จ่อดันห้วยกระเจาแลนด์มาร์ก – เมื่อวันที่ 26 ก.พ. นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า จ.กาญจนบุรี มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ มีแหล่งท่องเที่ยวที่ชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่พบว่ายังมีพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซาก 5 อำเภอ คือ อ.บ่อพลอย ห้วยกระเจา เลาขวัญ หนองปรือ และพนมทวน จนได้รับการขนานนามว่าอีสานตะวันตก กระทั่งรัฐบาลโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สำรวจขุดเจาะหาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่แห้งแล้งทุกจังหวัดทั่วประเทศ

นายจีระเกียรติกล่าวอีกว่า นับเป็นความโชคดีของชาวบ้านห้วยกระเจา ที่กรมฯน้ำบาดาลสามารถเจาะพบแหล่งน้ำบาดาล 3 บ่อ ที่สำคัญ 2 ใน 3 บ่อที่พบเป็นน้ำพุขึ้นมา และมีรสชาติคล้ายโซดา ปัจจุบันมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเยี่ยมชมและทดลองดื่มน้ำพุบาดาลโซดาจำนวนมาก ส่วนพื้นที่บริเวณโดยรอบนั้นมีชาวบ้านเข้ามาจับจองพื้นที่ขายของกันเป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้นกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปโดยปริยาย

ผวจ.กาญจนบุรีกล่าวว่า ทั้งนี้เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำใต้ดินที่ขุดพบเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในทุกมิติ ในการนี้จังหวัดกาญจนบุรี จึงมีหนังสือด่วนที่สุดที่ กจ0017.2/ว3641 เรื่อง ประชุมเพื่อพิจารณาหารือแนวทางการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ไปถึงอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ด้านการเกษตร ด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งด้านสุขภาพและอนามัย และด้านประชาสัมพันธ์ ร่วมเข้าประชุมในวันที่ 5 มี.ค. 64 ที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อผลักดันให้ห้วยกระเจาเป็นแลนด์มาร์ก ทั้งด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรรม และการท่องเที่ยวแห่งใหม่

แลนด์มาร์ก – ประชาชนยังแห่พิสูจน์น้ำพุโซดา ห้วยกระเจา อย่างไม่ขาดสาย ขณะที่นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี ทำหนังสือด่วนถึงอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และเลขาธิการ อย. ผลักดันเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน