ศึกซ่อมสส.บาน
อ๋อย-หน่อยจี้สภา
ผ่านรธน.วาระ3

‘แอร์บูล’ยันทอ.ไม่ใช้เฟซ บุ๊กทำไอโอ เผย ‘บิ๊กตู่’ สั่งอยู่นิ่งๆ ไม่ต้องตอบโต้ เลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช หาเสียงโค้งท้ายเดือด เด็กบิ๊กตู่-ปชป.ระเบิดสงครามน้ำลาย ‘แรมโบ้อีสาน’ ถล่ม ‘จุรินทร์’ ปราศรัยเอาดีใส่ตัว ฉะบางคนเป็นรัฐมนตรีดีแต่ผลาญงบฯ ขอเงิน ครม.ไปหาเสียง โดน ‘ราเมศ’สวนกลับ ไร้ปัญญาพูดสร้างสรรค์ อ้างชาวสวนยางฝากตบปาก เป็นกาลกิณีของรัฐบาล ‘บิ๊กป้อม’ มั่นใจ พปชร.ชนะเลือกตั้ง ‘พรรคกล้า’ ปูดทุจริต ทุ่มซื้อเสียงกว่า 40 ล้าน จาตุรนต์-สุดารัตน์ร่วมวงเสวนาแก้รธน. จี้รัฐสภาโหวตผ่านวาระ 3 ‘วันชัย’ ลั่น ส.ว.ขู่คว่ำ ยังไม่ใช่ของจริง

‘จุรินทร์’ซัดคู่แข่งหลอกชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่จ.นครศรีธรรมราช ช่วงเช้า นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะผอ.การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช พร้อมคณะส.ส. อาทิ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทร สงคราม นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม ขึ้นขบวนแห่ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงให้กับนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 3

เวลา 18.50 น. ที่หน้าสถานีรถไฟชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์จัดการปราศรัยใหญ่ โดยนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค กล่าวว่า ชาวบ้านบอกตนว่ามีบางคนบอกเขาว่าถ้าเลือกเบอร์ 3 โครงการคนละครึ่ง จะถูกยกเลิก หรือแม้แต่โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ผมบอกกับพี่น้องเลยว่าถ้าวันที่ 7 มี.ค. ประชาธิปัตย์หมายเลข 3 ชนะ โครงการเหล่านี้ยังอยู่เหมือนเดิมทุกประการ เพราะโครงการนั้นเป็นนโยบายของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตนและรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์อีก 6 คนก็ยกมือให้กับโครงการเหล่านี้ ใครก็ตามที่ไปบอกว่าถ้าเลือกเบอร์ 3 แล้วจะยกเลิกคนละครึ่ง มันพูดเหมือนเรากินแกลบ คิดว่าเราไม่สบาย แต่จริงๆคือคนที่พูด ไม่สบายมากกว่า

“ผมเห็นป้ายโฆษณาของพรรคการเมืองบางพรรค บอกว่าถ้าเลือก… เท่ากับสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เขาพูดอย่างนี้ลืมประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้วหรือ วันนี้ประชาธิปัตย์เมื่อเข้าร่วมรัฐบาลก็ได้ทำทุกอย่าง สนับสนุนให้ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตอนนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 และกำลังจะเข้าวาระ 3 ในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ เรายืนยันว่าจะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่รุกริกหรือโลเล” นายจุรินทร์กล่าว

‘บิ๊กป้อม’คุมทัพใหญ่ช่วยลูกพรรค

เวลา 10.00 น. ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมส.ส.นครศรีธรรมราช อาทิ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ในฐานะผู้ประสานงานเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช นายรงค์ บุญสวยขวัญ ลงพื้นที่ ก่อนร่วมเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย

นายวิรัชกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำระดับรัฐมนตรีและส.ส.พรรค ประมาณ 40 คน ลงมาช่วยนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ลงพื้นที่หาเสียง จัดเวทีปราศรัยใหญ่ช่วงเย็นวันที่ 5 มี.ค. ที่โรงเรียนชะอวดวิทยาคม อ.ชะอวด โดยพล.อ.ประวิตร ขึ้นเวทีปราศรัยช่วงหลังเวลา 20.00 น. เพื่อไม่ให้ถูกวิจารณ์ว่าใช้เวลาราชการหาเสียง

“มั่นใจว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐจะได้รับชัยชนะ มีผู้แทนของพรรคในลำดับที่ 122 อย่างแน่นอน และจะทำให้มีผู้แทนจ.นครศรีธรรมราชของพรรคเพิ่มขึ้นจาก 3 เป็น 4 คน เท่ากับพรรคประชาธิปัตย์ที่มี 4 คน เป็นแบบโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล และจากการลงพื้นที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พบว่าประชาชนตอบรับเป็นอย่างดี จึงมั่นใจว่าจะชนะแน่นอน” นายวิรัชกล่าว

ด้านนายสัณหพจน์กล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะปักธงได้แน่ แม้พรรคเดิมคือประชาธิปัตย์จะเข้มแข็ง แต่วันนี้ มีความนิยมไม่เกิน 18 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นคะแนนนิยมของรัฐบาลที่มีต่อตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้มั่นใจได้ถึงการเลือกตั้ง ครั้งหน้าว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ที่นั่งส.ส.ภาคใต้เพิ่มขึ้น

ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก4นาที

เมื่อเวลา 17.45 น. ที่โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน จ.นครศรีธรรมราช พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ตลาดนัด ควนหนองหงษส์ อ.ชะอวดว่า ถ้าไม่มั่นใจ คงไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม และที่มั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้เพราะนโยบายของรัฐบาลที่ช่วยเหลือทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการเกษตรหรือเรื่องน้ำ รวมทั้งที่อยู่อาศัย ถ้าสื่อคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐชนะ ตนก็คิดว่าชนะ

เวลา 20.15 น. ที่ตลาดนัดควนหนองหงส์ อ.ชะอวด พล.อ.ประวิตร ขึ้นเวทีปราศรัยใช้เวลาประมาณ 4 นาที ว่า มาในวันนี้ไม่ได้มาปราศรัยแข่งกับใคร ที่มาวันนี้เพราะจะมาบอกความจริงว่ารักคนอ.ชะอวด และตนไม่เคยขึ้นเวทีครั้งใดในชีวิต และไม่เคยคิดเล่นการเมือง แต่พอมาเล่นได้เพียง 2 ปีก็ได้เป็นหัวหน้าพรรค เป็นการขึ้นเวทีให้ชาวชะอวดเป็น ครั้งแรกในชีวิต

ระหว่างที่พล.อ.ประวิตร กำลังปราศรัย มีชาวบ้านตะโกนขึ้นมาว่า “ใจถึง พึ่งได้” ทำให้พล.อ.ประวิตร กล่าวรับลูกทันทีว่า “ใช่ ใจถึง พึ่งได้ และพรรคพลังประชารัฐใจถึงพึ่งได้ครับ ถึงแม้เราจะเป็นรัฐบาลเพียง 2 ปี แต่ระยะเวลา 2 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ประชาชาติและและประชาชนเจริญรุ่งเรือง และมีความผาสุข และขอฝากชาวใต้ทุกคน พรรคพลังประชารัฐจะไม่ทอดทิ้งชาวใต้”

‘ธรรมนัส’ขอพรไอ้ไข่

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอด 2 วัน ได้ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรค เราทำการบ้านและให้คนลงพื้นที่มาตลอด ในช่วงอาทิตย์สุดท้ายเราระดมสรรพกำลังลงมาช่วย และรับทราบว่าชาวบ้านต้องการอะไรและเวลานี้ส.ส.พรรคพลังประชารัฐก็ลงพื้นที่มาช่วยกันจำนวนมาก ดังนั้นประเมินผลเบื้องต้นแล้วมั่นใจว่าจะชนะ

ส่วนการเดินทางไปวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้จุดประทัด 5 แสนนัด บนไหว้ขอพรไอ้ไข่ พร้อมกับถวายไก่หนึ่งคู่ชื่อ “โชคดีและมาเฟีย” เพื่อขอให้ ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้ง และมีโอกาสทำงานให้บ้านเมืองเพื่อประเทศชาติและประชาชน และให้พรรคพลังประชารัฐจงเจริญ และไม่ได้ขอเรื่องการเป็นรัฐมนตรี

‘แรมโบ้’อัด‘จุรินทร์’เอาดีใส่ตัว

ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยใหญ่ ระบุพรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งมานาน เป็นสถาบันทางการเมือง ไม่เหมือนบางพรรค ตั้งมาเพื่อสนับสนุนให้ใครคนใดคนหนึ่งขึ้นมาเป็นนายกฯว่า หากหมายถึงพรรคพลังประชารัฐที่เลือกพล.อ.ประยุทธ์ มาเป็น นายกฯ ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อเลือกนายกฯ อย่างเดียว พรรคมีนโยบายมากมายที่ทำให้กับประชาชน และการเลือกพล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกฯนั้น เพราะทำงานเพื่อบ้านเมือง แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดี

นายจุรินทร์ไม่ควรเอาเรื่องดังกล่าวมาปราศรัยหาเสียง เพียงเพื่อขอคะแนน หวังชนะเลือกตั้งโดยไม่ระวังคำพูด การปราศรัยพาดพิงพรรคอื่นหรือบุคคลอื่นในลักษณะนี้ไม่ถูกต้อง เป็นการดูถูกและพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น จะทำให้ประชาชนเข้าใจพรรคพลังประชารัฐหรือนายกฯผิดไป

“นายจุรินทร์อย่าลืมว่าที่พรรคประชาธิปัตย์ และนายจุรินทร์ได้เป็นรองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ส่วนหนึ่งมาจากพรรคพลังประชารัฐและนายกฯ พูดอะไรขอให้คิดก่อนหรือให้เกียรติพรรคร่วมบ้าง และเท่าที่ทราบมีพรรคในรัฐบาล จ้องขออนุมัติวงเงินใน ครม. โดยไม่มีแนวความคิดหาเงินช่วยรัฐบาลเลย ใช้แต่เงินแก้ปัญหาเพื่อหาเสียงให้มีผลงาน” นายสุภรณ์กล่าว

‘ราเมศ’สวนกลับ-ไร้ปัญญา

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้นายสุภรณ์ว่า นายสุภรณ์อย่าทำตัวเป็นคนอยากดัง บิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะการปราศรัยของนายจุรินทร์เป็นการนำเสนอนโยบายตามปกติ เพื่อบอกกล่าวประชาชนให้เห็นถึงความเป็นสถาบันของพรรค การนำนโยบายที่ประกาศไว้จนผลักดันเป็นผลสำเร็จ เช่น โครงการประกันรายได้ เป็นเรื่องปกติของการปราศรัย อย่ากลัวความสำเร็จของโครงการประกันรายได้ นายสุภรณ์ควรใจกว้างรับฟังคนอื่นบ้าง พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพรรค หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของใคร แต่เพื่อทำประโยชน์ให้กับประชาชน คนอย่างนายจุรินทร์ไม่คิดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ไม่อยากให้นายสุภรณ์สับสน คิดว่าคนอื่นเหมือนกับตนเอง

ส่วนที่นายสุภรณ์กล่าวหาว่าใครก็เป็นรัฐมนตรีได้เพราะขอเงินลูกเดียว ไม่ต้องใช้สมองนั้น ขอเตือนคนพูดว่าควรใช้สมองคิดมากกว่า เพราะแค่พูดก็ยังไม่มีปัญญาพอจะสื่อสารออกมาอย่างสร้างสรรค์ได้เลย เกษตรกรชาวสวนยางสวนปาล์มอ่านข่าวนายสุภรณ์แล้วไม่พอใจมาก และฝากให้ตบปาก เพราะดูถูกนโยบายที่ดีที่ช่วยเกษตรกร แต่ตนคงไม่ทำเพราะเสียดายมือ ไม่อยากเปลือง สเปรย์ฆ่าเชื้อ

อ้างเกษตรกรซัดกาลกิณีรัฐบาล

“เกษตรกรฝากบอกไปยังนายกฯว่า หากให้คนแบบนี้ออกมาตอบโต้ จะเป็นกาลกิณีกับรัฐบาล เราอย่าเปิดศึกกันเลย เงียบๆ บ้างก็ดี หากเป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย และไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ช่วยกันทำงานเพื่อประชาชนและประเทศจะสร้างสรรค์กว่า” นายราเมศกล่าว

ต่อมานายสุภรณ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ไม่ถือสาโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรครัฐบาลด้วยกัน มีอะไรก็เตือนด้วยความหวังดี ยังเคารพนายจุรินทร์ ซึ่งตนไม่ได้ไปโจมตีหรือกล่าวหาในทางเสียหาย แต่เตือนว่า การปราศรัยหาเสียงต้องพึ่งระมัดระวัง

การที่นายราเมศออกมาตอบโต้ก็เป็นสิทธิ์ แต่อยากบอกว่าการเลือกตั้งซ่อมเพียงเขตเดียว แต่ออกมาพูดจนกระทบจิตใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้น สมควรหรือไม่ ต้องการเอาชนะกันถึงขนาดโจมตีกล่าวหา ไปถึง นายกฯ อย่างนี้เหมาะสมหรือไม่ อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินว่าสิ่งที่ตนพูดนั้นแค่เตือนสติหรือกล่าวหาใส่ร้ายหรือไม่ ยืนยันไม่ได้มีอคติส่วนตัวกับนายจุรินทร์ยังคงรักและเคารพเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาขัดแย้งใดๆ ยังทำงานร่วมรัฐบาลกันต่อไปได้

พรรคกล้าปูดมีซื้อเสียง 40 ล้าน

นายธันวา ไกรฤกษ์ โฆษกพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กหลังลงพื้นที่ช่วยหาเสียงศึกเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ว่า คนพูดกันเยอะว่าเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ บางพรรคซื้อเสียงหนักมาก ทั้งที่จ่ายไปแล้วบางส่วนและที่รอจะซ้ำในวันคืนหมาหอน เท่าที่ได้ยินข้อมูลเบื้องต้น ตัวเลขไม่ต่ำกว่า 40 ล้าน แต่แทนที่จะดีใจว่ามีการซื้อเสียงแข่งกันแล้วได้เงินเยอะขึ้น ชาวบ้านกลับเป็นทุกข์กับสถานการณ์ทางการเมืองของนครศรีธรรมราช ที่นักการเมืองแจกเงินกันแบบไม่ต้องอายฟ้าดิน ไม่ต้องแคร์กฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น เหตุที่หลายพรรคเอาจริงเอาจังกับสนามนี้ เพราะอาจเป็นตัวชี้วัดภาพรวมของทั้งภาคใต้ได้เลย

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ในวันที่ 7 มี.ค.ว่า สถานการณ์ยังปกติ ไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา การหาเสียงและผู้สมัครต่างให้ความร่วมมือกับ กกต.เป็นอย่างดี

ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าใช้กองทัพเข้ามาช่วยหาเสียงเลือกตั้งนั้นยังไม่ทราบเรื่อง ทุกสิ่งทุกอย่างเราพร้อมที่จะตรวจสอบ แต่สิ่งที่ กกต.จะตรวจสอบก็ขอให้มีพยานหลักฐาน ซึ่งยินดีพร้อมรับฟัง และพร้อมดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ได้แก่ หมายเลข 1 นายสราวุฒิ สุวรรณรัตน์ พรรคกล้า, หมายเลข 2 ว่าที่ร.ต.อภิรัฐ รัตนพันธุ์ พรรคเสรีรวมไทย, หมายเลข 3 นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ พรรคประชาธิปัตย์, หมายเลข 4 นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ

‘ธรรมนัส’ไม่คาดหวังขึ้นว่าการ

ที่จ.นครศรีธรรมราช นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับครม.ในโควตาพรรคพลังประชารัฐว่า บุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี เท่าที่ฟังจากข่าวไม่มีคนนอก แต่จะลองสอบถามพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ว่าจริงหรือไม่ ยืนยันว่าขณะนี้ในพรรคไม่มีแรงกระเพื่อมวิ่งเต้นขอตำแหน่งรัฐมนตรี

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงโอกาสจะได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงว่า ไม่ได้คาดหวัง ชีวิตที่ผ่านมา ก็พอใจแล้ว ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของพล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากอยู่ในตำแหน่งเดิมจะน้อยใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ วิถีการเมืองมีเป้าหมายคือทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ตราบใดที่ทำงานตอบโจทย์ประชาชนได้ก็มีความสุขอยู่แล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ในช่วงปรับครม.เพราะตนลงแต่พื้นที่ ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องปรับครม. ตนยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่พิจารณา

