อ้างทำงานมาก
ปวดหนัก-เบลอ
ส.ต.ท.ขอโทษ ‘หมิว สิริลภัส’ อ้างปวดหนัก เลยเข้าห้องผิด ด้านดาราไม่ปักใจเชื่อ ยังสงสัยอ้างปวดหนักแต่เข้าห้องน้ำกลับไม่ทำอะไรเลย จากกรณีดาราสาวหมิว สิริลภัส กองตระการ โพสต์ถูกคุกคามทางเพศจากชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ โดยเดินตามเข้าห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมันเมื่อวันที่ 6 มี.ค. และเข้าแจ้งความไว้ที่สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ซึ่งต่อมาทางพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ยอมรับว่าผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ขณะที่พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ระบุว่า ตำรวจที่ไปก่อเหตุเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติหน้าที่ผบ.หมู่งานจราจร ในวันเกิดเหตุมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการชุดควบคุมฝูงชนในพื้นที่ บก.น.2 จึงนำรถของทางราชการไปใช้ตามข่าว
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มี.ค. พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหล โยธิน กล่าวว่า ได้สอบปากคำส.ต.ท. สังกัดสน.ทุ่งมหาเมฆ คู่กรณีดาราสาวเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวยอมรับเข้าไปในห้องน้ำจริง แต่เพราะรีบไม่ทันสังเกตเป็นห้องน้ำหญิงหรือชาย ไม่มีเจตนาจะถ่ายภาพดาราสาว แต่ยังไม่ได้สอบปากคำดาราสาวจึงยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับส.ต.ท.นายนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันเกิดเหตุ ส.ต.ท. นายนี้ มีเวรต้องนำเสบียงอาหารไปตระเวน ส่งอาหารให้กำลังพลหน้าศาลอาญา รัชดาฯ จึงอนุญาตให้ใช้รถราชการตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลังเสร็จภารกิจได้แวะเข้าห้องน้ำ ปั๊มน้ำมัน ก่อนเดินทางกลับสถานีตำรวจ
วันเดียวกัน ที่โรงแรมคราฟตส์แมน กรุงเทพฯ ‘หมิว สิริลภัส กองตระการ’ ดารานักแสดงสาว ออกมาเปิดใจว่า เหตุเกิดวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยวันนั้นมีการชุมนุมเกิดขึ้นและเดินทางคนเดียว จึงระวังตัวมากขึ้น อยากเข้าห้องน้ำ แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย เลยหยิบมีดปอกผลไม้และมือถือไปเข้าห้องน้ำด้วย ตอนเข้าไปก็ได้ยินเสียงอีกคนเข้าห้องน้ำตามมา ก็ระวังตัวอยู่แล้ว จึงยืนบนชักโครกขึ้นมาดูห้องข้างๆ พบว่าประตูห้องน้ำข้างเสียงเงียบ ไม่ได้เตรียมทำธุระส่วนตัวหรืออะไร ทำให้พบถึงความผิดปกติ เลยยืนเงียบอยู่สักพักเพื่อรอดูว่าอีกฝ่ายจะทำธุระส่วนตัวหรือไม่ ตนจึงมองขึ้นไปดูด้านนอก แต่พบเป็นชายหัวเกรียน ชะโงกหน้ามาหาเราเหมือนกัน ก็ตกใจมาก เปิดประตูห้องน้ำออกแล้วรีบตามชายดังกล่าวออกไป พร้อมกับถามว่าเข้าห้องน้ำหญิงทำไม แถมยังถือโทรศัพท์มือถืออยู่ แต่ยังไม่ได้ถ่าย ถ้าจะถามมีคลิปหรือไม่ คงไม่มีแน่นอน
“อยากถามว่าถ้าเข้าห้องน้ำผิด ออกมาเจอก็คงต้องขอโทษและอธิบาย แต่อีกฝ่ายปฏิเสธว่าไม่มีอะไรและมีเจตนาบริสุทธิ์ นอกจากนี้เมื่อเข้าห้องน้ำไป อีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำธุระส่วนตัวอะไรด้วย เหตุการณ์นี้เป็นการคุกคามและละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองหรือไม่ ต้องไปถามอีกฝ่าย โดยเราไม่อยากตีความอะไร ก่อนหน้านี้เคยเจอแค่คุกคามในเน็ต แต่ไม่เคยเจอมาติดตามแบบนี้” ‘หมิว สิริลภัส’ กล่าว
‘หมิว สิริลภัส’ กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ผ่านมาแล้ว 2 สัปดาห์ เรื่องก็เงียบ จนกระทั่งโพสต์และเป็นข่าวเรื่องถึงคืบหน้า อยากให้ประชาชนช่วยติดตามเรื่องนี้ เราแค่อยากได้ความปลอดภัย หน้าที่ของตำรวจคืออะไร ไม่ใช่ดูแลประชาชนหรือ และตอนนี้เราถูกคุกคามจากอาชีพที่ควรได้รับความวางใจและดูแล แต่กลับมาคุกคามประชาชน แล้วเราจะไว้ใจใครได้อีก เชื่อตำรวจหลายนายต้องการให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น เพราะความเชื่อมั่นและเชื่อใจของตำรวจและประชาชนเริ่มห่างกัน อยากเห็นตำรวจทำงานกันอย่างไรและสามารถทวงความยุติธรรมได้หรือไม่ อยากให้คดีเราดำเนินไปรวดเร็วเหมือนอีกหลายคดี
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าอีกฝ่ายอ้างถูกนายสั่งให้มาติดตาม ‘หมิว สิริลภัส’ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ก็คงถามว่าทำไมต้องทำแบบนั้น ถ้าทำแบบนี้แล้ววันหนึ่งไปเกิดกับภรรยาและครอบ ครัวของเขา มันจะเกิดอะไรขึ้น อยากให้คิดว่าถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมา ครอบครัวก็จะลำบากด้วย
ที่สน.พหลโยธิน ‘หมิว สิริลภัส’ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อพูดคุยกับตำรวจคู่กรณี พร้อมนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายห้องน้ำชั่วคราวภายในปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุช่วงกลางวันมามอบเป็นหลักฐาน ซึ่งพบว่าเป็นห้องน้ำแยกกันระหว่างห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิงอย่างชัดเจน โดยพ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมสอบปากคำ
‘หมิว สิริลภัส’ เปิดเผยหลังพูดคุยกับคู่กรณีว่า คู่กรณีบอกว่าตัวเองปวดท้องหนักมาก และพักผ่อนน้อยจนเบลอ ไม่ทันได้ดูห้องน้ำ ไม่มีใครสั่งให้ติดตามมาแน่นอน และติดโซเชี่ยลมากจึงเล่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งคู่กรณีได้ขอโทษแล้ว แต่ตนยังไม่รับคำขอโทษหรือปักใจเชื่อ ต้องรอดูหลักฐานอื่นประกอบก่อน เช่น หากรถตำรวจคันที่มาจอดข้างกันเป็นรถตำรวจจริงๆ ก็คงจะมีเจตนาที่จะขับตามตนมาหรือไม่
‘หมิว สิริลภัส’ กล่าวต่อว่า จะยังไม่ตัดสินว่าใครผิดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เบื้องต้นได้คุยกับตำรวจแล้วพบว่าไม่เข้าข่ายความผิดตาม คดีอาญาฐานคุกคามหรืออนาจาร เป็นเพียง ความผิดลหุโทษฐานทำให้ตกใจกลัว ทั้งนี้จากการพูดคุยกับคู่กรณีก็เชื่อว่าเขาเองก็ไม่น่าจะเป็นคนตั้งใจที่จะทำอนาจารใดๆ เพียงแค่สงสัยว่าเหตุใดคนที่ปวดท้องหนักมาก แต่เมื่อเข้าห้องน้ำกลับไม่รีบทำธุระ เพราะถามคู่กรณีไปก็ตอบไม่ได้
หมิว สิริลภัส กล่าวอีกว่า ต้องรอผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากตำรวจอีกครั้งเพื่อคลายข้อสงสัย โดยกล้องวงจรปิดที่อยากให้ตรวจสอบอยู่ในจุดหน้าร้านกาแฟในปั๊มที่ลงไปซื้อกาแฟก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งขณะนั้นมีรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ฝั่งขวาข้างรถตน ไม่ทราบว่าเป็นรถของส.ต.ท.คนดังกล่าวหรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่ามีเจตนาขับรถตามไปจอดที่หน้าห้องน้ำ แต่ถ้าไม่ใช่แสดงว่าตำรวจคนนี้ไม่มีเจตนาติดตาม
ด้านส.ต.ท.ศวัสกร หนูรี ผบ.หมู่จราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวว่า เหตุการณ์วันนั้นเนื่องจากตนทำงานหนัก เข้าเวรงานจราจรตั้งแต่เช้ามืด และเลิกงานในเวลา 23.00 น. ขณะนั้นกำลังจะไปรับเพื่อนย่านพหลโยธิน จึงได้จอดพักอยู่ที่สโมสรตำรวจ ก่อนจะขับรถมาตามถ.รัชดาภิเษก กระทั่งเกิดปวดท้องกะทันหันจึงแวะเข้าปั๊มน้ำมัน จะลงไปทำธุระ แต่ด้วยความที่พักผ่อนน้อยจึงมีอาการเบลอเข้าห้องน้ำผิด กระทั่งเจอน.ส.สิริลภัสร้องโวยวายจึงรีบวิ่งหนีออกมาขึ้นรถขับออกไป ยอมรับว่าขณะนั้นตกใจมากจึงไม่ได้อยู่อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้ติดตามมาจากที่ใด และไม่มีการใช้โทรศัพท์แอบถ่ายแต่อย่างใด ขณะนี้ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบแล้ว หลังจากนี้หากผลการสอบสวนออกมาว่ามีความผิดจริงก็ยอมรับผิดทั้งทางอาญา และทางวินัย โดยอยากจะขอโทษน.ส.สิริลภัสอีกครั้ง ยืนยันไม่มีเจตนา จะทำให้ตกใจ สาเหตุมาจากการพักผ่อนน้อยเท่านั้น