ห่วงภาคเหนือ
ผวจ.เร่งรับมือ

จิสด้าพบจุดความร้อน 4.5พันจุดทั่วประเทศ อยู่ในพื้นที่ป่ากว่า 3.5 พันจุด ขณะเมียนมาก็มีจุดความร้อนถึง 4.3 พันจุดห่วงลมหอบหมอกควันเข้าไทย ‘วราวุธ’ ขอผวจ.ในภาคเหนือ เข้มงวดจุดเผา เผยไม่เลิกเผาอาจถูก แซงก์ชั่นการค้าจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะกระทบเกษตรกรทุกคน

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นางกานดาศรี ลิมปาคม รองผอ.สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า กล่าวว่า ข้อมูลภาพจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ. 2564 พบจุดความร้อนทั้งประเทศมากถึง 4,504 จุด โดยพบมากสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,017 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,511 จุด พื้นที่เกษตร 382 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก. 338 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 239 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 17 จุด โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นมีการกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตก

นางกานดาศรีกล่าวอีกว่า โดยจ.กาญจนบุรี พบจุดความร้อนมากที่สุด 646 จุด รองลงมาเป็นจ.ลำปาง 465 จุด และจ.ตาก 344 จุด ตามลำดับ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่เกษตรตามลำดับ เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่และเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร ส่วนภาคใต้ พบจุดความร้อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ประกอบกับในช่วงนี้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง ทำให้การสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และ จิสด้า ได้ชี้เป้าจุดความร้อน พร้อมกับร่วมบูรณาการข้อมูลกับศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการเข้าถึงและดับไฟในพื้นที่ไม่ให้ลุกลามเป็นบริเวณกว้าง

รองผอ.จิสด้า ระบุว่า สถานการณ์จุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยพบมากสุดในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาสูงถึง 4,398 จุด และราชอาณาจักรกัมพูชา 1,187 จุด ทำให้พื้นที่ที่อยู่บริเวณตะเข็บชายแดนดังกล่าว ต้องเฝ้าระวังด้านหมอกควันที่อาจพัดข้ามแดนเข้ามาได้อย่างต่อเนื่องและอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่นั้นๆ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาหมอกควันพิษในภาคเหนือว่า ปัญหาการเผาในที่โล่ง เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทย และหลายประเทศเพื่อนบ้าน และมีการเพิ่มตัวของจุดความร้อนเพิ่มขึ้นมาก ในภาคเหนือหลายจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตห้ามเผา โดยประกาศเป็นช่วงเวลา ดังนั้นก่อนหน้าช่วงเวลา ชาวบ้านก็มักจะระดมเผาอย่างมาก เบื้องต้นขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ เกษตรจังหวัด รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เข้าไปขอความร่วมมือประชาชน ว่าหากจะเผาก็เผาได้ แต่ไม่ใช่เผาพร้อมพร้อมกัน 4,000-5,000 จุดเช่นนี้ โดยอาจจะต้องเวียนกันเผา โดยให้มีมาตรการในแต่ละจังหวัด ขอให้ผู้ว่าฯเข้มงวดกับการแก้ไขปัญหาจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้

“หากพี่น้องเกษตรกรยังเผาอยู่ในอนาคตอันใกล้มีการนำประเด็นสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น การส่งออกข้าวไทยไปอียู หรือสหรัฐอเมริกา ถ้าเกษตรกรไทยไม่ปรับตัว เราคงไม่สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้ ซึ่งอาจจะเป็นปีหน้าหรือเร็วกว่านั้น จึงขอฝากเกษตรกรและประชาชนให้ช่วยกันคิดในประเด็นนี้ด้วย เพราะเรากำลังประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านหมอกควัน เนื่องจากจะเป็นผลกระทบกับทุกคนในอนาคต” นายวราวุธกล่าว

ที่จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ และนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้แทนมูลนิธิป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน จ.เชียงใหม่ ร่วมกันลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสนับสนุนงบประมาณดำเนินการควบคุมไฟป่าและฝุ่นควัน 13,670,000 บาท ระหว่างอบจ.เชียงใหม่ กับ มูลนิธิป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่ โดยสนับสนุนไปยังที่ทำการปกครองอำเภอ 24 แห่ง และอาสาสมัครประจำหมู่บ้านของมูลนิธิป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน ในพื้นที่ 644 หมู่บ้านที่เป็นพื้นที่ติดป่าและมีความเสี่ยงในการเกิดไฟ แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณผ่านช่องทางต่างๆ ของทางราชการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน