ส่งฮ.ดับไฟเพิ่ม 3 ลำขนขนน้ำอีก 3.6 หมื่นลิตร ระดมจนท.120 นาย สกัดวอดป่าสะเมิงเผยเพลิงลาม ทั้งภูเขาแล้ว 50 ไร่ ระดมทำแนวกันไฟ ข้ามคืน ผู้ว่าฯเชียงใหม่แจงสภาพพื้นที่ลาดชัน เป็นผาหิน ป่าไผ่แห้งนาน 3 ปี ทำให้ดับไฟยาก รองแม่ทัพภาค 3 ส่งหน่วยลาดตระเวนตรวจเข้มป้องกันไฟลุกซ้ำ รมต.ท็อปขออภัยชาวเชียงใหม่ หวั่นอากาศกดทับ ส่งผลฝุ่น พีเอ็ม 2.5 คลุมเมือง ด้านอธิบดีปภ.ยัน คุมไฟป่าได้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากเหตุการณ์ไฟป่าบนดอยบ้านศาลา ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ลุกลามไหม้ทั้งภูเขาจนคล้ายภาพภูเขาไฟ เหตุเกิดตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ต่อเนื่องถึงวันที่ 29 มี.ค. ตามข่าวที่เสนอมานั้น
สถานการณ์ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายจักรา ดิษยนันท์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสะเมิง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าขุนขาน-สะเมิง สบอ.16 ชุดเหยี่ยวไฟ กรมป่าไม้และชุดอาสาดับไฟของหมู่บ้านได้ร่วมกันควบคุมไฟ โดยการดับและทำแนวกันไฟเพื่อสกัดไฟ ตั้งแต่เช้าวานนี้ โดยมีเฮลิคอปเตอร์ของ ทส. 2 ลำ บินสนับสนุนทิ้งน้ำ 40 เที่ยว ซึ่งการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยาก เนื่องจากเป็นเขาสูง ผาหิน และเป็นป่าไผ่แห้ง ไฟไหม้รุนแรงควบคุมได้ยาก ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เกิดไฟป่านานถึง 3 ปีทำให้เกิดการสะสมของเชื้อเพลิง จึงทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนต้องเสริมกำลัง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินอีก 24 นาย รวมเป็น 50 นาย ขึ้นไปทำแนวกันไฟจนควบคุมสถานการณ์ไฟให้อยู่ในวงจำกัด แต่ยังมีไฟป่าบางจุดที่เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ได้ เนื่องจากเป็นหน้าผาสูงชัน จึงได้ทำแนวกันไฟป้องกันการลุกลามไปพื้นที่อื่น พร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าจะควบคุมไฟป่าได้ทั้งหมด โดยเบื้องต้นคาดว่ามีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายประมาณ 50 ไร่
ด้านนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตามที่เกิดสถานการณ์การเกิดจุดความร้อนในเขตพื้นที่อ.สะเมิง ในช่วงบ่ายวันที่ 29 มี.ค. จำนวน 7 จุด ในเขตป่าอนุรักษ์ ต.สะเมิงใต้ 3 จุด เขตป่าอนุรักษ์ ต.สะเมิงเหนือ 1 จุด และเขตป่าสงวนฯ ซึ่งเป็นพื้นที่บริหารจัดการเชื้อเพลิงอีก 3 จุด และมีการเผยแพร่ภาพในสื่อโซเชี่ยล จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 28 มี.ค. บริเวณพื้นที่บ้านศาลา-ป่ากล้วย หมู่ 4 ต.สะเมิงใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชัน เป็นผาหิน มีลักษณะเป็นป่าไผ่แห้งและไม่มีการเผาไหม้มานาน 3 ปี ทำให้ไม่สามารถดับไฟได้อย่างรวดเร็ว และล่าสุดได้เพิ่มกำลัง เฮลิคอปเตอร์เป็น 3 ลำ เข้าดับไฟ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อีก 120 นาย ร่วมทำแนวกันไฟเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะจำกัดพื้นที่เผาไหม้จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ในวันนี้
พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาค ที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ ฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ได้จัดชุดลาดตระเวน 2 ชุดปฏิบัติการ จากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7 และกองพันพัฒนาที่ 3 จำนวน 20 นาย พร้อมจัดอากาศยาน KA-32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อากาศยาน BT-67 เฮลิคอปเตอร์ AS-350 B2 จาก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และเฮลิคอปเตอร์ AS-350 B2-1106, 1117 จำนวน 2 ลำ จากทส. สนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่าพื้นที่บ้านสะเมิง และวันที่ 30 มี.ค.-1 เม.ย. จัดกำลังออกลาดตระเวน ในจ.เชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังการเกิดไฟป่า โดยกำลังจากมณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมกับหน่วยดับไฟป่าเคลื่อนที่ผาลาด สถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์เข้าลาดตระเวนพื้นที่บ้านขุนช่างเคี่ยน ถึงอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม
พล.ต.ถนัดพลกล่าวต่อว่า ขณะที่กรมรบพิเศษที่ 5 จัดกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีล้านนาเข้าลาดตระเวนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อ.แม่แตง อ.พร้าว และกำลังทหารจากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 7 เข้าปฏิบัติการลาดตระเวนพื้นที่ บ้านเมืองนะ, บ้านเมืองงาย, บ้านแม่แมะ, บ้านทุ่งข้าวพวงและบ้านปิงโค้ง (ดอยหลวง) อ.เชียงดาว โดยกำลังทหารจากกองพันสัตว์ต่างๆ กรมการสัตว์ทหารบก นำกำลังเข้าปฏิบัติการพื้นที่สวนเกษตรวิชญา ต.โป่งแยง อ.แม่ริม โดยร่วมกับหน่วยดับไฟป่าเคลื่อนที่แม่แมะ สถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเหตุการณ์ไฟป่าอ.สะเมิงว่า ได้รับรายงานสถานการณ์ล่าสุดว่าดับไฟได้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามว่าต้นเหตุเกิดจากฝีมือมนุษย์หรือธรรมชาติ นายวราวุธกล่าวว่า โอกาสที่จะเกิดไฟป่าตามธรรมชาติในประเทศไทยมีไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นด้วยความตั้งใจ หรือบางครั้งไม่ได้ตั้งใจ คือบางคนอาจจะเผาเพียงแค่พื้นที่ส่วนหนึ่ง แต่ไฟลุกลามจนเกิดสถานการณ์อย่างที่เห็น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุให้ทส. ต้องร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชน เก็บเชื้อเพลิงต่างๆ ในโครงการชิงเก็บก่อนเผา แต่ไม่วายก็ยังเกิดสถานการณ์เช่นนี้อีก ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าเสียใจ และต้องขออภัยชาวจ.เชียงใหม่ ที่เกิดสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งได้จัดกำลังพลเตรียมรับมือกับสถานการณ์ เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว จะทำให้ปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า หากมีสภาพอากาศกดทับ ก็จะทำให้พีเอ็ม 2.5 รุนแรงขึ้น
ด้านนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปภ.ได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ KA-32 พร้อมกำลังพลจากกองทัพบกและชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รวม 8 นาย ปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนบ้านสะเมิง ต.สะเมิงใต้ โดยช่วงเช้าวันนี้ขึ้นบินปฏิบัติการดับไฟป่าแล้วรวม 12 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำดับไฟ 36,000 ลิตร และยังคงขึ้นบินดับไฟอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดควบคุมสถานการณ์ไฟให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว ทั้งนี้ หากประชาชนประสบเหตุสาธารณภัย แจ้งขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และทาง สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง