจากกลุ่มคณะราษฎร ได้ประกาศว่าจะชุมนุมในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. ใช้พื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง และอาจเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมไปยังสถานที่ต่างๆ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้การดูแลการชุมนุมดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและสนับสนุนภารกิจของ บช.น.จึงให้หน่วยงานต่างๆ จัดกำลังพลกองร้อย คฝ.พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ประจำกาย สนับสนุนภารกิจของ บช.น. จำนวน 69 กองร้อย ประกอบด้วย
บช.ตชด. จำนวน 6 กองร้อย, ภ.1 จำนวน 7 กองร้อย, ภ.2 จำนวน 8 กองร้อย, ภ.3 จำนวน 9 กองร้อย, ภ.4 จำนวน 11 กองร้อย, ภ.5 จำนวน 7 กองร้อย, ภ.6 จำนวน 8 กองร้อย, ภ.7 และภ.8 อย่างละ 6 กองร้อย และ ภ.9 จำนวน 1 กองร้อย
พร้อมสั่งการให้กองร้อย คฝ.ที่สนับสนุนดำเนินการจัดเตรียมอุปกรณ์อาวุธพิเศษ ระดับกองร้อย (อัตรา 1 หมวด), จัดเตรียมรถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็กพร้อมพลขับ กองร้อยละ 1 คัน, จัดรถเครื่องขยายเสียง บช./ภ. ละ 1 คัน, จัดชุดเจรจาต่อรอง กองร้อยละ 1 นาย โดยมีข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นผู้ควบคุม, จุดชุดบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว กองร้อยละ 3 นาย, จัดเตรียมเสื้อยืดคอปก สีสุภาพ กางเกงขายาวสีดำหรือสีน้ำเงินเข้ม และรองเท้าหุ้มส้นสีดำ พร้อมวิทยุสื่อสารประจำกาย
ให้รองผบก.และผบ.ร้อย ที่ควบคุมกำลังรายงานตัวกับ ผกก.ฝอ.1อก.บช.น. ในวันที่ 18 ก.พ. เวลา 13.00 น. และให้กำลัง คฝ.เข้ารายงานตัวเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน โดยให้ บช.น.จัดเตรียมสถานที่สำหรับรองรับกำลัง คฝ.ที่สนับสนุนภารกิจ และใช้แต่ละหน่วยเบิกจ่ายงบประมาณในการเดินทางมาปฏิบัติภารกิจตามสิทธิ์ และแจ้งไปยัง ตร.เพื่อดำเนินการจัดสรรต่อไป
ความคืบหน้ากลุ่มราษฎร พร้อมด้วยแนวร่วมกลุ่มพีเพิลโก (PEOPLE GO) รวมกลุ่มภายใต้ชื่อกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจประชาชน” เดินเท้า จากลานอนุสรณ์วีรชนคนโคราช ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ. มุ่งหน้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร เพื่อขับไล่รัฐบาลและเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำคณะราษฎร 4 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไปกักขัง และเรียกร้อง 3 ข้อ คือ ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวกต้องลาออกจากรัฐบาล, ให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญและแก้รัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอจากประชาชน และให้ปฏิรูปสถาบัน โดยมีกำหนดจะเดินทางเป็นระยะทางกว่า 247 กิโลเมตรนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ซึ่งเป็น การเดินวันที่ 3 ติดต่อกัน ขบวน “เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจประชาชน” ได้เดินทางถึงบริเวณ ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา รวมระยะทางจากจุดเริ่มต้นประมาณ 50 กิโลเมตรแล้ว และได้แวะพักข้างทาง เพื่อรับประทานอาหาร พักร้อน โดยพบว่ามีพระภิกษุ 1 รูป จากวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สูงเนิน ร่วมเดินขบวนไปกับกลุ่มราษฎรด้วย
จากการสอบถามนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ได้รับการเปิดเผยว่า จากการเดินเท้ามา 3 วันนี้ เยาวชนหลายคนไม่ได้แสดงท่าทีอ่อนล้า และยังคงยืนยันว่าจะเดินต่อเนื่องไปตามกำหนด ซึ่งตั้งไว้ว่าจะเดินให้ได้เฉลี่ยวันละ 15-16 กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ แม้ว่าอากาศจะร้อนระอุ แต่ก็พบว่ามีประชาชนหลายคน นำน้ำเย็นมามอบให้กับผู้ร่วมขบวนเดินทะลุฟ้าตลอดทาง รวมทั้งจุดที่พักระหว่างทาง ก็มีประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน นำอาหาร ผลไม้นานาชนิด มาให้เยาวชนกลุ่มราษฎรได้รับประทานกันอย่างเต็มที่ ทำให้ทุกคนมีกำลังใจในการที่จะเดินทางต่อสู้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ส่วนเย็นนี้ก็จะหาที่พักริมทาง เย็นไหนนอนนั่น โดยจะมีการไลฟ์สดตลอดเวลา ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Friends Talk” และช่องยูทูบ “Friends Talk คุยกับเพื่อน” ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจเข้าไปร่วมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 17 ก.พ. ที่สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. นายปุรพล วงศ์เจียก อายุ 19 ปี อาสาสมัครทีมเเพทย์ DNA ที่มีภาพถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนทำร้ายร่างกายขณะเข้าจับกุมจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ พร้อม น.ส.ตูน และนายกอล์ฟ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ตัวแทนอาสาสมัครทีมแพทย์ DNA ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์หลังกลุ่มราษฎรยุติการชุมนุมในวันที่ 13 ก.พ. ร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง
จากนั้นได้อ่านแถลงการณ์ยืนยันว่า DNA เป็นกลุ่มที่ไม่มีเจตนาฝักใฝ่การเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ ด้านจิตอาสาเกี่ยวกับการแพทย์ พยาบาล แม้จะ ไม่ได้รับรองจากแพทยสภา ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ ล้วนจัดซื้อด้วยทุนของกลุ่มตัวเอง นอกจาก นี้ ทั้ง 3 คนยังยืนยันว่าในวันเกิดเหตุมี 3 เหตุการณ์ด้วยกัน ซึ่งต่อมาถูกนำมาบิดเบือนว่า ทั้ง 3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เดียวกัน โดยเหตุการณ์แรก คือ กรณีที่ตำรวจจับ นายปุรพล บริเวณใกล้เคียงโรงแรมรอยัลหรือรัตนโกสินทร์ ซึ่งนายปุรพล ถูกทำร้ายร่างกาย
ต่อมาเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายกอล์ฟ ซึ่งปรากฏภาพในคลิปวิดีโอขณะสตาร์ตรถจักรยานยนต์และถูกตำรวจจับไป ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายเกิดขึ้นกับน.ส.ตูน ที่ปรากฏภาพขณะแสดงตัวกับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน
นายปุรพลเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนได้ยกมือพร้อมแสดงตนว่าเป็นทีมแพทย์ แต่ เจ้าหน้าที่ชุดหลังที่มาทำร้าย ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ยืนยันว่าคนที่มาทำร้ายเป็นเจ้าหน้าที่ หลังโดนทำร้ายตนรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็กำลังจะถูกจับกุมแล้ว ส่วนอาการบาดเจ็บที่รู้สึกมีอาการปวดที่บริเวณหัวไหล่ ชายโครงด้านซ้าย เอวด้านขวา และมึนศีรษะ
ด้าน น.ส.ตูนเปิดเผยว่า หลังเหตุการณ์วันที่ 13 ก.พ. เราได้กลับมาคิดว่าควรจะจัดการเมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างไร เบื้องต้นตนได้บอกกับทีมว่า ทุกคนต้องแต่งกายให้ครบเหมือนทุกครั้งที่เราเคยทำ และอยู่ในเซฟโซน ถ้ามีเจ้าหน้าที่คฝ.เข้ามา เราต้องบอกให้เขา รู้ว่าเราคือทีมแพทย์
ทั้งนี้ ในเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.พ.นี้ ผู้ร่วม ชุมนุมและตัวแทนอาสาสมัครทีมแพทย์ DNA ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 6 คน จะไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เอาผิดกับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ที่ใช้ความรุนแรงกับทั้ง 6 คนด้วย
เมื่อเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน ที่อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นางเมทินี ชโลธร ประธาน ศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดีอาญา
นายเผ่าพันธุ์ ชอบน้ำตาล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเพิ่มเติม กรณีผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่ศาลพิจารณาไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดีชุมนุมทางการเมือง รวมถึงการดำเนินคดีอาญามาตรา 112 มองถึงปรากฏการณ์นี้อย่างไร
นายเผ่าพันธุ์กล่าวว่า ขอให้ความเห็นเชิงวิชาการว่า เรื่องการปล่อยชั่วคราวนั้นกฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้วว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร ในส่วน ของสำนักงานศาลยุติธรรม ก็มีช่องทางไว้ เช่น การมาประกันตัวที่ศาล หรือว่าจะประกันตัวทางออนไลน์ ที่สื่อมวลชนก็พอจะทราบแล้ว โดยเฉพาะนโยบายเรื่องประกันตัวโดยไม่ได้ใช้หลักประกัน ซึ่งเรามีหลักกฎหมายอยู่ เป็นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความทางอาญาว่าจะพิจารณาจากเรื่องอะไรบ้าง เช่น ความหนักเบาของข้อหา พฤติการณ์ของคดีที่แต่คดีมีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าการทำงานของศาลสอดคล้องไปแนวทางเดียวกับตำรวจจะชี้แจงอย่างไร
นายเผ่าพันธุ์กล่าวว่า จะเรียกว่าชี้แจงก็คงไม่ถึงขนาดนั้น เรียนให้ทราบว่าเป็นเรื่องของกฎหมายมากกว่าศาลเราพิจารณาจากอะไร ซึ่งคำสั่งศาลทุกคำสั่งจะมีเหตุมีผลว่าจะให้ประกัน หรือไม่ให้ประกันพิจารณาจากอะไร เหตุผลที่ศาลให้ไป ถ้าคู่ความ หรือผู้ต้องหาไม่เห็นพ้อง ไม่เห็นด้วยก็มีกระบวนการที่สามารถอุทธรณ์ได้ โดยเฉพาะเรื่องการปล่อยชั่วคราว ปัจจุบันสามารถขอปล่อยชั่วคราวกี่ครั้งก็ได้ ถ้าพฤติการณ์หรืออะไรเปลี่ยนแปลง ก็ขออีกได้ แต่เหตุผลของศาลต้องพิจารณาจากพยาน หลักฐาน พฤติการณ์ และข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

เอาผิดตร. – กลุ่มอาสาสมัครทีมแพทย์ที่ถูกตำรวจควบคุมฝูงชนทำร้ายบาดเจ็บและจับกุม ขณะสลายม็อบราษฎรวันที่ 13 ก.พ. แถลงยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม และเตรียมแจ้งดำเนินคดีเจ้าหน้าที่