พท.จี้‘บิ๊กตู่’รับผิดชอบตั้ง 3 รมต.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีพล.อ.ประยุทธ์ แจ้งพรรคร่วมรัฐบาลเร่งส่งรายชื่อรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการด้านเอกสารธุรการในการปรับ ครม.ให้เสร็จภายในเดือน มี.ค.ว่า พล.อ. ประยุทธ์ ทำเหมือนปรับครม.ทั่วไป ไม่มีอะไรผิดปกติ เมื่อมีรัฐมนตรีต้องพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีก็แค่ตั้งใหม่ ทั้งที่ในความเป็นจริง รัฐมนตรีทั้ง 3 คนของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่งเพราะถูกศาลพิพากษาจำคุก รัฐมนตรีเป็นแกนนำกปปส. ชัตดาวน์ประเทศ ก่อจลาจล ล้มและขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมาก

ประชาชนตั้งคำถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะคนตั้งรัฐมนตรีที่มีปัญหาเข้ามา จะรับผิดชอบการตั้งรัฐมนตรีที่มีคดีมารับตำแหน่งในครม.อย่างไร ถ้าเป็นผู้นำในต่างประเทศ บริหารจนเกิดความผิดพลาดวิกฤตหนักขนาดนี้ ต้องแสดงความรับผิดชอบ แถลงลาออกทันที แต่กรณีพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เคยกล่าวขอโทษประชาชนเลย อยู่มาเกือบ 7 ปี แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง รัฐธรรมนูญก็คล้ายส่งสัญญาณจะไม่ให้แก้ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ก็วางแผนผิดพลาด ล่าช้า ไม่สอดรับกับสถานการณ์

พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ต่อไปเพื่ออะไร เมื่อไรจะพอ ขณะที่ประเทศและประชาชนเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม การเมือง แต่พรรคร่วมรัฐบาลมัวแต่วิ่งเต้นแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันฝุ่นตลบ เหมือนคนตายอดตายอยาก หรือต้องเร่งกอบโกยเพราะอยู่ในวาระสุดท้ายของรัฐบาลแล้ว

‘วิษณุ’ชี้เปิดสภาวิสามัญ 17 มี.ค.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐสภามีหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อขอให้ออก พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เปิดและปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญว่า ภายใน 1-2 วัน รัฐสภาและรัฐบาลจะต้องหารือกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 11 มี.ค.ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256(1) เพื่อประสานกับทางสภาว่าจะยืนยันจะขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 17-18 มี.ค.อยู่หรือไม่ เชื่อว่าวันเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจะเป็นวันที่ 17 มี.ค. แต่วันปิดประชุมจะต้องชัดเจนว่าเป็นวันที่ 18 หรือ 19 มี.ค. เพราะหากรอวันที่ 11 มี.ค.เพื่อให้ศาลมี คำวินิจฉัยออกมาก่อนคงไม่ทัน จึงต้องประสานให้ชัดเจนก่อนว่าสภาจะเอาอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกคว่ำในวาระ 3 จะมีผลต่อรัฐบาลอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นว่าจะกระทบอะไรโดยตรง ต่อข้อถามว่าหากจะต้องกลับมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา จะเริ่มอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ยาก แค่ไปตกลงกันให้ได้ว่าจะแก้มาตราไหน แล้วให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยยกร่างให้ แต่ไม่ควรเป็นมาตราที่จะนำไปสู่การลงประชามติ เพื่อจะได้เร็ว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพูดคุยกันแล้วว่าควรเป็นมาตราไหน มีอยู่ 2-3 มาตรา ต้องพูดคุยกันอีกทีเพื่อให้ได้ข้อยุติ

เมื่อถามว่าหากจะแก้ในมาตราที่ต้องทำประชามติ จะเสร็จทันในอายุรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับอายุรัฐบาล แต่ข้อสำคัญ ถ้าจะต้องทำประชามติ ต้องเข็นกฎหมายประชามติออกมาให้ได้ก่อน ตนจึงบอกว่าการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญต้องมีขึ้นอยู่ดี เพื่อพิจารณากฎหมายประชามติ เพราะเผื่อจะต้องทำประชามติจะได้ใช้กฎหมายดังกล่าวได้ ไม่เช่นนั้นมัวแต่รอไปรอมา หากจะต้องทำประชามติแล้วไม่มีกฎหมายประชามติ จะเสียเวลาหนักเข้าไปอีก

‘วันชัย’ลั่นของปลอมส.ว.คว่ำรธน.

ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีส.ว.บางคน ระบุจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ว่า เป็นของปลอม ตนกล้าพูดได้ว่าการตัดสินใจของจริงจะเกิดขึ้นไม่เกิน 1 วัน ก่อนโหวต หรือ 1 ชั่วโมง ซึ่งตอนลงมติวาระ 1 มีข่าวส.ว.จะไม่รับหลักการ แต่สุดท้ายก็รับหลักการ ดังนั้น เมื่อรับหลักการวาระ 1 แล้วจะเปลี่ยนแปลงในวาระ 3 คงเป็นไปได้ยาก ซึ่งตนมีจุดยืนเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 แต่ไม่ทราบเจตนาของบุคคลที่เล่นบทบาทไม่ผ่านวาระ 3

การล้มร่างรัฐธรรมนูญในรัฐสภา เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคประชาธิปัตย์ อาจไม่พอใจและถอนตัว หากสมาชิกร่วมรัฐบาลถอนตัว 50 คน เชื่อว่ารัฐบาลจะมีปัญหา เพราะหากจะดึงพรรคอื่นมาร่วม เช่น พรรคเพื่อไทย ก็เป็นไปได้ยาก ตนยังเชื่อว่าหากเดินมาถึงจุดดังกล่าว รัฐบาลจะประกาศยุบสภา ดังนั้น หากรัฐสภาผ่านร่างรัฐธรรมนูญ จะปลดล็อกเงื่อนไขขัดแย้งในสภา และลดกระแสกดดันจากสังคม

ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวว่า วันที่ 11 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเรื่องอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญจะทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้จะมีผลใหญ่ แต่ไม่หนักมาก เพราะทุกฝ่ายที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องอยู่ภายใต้บังคับของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมรัฐบาลตอบคำถามได้ เพราะอยู่นอกเหนือจากการกำหนด หากศาลวินิจฉัยว่าทำไม่ได้ ต้องเดินหน้าทางอื่นคือ แก้รายมาตรา แต่หากเดินหน้าไปถึงการลงมติวาระ 3 ผลกระเทือนจะสูงกว่า

รธน.ปชต. – ภาคีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ร่วมเรียกร้อง 1.เปิดเผยความเห็น 4 นักกฎหมาย กรณีรัฐสภาส่งศาลรธน.วินิจฉัยเรื่องการแก้รธน. 2.ขอให้สมาชิกรัฐสภา ผ่านญัตติในวาระ 3 และ 3.ขอให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนให้มีรธน.ใหม่ ที่เป็นจุดรวมของประชาชน เป็นแกนหลักของนิติรัฐและนิติธรรม เมื่อวันที่ 5 มี.ค.

ภาคีรธน.เรียกร้อง 3 ข้อ

เวลา 16.00 น. ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส ภายหลังภาคีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ประชุมร่วมกัน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานคณะกรรมการบริหารภาคีฯ แถลงว่า เรามีความมุ่งมั่นที่ไม่ต้องการเห็นประเทศไทยเป็นเหมือนเมียนมา เราเชื่อมั่นว่าส.ว. นักการเมืองฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งภาคประชาชนไทยทั้งหมด จะยึดถืออนาคตของประเทศ ทางภาคีจึงมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ควรเปิดเผยความเห็นของนักกฎหมาย 4 คน จากกรณีรัฐสภาได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการ มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมา เราเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการให้อำนาจอธิปไตยทางนิติบัญญัติที่ให้แก่รัฐสภา และในอดีตก็เคย จัดตั้งส.ส.ร.มาแล้ว

2.เรียกร้องส.ส.และส.ว. ให้ผ่านญัตติในวาระ 3 ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป เราเชื่อมั่นในเสียงประชาชนในการลงประชามติ และเชื่อมั่นในส.ส.ร.โดยการมีส่วนร่วมของคนในชาติ ซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งในประเทศจะได้หมดไป และ 3.ขอให้ทุกภาคส่วนมุ่งมั่น ส่งเสริม สนับสนุนให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ ที่เป็นจุดรวมความคิดของประชาชน ให้รัฐธรรมนูญเป็นแกนหลักของนิติรัฐ และนิติธรรม ถ้าไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง จะประชุมหารือเพื่อเคลื่อนไหวต่อไป เราจะทำทุกทางเพื่อที่บ้านเมืองนี้จะมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เราไม่ยอมแพ้แม้จะมีการใช้อำนาจอะไรก็ตาม เพราะเราจะสถาปนารัฐธรรมนูญที่ประชาชนเป็นใหญ่

‘หน่อย’วอนเห็นแก่อนาคตประเทศ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานสถาบันและกลุ่มสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ว่า จากความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาลมองว่าแปลกประหลาด ตนถามว่าสมาชิกรัฐสภาไม่รู้อำนาจตัวเองจึงต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจนิติบัญญัติเป็นเรื่องน่าอับอาย ขณะที่พรรคพลังประชารัฐยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับยื่นให้ศาลตีความเสียเอง

ดังนั้น ผลสุดท้ายจะมีการแก้รัฐธรรมนูญโดยไม่มี ส.ส.ร. ซึ่งจะเป็นการแก้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้มีอำนาจ เพราะแก้ไขโดยรัฐสภา แต่ไม่มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน และยังทำให้ผู้มีอำนาจชุดนี้มีอำนาจสร้างรัฐธรรมนูญถึง 2 ครั้ง จึงอยากเรียกร้องทุกฝ่ายทั้งรัฐบาล สมาชิกรัฐสภา รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญเห็นแก่อนาคตประเทศ ร่วมกันมอบอำนาจการแก้รัฐธรรมนูญให้กับประชาชน หากไม่ให้อำนาจประชาชนมีส่วนร่วมแก้ไขจะเกิดความวุ่นวาย เกิดปัญหาตามมาทั้งเรื่องการเมือง และเศรษฐกิจ

‘อ๋อย’แนะนายกฯ สั่งพปชร.โหวตผ่าน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังพอมีความเป็นไปได้ แต่ยอมรับว่ายากมาก ต้องพยายามสื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ ส.ว.และส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กุญแจสำคัญคือพล.อ.ประยุทธ์ต้องเข้าใจว่าหลายฝ่ายในสังคมเห็นตรงกันจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่หากล้มการแก้ไขจะเป็นวิกฤตทางการเมืองมากขึ้น

ยืนยันว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไข จึงไม่น่าเป็นเหตุให้การแก้ไขต้องหยุดลง แต่ก๊อกสองคือการโหวตวาระ 3 หากส.ว.และส.ส.พรรคพลังประชารัฐพร้อมใจกันโหวตไม่รับจะเป็นผลเสียต่อการแก้ปัญหาขัดแย้งในสังคมอย่างร้ายแรง อาจมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นจากหลายกลุ่ม ความไม่พอใจจากประชาชนจะมากขึ้น และอาจไปหาทางออกรูปแบบอื่นๆ จึงขอเรียกร้องถึงส.ว.ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขอฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ว่าอย่ายึดติดอำนาจ เพราะถ้าแก้รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือพล.อ.ประยุทธ์ที่จะยังมั่นคงในเก้าอี้ต่อไป แม้จะมีการยุบสภาเกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ก็มีโอกาสมากกว่าใครในประเทศนี้ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์สื่อสารไปถึงส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ให้ร่วมมือผ่านวาระ 3 จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุด

ทอ.ยันไม่ใช้เฟซบุ๊กทำไอโอ

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์ถึงเฟซบุ๊กปิด 185 ไอโอในไทยที่เชื่อมโยงถึงกองทัพว่า ทอ.ไม่ได้ทำอะไร เรามีเฟซบุ๊กปกติแต่เป็นการเผยเพร่ประชาสัมพันธ์กิจการที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นประโยชน์กับทอ. เราไม่ไปทำไอโอ อย่างที่เขาทำกันอะไรแบบนั้น

ส่วนที่มีการเคลื่อนไหวโจมตีกองทัพนั้น เป็นเรื่องปกติมีทั้งคนรักคนชอบ คนไม่ชอบก็โจมตีเรา เราก็ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม บอกให้เราอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่ต้องไปตอบโต้ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด

ขอคะแนน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ที่ตลาดนัดควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อค่ำวันที่ 5 มี.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน