พยาบาลเป็นลม
หลังฉีด‘วัคซีน’
ติดเชื้อเพิ่ม79

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ ให้ผู้ว่าฯสมุทรสาครที่เข้ารักษาป่วยโควิด ด้านกระทรวงคลังเดินหน้าขยาย ‘คนละครึ่ง’ เฟส 3 เตรียมชงครม.พิจารณา ลุ้นให้สิทธิ์ 30 ล้านคน ใช้งบฟื้นฟู 2 แสนล้าน รอเคาะรอบนี้แจกเท่าไร พบพยาบาลราชบุรีเป็นลมหลังฉีดวัคซีนโควิด สธ.ให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ ศบค.เ ผยไทยติดเชื้อเพิ่มอีก 79 ราย ขณะที่ 2 นางงามมิสแกรนด์ติดเชื้อโควิดตอนนี้ส่งเข้ารักษาเรียบร้อยแล้ว เผย 5 วันฉีดวัคซีนแล้ว 1.7 หมื่นคน พบอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีด 270 ราย ด้าน ‘อว.-วช.’สำรวจพบคนกรุงใส่แมสก์ลดลง เตรียมเสนอศบค.เร่งกระตุ้นหวั่นการ์ดตก

advertisement

พระราชทานดอกไม้เยี่ยมผู้ว่าฯ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 5 มี.ค. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกา ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย โปรดเกล้าฯ ให้นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมอบให้แก่นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งพักรักษาอาการป่วยจากโรคโควิด-19 ณ ตึกมหิดลวรานุสรณ์ ชั้น 2 ห้อง 1 โรงพยาบาลศิริราช

ไทยติดโควิดเพิ่มอีก 79

วันเดียวกัน เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 79 ราย จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 22 ราย แบ่งเป็นกทม. 6 ราย ชลบุรี 1 ราย ปทุมธานี 3 ราย และสมุทรสาคร 12 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 43 ราย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 12 ราย และผู้เดินทางจากต่างประเทศผ่านชายแดนเมียนมา 2 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 26,241 ราย มีผู้ป่วยหายเพิ่มขึ้นถึง 79 ราย รวมหายป่วยสะสมทั้งหมด 25,641 ราย อยู่ระหว่างรักษา 515 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดเสียชีวิตสะสม 85 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 116,209,059 ราย เสียชีวิตสะสม 2,580,827 ราย

พญ.พรรณประภากล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ถึงวันที่ 5 มี.ค. มีจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อ 11 จังหวัด ทั้งนี้จากการผ่อนคลายให้มีการจัดประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2020 (Miss Grand International 2020) ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ ที่ห้างสรรพสินค้าโชว์ดีซี ถนนพระราม 9 โดยมีผู้เข้าประกวดจาก 60 ชาติ เดินทางเข้ามาและต้องกักตัว 14 วัน โดยตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 2 ราย เมื่อวันที่ 3-4 มี.ค. ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าเรามีระบบคัดกรองตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล

“ขณะนี้จังหวัดที่ยังพบผู้ติดเชื้ออยู่เป็น กลุ่มก้อน คือจ.สมุทรสาคร จ.ปทุมธานีและจ.ตาก ตามแนวชายแดน จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ป้องกันและเฝ้าระวังตัวเองอย่างเข้มงวด และเคร่งครัด ขอให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่างเพื่อป้องกันตนเองและครอบครัว และไม่แพร่กระจายเชื้อไปยังชุมชนและพื้นที่รอบข้าง” พญ.พรรณประภากล่าว

ฉีดวัคซีนแล้ว 1.7 หมื่น

วันเดียวกัน นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า วันที่ 4 มี.ค.วันเดียวฉีดวัคซีนไป 4,233 ราย สะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-4 มี.ค. รวม 5 วัน ฉีดแล้ว 17,697 ราย แบ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงอสม. 15,981 ราย, เจ้าหน้าที่อื่นที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย 1,603 ราย, ผู้ที่มีโรคประจำตัว 22 ราย และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 91 ราย ทั้งนี้ จะทยอยฉีดต่อใน 13 จังหวัด โดยเน้นหนักจังหวัดพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดตอนนี้ เช่น สมุทรสาคร ปทุมธานี กทม. ปริมณฑล และตาก

นพ.จักรรัฐกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการฉีด วัคซีนในร.พ.ของรัฐและเอกชน 150 แห่งทั่วประเทศ คาดว่าจะฉีดมากขึ้นเพื่อให้ทันวัคซีนล็อตใหม่ที่จะมาอีกเดือนหน้า สำหรับการเก็บข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนผ่านหมอพร้อม มีรายงานอาการไม่พึงประสงค์ 270 ราย คิดเป็น 1.5% ส่วนใหญ่มีอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีด 24% คลื่นไส้ 15% เวียนศีรษะ 13% และปวดกล้ามเนื้อ 8% ซึ่งถือเป็นอาการน้อย แต่อาการมากกว่านี้พบ 1.5%

นพ.จักรรัฐกล่าวว่า กรณีบุคลากรทางการแพทย์อายุ 28 ปี จ.สมุทรสาคร ที่ฉีดแล้วมีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง คณะผู้เชี่ยวชาญสรุปว่าเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน แต่อาการไม่รุนแรงมาก อาจเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่เกี่ยวข้องก็ได้ แต่ไม่ใช่อาการแพ้ เพราะสัญญาณชีพ ความดันโลหิต อัตราการเต้นหัวใจปกติยังปฏิบัติงานตามปกติ ส่วนมีการถ่ายเหลวอาจมีภาวะอาหารเป็นพิษ หรือท้องเสียร่วมอยู่ก่อนหรือเกิดพร้อมกัน ซึ่งยังสรุป 100% ไม่ได้เพราะเป็นข้อมูลจากการสอบถาม ต้องมีข้อมูลห้องปฏิบัติการมาสนับสนุนด้วย ส่วนการแพ้ยาเพนิซิลลินไม่น่าเกี่ยวข้องกับอาการที่เกิดขึ้น การแพ้ยาเพนิซิลลินจึงไม่เป็นข้อห้ามในการรับวัคซีนซิโนแวค จึงฉีดเข็มที่สองต่อได้ภายใต้การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

พยาบาลเป็นลมหลังฉีดวัคซีน

“ส่วนรายที่สอง เบื้องต้นพบว่าเป็นพยาบาลที่ร.พ.ราชบุรี อายุ 39 ปี ไม่มีประวัติแพ้อาหารหรือแพ้ยามาก่อน หลังรับวัคซีนโควิดในช่วงที่เฝ้าสังเกตอาการพบว่าหน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอกนิดหน่อย ผื่นขึ้นบริเวณใบหน้านิดหน่อย ปวดท้องบ้าง ความดันลดลงเล็กน้อย แพทย์ให้ยาแก้แพ้ และอะดรีนาลีนก็ทำให้อาการดีขึ้นทันทีและกลับมาทำงานต่อ อย่างไรก็ตาม มีการเก็บตัวอย่างซีรัมไปตรวจหาระดับเอนไซม์บางตัวว่าอาการที่พบในช่วง 30 นาทีแรกหลังรับวัคซีนเป็นปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ ซึ่งจะนำรายละเอียดเข้าคณะกรรมการติดตามผลกระทบหลังได้รับวัคซีนพิจารณาโดยละเอียดอีก”

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการรายงานอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีน 1, 3, 7 และ 30 วัน ข้อมูลต่างประเทศพบว่า 1 ใน 3 ของผู้รับวัคซีนโควิดอาจพบอาการข้างเคียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด ไข้ขึ้น คลื่นไส้บ้าง ซึ่งรายงานของไทยยังต่ำอยู่ที่ 1.5% ไม่พบอาการรุนแรงที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยสาเหตุของอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีนมี 4 ข้อ คือ 1.กลัวฉีดวัคซีน บางคนเวียนหัวเป็นลม 2.โรคหรืออาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาหารเป็นพิษ หรือไข้หวัดไม่มากร่วมอยู่ พอฉีดไข้ขึ้นร่วมพอดี 3.ปฏิกิริยาของวัคซีน เช่น สารที่ผสมร่วมในวัคซีน บางคนอาจแพ้สารเกิดอาการข้างเคียงได้ แต่พบน้อยมาก 4.ข้อจำกัดจากการบริหารวัคซีนอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น วัคซีนเย็นเกินไป ทำให้ปวดมากขึ้น และ 5.ไม่ทราบสาเหตุ มีการศึกษาค้นหาเพิ่มเติม

นนท์เจอติดโควิดอีก 1

ด้านศูนย์ปฏิบัติการ COVID-19 จังหวัดนนทบุรี รายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันเพิ่ม 1 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในที่ทำงาน ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมรอบใหม่เป็น 178 คน ขณะที่การดูแลรักษารอบใหม่ รักษาหาย 173 คน อยู่ในโรงพยาบาล 5 คน และไม่มี ผู้เสียชีวิตรอบใหม่

โดยผู้ป่วยรายที่ 178 เป็นหญิงไทย อายุ 51 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทำงานที่ธุรการ กรมบังคับคดีปทุมธานี เดินทางไปทำงานโดยรถประจำทาง สาย 33 (กรุงเทพฯ-ปทุมฯ) หรือสาย 646 (นนท์-ปทุมฯ)

สำหรับไทม์ไลน์ช่วงหนึ่ง วันที่ 20-21 ก.พ. ซึ่งเป็นวันหยุด เวลาประมาณ 07.00-08.00 น. ปั่นจักรยานไปตลาดกรมชลประทาน โซนของกินและอาหารสด (บริเวณกลางๆ ตลาด) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

วันที่ 25 ก.พ. เข้ารับการตรวจโควิด-19 ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ก่อนวันที่ 1 มี.ค. จะได้รับการแจ้งว่าผลการตรวจโควิด-19 ก้ำกึ่ง และให้ไปตรวจอีกครั้งในวันถัดไป จากนั้นวันที่ 2 มี.ค. จึงเดินทางไปตรวจหาเชื้อที่ ร.พ.ปทุมธานี และวันที่ 3 มี.ค. ได้รับการแจ้งว่าพบการติดเชื้อ

ขณะที่การตรวจหาเชื้อในผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน รวม 26 ราย ไม่พบเชื้อ และเพื่อนร่วมงาน 4 ราย ได้เข้ารับการกักตัวในสถานที่กักกันของจังหวัด

สธ.ยันคุมโควิดตลาดพรพัฒน์ได้

นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทน ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า อัตราการติดเชื้อโควิด-19 ของไทยถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียอื่นๆ โดยไทยมีประชากร 70 ล้านคน ติดเชื้อ 26,241 คน คิดเป็น 38 คนต่อแสนประชากร ส่วนญี่ปุ่นประชากร 126 ล้านคน ติดเชื้อ 445,548 คน คิดเป็น 345 คนต่อแสนประชากร อินโดนีเซียประชากร 271 ล้านคน ติดเชื้อ 1,361,098 คน คิดเป็น 503 คนต่อแสนประชากร และมาเลเซีย ประชากร 32 ล้านคน ติดเชื้อ 307,943 คน คิดเป็น 964 คนต่อแสนประชากร

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สำหรับการระบาดที่จ.ปทุมธานี เกี่ยวกับตลาดพรพัฒน์ เจอผู้ติดเชื้อรายสุดท้ายวันที่ 28 ก.พ. จากนั้นยังไม่เจอผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยง จึงมั่นใจการควบคุมการระบาดอยู่มือ และยังดำเนินการติดตาม ผู้สัมผัสจนครบ 14 วัน

“ส่วนกรณีนางงามติดโควิด 2 ราย รายแรกมาจากไนจีเรีย เป็นหญิงอายุ 26 ปี ส่วนอีกรายเป็นหญิงเคนยามาจากแอฟริกาใต้ โดยทั้งสองรายเดินทางมาถึงไทยวันที่ 28 ก.พ. ตรวจหาเชื้อ 1 มี.ค. หรือวันแรกที่สถานที่กักตัว ASQ ผลพบเชื้อไม่มีอาการ โดยเป็นการตรวจพบติดเชื้อตอนอยู่ในสถานกักกัน ยังไม่ได้ไปเกี่ยวกับกองประกวด หรือเจอเพื่อนนางงามคนอื่น ขอให้มั่นใจการเดินทางเข้ามาควบคุมดูแลเต็มที่”

ห่วงคนกรุงใส่หน้ากากลดลง

ด้านนายธนารักษ์ ธีระมั่นคง จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยรายงานผลการติดตามการใส่หน้ากากอนามัยโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โดยเตรียมข้อมูลรายงานให้ศบค.ชุดเล็กทราบว่า มีแนวโน้มน่าเป็นห่วง เพราะในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ ใส่หน้ากากอนามัยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมี ผู้ที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องรวมกันสูงถึง 3.97%

“ถึงแม้ตัวเลขการใส่หน้ากากอนามัยโดยรวมยังสูงอยู่ที่ 96% แต่โดยรวมทั้งเดือนที่ผ่านมา มีข้อมูลชัดเจนว่าประชาชนมีความระมัดระวังน้อยลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง มีคนออกมาทำกิจกรรมร่วมกันจำนวนมาก โดยใส่หน้ากากอนามัยน้อยลง มีความเสี่ยงสูงขึ้นในการแพร่ระบาด จึงอยากขอความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อให้มากขึ้น ระบบปัญญาประดิษฐ์ เอไอมาสต์ได้เพิ่มพื้นที่เฝ้าระวังตรวจจับการใส่หน้ากากอนามัยเป็น 31 จุด ครอบคลุม 30 เขตทั่วกรุงเทพฯ พบว่าเขตยานนาวามีประชาชนผู้สัญจรที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องมากที่สุดถึง 19.32% หรือสูงถึง 1 ใน 5 คน โดยถัดมาเป็นเขตบางคอแหลมที่มีอัตราการใส่หน้ากากไม่ถูกต้องหรือไม่ใส่หน้ากากอนามัยสูงถึง 10.15%”

นายธนารักษ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีเขตที่อัตราการไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องสูงกว่า 5% มากถึง 11 เขต และมากที่สุดตั้งแต่เริ่มใช้ระบบการประเมินนี้ ภาพโดยรวมแล้ว 2 สัปดาห์ล่าสุดใกล้เคียงกับช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนก.พ. โดยช่วงเช้าประชาชนใส่หน้ากากอนามัยมากกว่าในช่วงบ่าย แสดงถึงความระมัดระวังน้อยลงในตอนเย็นของแต่ละวัน นอกจากนี้ในวันหยุด โดยเฉพาะวันอาทิตย์จะมีแนวโน้มอัตราการไม่ใส่หน้ากาก หรือใส่หน้ากากอนามัยไม่ถูกต้องสูงสุดในทุกสัปดาห์ และในช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลต่างๆ ก็มีอัตราการไม่ใส่หรือใส่ไม่ถูกต้องสูงขึ้นมาก

นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า หลังจากที่ได้ใช้เทคโนโลยีเอไอประเมินมาได้ 2 เดือนตั้งแต่เดือนม.ค. อว.พบว่าอัตราการใส่หน้ากากอนามัยลดลงเรื่อยๆ น่าเป็นห่วง จึงอยากกระตุ้นและรณรงค์ขอความร่วมมือการสวมใส่หน้ากากอนามัย และขอให้ประชาชนระมัดระวังมากขึ้น ทั้งนี้สถานการณ์เรื่องโรคโควิดของประเทศดีขึ้นมาก ขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มใช้วัคซีนแล้ว โดยมีจำนวนผู้ฉีดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

‘บิ๊กตู่’ถกมาตรการเยียวยา-ฟื้นฟูศก.

วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรียกประชุมคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมหารือ พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษานายกฯ เช่น นายทศพร ศิริสัมพันธ์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร นาย วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊กภายหลังเรียกประชุมคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจว่า เช้าวันนี้ได้เชิญคณะที่ปรึกษาเข้าพบเพื่อหารือมาตรการดูแลฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงแนวทางต่างๆ ประกอบกับการส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมจัดหาและกระจายวัคซีนอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาโดยเร็วที่สุด มาตรการส่งเสริมและจูงใจการลงทุนจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ และการส่งออกสินค้า นอกจากนี้ยังมีการติดตามมาตรการดูแลประชาชนระดับฐานราก และมาตรการเยียวยา ฟื้นฟูต่างๆ ของรัฐบาลอีกด้วย

คลังเล็งขยาย‘คนละครึ่ง’เฟส 3

วันเดียวกัน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เตรียมหารือนโยบายกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เรื่องการขยายมาตรการคนละครึ่ง เฟส 3 ซึ่งมาตรการเฟส 1-2 จะครบกำหนดในวันที่ 31 มี.ค.นี้ว่า จะขยายต่อไปเลยหรือไม่ หรือเป็นช่วงเวลาใด และจะครอบคลุมผู้ที่ได้สิทธิ์เดิม 15 ล้านคนที่ได้สิทธิ์เดิม ไม่ต้องมาลงทะเบียนใหม่ หรือจะเปิดลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ให้สิทธิ์กับทุกคนที่อยากได้

“ตอนนี้ต้องออกแบบโครงการให้ชัดเจนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ถ้าฝ่ายนโยบายเห็นว่าจะไม่มีโครงการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ออกมา ก็สามารถเสนอโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ได้ ซึ่งหลักการต้องใกล้เคียงกับของเดิม แต่จะดูเวลาที่เหมาะสม ว่าจะให้ต่อเนื่องไปเลย หรือจะเว้นช่วงไว้ แล้วจะให้สิทธิ์กี่คน จำเป็นต้อง 15 ล้านคนไหม หรือจะให้ 30 ล้านคนเท่าเราชนะ แต่ถามใจคือใครอยากได้ต้องได้หมด” นายกฤษฎากล่าว

ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ต้องแก้ข้อบกพร่องเดิมที่มีในโครงการเฟส 1-2 เช่น จะต้องรวมภาคบริการ จากเดิมให้ซื้อได้เฉพาะสินค้า ซึ่งจะต้องขอหารือกับธนาคารกรุงไทยว่า มีภาคบริการเข้าร่วมโครงการในฐานข้อมูลมากน้อยแค่ไหน และสาเหตุที่ควรขยายมาตรการเฟส 3 ออกไป เพราะเห็นว่าต้องการรักษาแรงส่งให้เศรษฐกิจฟื้นฟูต่อไปได้ เป็นการช่วยเหลือทุกภาคส่วน ร้านค้ารายเล็ก ทั้งสินค้าและบริการกว่า 2 ล้านราย ให้มีส่วนร่วมช่วยกันจับจ่ายใช้สอยคนละครึ่งกับรัฐบาล

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า ส่วนวงเงินที่จะให้เบื้องต้น คาดว่าจะไม่ได้ให้ 500 บาท เหมือนเฟส 2 ซึ่งอาจจะน้อยเกินไป แต่หากจะให้ รายละ 3,000-3,500 บาท นาน 3 เดือน ก็ต้องดูว่ามีเงินเหลือพอหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ เงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนวงเงินเยียวยา 5.5 แสนล้านบาทใช้ไปเกือบหมดแล้ว จึงเหลือวงเงินในส่วนฟื้นฟูอีกประมาณ 2 แสนล้านบาทที่จะนำมาใช้ได้ ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายว่าจะจ่ายเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม

“ส่วนข้อเสนอของนายสุพัฒนพงษ์ให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% เพื่อจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยนั้น ต้องไปพิจารณาว่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งแล้ว อัตราภาษีไทยสูงเกินไปหรือไม่ เช่น สิงคโปร์ อยู่ที่ 18% แต่บางประเทศก็สูงกว่าไทยมาก ในมุมมองคือถ้าลดภาษี ก็ช่วยเรื่องของการแข่งขัน จูงใจลงทุนเพิ่มขึ้นได้ แต่การเสนอต้องทำเป็นแพ็กเกจ ถ้าลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ต้องจัดเก็บรายได้จากตัวอื่นมาทดแทนด้วย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน