ตร.ตามรวบได้ที่อยุธยา
ศาลไม่ให้ประกัน-เข้าคุก
จ่อหมายอีก2ชาย-หญิง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

‘แอมมี่’ เผาจริงป้ายหน้าเรือนจำ ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หวังว่าทุกคนเข้าใจและมองเห็น หลังถูกตร. ตามจับได้ที่อยุธยา เอาผิดข้อหาวางเพลิงมาตรา 112 ส่งฝากขัง ศาลไม่ให้ประกัน ส่งเข้าเรือนจำ ผบช.น.ยันมีพยานหลักฐานทั้งบุคคล นิติวิทย์ วงจรปิด จ่อออกหมายจับอีก 2 คนชาย-หญิง ขณะที่ผบ.ตร.เรียกถกรับมือม็อบ 6 มี.ค. ‘รุ้ง-ปนัสยา’ แกนนำน.ศ. นำมวลชนจัดกิจกรรมหน้าเรือนจำ อ่านจดหมายถึงเพื่อน 112 ฉบับ จี้ปล่อย 4 แกนนำ

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. แถลงจับกุมนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ นักร้องนักแต่งเพลง และแนวร่วมคณะราษฎร ผู้ต้องหาวางเพลิงเผาป้ายหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมว่า ตำรวจจับกุมนายไชยอมรได้ที่บ้านเช่าใน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 3 มี.ค. ขณะจับกุม ผู้ต้องหามีอาการบาดเจ็บและอักเสบที่ไหล่ซ้าย และเชิงกรานซ้าย จึงนำส่งร.พ.ราชธานี จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจรักษาเบื้องต้น จากนั้นนำตัวมาควบคุมที่ร.พ.ตำรวจ โดยผู้ต้องหาบาดเจ็บก่อนถูกจับกุมตัว และยังไม่ได้สอบปากคำ โดยเบื้องต้นถูกกล่าวหา วางเพลิงเผาทรัพย์ และมาตรา 112

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนหรือไม่ว่าเป็นคนวางเพลิง พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่าศาลอาญาอนุมัติหมายจับก็ต้องมีพยานหลักฐาน ก่อนออกหมายจับศาลไต่สวนพนักงานสอบสวน โดยในสำนวนยืนยันว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด มีทั้งพยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์หลายอย่าง ไม่ได้มีแค่ภาพวงจรปิดเพียงอย่างเดียว ยืนยันว่านาย ไชยอมรผู้ต้องหาในคดีนี้ และมีผู้ร่วมก่อเหตุไม่น้อยกว่า 1 คน

ต่อข้อถามว่ามีผู้นำภาพมาเปรียบเทียบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ด้านในเรือนจำ บุคคลภายนอกเข้าไม่ได้ ผบช.น.กล่าวว่าที่เกิดเหตุอยู่หน้าเรือนจำนอกรั้วคนทั่วไปเดินเข้าไปได้ ส่วน ผู้ร่วมเหตุเป็นดาราและผู้สั่งการอีกหรือไม่ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าถึงก็ดำเนินคดี ขณะนี้ยังไม่ได้ออกหมายจับใครเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 2 มี.ค. พนักงานสอบสวนสน.ประชาชื่น ท้องที่เกิดเหตุ นำตัวเยาวชนชายอายุ 17 ปี เป็นพยานมาสอบปากคำ โดยเยาวชนคนดังกล่าวระบุว่านายไชยอมร หรือแอมมี่ กับเพื่อนรวม 3 คน ชักชวนให้ขับรถไปหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม โดยไม่ได้บอกว่าจะไปทำอะไร จนกระทั่งไปถึงก็ลงไปก่อเหตุ ส่วนตนเองนั่งรออยู่ในรถ

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้แอมมี่รักษาตัวอยู่ที่ร.พ.แห่งหนึ่ง เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการปีนขึ้นไปเผาป้ายหน้าเรือนจำแล้วตกลงมา และออกจากร.พ.ก่อนที่ตำรวจจะไปถึง ก่อนไปถูกจับกุมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนเพื่อนอีก 2 คนที่ร่วมก่อเหตุ ทางตำรวจกำลังติดตามตัวอยู่

ขณะที่ พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รองผบก.น.2 เปิดเผยว่าจัดพนักงานสอบสวนไปสอบปากคำนายไชยอมรที่ร.พ.ตำรวจ ไม่เบิกตัวมาที่ สน.ประชาชื่น เนื่องจาก ผู้ต้องหาใช้สิทธิ์ผู้ป่วย ส่วนจะต้องเรียกสอบปากคำพยานคนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์หรือ ไม่นั้น กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วจะเรียกมาสอบปากคำต่อไป

ส่วนที่ร.พ.ตำรวจ พ่อแม่นายไชยอมร หรือแอมมี่ เดินทางมาขอเข้าเยี่ยมลูกชาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต เนื่องจากสถานการณ์ โควิด ห้ามเข้าเยี่ยมคนไข้ทุกกรณี โดยแม่แอมมี่กล่าวว่ายังไม่ได้เจอหน้าลูกชาย แต่เห็นมีตำรวจอยู่ในห้อง ไม่ทราบว่าเป็นพนักงานสอบสวนหรือเปล่า

ต่อมาแม่แอมมี่เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาแล้ว โดยให้แอมมี่อยู่รอฟังคำสั่งที่ร.พ. ตนและทนายความจะไปยื่นประกันตัวที่ศาลเพื่อต่อสู้คดี ส่วนอาการแอมมี่นั้น แพทย์ระบุว่าไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวในร.พ.

ต่อมาแอมมี่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก The Bottom Blues ว่า “การกระทำการเผาในครั้งนี้ เป็นฝีมือของผม และผมขอรับผิดชอบไว้แต่เพียงผู้เดียว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเคลื่อนไหว หรือการเรียกร้องใดๆ เหตุผลของผมนั้นเข้าใจง่ายมาก เล่าไปถึงตอนผมโดนจับไปวันที่ 13 ตุลาฯ ปีที่แล้ว เพนกวินคือคนแรกที่โทร.หาผมบนรถห้องขัง และประกาศรวมพลมวลชนทันที แต่กลับกันในครั้งนี้เพนกวิน และพี่น้องของผมต้องติดอยู่ในคุกนานกว่า 20 วันแล้ว แต่ผมไม่สามารถที่จะช่วยเหลือพวกเขาได้เลย”

แอมมี่ระบุด้วยว่า “ผมรู้สึกละอายและผิดหวังในตัวเอง การเผาในครั้งนี้ผมยอมรับว่าเป็นความคิดที่โง่เขลา และทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในอันตราย แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่ ในการเผาครั้งนี้มีอยู่มากมาย เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่หวังว่าทุกคนเข้าใจ และจะมอง เห็นมัน หวังว่าจะได้พบกันใหม่ ขอให้ทุกคนสู้ต่อไป แอมมี่ THE BOTTOM BLUES”

ที่บช.น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวภายหลังประชุมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมวันที่ 6 มี.ค.ว่า ผู้ชุมนุมบางกลุ่มยังไม่มีข้อสรุป ตำรวจอยู่ระหว่างประเมินตามสถานการณ์ แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมเผาทำลายสถานที่สำคัญ ทำลายทรัพย์สินราชการ หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ จะดำเนินคดีทุกราย อย่างไรก็ตาม การจับกุมดำเนินคดีไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา

ต่อข้อถามถึงกรณีตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหา ผบ.ตร.กล่าวว่าไม่ใช่อำนาจตำรวจ เป็นอำนาจศาล แต่ในชั้นสอบสวนปกติตำรวจก็ไม่ให้ประกันอยู่แล้ว เว้นแต่กรณีอัตราโทษต่ำ มีหมายเรียกแล้วมาก็ต้องรับตัวไว้ ส่วนการจับกุมนายไชยอมรเป็นไปตามขั้นตอน และมีหลักฐานชัดเจน

ขณะเดียวกัน ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นายชินวัตร หรือไบร์ท จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี พร้อมด้วยแนวร่วมเดินทางมาจัดกิจกรรมอ่านจดหมายถึงเพื่อนในเรือนจำ 112 ฉบับ ซึ่งเป็นจดหมายที่รวบรวมจากการจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อให้กำลังใจและเรียกร้องปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ แกนนำราษฎร

น.ส.ปนัสยากล่าวว่าเพื่อนๆ ทั้งหมดที่ถูกดำเนินคดี และคุมขังอยู่ในเรือนจำยังไม่ได้ถูกศาลตัดสินว่าถูกหรือผิด จึงไม่ควรถูกจำคุกนานถึง 24 วัน ไม่เป็นไปตามหลักสากล จึงมาส่งกำลังใจให้เพื่อนทุกคนคลายความเหงาและความคิดถึง โดยจะเปิดรับจดหมายผ่านทางเฟซบุ๊กเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ส่วนเรื่องพี่แอมมี่ถูกจับนั้น พวกเราทราบข่าวแล้ว แต่ไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุวางเพลิง แม้จะทำจริงก็เป็นสิทธิ์ ของเขา เพราะทุกคนมีความคิดเห็นส่วนตัว สามารถแสดงออกได้ทุกคน และไม่น่าเกี่ยวกับมาตรา 112

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางคลองเปรม และเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพิ่มการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เปิดให้เข้าออกเพียงไม่กี่ประตู และมีเจ้าหน้าที่เฝ้า ทุกประตู พร้อมทั้งปลดป้ายต่างๆ ออกทุก ประตูเช่นกัน และภายหลัง น.ส.ปนัสยาอ่านจดหมายเสร็จ จึงนำจดหมายบางส่วนมาติดที่ประตูรั้วหน้าเรือนจำ และป้ายเรือนจำ ก่อนจะเดินทางยังประตูด้านหน้า เพื่อส่งจดหมาย ให้แก่เพื่อนที่อยู่ในเรือนจำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับ ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจึงนัดรวมตัวกันในวันที่ 4 มี.ค. ที่หน้าเรือนจำ เพื่อนำจดหมายมาส่ง อีกครั้ง

ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ ราชการฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการจับกุมนายไชยอมรว่าคณะทำงานกระทรวงยุติธรรมมีหลักฐานชัดเจนในการกระทำผิด ข้อมูลที่ส่งให้ตำรวจเป็นหลักฐานเชิงลึกที่ระบุผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดอย่างเดียว มีหลักฐานชัดเจน ถ้าไม่อย่างนั้นไม่ กล้าพูด ไม่พูดอะไรซี้ซั้วอยู่แล้ว

เย็นวันเดียวกัน ที่ศาลอาญา พ.ต.ต.หัสนัย เฟื่องสังข์ พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ยื่นคำร้องฝากขังนายไชยอมร โดยระบุพฤติการณ์สรุปว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เวลา 03.20 น. สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม จึงไปตรวจสอบพบมีแกลลอนโลหะ ภายในมีของเหลวคล้ายน้ำมัน พบไฟแช็ก ตำรวจสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่ามีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์-วี สีขาว ทะเบียนฎจ 1852 กทม. ขับมาจอดริมถนนหน้าเรือนจำ

ต่อมามีคนร้ายเป็นชาย 2 คน และหญิง 1 คนลงมาจากรถยนต์ โดยชายทั้ง 2 คน ปีน ขึ้นไป และใช้ของเหลวคล้ายน้ำมันราดลงไปที่บริเวณดังกล่าว จุดไฟจนเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ จากนั้นชาย 2 คนลงมายืนทำท่าชู 3 นิ้ว โดยหนึ่งในคนร้ายเป็นชายนั้นมีลักษณะการแต่งกายที่ตำรวจเห็นแล้วทราบว่าคือนายไชยอมร นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีการถ่ายรูปบริเวณหน้าป้ายที่ถูกเพลิงลุกไหม้อยู่ คนร้ายซึ่งเป็นผู้หญิงยืนถ่ายรูป จากนั้นทั้ง 3 คนขึ้นรถและขับหลบหนีไป

ให้กำลังใจ – กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย รุ้ง-น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล รวมตัวกันอ่านจดหมาย 112 ฉบับ รวบรวมจากการตั้งโต๊ะภายในม.ธรรมศาสตร์ เพื่อให้ กำลังใจถึงเพื่อนทั้ง 10 คนในเรือนจำ ที่ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.

พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายไชยอมร โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานมาตรา 112 ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของ ผู้อื่น นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา จนกระทั่งวันที่ 3 มี.ค. เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนี้ ผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่ร.พ. ตำรวจ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณ หัวไหล่ซ้าย และซี่โครงด้านซ้าย จึงไม่สามารถพาตัวผู้ต้องหามาที่ศาลในวันนี้ได้

พนักงานสอบสวนได้สอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลางในคดี และรอผลการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของ ผู้ต้องหาด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวข้างต้นจึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาไว้ 12 วันนับแต่วันที่ 3-14 มี.ค.นี้

โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุด้วยว่า หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง หาก ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะ หลบหนี และยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง ประกอบกับผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในการเข้าร่วมการชุมนุมทาง การเมือง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความวุ่นวายใน บ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่แอมมี่และทนายความเดินทางมาศาล เพื่อยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ต่อมาศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพนักงานสอบสวนยืนยันว่า ผู้ต้องหาหลบหนีจนถูกเจ้าพนักงานติดตามไปจับกุมได้ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ดังนั้นหากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงให้ยกคำร้อง

สำหรับแอมมี่ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ตำรวจ โดยพนักงานสอบสวนขอควบคุมตัวไว้ที่ร.พ. เนื่องจากผู้ต้องหามีอาการ บาดเจ็บที่บริเวณหัวไหล่ซ้ายและซี่โครง ไม่สามารถพาตัวมาศาลได้ หากผู้ต้องหามีอาการดีขึ้นแล้ว พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหามาส่งคืนต่อศาลโดยทันทีนั้น และภายหลังศาลยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาแล้ว จึงยังไม่นำตัวผู้ต้องหาส่งเข้าเรือนจำในวันนี้ โดยคาดว่าจะส่งตัวไปเรือนจำวันที่ 4 มี.ค.

นาทีจับ – ตำรวจสืบสวนบช.น. นำกำลังตามจับ ‘แอมมี่’ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ ตามหมายจับคดีม.112, วางเพลิง และพ.ร.บ. คอมพ์ ที่ห้องเช่าใน ต.คลองสวนพลู จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อค่ำวันที่ 2 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน