บิ๊กภท.บี้พปชร.เคลียร์
งดออกเสียง‘ศักดิ์สยาม’
โพลเผยคนไม่เชื่อมั่นรัฐ
ชี้ฝ่ายค้านทำหน้าที่เจ๋ง
ธนาธรรำลึก1ปียุบอนค.
‘บิ๊กตู่’ ฉุนส.ส.พปชร. โหวตให้รมต.ไม่เท่ากัน ด้าน ‘บิ๊กป้อม’ เรียกประชุมด่วน จ่อลงโทษ 6 ส.ส.ก๊กมาดามเดียร์ แหกมติพรรค งดออกเสียงให้ ‘ศักดิ์สยาม’ หลังแกนนำภูมิใจไทยยัวะ จี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ขณะที่ ‘ณัฏฐพล’ ไม่กังวลข่าวถูกปรับพ้นครม. นายกฯย้ำดูที่ผลงาน ไม่เกี่ยวเสียงไว้วางใจ ปชป.ชี้ 3 ส.ส.แหกคอก แค่ปัญหาเฉพาะคน ‘นิพนธ์’ ไม่หวั่นฝ่ายค้านขู่ลงดาบสอง เพื่อไทยขยี้ต่อ จ่อยื่นป.ป.ช.เอาผิด 4 รมต. ‘บิ๊กตู่-อู๊ดด้า-ตั้น-บิ๊กป๊อก’ ปมถุงมือยาง-รถไฟฟ้าสายสีเขียว-ตั้งคนสนิทนั่งเลขาฯสกสค. โพลชี้คนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ให้คะแนนฝ่ายค้านมากกว่า มีข้อมูลเชิงลึก ‘ธนาธร’ โพสต์ครบ 1 ปียุบอนาคตใหม่ เชื่อมั่น ‘พิธา’ นำพาประเทศไทยไปได้
‘บิ๊กตู่’กำชับ 9 รมต.เคลียร์ข้อสงสัย
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ขอบคุณทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 10 คน วันที่ 16-19 ก.พ. และลงมติวันที่ 20 ก.พ. ช่วยกันทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างราบรื่น ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ โดยหลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำข้อมูลข้อเสนอแนะจากฝ่ายค้านที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาลให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ นายกฯ กำชับให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ได้ชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเข้าใจในประเด็นที่มียังมีข้อสงสัย ยังไม่ชัดเจน และขอให้รัฐมนตรีทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงานต่อไป
‘ตั้น’ไม่หวั่นหากถูกปรับพ้นครม.
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับคะแนนโหวตไว้วางใจน้อยที่สุดด้วยคะแนน 258 ต่อ 215 ว่า ตนไม่หนักใจที่ได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด เพราะหลังจากดูคะแนนแล้ว พบว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นพรรคเล็ก ได้ให้คะแนนไม่ตรงกับที่วางเอาไว้ สาเหตุอาจมาจากพรรคเหล่านี้ไม่เข้าใจแนวทางการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการมากพอ อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนที่ได้ ทำให้เห็นว่าอย่างน้อยพรรคร่วมรัฐบาลที่อยู่ในครม. ก็เข้าใจถึงแนวทางการทำงานของตนที่จะพัฒนาการศึกษา ดังนั้น ต่อไปตนคงต้องชี้แจงให้พรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นพรรคเล็ก ให้เข้าใจถึงแนวทางการทำงานเพราะระหว่างการอภิปราย ตนอาจจะยังไม่ได้อธิบายหรือชี้แจงแนวทางการทำงานได้มากพอ
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายคนมองว่าหากมีการปรับครม. อาจถูกปรับออกเพราะได้คะแนนน้อยที่สุด นายณัฏฐพลกล่าวว่า ตนไม่กังวลในเรื่องนี้ เพราะคิดว่าหากจะปรับครม. พล.อ.ประยุทธ์ จะพิจารณาในหลายมิติ ซึ่งตนยอมรับทุกการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างการบูรณาการการทำงานเพื่อพัฒนาการศึกษาของประเทศ และปรับการทำงานให้ตรงกับแนวทางการบริหารงานของประเทศด้วย
นายกฯโทร.ให้กำลังใจ‘ครูตั้น’
แหล่งข่าวจากพปชร. เปิดเผยว่า จากกรณีคะแนนไว้วางใจที่รัฐมนตรีของพปชร.ได้ไม่เท่ากัน บางคนแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ สร้างความไม่พอใจให้กับพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร เป็นอย่างมาก เนื่องจากกำชับให้วิปควบคุมเสียงให้คะแนนออกมาเท่าหรือไล่เลี่ยกันแล้ว เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาพความขัดแย้ง หรือมีแรงกระเพื่อมในรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม หลังการลงมติเมื่อวันที่ 20 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ได้โทรศัพท์หานาย ณัฏฐพล ที่ได้คะแนนเสียงไว้วางใจน้อยที่สุดทันที เพื่อให้กำลังใจ และขอให้ตั้งใจทำงานตามนโยบายที่ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะเรื่องปฏิรูปการศึกษาและการบูรณาการทั้งระบบ และย้ำด้วยว่า จะยังไม่พิจารณาปรับครม. ในช่วงนี้ และหากมีการปรับครม. จะพิจารณาจากผลงานของรัฐมนตรีแต่ละรายเป็นหลัก ไม่นำคะแนนเสียงไว้วางใจมาเป็นปัจจัยตัดสินใจ เพราะทราบถึงเบื้องหลังว่า มีคนในพปชร. พยายามล็อบบี้ให้ผลคะแนนออกมาเป็นเช่นนี้ และทราบทั้งหมดว่าเป็นใครบ้าง และเสนอผลประโยชน์กันอย่างไร
พปชร.เบรกแถลง 6 ดาวฤกษ์แหกมติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ทีมงานประชาสัมพันธ์ พปชร. ได้แจ้งกำหนดการแถลงข่าวด่วนในเวลา 17.00 น. ที่พรรค ผ่านกลุ่มไลน์สื่อมวลชน โดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่าใครจะทำหน้าที่แถลง แต่มีรายงานว่า เป็นกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ นำโดย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นผู้แถลง เนื่องจากตลอดทั้งวันนี้ มีส.ส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หลายคนโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความไม่พอใจที่ส.ส.กลุ่มดังกล่าวขัดมติพรรค โดยลงมติงดออกเสียงของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการภท. นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า พปชร.จะมีมาตรการลงโทษส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ในเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่าในเวลา 15.50 น. ทีมงานประชาสัมพันธ์ของพปชร.ได้แจ้งกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่า ขอยกเลิกการแถลงออกไปก่อน โดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผลแต่อย่างใด
ป้อมเรียกเคลียร์-หึ่ง‘แกนนำภท.ฉุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 22 ก.พ. เวลา 16.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้า พปชร. เรียกประชุมกก.บห. ด่วน เพื่อหารือถึงการโหวตงดออกเสียง 6 เสียงของส.ส. กลุ่มดาวฤกษ์ ต่อนายศักดิ์สยาม เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงต้องการให้ พปชร. มีท่าทีที่รับชอบผิดต่อเหตุการณ์ หักหลังเพื่อนในครั้งนี้
‘เดียร์’อ้างไม่พร้อมแถลงข่าว
น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากผู้ใหญ่ของพรรค ให้แถลงข่าวเรื่องการงดออกเสียง แต่ส.ส.ทั้ง 6 คน ยังไม่พร้อม จึงขอเลื่อนการแถลงออกไปก่อน โดย ส.ส.ในกลุ่มจะหารือเพื่อจัดทำคำแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป
ด้านน.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส. กลุ่มดาวฤกษ์ กล่าวว่า ตนติดภารกิจลงพื้นที่ จึงไม่สามารถมาร่วมแถลงข่าวได้ทัน ส่วนเหตุผลที่งดออกเสียงกรณีนายศักดิ์สยาม เนื่องจากมีข้อมูลเข้ามาจำนวนมาก จึงของดออกเสียงไว้ก่อน โดยไม่ทราบว่าจะส่งผล ต่อความไว้วางใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นบทเรียนของ ส.ส.ใหม่อย่างตน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำทั้งสองพรรคได้พูดคุยกัน โดยทางภท.ขอให้ส.ส.ที่งดออกเสียงทั้ง 6 คนออกมาแถลงข่าวแสดงความรับผิดชอบ พล.อ.ประวิตร จึงให้นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ประสานกลุ่มดาวฤกษ์ให้ออกมาแถลงข่าว แต่ทั้ง 6 คนปฏิเสธที่จะมาแถลงข่าว ขณะที่ภท.ได้ส่งตัวแทนมารอฟังด้วย แต่สุดท้ายได้รับแจ้งว่า ขอเลื่อนการแถลงข่าวออกไปก่อน
พปชร.จ่อฟันกลุ่มดาวฤกษ์
สำหรับส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ 6 คน ประกอบด้วย น.ส.วทันยา น.ส.ธณิกานต์ นางกรณิศ งามสุคนรัตนา น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม.
รายงานข่าวจากพปชร. แจ้งว่า ในการประชุมกก.บห.วันที่ 22 ก.พ. พล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณามาตรการลงโทษกรณี 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ ขัดมติพรรค โดยบทลงโทษจะมีตั้งแต่เบาไปหาหนัก เริ่มจากการไม่ให้ดำรงตำแหน่งกมธ.ต่างๆ ไม่ส่งสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้า กรณีเลวร้ายที่สุดคือให้ลาออกจากส.ส. แต่เนื่องจากส.ส. 6 คนเป็นส.ส.เขตถึง 5 คน แต่มาตรการนี้จึงเป็นได้ยาก ส่วนการไล่ออกจากพรรคไม่สามารถทำได้ เพราะขัดกับรัฐธรรมนูญที่ให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ลงมติในสภา แต่ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นว่า เมื่อนำความขัดแย้งส่วนตัวมาทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ดังนั้น ต้องมีบทลงโทษเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อภท.
ไพบูลย์เชื่อไม่กระทบพรรคร่วม
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้า พปชร. ฝ่ายกฎหมายกล่าวว่า ในวันที่ 22 ก.พ. เวลา 16.30 น. จะมีการประชุมกก.บห. ที่พรรค มีวาระพิจารณา กรณีสมาชิกพรรคไม่ปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบตามมาตรฐานจริยธรรมของพรรค ส่วนจะพิจารณาลงโทษ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์หรือไม่นั้น นายไพบูลย์กล่าวว่า รอผลการพิจารณาของกก.บห.ว่าสมาชิกกระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมและข้อบังคับพรรคอย่างร้ายแรงหรือไม่ ตามข้อบังคับข้อ 54 (5) เมื่อถามย้ำว่าการกระทำของทั้ง 6 คนถึงขั้นขับไล่จากพรรคได้หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ในฐานะฝ่ายกฎหมายเห็นว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น แต่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนในบางข้อ ต้องรอฟังจากที่ประชุมกก.บห.
เมื่อถามว่าจะกระทบความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง เพราะพปชร.จะดูแลสมาชิกให้ปฏิบัติตามข้อบังคับของพรรค ส่วนเหตุผลที่สมาชิกตัดสินใจอย่างนั้น ตนไม่ขอแสดงความเห็น และเชื่อว่าไม่มีผลกระทบการกับพรรคร่วมรัฐบาล

ลุยขยี้ต่อ – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส.ส. มหาสารคาม แถลงข่าวเตรียมยื่นป.ป.ช. ตรวจสอบทุจริตรถไฟฟ้าสายสีเขียว นายกฯ และ 3 รัฐมนตรีที่ชี้แจงไม่ชัดเจน ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 21 ก.พ.
เพื่อไทยเย้ย 3 รมต.ตอบไม่ได้
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี แถลงภาพรวมหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ฝ่ายค้านทำงานกันเป็นทีม ทุกพรรคมีส่วนร่วม ทำให้การอภิปรายครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ในรัฐมนตรี 10 คน คะแนนเป็นที่ประจักษ์ว่า ฝ่ายค้านไม่สามารถมีคะแนนเสียงชนะรัฐบาลได้ แต่มีรัฐมนตรี 3 คนที่ตอบไม่ได้เลย
1.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ที่โยนอย่างเดียวว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) และบอกว่าบอร์ด อคส. คือ ครม. ตัวเองไม่ได้แต่งตั้ง ตนในฐานะอดีตรัฐมนตรี เคยเป็นประธานบอร์ดต่างๆ ก่อนจะเสนอครม. รัฐมนตรีต้องเป็นผู้เซ็นชื่อเสนอ อีกประเด็นที่นายจุริทร์ ตอบไม่เคลียร์คือ ที่บอกว่าไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการดำเนินงานของ อคส. ได้ ทั้งที่มีการประชุมกันทุกเดือน 2.นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เรื่องที่ดินในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา นายนิพนธ์ตอบไปคนละเรื่อง และ 3.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว:ศึกษาธิการ ที่ได้คะแนนน้อยที่สุด อาการหนักสุด เชื่อว่าจะถูกปรับออกจากครม.แน่นอน
ลุยต่อ-ยื่นปปช.ฟัน‘ณัฏฐพล’
นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ตนขอเตือนพล.อ.ประยุทธ์ ว่า หากไม่รีบดำเนินการ กรณีนี้จะเป็นมะเร็งร้ายทำลายรัฐบาล โดยวันที่ 22 ก.พ. เวลา 08.30 น. ตนจะไปยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 126 และ 127 กรณีนายณัฏฐพล ตั้งนายธนพร สมศรี คนสนิท เป็นเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า ต่อมาคือเรื่องต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่นำเข้าพ.ร.บ.ร่วมทุน มีการทำนิติกรรมอำพราง ผิดกฎหมายฮั้ว ดำเนินการไม่โปร่งใสในการจ้างวิ่งรถ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พท. เคยไปร้องไว้ที่ ป.ป.ช. ซึ่งวันที่ 22 ก.พ. ตนจะไปร้องเพิ่มเติมที่ป.ป.ช.ด้วย เรื่องที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯกทม. ไปต่อขยายการจ้างวิ่งรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งนี้ จำเป็นต้องรีบไปยื่นเพราะฝ่ายค้านต้องรีบตามประเด็น เนื่องจากจะต้องยื่นอีกหลายเรื่อง
ท้าคนปล่อยข่าวอย่าพูดลับหลัง
นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า ก่อนการอภิปราย มีข้อครหาว่าพท.ขายข้อสอบหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีใครทำเลวร้ายอย่างนั้น คนที่ปล่อยข่าวกล่าวหาพท. ขอร้องว่าอย่าทำเลย อย่าปล่อยข่าวทำลายกันทางการเมือง ครั้งนี้ข้อสอบไม่รั่ว เพราะมีส.ส.ในตำแหน่งเท่านั้น แต่มีส.ส.สอบตกบางคนที่อยากเข้าไปอภิปรายในสภา จึงพยายามปล่อยข่าว พท.อภิปรายนายณัฏฐพล ตายกลางสภา แบบนี้ล้มมวยหรือ ท้าคนที่พูดอย่าพูดลับหลัง เปิดตัวออกมาเลย ท้าไปออกทีวีแข่งกันกับตนก็ได้
ส่วนที่ฝ่ายค้านมีงูเห่าโผล่จะจัดการอย่างไรนั้น นายยุทธพงศ์กล่าวว่า เรื่องงูเห่าที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่ดีทางการเมือง เรื่องนี้เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2560 มีปัญหา เราจึงเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ เพราะส.ส.ไม่จำเป็นต้องทำตามมติพรรคก็ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปกป้องไว้ แถมยังมีเสียงลือเรื่องกล้วยอีก
ประเสริฐแจง‘งูเห่า’เพื่อไทย
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพท. กล่าวถึงการดำเนินการกับงูเห่าพท.ว่า กรณีนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด ก่อนหน้านี้ผ่าตัดแก้วตาทำให้ไม่สามารถเคลื่อนตัวไปไหนได้ ส่วนนายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น ป่วยหนัก พยายามมาลงมติแต่มาไม่ทัน อย่างไรก็ตามจะต้องเรียกมาพบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงอีกครั้ง ส่วนกรณีอื่นที่เกี่ยวกับเรื่องงูเห่า พท.จะแถลงข่าวในวันที่ 22 ก.พ.
นายประเสริฐกล่าวอีกว่า ในวันที่ 22 ก.พ. เวลา 09.30 น. จะมีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่พรรคพท. โดยจะพูดคุยภาพรวมของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา และขั้นตอนที่จะดำเนินการร่วมกันในการยื่นร้องไปยังองค์กรอิสระเพื่อเอาผิดรัฐมนตรีบางคนที่ถูกอภิปราย และแนวทางการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ
ยื่นสอบ‘ตู่-อู๊ดด้า’ปมถุงมือยาง
เลขาธิการพท. กล่าวว่า ตนจะยื่นตรวจสอบพล.อ.ประยุทธ์ ประเด็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีทราบว่ามีการทุจริตถุงมือยางแล้วไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นในทันทีทันใด ต่อป.ป.ช. นายจุรินทร์ กรณีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตถุงมือยาง และยังมีข้อมูลว่าผู้ดำเนินการเป็นคนใกล้ชิด ไม่เรียกมาตรวจสอบข้อเท็จจริงปล่อยให้ดำเนินการต่อ ทำให้อคส.เสียหาย 2 พันล้าน จะยื่นต่อป.ป.ช. ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังทราบว่าสมาชิกพรรคอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลที่จะยื่นเอาผิด รมว.ศึกษาธิการ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ด้วย ถ้าชัดเจนแล้ว สมาชิกที่ดำเนินการจะแถลงรายละเอียดอีกครั้ง
วิปฝ่ายค้านเรียกคุยเสียงโหวต
นายสุทิน คลัง ส.ส.มหาสารคาม พท. และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พอใจแม้จะมีจุดบกพร่องบ้าง ถือว่าเล็กน้อย เราจึงต้องยกความดีทั้งหมดให้กับคณะส.ส.ของพรรคร่วมทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ผู้อภิปราย ทุ่มเททำงานเตรียมเนื้อหาข้อมูลอย่างเต็มที่ เพื่อนำเสนอให้ประชาชนเห็นข้อบกพร่องของรัฐบาล ตรงนี้เราขอยกให้เป็นพระเอก และขอชื่นชม ส.ส.ทุกคนแม้ไม่ได้อภิปรายก็มีส่วนร่วมสนับสนุนข้อมูล รับฟังความต้องการของประชาชน ร่วมให้กำลังใจกันอย่างน่าชื่นชมยิ่ง รวมถึงผู้ใหญ่และผู้บริหารของพรรคที่มีส่วนสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่
ส่วนที่พรรคเพื่อชาติ (พช.) โหวตไว้วางใจและงดออกเสียง ให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ วิปฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้มาหารือกันหรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า วันที่ 22 ก.พ. แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านและวิปฝ่ายค้านจะหารือกันเพื่อสรุปการทำงาน รวมถึงการลงมติที่ไปคนละทางกับพรรคร่วมอื่น ซึ่งต้องถามเหตุผลและความจำเป็นของส.ส.เหล่านั้น เพราะเราทำงานใกล้ชิดทุกขั้นตอน แต่ไม่ทราบว่าจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น คงต้องฟังเหตุผลกันก่อน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นจุดยืนของแต่ละพรรค ไปบังคับกันไม่ได้ อยู่ที่ประชาชนจะพิจารณา
เพื่อชาติโต้ข่าว‘รับกล้วย’
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พช.) ให้สัมภาษณ์ถึง 3 ส.ส.พรรค ลงมติไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส และมี 2 คนงดออกเสียง จนมีเสียงวิจารณ์ไปรับกล้วยมาว่า ไม่มีอะไร ช่วงเช้าก่อนลงมติ พรรคได้ประชุมส.ส. โดยสมาชิกพรรคเห็นตรงกันว่ารัฐมนตรีคนที่ 1-9 จะลงมติไม่ไว้วางใจ แต่กรณี ร.อ.ธรรมนัส มีข้อเสนอมาว่าถูกอภิปรายเนื้อหาเพียงเล็กน้อย และชี้แจงได้ตอบตรงประเด็น โดยไม่ต้องพูดถึงเรื่องในอดีต ดังนั้น ถ้าโหวตไม่ไว้วางใจ อาจเป็นไม่เป็นธรรมแก่เขา ซึ่งสมาชิกพรรคเห็นในทางเดียวกัน จึงมีมติฟรีโหวตให้เป็นเอกสิทธิ์ส.ส. ผลจึงออกมาตามที่เห็น
นายสงครามกล่าวว่า ส่วนที่บอกว่ามีการรับเงินนั้น อยากถามว่าต้องใช้เงินเท่าไรจะซื้อตนได้ และถ้าจะรับเงินจริง ทำไมไม่รับเงินโหวตไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ หรือพล.อ. ประวิตร ดังนั้น ตนยืนยันแทนสมาชิกพรรคว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่มีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างเราปล่อยเป็นเอกสิทธิ์
และเชื่อว่าการลงมติเช่นนี้ พรรคฝ่ายค้านไม่มีปัญหา เขาเข้าใจกันหมดว่าการลงมติเป็นเอกสิทธิ์ส.ส. และไม่มีมติพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าให้โหวตอย่างไร แต่ละพรรคจึงมีแนวทางของตัวเอง และรัฐมนตรีคนอื่นๆ พรรคก็ลงมติไม่ไว้วางใจ
โพลชี้คนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจเรื่อง การประชุมสภาพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 10 คน จากกลุ่มตัวอย่าง 1,712 คน วันที่ 17-20 ก.พ. พบว่า ร้อยละ 43.81 ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านทางสื่อโซเชี่ยลมีเดียมากที่สุด ทั้งนี้ ร้อยละ 52.64 ระบุจุดเด่นของการอภิปรายคือภาพรวมการซักฟอกของฝ่ายค้าน ร้อยละ 71.26 ระบุจุดด้อยคือ การประท้วงบ่อย ทำให้เสียเวลา
หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นลง ร้อยละ 55.40 ระบุการเมืองไทยจะเหมือนเดิม ร้อยละ 43.0 ไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล ทั้งนี้ ประชาชนให้คะแนนต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากคะแนนเต็มสิบ ฝ่ายค้านได้ 6.90 คะแนน รัฐบาล 5.01 คะแนน
น.ส.พรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 2 ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนให้คะแนนฝ่ายค้านมากกว่าฝ่ายรัฐบาล เพราะเห็นว่าภาพรวมทำงานได้ดี มีเนื้อหาน่าสนใจ เตรียมข้อมูลเชิงลึกมาอภิปรายให้เห็นภาพ โดยมองว่าหลังจบอภิปรายครั้งนี้ สถานการณ์การเมืองไทยก็น่าจะยังเหมือนเดิม ที่สำคัญประชาชนรู้สึกไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล ถึงแม้ในสภา 10 รัฐมนตรีจะได้รับการไว้วางใจก็ตาม
เผยความพอใจ‘ครูตั้น’ได้บ๊วยสุด
ด้านสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “รัฐบาลได้ไปต่อ” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 20-21 ก.พ. ถึงความพอใจต่อ นายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย พบว่า ร้อยละ 44.7 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 41.3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ร้อยละ 39.9 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ร้อยละ 39.9 พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร้อยละ 39.5 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร้อยละ 38.9 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ร้อยละ 37.5 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ร้อยละ 37.0 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร้อยละ 37.0 นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ร้อยละ 36.3 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ
รบ.ได้ไปต่อแต่ต้องปรับครม.ใหญ่
ส่วนความต้องการให้ปรับครม.ครั้งใหญ่ ร้อยละ 77.8 ระบุว่า ต้องการค่อนข้างมาก ถึงมากที่สุด ร้อยละ 17.2 ระบุว่าปานกลาง ร้อยละ 5.0 ระบุว่า ค่อนข้างน้อย ถึงไม่ต้องการเลย ทั้งนี้ ร้อยละ 79.4 ให้โอกาสรัฐบาลได้ไปต่อ เพราะรับมือวิกฤตโควิดได้ดี แก้วิกฤตเศรษฐกิจกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ได้โครงการคนละครึ่ง ให้กำลังใจคนทำงาน ร้อยละ 20.6 ระบุไม่ให้โอกาส เพราะไม่มีอะไรดีขึ้น แก้ปัญหาไม่ได้จริง ประชาชนกำลังจะอดตาย โครงการกระจายรายได้ถึงมือเฉพาะกลุ่มขาประจำ ไม่เห็นผลงาน
ส่วนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 56.2 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 24.0 ระบุปานกลาง และร้อยละ 19.8 ระบุค่อนข้างน้อย ถึงไม่เชื่อมั่นเลย ส่วนการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่เรียกร้องประเด็นละเอียดอ่อนด้านความมั่นคงและการเมือง ร้อยละ 97.1 ระบุไม่เห็นด้วย นำไปสู่ความรุนแรงบานปลาย ความแตกแยก ร้อยละ 2.9 เห็นด้วย เพราะเป็นการแสดงออกปกติตามระบอบประชาธิปไตย ใช้สิทธิปกติ แสดงพลัง
ปชป.ยัน‘2รมต.’พร้อมแจง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า รัฐมนตรีของพรรคทั้ง 2 คนคือ นายจุรินทร์ และนายนิพนธ์ ได้ทำหน้าที่ยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เอื้อประโยชน์ให้บุคคลใด ไม่มีการทุจริต ปชป.ยืนยันว่าเราเชื่อมั่นในตัวรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุจะไปยื่นร้องต่อป.ป.ช.เรื่องการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางนั้น ขอให้ฝ่ายค้านตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ นายจุรินทร์ได้ยื่น คำร้องต่อป.ป.ช.ไว้นานแล้ว รวมทั้งแจ้งต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนักการเมือง บอร์ด อคส. อดีตผอ.อคส. หรือเจ้าหน้าที่คนใดก็ไม่มีข้อยกเว้น ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ดังนั้นเรา จึงไม่กังวลใดๆ และจะติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งการตรวจสอบตามกระบวนการกฎหมายให้ถึงที่สุด
ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุจะไปยื่นป.ป.ช. ตรวจสอบนายนิพนธ์นั้น ไม่ทราบว่าจะยื่นเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นเรื่องสมัยเป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา เรื่องดังกล่าวไม่มีทุจริต และเกิดขึ้นก่อนเป็นรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายค้านจะไปยื่นป.ป.ช. เราก็ไม่หนักใจ ส่วนเรื่องการเอื้อประโยชน์ที่ดินพื้นที่อ.จะะ จ.สงขลา นั้น โครงการพัฒนาที่ดินเกิดก่อนนายนิพนธ์ มาเป็นรัฐมนตรี และไม่มีการเอื้อพวกพ้อง หรือรู้ข้อมูลก่อนแล้วไปกว้านซื้อที่ดิน ซึ่งไม่เป็นควมจริง ยืนยันรัฐมนตรีทั้งสอง พร้อมชี้แจง ไม่กังวลแต่อย่างใด
เรียกสอบ 3 ส.ส.แหกมติพรรค
เมื่อถามถึง 3 ส.ส.คือนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ นายอภิชัย เตชะอุบล และนายอันวาร์ สาและ งดออกเสียงให้นายจุรินทร์ นายราเมศ กล่าวว่า พรรคมีกระบวนการจัดการ โดยหัวหน้าพรรคมอบให้เลขาธิการพรรคดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งสามจะต้องมาตอบคำถามว่าเหตุใดไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคอื่นแต่งดออกเสียงกับรัฐมนตรีพรรคตัวเอง แม้จะอ้างรัฐธรรมนูญ อ้างสิทธิส่วนบุคคล แต่เมื่อทุกคนอยู่ในพรรค โดยเฉพาะปชป.ยึดถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และมีสมาชิกพรรคอีกหลายคน ทำหนังสือถึงเลขาธิการพรรค ให้ไต่สวนหาความจริงในเรื่องนี้ โดยในวันที่ 23 ก.พ. จะหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมส.ส.พรรค และเชื่อว่าเมื่อเลขาธิการพรรครวบรวมข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว จะนำเข้ากก.บห.ในวาระต่อไป
นายราเมศกล่าวว่า ส่วนน.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ที่กดคะแนนแต่คะแนนไม่ขึ้น แต่แสดงผลไม่ลงคะแนนให้กับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นั้น ทราบว่าเครื่องอาจจะมีปัญหา และได้ทำบันทึกถึงประธานสภาตามระเบียบของรัฐสภาต่อไป อย่างไรก็ตาม พรรคได้ทำความเข้าใจกับนายอันวาร์หลายรอบแล้วแต่นายอันวาร์ ยังทำเช่นนี้ จึงอยากขอร้องว่ามีอะไรควรมาพูดคุยในพรรคจะดีกว่าพูดผ่านสื่อ
เมื่อถามว่ายอมรับหรือไม่ว่าภายในพรรคมีปัญหา นายราเมศกล่าวว่า เป็นปัญหาเฉพาะคนมากกว่า ถ้าจะเอาปัญหาคนคนเดียวแล้วมาบอกว่าปชป.ไม่มีเอกภาพคงไม่ใช่ ทุกคนรักในความเป็นปชป. และการที่เราร่วมรัฐบาล ไม่ได้เข้ามาเพราะใครอยากเป็นรัฐมนตรีแต่มาร่วมด้วยเงื่อนไขสำคัญคือแก้ปัญหาให้ประชาชน เกษตรกรและผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่
นิพนธ์ไม่หวั่น-จ่อถูกดาบสอง
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงพท.และพรรคก้าวไกล เตรียมจะยื่นเรื่องต่อป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบและถอดถอนออกจากตำแหน่งว่า ไม่เป็นไร เป็นธรรมดาที่ฝ่ายค้านต้องหาทางลงอยู่แล้ว จะจบห้วนๆ ได้อย่างไร เราก็เปิดทางให้เขาหายใจบ้าง อย่าเอาสำลีไปอุดจมูกเขาไม่ให้หายใจ ส่วนกรณีของตน คงไม่มีอะไรแล้ว เพราะในวันอภิปราย ตนได้ชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ ต่อที่ประชุมสภาได้อย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ว่าตนล้วงข้อมูลภายใน ในเรื่องการเปลี่ยนสีผังเมืองที่เกี่ยวกับโครงการเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา หรือข้อกล่าวหาพาดพิงเครือญาติเรื่องซื้อขายที่ดิน ซึ่งนั่นเป็นการซื้อขายที่ดินโดยเอกชนกับเอกชนตามปกติ ส่วนที่ได้รับคะแนนไว้วางใจมากกว่านายจุรินทร์นั้น หัวหน้าบอกแล้วว่า ถ้าดูคะแนนภายในส.ส.พรรค คะแนนของหัวหน้าเท่ากับของตน
กมธ.เชื่อแก้รธน.วาระ 2-3 ฉลุย
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ในวันที่ 24-25 ก.พ.ว่า เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี เพราะมติพรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นชอบแล้วว่าจะโหวตตามที่กมธ.แก้ไข แต่คงจะใช้เวลาอภิปรายมากพอสมควร เนื่องจากมีสมาชิกแปรญัตติไว้มาก ส่วนที่ส.ว.กังวลว่าลงมติแล้วจะมีปัญหาในภายหลังหรือไม่นั้น ก็ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหา แม้วันนี้จะยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา แต่สมาชิกที่กังวลก็จะได้รับความคุ้มครอง จึงเชื่อว่าวาระ 2 และ 3 จะผ่านไปโดยสะดวก แต่ถ้าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่าน ปัญหาทางการเมืองจะเกิดขึ้นอย่างหนัก จนลามไปกระทบเศรษฐกิจและสังคม แต่ถ้าผลออกมากลับด้านกัน ความคลี่คลายทางการเมืองจะเกิดขึ้น นำไปสู่การคลี่คลายในเรื่องอื่นๆ ทั้งเศรษฐกิจและสังคมด้วยอันจะเป็นผลดีต่อรัฐบาลในฐานะผู้บริหารด้วย
ธนาธรโพสต์วันถูกยุบพรรค
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ครบรอบ 1 ปียุบพรรคอนาคตใหม่-ความในใจจากวันนั้นถึงวันนี้ ระบุว่า ตนไม่เคยเล่าให้ใครฟังมากนัก แม้แต่คนใกล้ชิดถึงความรู้สึกส่วนตัวจากกรณีถูกยุบพรรค เหตุผลหนึ่งคือในฐานะผู้นำ รู้สึกว่าจะแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็นไม่ได้ กลัวว่าทั้งทีมงานในส่วนกลางและในจังหวัดต่างๆ ผู้สนับสนุน และเพื่อนส.ส. จะหมดกำลังใจ วันนั้น ตนห่วงมาก ว่าการผลักดันวาระประชาธิปไตยผ่านระบบรัฐสภาจะอ่อนแอลง เป็นห่วงเพื่อน ส.ส.อนาคตใหม่ที่ย้ายไปพรรคก้าวไกลว่าจะยืนได้หรือไม่ ท่ามกลางกระแสการเมืองที่โหดเหี้ยมต่อฝ่ายประชาธิปไตย ในระยะยาวหากพรรคใหม่ไม่สามารถยืนหยัดได้ แปลว่าพวกเราแพ้ย่อยยับ
นายธนาธรระบุด้วยว่า วันครบหนึ่งปียุบพรรคอนาคตใหม่ ตรงพอดีกับการจบลงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การทำงานของพรรคก้าวไกลโดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ ทำให้ตนหมดห่วง ตนเฝ้าติดตามการอภิปรายของพวกเขาอย่างชื่นชม พวกเขาทำได้ดีมาก แสดงให้เห็นแล้วว่ามีวิสัยทัศน์ กล้าหาญและหนักแน่น ไม่แพ้อนาคตใหม่เลย วันนี้จึงเป็นวันที่ตนรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ต้องแบกอะไรไว้บนหลังมากเหมือนก่อน ตนสบายใจและมั่นใจว่าอย่างน้อยในสภา ยังมีพรรคที่พร้อมจะยืนอย่างมั่นคงในหลักการประชาธิปไตย กล้าหาญพอที่จะยืนบนผลประโยชน์ของประชาชน เพื่ออนาคตของประเทศ
มั่นใจ‘พิธา’นำประเทศไทยได้
“หมดหน้าที่ของผมในสภาแล้ว พวกเขาถือคบไฟ วิ่งไปต่ออย่างมั่นคง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เขากล้าหาญพอที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาใจกลางการเมืองไทยอย่างมีวุฒิภาวะ มีความเป็นผู้นำและมีไหวพริบ ไม่เพียงแค่จะนำพรรคก้าวไกล แต่จะนำประเทศไทยในอนาคต วันนี้ ผมเผชิญหน้ากับวันครบรอบ 1 ปีการยุบพรรคอย่างสงบ ไม่รู้สึกโกรธหรือเคียดแค้นที่ถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม เพราะรู้ว่าพวกเขาทำไม่สำเร็จ พวกเขายุบอุดมการณ์ไม่ได้ ต่อจากนี้ ผมจะยังทำงานการเมืองต่อไปและขอยืนเคียงข้างพรรคก้าวไกล ในวันที่เขาต้องการคำปรึกษาหรือกำลังใจ ผมขอยืนข้างหลังพวกเขาร่วมกับประชาชน ในวันที่พวกเขาต้องการการสนับสนุน และจะยืนข้างหน้าเมื่อพวกเขาเผชิญภัยอันตราย
ขอให้ทุกคนเดินหน้าอย่างกล้าหาญ ประชาชนจะปกป้องคุณเอง” นายธนาธรระบุ