โยนขี้ให้วุฒิฯ
โพลชูตั้งสสร.
ร่างฉบับใหม่
ไอลอว์เสนอ
ต้องทำควบคู่
ไล่ตู่พ้นนายก

‘วันชัย’สวนแรง ปชป.-ภูมิใจไทย ตีสองหน้า โยนขี้ส.ว.ไม่จริงใจแก้รัฐธรรมนูญแต่ตัวเองคอยค้ำบัลลังก์ ‘ประยุทธ์’ ไม่กล้าถอนตัวจากรัฐบาล ก้าวไกลเย้ยวุฒิสภาอ้าง เจตนารมณ์รธน. หวังอยู่ต่อ ยันปิดสวิตช์ส.ว.ได้ต้องกดดันทั้งในและนอกสภา ปชป.ชี้แก้รธน.จบแล้วสำหรับรัฐบาลนี้ ชี้ปรับแก้รายมาตรา ยากยิ่งกว่าตั้ง ส.ส.ร.ยกร่างใหม่ เพื่อไทยชูแก้ 2 ประเด็นให้สภาเลือกนายกฯ กลับไปใช้ระบบเลือกตั้ง 2 ใบ ไอลอว์ยันแก้รธน.-ไล่นายกฯ ต้องทำไปพร้อมกัน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจ เสียงส่วนใหญ่หนุนแก้ฉบับ 60 เลือกตั้งส.ส.ร.ยกร่าง

พระราชทาน – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานแก่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 มี.ค.

 

แห่อวยพร-วิจารณ์ 67 ปีตู่

วันที่ 21 มี.ค. ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เนื่องในโอกาสวันคล้าย วันเกิด 21 มี.ค.

ขณะเดียวกัน เพจหนุนลุงตู่ ชวนร่วมอวยพรวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งในปีนี้อายุครบ 67 ปี ส่วนเพจต่างๆ ที่สนับสนุนรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ ต่างเชิญชวนให้สมาชิกร่วมกันอวยพรวันเกิดของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างไรก็ตาม มีทั้งคนที่เข้าไปร่วมอวยพรและเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ได้ทำบุญวันเกิดร่วมกับครอบครัวเป็นการส่วนตัว

ส.ว.ซัด‘ภท.-ปชป.’โยนขี้

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊กว่า หลังรัฐธรรมนูญถูกคว่ำใครต่อใครก็รุมด่า นายกฯ ส.ว.ว่าขัดขวาง ไม่จริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บ้างก็ว่า ส.ว.เป็นไดโนเสาร์รอวันสูญพันธุ์ มีการเคลื่อนไหวกันทั้งในสภาและนอกสภา วางแผนล้ม ส.ว.หรือตัดแขนตัดขา ตัดอำนาจ ส.ว.ซึ่งผิดเป้าผิดประเด็น ควรกล่าวหาด่าว่า ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งด้วยกันเองที่ไม่จริงใจ ไม่ยืนหยัดแข็งขันต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยอมสยบกับอำนาจและหวังจะมีอำนาจต่อไป แล้วโยนความผิดให้ ส.ว.และนายกฯ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น เป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปีเกาะอยู่กับอำนาจ หน้าใสๆ ลอยไปลอยมา ไม่หือไม่อือกับเสียงเรียกร้องของประชาชน ตีหน้าไปวันๆ อ้างว่าผู้มีอำนาจและ ส.ว.ไม่ยอม คนพวกนี้ต่างหากที่ไม่ยอมออกจากอำนาจ แค่ไดโนเสาร์เต่าล้านปีขยับนิดเดียวอำนาจก็เปลี่ยน การเมือง ก็เปลี่ยน รัฐธรรมนูญก็แก้ได้

เท่าที่อยู่ในเหตุการณ์และเห็นมาตลอดจนถึงวันนี้ ขอยืนยันถ้า ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตยทุกคนทุกพรรค ยืนหยัดอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริงรวมตัวกันให้ได้ ยังไง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ได้เป็นนายกฯ แม้จะมีเสียงส.ว.250 เสียง ก็ไม่มีความหมาย การดำรงอยู่ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ด้วยส.ส.และพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวกับ ส.ว.เลย แค่พรรคใดพรรคหนึ่งถอนตัวรัฐบาลก็ล้มครืน แต่ไม่แข็งขันเพราะกลัวหลุดจากอำนาจ กลัวไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้วก็โยนขี้ให้ ส.ว.

การแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่สำเร็จและล้มคว่ำมาตลอดมาจากพรรคการเมืองและนักการเมืองที่เห็นแก่อำนาจ เห็นแก่ตำแหน่งรัฐมนตรีมากกว่าเห็นแก่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตีสองหน้าแล้วโยนความผิดให้ ส.ว. ควรเลิกด่า ส.ว.ได้แล้ว คนที่จะกดดันได้อย่างแท้จริงก็คือพรรคภูมิใจไทย หรือประชาธิปัตย์ เพราะเป็นไดโนเสาร์ที่เกาะอยู่กับอำนาจอย่างแท้จริงซึ่งกำลังจะกลายพันธุ์

ปชป.ชูสะเดาะกลอน-แก้ม.256

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีฯ พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่า หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับร่างแก้ไขเพิ่งตกไป ก็ได้มีการคุยกันในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไม่เป็นทางการว่าเมื่อยังมีนโยบายในการแก้ไขรัฐธรรรมนูญ เราควรหารือถึงการแก้ไขรายมาตราต่อไป ซึ่งขณะนี้เข้าใจว่าในแต่ละพรรคได้มีการศึกษาเบื้องต้นกันแล้ว แต่ยังต้องฟังจากภาคีเครือข่ายอื่นๆ ด้วยว่าจะมีการหาทางออกอย่างไร

ควรจะมีการหารือกันโดยเร็วในการแสวงหาความเห็นพ้องกันในการแก้รายมาตรา โดยประชาธิปัตย์เห็นว่าควรแก้มาตรา 256 เพื่อสะเดาะกลอนให้แก้ง่ายก่อน โดยตัดหมวด 15/1 ออกไป ก็จะไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา และการแก้ไขในส่วนอื่นก็จะตามมา รวมทั้งมาตรา 272 ที่ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯได้ด้วย ซึ่งเมื่อเสนอแก้เป็นรายมาตราแล้วใครเห็นด้วยกับมาตราไหนก็สามารถแก้ได้ ใครไม่เห็นด้วยกับมาตราไหนก็ต้องว่ากันไป แต่ก็ควรจะรับฟังความเห็นก่อนไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความขัดแย้ง

ไม่โต้ส.ว.-สังคมรู้ใครจริงใจ

“ควรจะเริ่มต้นจากวิปรัฐบาลหารือกันก่อน จากนั้นก็เป็นวิปสามฝ่ายคือรัฐบาล ฝ่ายค้านและส.ว.มาหารือกัน เพราะวันนี้เราทุกคนตระหนักว่าการเมืองยังมีความขัดแย้ง มีการชุมนุมอยู่ คนที่มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองก็ควรที่จะมาร่วมกันคิดในเรื่องนี้” นายชินวรณ์กล่าว

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ส.ว.ระบุว่า เป็น ส.ส.ที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญต้องตกไป ไม่ใช่ ส.ว.เป็นคนทำ นายชินวรณ์กล่าวว่า ตนไม่อยากตอบโต้ ส.ว.แต่สังคมก็รับรู้อยู่ว่าใครมีความจริงใจในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ถอนฟืนออกจากกองไฟ ใครลงมติอย่างไรก็ทราบกันอยู่แล้ว ก็ต้องรับผิดชอบเอง

ชี้ปิดประตูตายแก้รธน.ยุคตู่

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีมีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ ว่า ต้องยอมรับความจริงว่าประเด็นนี้แก้ยาก เพราะ ส.ว.คงไม่ยอมยกมือผ่านให้แน่ๆ การแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 ในรัฐสภาจนถูกคว่ำที่ผ่านมาก็เพื่อหวังให้ มี ส.ส.ร.มาแก้ โดยไม่ต้องผ่านความขัดแย้งในรัฐสภา ในความคิดตนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันจบแล้ว ในแง่ที่แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ ยิ่งแก้รายมาตราในรัฐสภายิ่งจะแก้ยากยิ่งกว่าแก้โดย ส.ส.ร.เสียอีก นี่คือความจริงในทางการเมือง ที่นอกจากส.ส.รัฐบาลแล้ว ส.ว. 84 คน ต้องอยากแก้และโอเคด้วย แต่เวลามีไม่พอแล้วในเงื่อนเวลาที่เหลืออยู่ 2 ปีของรัฐบาลนี้

“ความขัดเเย้งเรื่องรัฐธรรมนูญจะไม่จบ จากเงื่อนเวลาที่มีหลายขยัก 1.ต้องทำประชามติก่อน 2.ต้องทำประชามติหลัง 3.ต้องมีแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เวลามากอีก คิดว่าเวลาไม่น่าจะพอในรัฐบาลนี้ นี่คือความจริงที่ชาวบ้านเขารู้ดี ถ้าดูไทม์ไลน์ดีๆ มันไม่ทันแล้วจริงๆ หากทำให้รัฐสภาเป็นเอกภาพได้ก็น่าจะพอทันแต่มันยากมาก” นายนิพิฎฐ์กล่าว

ก้าวไกลซัดอย่าตีโพยตีพาย

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณี ส.ว.ระบุการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเพื่อลดอำนาจ ส.ว.ไม่ใช่เรื่องง่าย และผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาล ว่า ตกลงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของใคร จะอ้างว่าเป็นเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หรือเรายังคงยืนยันว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของปวงชนชาวไทย ในความเห็นตนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยใช่หรือไม่ และศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยที่ชัดเจนว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของปวงชนชาวไทย

ดังนั้น หากมีการทำประชามติและประชาชนเห็นว่าไม่ควรที่จะมีส.ว.ในรัฐธรรมนูญอีกต่อไป หรือเห็นควรให้แก้ไขระบบที่ได้มาซึ่ง ส.ว.เสียใหม่ก็ควรต้องเคารพ เฉกเช่นเดียวกัน เมื่อเราแก้รัฐธรรมนูญแล้วไปทำประชามติเกี่ยวกับที่มาของระบบเลือกตั้ง ด้าน ส.ส.ยังไม่เห็นจะมาตีโพยตีพาย ทุกคนต่างน้อมรับ สุดท้ายการให้ความเห็นเป็นไปได้แต่ต้องน้อมรับไม่ใช่หรือ

จี้แผลรธน.60-แก้ไขไม่ประชามติ

ทั้งนี้ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็ต้องถามด้วยว่าที่มาของรัฐธรรมนูญ 60 เป็นอย่างไร ได้มาจากประชาชนโดยสมบูรณ์หรือไม่ ซึ่งไม่ใช่ การเกิดรัฐธรรมนูญปี 60 นั้นมาจาก คสช. แม้จะมีการอ้างเรื่องการทำประชามติก็ตาม แต่ระหว่างการทำประชามติก็มีประชาชนถูกจับกุมจากการรณรงค์ไปอีกทาง ที่ข้าม คสช. มิหนำซ้ำร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติก็ไม่ใช่ฉบับนี้ โดยหลังการทำประชามติ นายกฯขณะนั้นซึ่งเป็นรัฏฐาธิปัตย์ยังยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน มาตรา 16 หมวดที่ 2 โดยไม่มีการทำประชามติซ้ำ ดังนั้น หากจะอ้างเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องถามอีกว่า ที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์หรือไม่

หากเรามีจุดยืนว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของปวงชนชาวไทย ถ้าประชาชนอยากให้แก้ ไม่ให้มี ส.ว.ในรัฐธรรมนูญ หรือต้องการให้มีสภาเดี่ยว หรือต้องการให้แก้ที่มาระบบในการสรรหา ส.ว.ใหม่ ก็ต้องน้อมรับ ทำให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า ส.ว.จะมีหน้าที่ที่จำกัด และไม่มีอำนาจแทรกแซงอำนาจตัวแทนของประชาชนของพวกเขาเหมือนลักษณะที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ต้องถามกลับว่า การที่ ส.ว.ออกมาพูดเช่นนี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองใช่หรือไม่

ปลุกร่วมกดดันตู่-ส.ว.

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.ก้าวไกล กล่าวถึงแนวทางแก้รายมาตรา ว่า พรรคมีแนวคิดแก้ ม.272 เพื่อตัดอำนาจส.ว. แต่มีคำถามว่าเพียงพอต่อการแก้ไขวิกฤตประเทศหรือไม่ เช่น เรื่องศาลรัฐธรรมนูญ สามารถวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ก้าวล่วงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ หรือ ม.279 ซึ่งเกี่ยวพันกับการรับรองประกาศคำสั่งของคสช. และม. 270-271 ส.ว.มีอำนาจโหวตกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ ก็ต้องแก้ โดยเฉพาะเราเห็นอิทธิฤทธิ์อภินิหารขององค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยิ่งต้องทบทวนทั้งหมด ส่วนเรื่องเงื่อนเวลาจะทันรัฐบาลนี้หรือไม่นั้น บางอย่างทำไปพร้อมกันได้

ส่วนการลดอำนาจ ส.ว. ไม่ง่ายที่ส.ว.จะยอมตัดอำนาจตัวเอง อาจจะต้องทำให้เกิดแรงกดดันทั้งในและนอกสภาที่พุ่งตรงไปยังพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับส.ว.ชุดนี้อยู่ ส.ว.เปรียบเหมือนพรรคหนึ่งพรรค ซึ่งไม่ได้เป็นอิสระ ที่ผ่านมาเขา ก็แสดงออกให้เห็นว่ายังสั่งการกันได้อยู่ ถ้าสังคมไทยกดดันไปที่ส.ว.กันมากก็มีสิทธิ์ที่เขาจะยอม

พท.ชี้แก้กติกาให้เป็นธรรมก่อน

นายนพดล ปัทมะ ประธานคณะทำงานด้านนโยบายและวิชาการ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า คนไทยยังไม่สิ้นหวังกับการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ สามารถเริ่มต้นจากการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราใน 2 ประเด็นคือ 1.แก้เพื่อให้สภาผู้แทน เป็นผู้ให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ และ 2.แก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นธรรมและไม่ซับซ้อน กลับไปใช้ระบบสัดส่วนและบัตร 2 ใบที่เคยใช้มาก่อน ถ้าสามารถแก้ไขใน 2 ประเด็นนี้สำเร็จ จะทำให้กติกาเป็นธรรมขึ้น มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ทำให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

หลังความพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญต้องจบลง รัฐบาล พรรคการเมือง ส.ส. ส.ว. มีหน้าที่ต่อประชาชนที่จะช่วยกันผลักดันให้มีการแก้กติกาให้เป็นธรรมมากขึ้น แม้งานข้างหน้ายังยาก แต่การทำเพื่อบ้านเมืองและคนไทยทุกคนแม้จะยากแต่ก็ต้องเดินหน้า เหลือเวลาประมาณไม่เกินสองปีก็ต้องมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้นใครเขียนนโยบายเร่งด่วนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วผลักดันให้สำเร็จหรือไม่ เชื่อว่าพฤติกรรมและความจริงใจของแต่ละพรรคจะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจในวันเลือกตั้ง ใครพูดและทำอะไรไว้ประชาชนคงจำได้

จี้ตู่รับผิดชอบ-ตร.ตีม็อบ

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุสลายการชุมนุมช่วงค่ำของวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา พฤติการณ์ที่ปรากฏจากคลิปที่หลายฝ่ายนำมาแสดง นอกจากการใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง การฉีดน้ำ ยังเห็นได้ชัดเจนว่ามีการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่เกินกว่าเหตุ มีการวิ่งไล่กลุ้มรุมทำร้ายประชาชน รุมตีด้วยไม้กระบอง เตะถีบสารพัด ทำนองเหิมเกริมบ้าคลั่ง ลุแก่อำนาจ และมีเจตนาทำร้ายประชาชนชัดเจน

การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐจึงมิใช่การปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่เป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุและผิดกฎหมาย พรรคขอประณามการกระทำดังกล่าว นายกฯ ในฐานะประธาน ก.ตร. ผู้กำกับ สั่งการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ ดังกล่าวต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

กมธ.จ่อเรียกหน่วยงานชี้แจง

การดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชนจำนวน 7 คน บางคนมีอายุเพียง 14 ปี อยากให้รัฐตระหนัก และขอเรียกร้องให้มีการคุ้มครองสิทธิในการแสดงออกของเด็กและเยาวชน ใต้พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) นอกจากนี้ ยังมีภาคีพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Optional Protocol to the CRC) ที่มี 3 ฉบับ หนึ่งในนั้นว่าด้วยกระบวนการติดต่อร้องเรียน

เหตุการณ์ดังกล่าว พท.ได้หารือกับประธานกมธ.การต่างประเทศ สภาผู้แทนฯ และประธานกมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนฯ ให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยเร็วที่สุด

เตือนโลกมองไทยเมืองเถื่อน

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การดำเนินการของ เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสม และการปฏิบัติการควบคุมการชุมนุมเป็นไปตามลำดับขั้นตอนที่เป็นสากลหรือไม่ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเป็นเยาวชน รวมถึงสื่อมวลชนที่เข้าไปรายงานข่าวสถานการณ์การชุมนุม แต่กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกับประชาชน โดยไม่เลือกเป้าหมายในการปฏิบัติการหรือไม่ ทั้งที่โดยสามัญสำนึกแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรคิดว่าประชาชนเป็นเป้าซ้อมการยิงกระสุนยาง การชุมนุมโดยสงบของเด็กและเยาวชนอนาคตของชาติไม่ควรถูกสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงเกินจากกรอบของกฎหมาย อย่าทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนในสายตาชาวโลก

“เห็นปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมที่เข้มข้นเข้าทุกขณะ จนแยกยากว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนไม่สบายใจต่อความ สุ่มเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการเกินขอบเขตต่อเด็กเยาวชนอนาคตของชาติ” นายอนุสรณ์กล่าว

โพลหนุนแก้รธน.60

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เผยผลสำรวจเรื่อง “ประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” สำรวจระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,313 หน่วยตัวอย่าง โดยเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0

เมื่อถามการตัดสินใจของประชาชน หากวันนี้เป็นวันลงประชามติเรื่อง “ประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.49 ระบุว่าประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ) รองลงมา ร้อยละ 25.13 ระบุว่าไม่ประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ) ร้อยละ 6.48 ระบุว่าไม่ไปลงประชามติ ร้อยละ 5.94 ระบุว่าไปลงประชามติ ไม่เลือกข้อใด (Vote NO) และร้อยละ 3.96 ระบุว่าไม่แน่ใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงบุคคลที่ควรเป็นผู้ร่าง หากมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 59.86 ระบุว่าส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ รองลงมา ร้อยละ 21.86 ระบุว่าส.ส. ร้อยละ 17.75 ระบุว่าส.ส.ร. ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาจากมหาวิทยาลัย ร้อยละ 11.88 ระบุว่าส.ว. ร้อยละ 10.97 ระบุว่าส.ส.ร. ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาจากรัฐบาล ร้อยละ 9.75 ระบุว่าส.ส.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาจากรัฐสภา และร้อยละ 8.38 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ

จับตาร่างพรบ.ประชามติ

เวลา 16.30 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย จัดงานเสวนา หัวข้อ “ถ้ารัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย ประชาชนจะได้อะไร?” #รัฐธรรมนูญต้องแก้และต้องแก้ได้” ผู้จัดแจกภาพวาดแกนนำกลุ่มราษฎร ที่ถูกจำคุก ให้ผู้ร่วมงาน และช่วงท้ายผู้ร่วมงานตะโกนพร้อมกันว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” เรียกร้องให้แกนนำเหล่านี้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคม วิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ก่อนพูดถึงรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย ต้องให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยและให้ทุกคนมีสิทธิพูดอะไรก็ได้ก่อน การใช้มาตรา 112 ดำเนินคดีกับประชาชน มีผลต่อประชาชนที่ต้องการแสดงออก ตอนนี้มีความพยายามทำร่างพ.ร.บ.ประชามติ จะเปิดสมัยวิสามัญ 7-8 เม.ย.นี้ โดยเฉพาะมาตรา 9 ที่แก้ตามกมธ.เสียงข้างน้อยว่าต่อไปนี้ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอให้ทำประชามติได้ หลังกฎหมายนี้ออกมาต้องจับตาอาจพ่วงคำถามไม่ให้แก้ไขหมวด 1 และ 2 ตรงนี้จะทำให้เกิดแนวปะทะ

ไพบูลย์ชูแก้รายมาตราแค่ละคร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวว่า การจะได้รัฐธรรมนญที่เป็นประชาธิปไตย ทำได้อย่างเดียวคือไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปก่อน การแก้รัฐธรรมนูญมีการเล่นแร่แปรธาตุตั้งแต่ต้น วันนี้เราเดินตามไพ่สำรับที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ โกงเอาไว้ การแก้ไขครั้งนี้มีคนไปกระซิบบอก ส.ส.ว่าถ้าโหวตก็ผิดคำวินิจฉัย และเราไม่เชื่อนายไพบูลย์ ที่ให้แก้รายมาตรา เพราะคือละคร ยิ่งนายไพบูลย์มาจับมือกับนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ผีเน่ากับโลงผุ

นายเอกชัย ไชยนุวัติ นักวิชาการ กล่าวว่า ถ้าร่างใหม่ได้ก็ยุบสภาเลย แล้วใครอยากได้รัฐธรรมนูญ 60 ก็เลือกพล.อ.ประยุทธ์ ใครไม่อยากได้รัฐธรรมนูญ 60 ก็เลือกพรรคที่ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ แค่นั้นก็จบ

ทำพร้อมกัน-แก้รธน.ไล่ตู่

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า ตนไม่ได้เสนอว่าควรเป็นอย่างไร สิ่งที่เสนอคือรื้อถอนอำนาจที่ผิดปกติออก วันนี้เราไม่ควรพูดว่าแก้รัฐธรรมนูญเพราะเบาไป แต่ต้องเขียนใหม่ แม้แต่รายมาตราอาจยุบสภาก่อน ดังนั้นคิดว่าการไล่ประยุทธ์กับการแก้รัฐธรรมนูญต้องทำไปพร้อมๆกัน

นายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ พิธีกรรายการการเมืองชื่อดัง กล่าวว่า จากประวัติศาสตร์โลกสิ่งใดที่วิปริต ไม่เป็นธรรมชาติ อยู่ไม่ได้ ทุกคนอย่าเพิ่งท้อ สิ่งที่เราทำมานั้นใช้เวลาน้อยมาก คนที่ถูกจองจำอยู่ตอนนี้ได้เปล่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ ดังนั้น อย่าเพิ่งสิ้นหวัง

นายอรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำกลุ่มราษฎร และแกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที กล่าวว่า ฝ่ายประชาธิปไตยถูกน็อกไปบ้างแต่ยังลุกขึ้นได้ใหม่ เราแพ้ได้หลายยก แต่ถ้าเราชนะได้จะทำให้มันกลับมาไม่ได้อีก ไม่อาจหักด้ามพร้าด้วยเข่าต้องค่อยๆ ต่อสู้กันต่อไป

ช่วงท้ายผู้ที่มาฟังการเสวนาได้ลุกขึ้นยืนพร้อมชูสามนิ้วและตะโกนคำว่า “ปล่อยเพื่อน” “พล.อ.ประยุทธ์ออกไป” “และ “ยกเลิกมาตรา 112 โดยมีนายอนุสรณ์ปล่อยนกพิราบ 1 ตัว สัญลักษณ์อิสรภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน