อายุ 71-หลายโรครุม
สธ.เร่งสอบหาสาเหตุ
จ่อเปิดจองแอสตราฯ
ผ่านแอพ‘หมอพร้อม’
ติดเชื้อลดเหลือ26

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กทม. มรณภาพ หลังเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดได้เพียงวันเดียว สธ.เร่งสอบหาสาเหตุ เผยอายุ 71 ปี ป่วยหลายโรครุมเร้า ขณะเดียวกันเตรียมเปิดจองสิทธิฉีดวัคซีนแอสตราเซเนเกา ผ่านแอพฯหมอพร้อม 1 พ.ค.นี้ ส่วนภูเก็ต เริ่มฉีดวัคซีนล็อตสองแล้วหลังได้รับเพิ่มอีก 5 หมื่นโดส ‘อนุทิน’ ลงพื้นที่สบเมย-แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน นำวัคซีนฉีดจนท.สาธารณสุข ทหาร ตชด. 2 พันคนปฏิบัติงานด่านหน้า ตามชายแดนที่กำลังมีชาวพม่าอพยพหนีภัยสงคราม ศบค.เผยไทยติดเชื้อลดเหลือแค่ 26 คน ใน 3 จว.

พระมรณภาพหลังฉีดวัคซีน1วัน

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นพ.ณรงค์ อภิกุลวาณิช ผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีพระสงฆ์อายุ 71 ปี วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ มรณภาพหลังรับวัคซีนโควิด-19 ซึ่งสธ. จัดถวายการฉีดเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมานั้นว่า ขณะนี้ ร่างของพระสงฆ์ รูปดังกล่าวอยู่ระหว่างการนำไปชันสูตรที่ร.พ.ตำรวจ หากผลชัดเจนอย่างเป็นทางการแล้วจะนำรายละเอียดเข้าสู่คณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาว่า มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการรับวัคซีนโควิด-19 หรือไม่

ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่ทราบประวัติและ รายละเอียดทางสุขภาพของพระรูปดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการหาข้อมูล

เผยมีประวัติป่วยหลายโรค

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการมรณภาพของพระสงฆ์ วัดสัมพันธวงศ์หลังรับวัคซีนโควิด-19 ว่า ขณะนี้ร.พ.ตำรวจกำลังชันสูตรสาเหตุการมรณภาพของพระครูสิริปัญญาเมธี ผู้ช่วย เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ซึ่งเมื่อวันที่ 31 มี.ค. รับวัคซีนโควิด-19 ทั้งนี้ ลูกศิษย์พบท่านมรณภาพในกุฏิเมื่อช่วงเวลาบ่ายสองที่ผ่านมา จึงไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ว่าช่วงเวลาใด และเกี่ยวข้องกับเรื่องใด เบื้องต้นทราบว่า ท่านมีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน ประกอบกับอายุมาก ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องรับวัคซีน ซึ่งท่านรับวัคซีนของ แอสตราเซเนกา เนื่องจากอายุ 71 ปี อย่างไรก็ตาม คาดว่าอาจเป็นเหตุบังเอิญร่วม แต่ต้องรอนิติเวช ร.พ.ตำรวจชันสูตร เพื่อให้ทราบสาเหตุ ส่วนพระรูปอื่นที่ได้รับวัคซีนไม่ได้รับรายงานว่ามีรูปใดมีอาการอาพาธหรือเกี่ยวข้อง กับวัคซีน

ด้านนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า พระรูปดังกล่าวได้รับวัคซีน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. วันที่ 31 มี.ค. สังเกตอาการ จนครบ 30 นาที ตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ จากนั้นได้รับการถวายภัตตาหารเพล อาการปกติทุกอย่าง จากการสอบถามลูกศิษย์วัด แจ้งว่า พระครูสิริปัญญาเมธี อาพาธโรคเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมัน และช่วงเย็นสังเกตว่า ท่านมีอาการเพลีย จึงขอตัวไปจำวัด และเมื่อช่วงเช้า ทางวัดไม่เห็นว่าท่านลงมาฉันภัตตาหารเช้า จนสายเกิดความสงสัยจึงไปดูที่กฏิพบว่ามรณภาพ จึงได้แจ้ง ร.พ.ตำรวจ นำร่างท่านชันสูตร ซึ่งต้องรอว่าสาเหตุที่มรณภาพมาจากอะไร

ไทยติดโควิดเพิ่ม 26

วันเดียวกันเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูล COVID-19 เปิดเผยสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า สถานการณ์ทั่วโลกติดเชื้อ 128.7 ล้านราย เพิ่มขึ้น 5.41 แสนราย เสียชีวิต 2.81 ล้านราย เพิ่มขึ้น 10,866 ราย สำหรับประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 26 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 21 ราย และเดินทางมาจาก ต่างประเทศ 5 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม รักษาหายเพิ่ม 122 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 28,889 ราย รักษาหายแล้ว 27,548 ราย เหลือรักษาอยู่ 1,247 ราย เสียชีวิตสะสม 94 ราย สำหรับระลอกใหม่ ติดเชื้อสะสม 24,652 ราย หายแล้ว 23,371 ราย เสียชีวิตสะสม 34 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็น 1.ระบบเฝ้าระวังในร.พ. 13 ราย ได้แก่ กทม. 7 ราย สมุทรสาคร 3 ราย และสมุทรปราการ 3 ราย 2.ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 8 ราย มาจากสมุทรสาครทั้งหมด และ 3.มาจากต่างประเทศ 5 ราย ได้แก่ พม่า สวีเดน เลบานอน กาตาร์ และนอร์เวย์ ประเทศละ 1 ราย

ฉีดล็อตสอง – เจ้าหน้าที่สาธารณสุขภูเก็ตฉีดวัคซีนป้องกันโควิดล็อตที่สอง จำนวน 50,000 โดส ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยเรื้อรัง อาสาสมัครสาธารณสุข และอาสาสมัครกู้ภัย ที่โรงยิมเนเซียม อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 เม.ย.

ภูเก็ตเริ่มฉีดวัคซีนล็อตสอง

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงยิม เนเซียม 4,000 ที่นั่ง สะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 จุดให้บริการฉีดวัคซีนโควิดของจังหวัด ตั้งแต่ช่วงเช้ามีผู้ลงทะเบียนประสงค์ฉีดวัคซีนไว้ มารอรับวัคซีนกันอย่างคึกคัก โดยทุกคนต่างสวมหน้ากากอนามัย มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าพื้นที่ตามมาตรการป้องกันโควิด-19

สำหรับวันที่ 1 เม.ย. เป็นวันแรกที่จ.ภูเก็ต นำวัคซีนล็อตสองจำนวน 50,000 โดส ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ทยอยฉีดให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย บุคลากรทางการแพทย์ที่เหลือ เจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยงผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า กลุ่มผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อสม. และอาสาสมัครกู้ภัย ที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ภูเก็ตต้องชนะ.com มีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าฯ ภูเก็ต และคณะผู้บริหารจังหวัดเดินทางมาให้กำลังใจ คาดว่าตลอดทั้งวัน ที่จุดโรงยิม เนเซียม 4,000 ที่นั่ง สะพานหิน จะสามารถฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเป้าหมายได้กว่า 3,000 คน และหากรวมกันทั้ง 5 จุดบริการที่ทางจังหวัดจัดไว้ คาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีนให้คนภูเก็ตได้กว่าวันละ 7,000 คน หมายความว่า หากเป็นไปตามแผน ตั้งแต่วันที่ 1-7 เม.ย. 2564 จ.ภูเก็ตก็จะกระจายวัคซีนล็อตสอง 50,000 โดส เสร็จสิ้นก่อนสงกรานต์ เพื่อจะได้มีเวลาบริหารจัดการวัคซีนล็อตต่อไป เพราะหากจะฉีด วัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ จ.ภูเก็ตต้องฉีดวัคซีนให้ได้ถึง 70% หรือคิดเป็นประชากรราว 460,000 คน ซึ่งต้องใช้วัคซีนประมาณ 920,000-930,000 โดส ก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยว กลุ่มที่ฉีดวัคซีนครบแล้วให้เดินทางเข้ามา นับว่าเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง แต่รัฐบาลก็พร้อม ให้การสนับสนุนภูเก็ตในฐานะจังหวัดนำร่อง

ขณะที่จุดให้บริการวัคซีนโควิด-19 ทั้ง 5 ของจังหวัดภูเก็ต คือ 1.บริเวณอาคารเอ็กซ์ เทอร์มินอล ท่าอากาศยานภูเก็ต 2.ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง 3.โรงแรมอังสนา ลากูนา ภูเก็ต 4.อาคารยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง (สะพานหิน) และ 5.โรงแรมภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์ สปา จะเริ่มเปิดให้บริการในแต่ละวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ส่วนขั้นตอนการเข้ารับวัคซีนมี 8 ขั้นตอน คือ 1.ช่างน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน 2.ตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ฉีดวัคซีน สเเกนเเอพพลิเคชั่นหมอพร้อม 3.ลงทะเบียนคัดกรอง 4.ซักประวัติ 5.รอฉีดวัคซีน 6.ฉีดวัคซีน 7.บันทึกข้อมูล HOS 8.พักรอสังเกตอาการ 30 นาที หากไม่มีความผิดปกติก็สามารถกลับบ้านได้ โดยแพทย์ จะนัดให้มาฉีดวัคซีนเข็มที่สองอีกครั้งราววันที่ 22-30 เม.ย.2564 สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนวันนี้

‘อนุทิน’ลุยสบเมย-แม่สะเรียง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกำหนด ผ่อนคลายการลดวันกักตัว ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่กรมควบคุมโรคเสนอมายัง ศบค. ซึ่งหวังว่าจะมีคนไปท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะที่จ.ภูเก็ต ที่เราผ่อนคลายมาตรการลดวันกักตัว เพราะวัคซีนล็อตสองจากซิโนแวคจำนวน 8 แสนโดส ก็อัดไปที่จ.ภูเก็ตถึง 1 แสนโดส และอ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี อีก 5 หมื่นโดส เพื่อสร้างความ มั่นใจและสร้างความปลอดภัยให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่และผู้อยู่ในธุรกิจให้บริการนักท่องเที่ยว ส่วนการประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจนั้น เรื่องธุรกิจท่องเที่ยวฝ่ายเศรษฐกิจมีการประเมิน ไว้หมด

ฉีดวัคซีนจนท. 2 พันคน

นายอนุทินเปิดเผยว่า ในวันที่ 2 เม.ย. ตนจะลงพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อดูแลด้านมนุษยธรรมกับผู้ที่อพยพมาอยู่บริเวณชายแดนว่าเราจะให้ได้แค่ไหน ที่สำคัญ ต้องปลอดภัย ไม่ให้โรคทะลักเข้ามา เบื้องต้นเตรียมโรงพยาบาลของรัฐไว้ หากมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากจะเตรียมโรงพยาบาลสนาม ที่ขณะนี้เราสามารถจัดตั้งได้เร็ว และจำนวนเตียงสามารถรองรับได้แน่นอน นอกจากนี้ ยังจะนำวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวคไปฉีดให้บุคลากรด่านหน้าตลอดแนวชายแดน ทั้งที่อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยจะฉีดให้ได้มากที่สุด และขอย้ำว่าเป็นการฉีด ให้เจ้าหน้าที่ของเรา ทั้งทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร แพทย์ พยาบาล ประมาณ 2,000 คน ไม่ได้ไปฉีดให้ผู้อพยพ เพราะถึงอย่างไรคนไทยต้องได้รับวัคซีนก่อน

ฉีดให้ทหาร-ตชด.แม่สะเรียงด้วย

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธาน พิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ “เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน” ใน 10 เมืองไมซ์ ว่า รัฐบาลต้องการเปิดประเทศ อย่างปลอดภัย สิ่งสำคัญคือประชากรในประเทศ ต้องปลอดภัย ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครอบคลุม มากพอที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ วัคซีนจะช่วยลดการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ 100% ส่วนการป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อป้องกันได้ 70% หากยังคงมาตรการนิวนอร์มัล สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ดูแลสุขภาพอย่างดี จะเติมเต็มทำให้ป้องกันติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ 100% เหมือนที่เราควบคุมการระบาดระลอกแรก จนไม่มีการแพร่เชื้อนานกว่า 6 เดือน

“สธ.จะกระจายวัคซีนไปยังประชาชน ทั่วประเทศให้เร็วที่สุดในช่วงปลาย พ.ค.- ต้นมิ.ย.นี้ ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ฉีดวัคซีนได้ครอบคลุม ประชากรมากที่สุด เร็วที่สุด เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ให้เร็วที่สุด แม้จะมีการติดเชื้อก็จะเป็นจำนวนน้อยที่ระบบสาธารณสุขรับได้ ชาวต่างชาติที่จะ เข้ามาก็ต้องมั่นใจว่า ประชาชนในประเทศเราสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย มีระบบสาธารณสุขดูแลเขาเมื่อเจ็บป่วยได้ ซึ่งเมื่อเราฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมมากเพียงพอก็ตั้งสมมติฐานว่าปลอดภัยได้” นายอนุทินกล่าวและว่า ส่วนการ รับวัคซีนแล้วไม่ต้องกักตัวถือเป็นเป้าหมาย แต่ต้องศึกษาเรื่องภูมิคุ้มกันผลตอบสนองต่อวัคซีนก่อนว่าเป็นอย่างไร ฉีดครบ 2 โดสแล้วใช้เวลานานเท่าใดภูมิคุ้มกันจึงจะสูงจนปลอดภัย ต่อการติดเชื้อ ถ้าปลอดภัยก็ไม่ต้องกักตัว โดยจะเริ่มในคนไทยที่มีภารกิจเดินทางไป ต่างประเทศ กลับมาไม่ต้องกักตัว ส่วนชาวต่างชาติอาจต้องรอเรื่องวัคซีนพาสปอร์ตที่จะต้องตกลงกันระหว่างประเทศ

“ส่วนการส่งวัคซีนไปฉีดที่ภูเก็ต 1 แสนโดส ส่งไปแล้ว 5 หมื่นโดส จะส่งตามไปอีก 5 หมื่นโดส และส่งไปเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 5 หมื่นโดส ถ้าผลภูมิคุ้มกันออกมาดี ก็เปิดพื้นที่ได้เร็ว และวันที่ 2 เม.ย.ผมจะนำวัคซีนไป อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ด้วย เพื่อฉีดให้แก่ทหาร ตำรวจชายแดน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ดูแลผู้ประสบภัยตามหลักมนุษยธรรม” นายอนุทินกล่าว

ศิริราชเร่งวิจัยภูมิคุ้มกันโควิด

ด้านศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เปิดเผยว่า ร่วมกับกรมควบคุมโรคกำลังศึกษาวิจัยภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด-19 ของบุคลากรสาธารณสุข ระหว่างการติดเชื้อเองโดยตรง และการฉีดวัคซีนมีความแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงเปรียบเทียบภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีน ซิโนแวคและแอสตราเซเนกา ติดตามผลระยะยาวว่าวัคซีนชนิดไหนตอบสนองดีกว่ากัน สร้างภูมินานกว่ากัน เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนจะอยู่นานแค่ไหน เพียงแต่รู้ว่าไม่น่าจะนานเป็นปี และจะเกี่ยวข้อง กับการติดเชื้อซ้ำหรือไม่ ต้องฉีดวัคซีนทุกปีหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ คำตอบ ต้องตรวจวิจัยในห้องปฏิบัติการ ที่ซ้บซ้อน และมีการส่งตรวจบางอย่างไปห้องปฏิบัติการที่สหรัฐอเมริกาเพื่อทราบข้อมูล เชิงลึก

“ส่วนฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว 1 เดือน ภูมิจะขึ้นเท่าไรนั้น ภายใน 1-2 เดือนก็ทราบผล แต่จะอยู่นานแค่ไหน ต้องใช้เวลาศึกษา ขณะนี้ ได้ติดตามการศึกษาของ Public Health England-PHE หน่วยงานในอังกฤษที่มีการติดตามคนไข้โควิด 8 เดือนแล้วยังมีภูมิ กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังมีการติดตามไปเรื่อยๆ และดูว่าจะหายไปเมื่อไร” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนการ ตอบสนองของวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้ต่อเชื้อกลายพันธุ์ ยังไม่มีใครรู้ว่าวัคซีนที่มีอยู่ ตอบสนองเชื้อที่กลายพันธุ์มากน้อยแค่ไหน เหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เรานำวัคซีนปีที่แล้ว มาฉีดปีนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะการกลายพันธุ์ เกิดขึ้นเรื่อยๆ ผลจากการกลายพันธุ์จะเป็นตัวพัฒนาสร้างวัคซีนมาฉีด ตอนนี้ที่ระบุได้แน่ชัด คือสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 วัคซีนตอบสนองได้ แต่สายพันธุ์แอฟริกาใต้ B.1.351 มีแต่การพูดว่า อาจจะมีผลไม่ดีเท่าที่ควร เพราะยังไม่มีการศึกษา ซึ่งบริษัทวัคซีนที่ผลิตปีต่อไปจะต้องศึกษาวิจัย เพื่อให้ครอบคลุมสายพันธุ์ใหม่ๆ เหมือนไข้หวัดใหญ่ที่ต้องครอบคลุมสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่มีการกลายพันธุ์เพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนของบริษัทยังทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ

ย้ำหลีกเลี่ยง 4 ปัจจัยเสี่ยง

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงในช่วงเทศกาลสงกรานต์คือ 1.คนจะเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัดจำนวนมาก เนื่องจากปีที่แล้วไม่ได้กลับไปเยี่ยมครอบครัว คนที่เดินทางไม่มีใครตรวจว่ามีเชื้อโควิดหรือไม่ จึงอาจจะนำเชื้อไปสู่พ่อแม่ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงได้ 2.การเปลี่ยนพื้นที่ สีแดงเป็นสีส้ม คือดื่มสุราเฮฮาได้บ้าง ต่อให้บอกขับรถห้ามดื่มสุรา แต่คนเหล่านี้ไม่ได้ดื่มตอนขับ แต่ไปนั่งฉลองกัน ปีที่แล้วไม่ได้เจอปีนี้เจอพร้อมกัน แค่นี้ก็มีโอกาสเสี่ยง และ 3.อุบัติเหตุและถูกนำส่งร.พ.เวลาฉุกเฉิน คงไม่มานั่งถามว่าติดเชื้อหรือไม่ ก็ต้องเร่งรักษา ชีวิตไว้ก่อน บุคลากรสาธารณสุขหรือคนรอบข้างที่ช่วยเหลือก็เสี่ยงติดเชื้อ ดังนั้นสงกรานต์รอบนี้มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ จึงฝากเตือน 4 เสี่ยงอย่าให้เจอกันในสงกรานต์รอบนี้ คือบุคคลเสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง และช่วงเวลาเสี่ยง ซึ่งอาจจะมาพร้อมกันในบางพื้นที่ จึงฝากย้ำให้ถามตัวเองว่ามีอะไรเสี่ยงใน 4 เสี่ยง ที่ต้องระวัง” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

วัคซีนล้านโดสถึงไทย 10 เม.ย.

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมการกระจายวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ พร้อมใช้ไลน์ “หมอพร้อม” ติดตามข้อมูล ว่า ขณะนี้ถือว่าควบคุมโรคโควิด-19 ได้ มีการติดเชื้อประปรายรายวัน ไม่มีแพร่ระบาดรุนแรง ส่วนวัคซีนมีการสั่งซื้อของซิโนแวค 2 ล้านโดส และแอสตราเซเนกา 61 ล้านโดส ซึ่งเดือน มี.ค.ได้ซิโนแวคมา 2 แสนโดส ฉีดได้ครบถ้วนตามเป้าหมาย ต่อมาได้อีก 8 แสนโดส กระจายวันที่ 1 เม.ย. ส่วนอีก 1 ล้านโดส จะมาราววันที่ 10 เม.ย. ประมาณวันที่ 16-17 เม.ย. คาดว่าจะนำมาฉีดให้ประชาชนได้

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า วัคซีน 8 แสนโดส มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมโรคและรองรับทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลมีจุดมุ่งหมายเปิดประเทศให้เร็วที่สุดอย่างปลอดภัย คือคนในประเทศต้องได้รับวัคซีน 50-60% ของประชากร จึงใช้แผน “สามเหลี่ยมเขยื้อนวัคซีน” คือ 1.พื้นที่ โดยกำหนดพื้นที่หลักให้เกิดภูมิคุ้มกันในระดับพื้นที่ 2.สถานที่ฉีด ปัจจุบันใช้พื้นที่ร.พ. ซึ่ง 1 แห่งฉีด 500 โดสต่อวัน 1,000 แห่งจะฉีดได้เดือนละ 10 ล้านโดส หากขยายใน ร.พ.สนาม รถเคลื่อนที่ที่มีเครื่องมือทางการแพทย์เหมาะสมก็จะฉีดได้รวดเร็วครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งภาคเอกชนก็สนับสนุนพื้นที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือโมเดิร์นเทรดต่างๆ และ 3.ข้อมูล มีการลงทะเบียน นัดหมาย การฉีด ติดตามผลข้างเคียง เป็นต้น ผ่านไลน์ “หมอพร้อม” หรือประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคก็ยังมีช่องทางสามหมอมาคอยติดตามได้

“ขอให้ประชาชนใช้ไลน์หมอพร้อมและลงทะเบียน โดยจะใช้อย่างครอบคลุมใน มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีวัคซีนแอสตราเซเนกาพอดี โดยการใช้หมอพร้อมจะทำให้ทราบสิทธิการจองวัคซีน การนัดหมาย การติดตามอาการหลังการฉีด การนัดหมายฉีดครั้งที่ 2 และยังสามารถออกใบรับรองการรับวัคซีนในรูปแบบ ดิจิทัลได้ เพื่ออ้างอิงต่อไป” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

จองวัคซีนผ่านแอพฯหมอพร้อม

ด้าน นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ประธานคณะทำงานด้านระบบข้อมูลการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กล่าวว่า การเตรียมข้อมูล การให้บริการวัคซีนโควิด-19 ทั้งประเทศ จะมี การเชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก ร.พ.ทุกแห่ง ที่มีการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ เข้ามาศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ สธ. และในอนาคตจะมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบล (รพ.สต.) เข้ามาร่วมด้วย หมายถึง จะมีหน่วยบริการกว่า 1 หมื่นแห่งมาร่วม โดยข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ทราบว่าจังหวัดต่างๆ ฉีดวัคซีนไปแล้วเท่าไร มีผลข้างเคียงอย่างไร นอกจากนี้ ระบบจะมีข้อมูลกลับไปยัง ไลน์หมอพร้อมให้กับประชาชนด้วย ทั้งระบบ ข้อมูลวัคซีน การจองคิว การติดตามข้อมูลต่างๆ เป็นต้น ส่วนของการออกใบรับรองการรับ วัคซีนจะออกผ่านระบบดิจิทัล เป็นคิวอาร์โค้ด นำไปแสดงหน่วยงานไหนก็ได้ ส่วนที่เป็นแผ่นกระดาษออกผ่านทางร.พ.ก็มีเช่นกัน สำหรับใบรับรองการฉีดวัคซีนมาตรฐานนานาชาติที่ใช้ในการเดินทางกำลังรอข้อมูลองค์การอนามัยโลก คาดว่าจะออกมาในช่วง มิ.ย.

ทั้งนี้ การจองสิทธิวัคซีนโควิด ประชาชนสามารถจองได้ผ่าน 4 ช่องทางคือ 1.ไลน์ออฟฟิเชี่ยลหมอพร้อม 2.แอพพลิเคชั่นหมอพร้อมจะเปิดให้ดาวน์โหลดวันที่ 1 พ.ค.นี้ เบื้องต้นเฉพาะระบบแอนดรอยด์ก่อน 3.โทรศัพท์ติดต่อ ร.พ.ได้โดยตรง และ 4.ผ่าน อสม.ทั่วประเทศ

นนท์ติดโควิดเพิ่มอีก 4

ศูนย์ปฏิบัติการ COVID-19 จังหวัดนนทบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 4 ราย รวมสะสมเป็นรายที่ 205 ของการระบาดรอบใหม่

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ประกอบด้วย หญิงไทย อายุ 25 ปี บ้านอยู่ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทำงานธุรการ เทศบาลตำบลเสาธงหิน กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทำงานติดต่อกับงานการเจ้าหน้าที่ ภายในเทศบาล เดินทางไปทำงานโดยรถส่วนตัวรถยนต์, มอเตอร์ไซค์ ไป-กลับคนเดียว การรับประทาน อาหาร ทานอาหารกลางวัน แยกทานที่โต๊ะทำงาน

หญิงไทย อายุ 29 ปี บ้านอยู่ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ ทำงานที่กองสาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลเสาธงหิน ทำหน้าที่รับคำร้องจากประชาชนที่มาติดต่อที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทำงานอยู่ห้องเดียวกันกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 200 ของการระบาดระลอกใหม่ โต๊ะทำงานอยู่หน้าโต๊ะ ผู้ป่วยยืนยันมักจะหันหน้าไปคุยด้วยกันเสมอ ทำงานด้วยกัน ทานข้าวกลางวันด้วยกัน

หญิงไทย อายุ 45 ปี บ้านอยู่ต.เสาธงหิน รับราชการปฏิบัติงานที่กองสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลเสาธงหิน และหญิงไทย อายุ 26 ปี บ้านอยู่ต.เสาธงหิน เป็นเพื่อนผู้ป่วย มีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน แห่งหนึ่งในอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี การทานอาหารในแต่ละมื้อ จะซื้ออาหารสำเร็จจากร้านใกล้ที่ทำงาน และตลาดใกล้บ้าน

ขอให้บุคคลที่อยู่ในไทม์ไลน์มาตรวจ คัดกรองโควิด-19 ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน