สยองเมืองนนท์ ผัวเก่าเมาบุกคอนโดฯ รัวยิงอดีตเมียที่เพิ่งเลิกร่างพรุนดับคาเตียง ก่อนระเบิดขมับฆ่าตัวตายตามส่วนแฟนใหม่ที่อยู่ด้วยขณะเกิดเหตุโดนยิงเจ็บ เผยแต่งงานอยู่กินกันจนมีลูก 3 คน แต่เพิ่งเลิกกันได้ 3 เดือน ฝ่ายชายพยายามง้อ ขอคืนดีแต่ผู้หญิงไม่ยอม แถมยังไปคบหากับเพื่อนของผัวเก่าอีก คาดกินเหล้าย้อมใจก่อนปิดฉากปัญหาชีวิตรัก
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 18 มี.ค. ร.ต.อ.นิพนธ์ พลสวัสดิ์ รอง สว.สอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บภายในคอนโดมิเนียมชื่อดังแห่งหนึ่งริมถนนรัตนาธิเบศร์ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก. พ.ต.ท.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.บรรจบ ราชกิจ สว.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 22 ชั้น บริเวณห้องพักบนชั้นที่ 12 ประตูห้องถูกยิงจนพังยับ ปลอกกระสุนตกเกลื่อน พบศพนายชิน พรรธน์ หรือเอิร์ท ปิติถาวรทรัพย์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/12 ม.14 ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี สวมเสื้อแขนยาวลายขาว-ดำ นุ่งกางเกงขายาวสีเทา นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณปลายเตียงนอน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าขมับข้างขวา ปลายเท้าพบสิ่งเทียมอาวุธปืนที่ดัดแปลงมาจากปืนบีบีกัน และปลอกกระสุนขนาด .380 ตกอยู่
บนเตียงนอนพบศพนางรินทร์ลภัส ปิติถาวรทรัพย์ สภาพศพนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ สวมเสื้อแขนยาวสีชมพูอ่อน มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ใบหน้า 6 นัด ไหล่ 1 นัด และแขน 1 นัด ผนังห้องพบรอยเลือดสาดกระเด็น กระจกทะลุผนังห้องพบรอยเลือดสาดกระเด็น และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อนาย วีรพงศ์ ปานณรงค์ อายุ 32 ปี ถูกยิงเข้าที่แขนซ้ายวิ่งหลบหนีออกจากห้องในช่วงเกิดเหตุไปขอความช่วยเหลือ ถูกนำส่งรักษาวที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ล่าสุดอาการปลอดภัย
สอบสวนน.ส.นิด (นามสมมติ) เพื่อนนายชินพรรธน์ที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่า นาย ชินพรรธน์และนางรินทร์ลภัสเป็นสามีภรรยากัน มีลูกด้วยกันถึง 3 คน แต่เพิ่งเลิกรากันไปประมาณ 3 เดือน โดยนางรินทร์ลภัสไปคบหานายวีรพงศ์ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นเพื่อนกับนาย ชินพรรธน์ ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไรกันยังพูดจากันดีอยู่ เนื่องจากทำงานที่เดียวกัน กระทั่งก่อนเกิดเหตุนายชินพรรธน์โทรศัพท์มาหาให้ช่วยขับรถเนื่องจากเมาสุรามาก ต้องการมาหานางรินทร์ลภัส แม้จะห้ามปรามว่าอย่าไปยุ่งกับเขาเลย แต่นายชินพรรธน์ไม่ยอมฟังจึงยอมขับรถมาให้เป็นเพื่อน โดยไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้าย
“เมื่อถึงคอนโดฯ ที่เกิดเหตุ แต่เข้าไม่ได้เนื่องจากไม่มีคีย์การ์ดเอิร์ทก็นั่งอยู่สักพักก่อนเดินไปขอคีย์การ์ดสำรองที่ช่างประจำคอนโดฯ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของห้องแต่ลืมคีย์การ์ดไว้ เมื่อเข้าไปในตัวคอนโดฯ ได้ก็ตรงไปที่ห้องบนชั้นที่ 12 ทันทีที่ถึงหน้าห้องชักอาวุธปืนที่พกมากระหน่ำยิงกุญแจก่อนถีบประตูเข้าไป เป็นจังหวะที่นายวีรพงศ์วิ่งหนีสวนออกมาโดยถูกไล่ยิงตามหลัง เมื่อหนูเข้าไปในห้องพบทั้งคู่กำลังทุบตีกัน พยายามจะเข้าไปห้ามและแย่งปืนจากนายเอิร์ท แต่แย่งไม่ได้จนเอิร์ทยิงใส่นางรินทร์ลภัส ก่อนจะยิงตัวเอง หนูจึงวิ่งลงมาแจ้งรปภ.ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ” เพื่อนผู้ก่อเหตุกล่าว
ต่อมา พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภาค 1 เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมเผยว่า มันเป็นหตุที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เมื่อเวลา 03.00 น. นายชินพรรธน์ผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นแฟนกัน แต่เลิกกันมาได้ 3 เดือน มาที่คอนโดฯ เพื่อจะขึ้นไปหาผู้ตาย แต่เจ้าหน้าที่รปภ.ไม่ให้ขึ้นเนื่องจากไม่มีบัตร พอดีมีเจอช่างประจำคอนโดฯ ผู้ก่อเหตุจึงได้เดินตามเข้ามา เมื่อมาถึงห้องที่เกิดเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูห้องจนพัง ก่อนเข้าไปใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงภรรยาเก่าจนเสียชีวิต ส่วนเพื่อนชายคนใหม่ถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย ก่อนจะวิ่งหนีตายหลบกระสุนปืนออกมาได้ ทางคดีคงไม่มีอะไรซับซ้อน
“จากการสอบสวนทราบว่านายชินพรรธน์กับนางรินทร์ลภัส อยู่กินกันมาจนมีลูกด้วยกัน 3 คน ก่อนจะเลิกรากัน และมาเช่าห้องพักอยู่กับนายวีรพงศ์คนเจ็บเมื่อช่วงปีใหม่ โดยผู้ก่อเหตุพยายามง้อขอคืนดีหลายครั้ง แต่นางรินทร์ลภัสไม่ยอมคืนดี จนมาทราบว่าภรรยาเก่ามาอยู่กินกับนายวีรพงศ์ จึงมาก่อเหตุเพื่อยุติปัญหา” ผบช.ภาค 1 กล่าว

หึงสยอง – นายชินพรรธน์ ปิติถาวรทรัพย์ (บน) บุกคอนโดฯ ในจ.นนทบุรี ยิงนาง รินทร์ลภัส ปิติถาวรทรัพย์ อดีตภรรยา เสียชีวิต นายวีรพงศ์ ปานณรงค์ (ล่าง) สามีใหม่ของภรรยา บาดเจ็บ ก่อนยิงตัวเองตายตาม เมื่อวันที่ 18 มี.ค.