ไฟลต์ปฐมฤกษ์
เยอรมัน-ภูเก็ต

ไทยตายเซ่นโควิดอีกราย สาวกทม.วัย 29 ป่วยโรคลิ้นหัวใจรั่ว ดาวน์ซินโดรม ติดเชื้อจากพ่อแม่เสียชีวิตเป็นรายที่ 95 ของไทย ขณะที่ติดเชื้อเพิ่ม 84 ราย เจอในประเทศ 69 ราย กทม.เยอะสุด 32 ราย บช.น.สั่งโรงพักทองหล่อ และคลองตัน สอบเหตุพบคนติดเชื้อโควิดในผับย่านทองหล่อ ผู้ประกอบการผับบาร์มหาชัยโวยเดือดร้อนหนัก หลังถูกสั่งปิด 4 เดือนจากพิษโควิดระบาดระลอกใหม่ จี้ผู้ว่าฯเร่งยกเลิกคำสั่งปิด ไฟลต์‘เยอรมัน-ภูเก็ต’เที่ยวบินปฐมฤกษ์นำ 16 นักธุรกิจเยอรมันถึงภูเก็ตแล้ว หลังหยุดบินมานานกว่า 1 ปีจากพิษโควิด เผยเป็นการทดสอบตลาด เตรียมพร้อมเปิดรับท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวเดือนก.ค.นี้

ไทยติดเชื้อโควิดอีก 84

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. เฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูล COVID-19 เปิดเผยสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อรวม 130,806,211 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 636,927 ราย เสียชีวิต 2,850,371 ราย เพิ่มขึ้น 10,368 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกา 31,314,625 ราย เป็นรายใหม่ 69,986 ราย 2.บราซิล 12,912,379 ราย เป็นรายใหม่ 69,662 ราย 3.อินเดีย 12,391,129 ราย เป็นรายใหม่ 89,019 ราย 4.ฝรั่งเศส 4,741,759 ราย เป็นรายใหม่ 46,677 ราย 5.รัสเซีย 4,563,056 ราย เป็นรายใหม่ 8,792 ราย

ส่วนประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 84 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 69 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย หายป่วยเพิ่ม 62 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 29,031 ราย หายป่วยแล้ว 27,668 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 1,268 ราย เสียชีวิตสะสม 95 ราย สำหรับการระบาดรอบใหม่ ติดเชื้อสะสม 24,794 ราย หายป่วย 23,491 ราย เสียชีวิตสะสม 35 ราย

ตายเพิ่ม 1-รายที่ 95

สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 95 เป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี อาศัยในกทม. โรคประจำตัวคือ โรคหัวใจโต ลิ้นหัวใจรั่วและดาวน์ซินโดรม มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้าที่เป็นบิดาและมารดา เมื่อวันที่ 21 มี.ค. เริ่มมีอาการไอ มีไข้มีน้ำมูก หายใจลำบากและเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผลตรวจไม่พบเชื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ผู้ป่วยอาการแย่ลงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์จึงนำเชื้อไปตรวจอีกครั้ง ผลยืนยันพบเชื้อ โควิด-19

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็น 1.มาจากระบบเฝ้าระวังและบริการ 58 ราย ได้แก่ กทม.30 ราย สมุทรสาคร 8 ราย สุพรรณบุรี 9 ราย นนทบุรี 4 ราย นครปฐม 4 ราย นราธิวาส ชลบุรี และตาก จังหวัดละ 1 ราย

2.การคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 11 ราย ได้แก่ กทม. 2 ราย สมุทรสาคร 4 ราย สมุทรปราการ 4 ราย และนครปฐม 1 ราย และ 3.เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย ได้แก่ มาเลเซีย 3 ราย จีน 3 ราย บาห์เรน 2 ราย ฝรั่งเศส อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตุรกี สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ บังกลาเทศ และสาธารณรัฐเช็ก ประเทศละ 1 ราย

สั่ง 2 สน.สอบติดเชื้อในผับ

ด้านพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสถานบันเทิงใน 4 แห่ง ทั้งในย่านทองหล่อ และคลองตัน ว่า ขณะนี้สั่งการให้พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ และพ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.คลองตัน ตรวจสอบไทม์ไลน์ของ ผู้ติดเชื้อร่วมกับกรมควบคุมโรค และปิดล้อมสถานที่ เพื่อตรวจสอบสถานบันเทิง โดยนำพนักงานและผู้เกี่ยวข้องของสถานบันเทิง ดังกล่าวเข้ากักตัวแล้ว

“หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบว่าสถานบันเทิงทั้ง 4 แห่ง เปิดให้บริการเป็นไปตามข้อกำหนดของกรุงเทพมหานครหรือไม่ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที นอกจากนี้ยังกำชับให้ตำรวจในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการดูแลสถานบันเทิงช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่อาจมีคนเข้าไปเที่ยวจำนวนมาก โดยมีการบังคับใช้กฎหมายพ.ร.บ.ควบคุมโรคอย่างเต็มที่”

นนท์ติดโควิคเพิ่ม 1

ศูนย์ปฏิบัติการ COVID-19 จังหวัดนนทบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่อีก 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 35 ปี ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เป็นรายที่ 209 ของการระบาดระลอกใหม่ ผู้ป่วยรายนี้เป็นผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 206 ของการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งเป็นภรรยา ทำงานเป็นพนักงานขับรถยนต์ส่งของ อยู่ในซอยสามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทางไปและกลับโดยรถยนต์ของทางร้าน โดยผู้ป่วยเป็นคนขับ และมีเด็กส่งของประจำรถ 1 คน

สำหรับไทม์ไลน์ การทำงานทำวันจันทร์-วันอังคาร หยุดวันพุธ และมาทำวันพฤหัสฯ-วันศุกร์ หยุดวันเสาร์และวันอาทิตย์ เคยไปส่งของที่ตลาดบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ส่งของที่ตลาดพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ส่งของที่ตลาดเขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ส่งของที่ตลาดวังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ส่งของที่ตลาดวังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ส่งของที่แยกวังมะนาว จ.สระแก้ว ส่งของที่ร้านในตลาดอำเภอวัฒนา จ.สระแก้ว เป็นตลาดสุดท้าย

ไปกับภรรยาแก้บนที่วัดป่าเลไลย์ จ.สุพรรณบุรี แวะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง- มังกรสวรรค์ จ.สุพรรณบุรี พาภรรยาไปคลินิกทันตกรรม คลินิกตั้งอยู่บริเวณปากซอยตลาดบางใหญ่ ไปบ้านเพื่อนจ.ปทุมธานี เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมภรรยา ไปบ้านญาติ ที่จ.สิงห์บุรี ค้างคืน เดินทางพร้อมภรรยาออกไปไหว้พระที่วัดม่วง จ.อ่างทอง เดินทางกลับบ้านที่นนทบุรี ไปบ้านญาติที่รังสิต แวะซื้อของที่โลตัส รังสิต นับเป็นผู้ป่วยยืนยันสะสมรอบใหม่ 209 คน

จี้ปลดล็อก – กลุ่มผู้ประกอบการสถานบริการบันเทิงใน ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร รวมตัวกันเรียกร้อง ผู้ว่าราชการจังหวัด อนุญาตให้เปิดกิจการได้ หลังปิดมานานเกือบ 4 เดือน จากวิกฤตโควิดระลอกสอง

ผับมหาชัยวอนผู้ว่าฯปลดล็อก

เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ/เจ้าของ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศปิดร้านผับ บาร์ คาราโอเกะ ตามคำสั่งของจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 50 คนรวมตัวกันเข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าว เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งดังกล่าว จึงต้องการให้จ.สมุทรสาครยกเลิกคำสั่งปิด ผับ บาร์ คาราโอเกะ เพื่อให้ทุกคนทุกอาชีพ สามารถกลับมาทำมาหากินได้ดังเดิม หลังจากสถานการณ์โควิด – 19 ในพื้นที่จ.สมุทรสาครคลี่คลาย

ตัวแทนผู้ประกอบกิจการสถานบันเทิงที่ได้รับความเดือดร้อน เผยว่า ทุกวันนี้พวกตนเดือดร้อนอย่างมาก เพราะคำสั่งปิดร้านผับ บาร์ คาราโอเกะ มานานเกือบ 4 เดือนแล้ว นับตั้งแต่สถานการณ์โควิดระบาด ที่ผ่านมาพวกตนทุกคน ทุกร้านทำตามมาตรการที่ออกมาทั้งหมด แต่เมื่อถึงวันที่สถานการณ์ของโรคคลี่คลาย พวกตนที่ถูกคำสั่งให้ปิดสถานบริการเป็นที่แรก แต่กลับถูกสั่งให้เปิดทีหลังสุด โดยยังไม่มีคำสั่งให้เปิดสถานบริการเพื่อทำมาหากินได้ตามปกติ ขณะที่สถานบริการอื่นๆ สามารถกลับมาหากินกันได้แล้ว ถ้ามองบริเวณโดยรอบที่มีเขตติดต่อกับจ.สมุทรสาคร สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ยิ่งทำให้พวกตนรู้สึกช้ำใจอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ทำมาหากินก็ไม่ได้ รายได้ก็ไม่มี แต่รายจ่ายยังคงเท่าเดิมทั้งรายจ่ายภายในครอบครัว รายจ่ายส่วนตัว และค่าเช่าร้าน เป็นต้น ลูกน้องก็หนีหายไปหมดเพราะอยู่ไปก็ตกงาน พวกตนไม่รู้จะหันหน้าไปทำอาชีพอะไรใหม่ เพราะทุกอาชีพก็ได้รับผลกระทบจากโควิดพอๆ กัน จึงต้องการให้ผู้ว่าฯ หรือผู้มีอำนาจ ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พวกเราด้วย

นอกจากนี้กลุ่มผู้ประกอบกิจการร้านผับ บาร์ คาราโอเกะนัดเข้ายื่นหนังสือแสดงความเดือดร้อนสะท้อนปัญหาให้ทางจังหวัดสมุทรสาครรับทราบในวันพุธที่ 7 เม.ย.นี้ เพื่อขอให้จังหวัดพิจารณามีคำสั่งยกเลิกปิดสถานประกอบกิจการผับ บาร์ คาราโอเกะอย่างเร่งด่วนต่อไป

ปฐมฤกษ์ – เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ตตรวจคัดกรองโรค 16 นักท่องเที่ยวต่างชาติ เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของ การบินไทยจากแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี มายัง จ.ภูเก็ต นำร่องทดสอบแผนเปิดประเทศ กระตุ้นท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจาก วิกฤตโควิด เมื่อวันที่ 3 เม.ย.

เที่ยวปฐมฤกษ์แฟรงก์เฟิร์ตถึงภูเก็ต

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าเครื่องบินการบินไทย เที่ยวบิน TG 921 เส้นทางแฟรงก์เฟิร์ต-ภูเก็ต ซึ่งเป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 นำผู้โดยสาร 16 คน ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจเดินทางมาลงยังท่าอากาศยานภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจให้กับจ.ภูเก็ต รวมทั้งเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามายังประเทศไทย

เมื่อมาถึงทั้งหมดได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ก่อนขึ้นรถตู้ของแต่ละโรงแรมเดินทางไปยังที่พักทั้งในจ.ภูเก็ตและพังงา

ต่อมานายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าฯ ภูเก็ต น.ส.นันทาศิริ รณศิริ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต, นายเจษฎา จันเทรมะ ผู้บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด, เปิดแถลงถึงการเปิดเส้นทางบินแฟรงก์เฟิร์ต-ภูเก็ต ซึ่งหยุดให้บริการประมาณ 1 ปีเศษ อันเนื่องมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19

นายณรงค์กล่าวว่า การเดินทางด้วยเที่ยวบินนี้เพื่อทดลองเส้นทาง และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนมาแล้ว และต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวภายใต้มาตรการกักตัว ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวในเดือนก.ค.นี้ หลังจากจ.ภูเก็ตฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้วอย่างน้อยร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรทั้งหมด

หากตอบรับดี-เพิ่มเที่ยวบิน

ด้านนายเจษฎากล่าวถึงการเปิดเส้นทาง บินแฟรงก์เฟิร์ต-ภูเก็ตว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นจุดเริ่มต้นของการทำการบินเส้นทางนานาชาติอีกครั้ง หลังจากหยุดบินมาเป็นเวลาประมาณ 1 ปีเศษ และถือเป็นเที่ยวบินแรกในการทดลองตลาด ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่จะมาจากเยอรมนี มี 130 คน ในจำนวนนี้ลงเครื่องที่ภูเก็ต 16 คน ส่วนนักท่องเที่ยวที่เหลือลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าหลังจากมีการฉีดวัคซีนทั้งในยุโรปและประเทศอื่น ตลอดจนในเมืองไทยแล้วจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น และมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะตลาดยุโรป เช่น เยอรมนี สแกนดิเนเวีย อังกฤษ เป็นต้น เพราะภูเก็ตเป็นจุดหมายการเดินทางของนักท่องเที่ยวดังกล่าว และหากได้รับการตอบรับที่ดีก็จะมีการเพิ่มเที่ยวบินตามลำดับ

“ทั้งนี้ เที่ยวบินถัดไปจะเดินทางเข้ามาในวันที่ 7 พ.ค.นี้ โดยช่วง 2-3 เดือนแรกสำหรับเส้นทางแฟรงก์เฟิร์ต-ภูเก็ต จะบินเพียง 1 เที่ยว แต่ปัจจุบันการบินไทยเปิดเที่ยวบิน แฟรงก์เฟิร์ต-กรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน จึงแบ่งเที่ยวบินมาภูเก็ต 1 เที่ยวบินเพื่อทดสอบตลาด หากได้รับการตอบรับที่ดีก็จะเพิ่มเที่ยวบินต่อไป”

ฉีดล็อตสอง – ทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีนป้องกันโควิดล็อตที่สองให้แก่เจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยงสัมผัสสูง พนักงานโรงแรม พนักงานสถานบริการต่างๆ และประชาชนกลุ่มเสี่ยง ที่ศูนย์บริการวัคซีนภายในวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 3 เม.ย.

เกาะสมุยฉีดวัคซีนรอบสอง

วันเดียวกัน ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นพ.ธีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผอ.โรงพยาบาลเกาะสมุย พร้อมด้วยนายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย และคณะกรรมการสมาคม เดินทางมาดูแลการฉีดวัคซีน ภายในวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 แห่งที่ให้บริการฉีดวัคซีนร่วมกับอีก 3 แห่ง ได้แก่ ร.พ.เกาะสมุย ร.พ.กรุงเทพสมุย และห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุย

สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครั้งนี้เป็นการฉีดวัคซีนรอบสองของ อ.เกาะสมุย ซึ่งฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ที่เสี่ยงสัมผัสสูง พนักงานโรงแรม พนักงานตามสถานบริการต่างๆ และประชาชนทั่วไป 25,000 คน คาดว่าจะฉีดได้ 5,000 คนต่อวัน และฉีดครบทั้งหมดภายในวันที่ 7 เม.ย.นี้

นายรัชชพรกล่าวว่า ต้องขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข และศบค.ที่อนุมัติวัคซีนจำนวน 50,000 โดสให้กับเกาะสมุยสำหรับการฉีดวัคซีนของเกาะสมุยจะควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้รูปแบบการป้องกัน สมุยซีล รูทส์ คาดว่าวันที่ 1 ก.ค.นี้จะเปิดรับเที่ยวบินแรกนำ นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเกาะสมุย โดยต้องกักตัว 7 วัน จากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถออกเที่ยวได้ตามสถานที่กำหนดในระบบสมุย ซีล รูทส์ จากนั้นสามารถท่องเที่ยวได้เสรีซึ่งจะทำให้ชาวเกาะสมุยปลอดภัย

“ตอนนี้สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักท่องเที่ยวในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศจีน ซึ่งเราต้องการนักท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง ที่สำคัญเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเพื่อใช้บริการบนเกาะสมุย สำหรับผู้ประกอบการขณะนี้ตื่นตัวมากและพร้อมจะกลับมาเปิดให้บริการรับนักท่องเที่ยว”

กระบี่ฉีดแล้ววัคซีนล็อตแรก

ส่วนที่โรงพยาบาลกระบี่ นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าฯกระบี่ เดินทางมาร่วมกิจกรรมและให้กำลังใจ Kick off และฉีดวัคซีนโควิด-19 กลุ่มแรก หลังได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนแวคล็อตแรกจำนวน 10,000 โดส จากกระทรวงสาธารณสุข โดยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มเป้าหมาย 5,000 คนตามแผนจัดการวัคซีนของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

โดยนายสมชาย หาญภักดีปฏิมา เป็นผู้รับวัคซีนกลุ่มแรกของผู้บริหารจังหวัดกระบี่ เพื่อสร้างความมั่นใจ และสังเกตการณ์ ติดตามขั้นตอนการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างใกล้ชิด

นพ.วิทยา วัฒนเรืองโกวิทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า วัคซีน ซิโนแวคล็อตแรกนำเข้าเพื่อฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อเพื่อการควบคุมการระบาดเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงเป็นการฉีดเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เฉพาะกลุ่มในบางพื้นที่เท่านั้น

“กระบี่ได้รับการจัดสรรวัคซีนระยะที่ 1 เดือนเม.ย. 2564 จำนวน 10,000 โดส สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 5,000 ราย แบ่งเป็นอ.เมืองกระบี่ 3,000 ราย อ.เขาพนม 100 ราย อ.เกาะลันตา 800 ราย อ.คลองท่อม 200 ราย อ.อ่าวลึก 200 ราย อ.ปลายพระยา 100 ราย อ.ลำทับ 100 ราย อ.เหนือคลอง 200 ราย สำหรับพื้นที่เกาะพีพี 300 ราย ดำเนินการฉีดแล้ว เมื่อวันที่ 1 เม.ย. สำหรับกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ผู้เสี่ยงต่อการสัมผัส ประชาชนที่มีโรคประจำตัว และประชาชนทั่วไป โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่พิจารณากระจายวัคซีนตามความเสี่ยง”

ลำปางฉีดล็อตแรก 900 คน

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ร.พ.ลำปาง มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกให้กับบุคลากรสาธารณสุข 400 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นบุคลากรด่านหน้า 500 คน และนัดหมายเพื่อมารับการฉีดเข็ม 2 วันที่ 26 เม.ย. โดยการฉีดวันนี้ นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง เข้ารับการฉีดคนแรก ตามด้วยนพ.พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผอ.ร.พ.ลำปาง บรรยากาศการฉีดเป็นไปอย่างคึกคัก

นพ.ประเสริฐกล่าวว่า จ.ลำปางได้รับการสนับสนุนวัคซีนโควิด-19 จำนวน 1,800 โดส เป็นวัคซีนของซิโนแวค โดยเริ่มฉีดวัคซีนวันที่ 3-5 เม.ย. และหากได้รับการสนับสนุนล็อตต่อไป จ.ลำปางมีแผนจัดสรรให้กับกลุ่ม เป้าหมายใน 4 กลุ่มนี้ก่อนได้แก่ 1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ทั้งภาครัฐและเอกชน 2.ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค อายุตั้งแต่ 18- 60 ปี 3.ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และ 4.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 บรรยากาศการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่บุคลากรทางการแพทย์และอสม.ด่านหน้าจ.ลำปางเป็นไปอย่างคึกคัก สำหรับในระยะสอง กลุ่มเป้าหมายลำดับต่อไป ได้แก่ 1.กลุ่มเป้าหมายในระยะที่ 1 ที่ยังไม่ได้รับ 2.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ ที่นอกเหนือจากด่านหน้า 3.ผู้ประกอบอาชีพภาคการท่องเที่ยว เช่น พนักงานโรงแรม สถานบันเทิง มัคคุเทศก์ นักกีฬา 4.ผู้เดินทางระหว่างประเทศ เช่น นักบิน/ลูกเรือ นักธุรกิจระหว่างประเทศ 5.ประชาชนทั่วไป

“กลุ่มเป้าหมายการรับวัคซีนจ.ลำปางในระยะแรก มี 300,000 คน ซึ่งจะดำเนินการฉีดในโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งในจ.ลำปางรวม 15 แห่งได้แก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ประจำอยู่ในแต่ละอำเภอ ร.พ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรีและร.พ.ศูนย์มะเร็งลำปาง โดยมีเป้าหมายฉีดวันละ 5,000 คน ซึ่งจะใช้เวลาฉีดทั้งหมด 4-5 เดือนในการรับวัคซีนครบ 2 เข็มในทุกกลุ่มเป้าหมาย” นายแพทย์ประเสริฐกล่าว

กระจายวัคซีน 8 แสนโดส 77 จว.

เมื่อเวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวผ่านพอดแคสต์ “นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง” ถึงความคืบหน้าการฉีดและกระจายวัคซีน โควิด-19 ว่า การกระจายวัคซีนของซิโนแวค ล็อตแรก 2 แสนโดส และจากแอสตราเซเนกา 1.1 แสนโดส ฉีดตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 31 มี.ค.มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีน 158,491 ราย เข็มที่สอง 33,248 ราย ในจำนวนนี้มีผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ เช่น เวียนศีรษะ แน่นหน้าอก มีผื่น 4 ราย ได้รับการรักษาและกลับบ้านแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตเนื่องจากมีโรคอื่นเป็นโรคประจำตัวหลายโรคที่ต้องติดตามต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การฉีดวัคซีนครอบคลุมพื้นที่ระบาดของโรค พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อสูง จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร เชียงใหม่ ตาก นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสงคราม ราชบุรี นครปฐม สมุทรปราการ ชลบุรี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพมหานคร และในเดือนเม.ย.นี้ จะกระจายวัคซีนซิโนแวค อีก 8 แสนโดสไปยังกลุ่มเป้าหมาย 77 จังหวัด โดยจัดสรร 3 แสนโดส เพื่อควบคุมการระบาดในพื้นที่ 6 จังหวัด อีก 3 แสนโดสเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในจังหวัดท่องเที่ยวและจังหวัดชายแดน และอีก 2 แสนโดสกระจายไป 55 จังหวัด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนจัดหาวัคซีนให้กับคนไทยอย่างให้เพียงพอและทั่วถึง โดยรัฐจะดูแลค่าใช้จ่ายวัคซีนที่จำเป็นต้องใช้ ส่วนภาคประชาชนจะให้ใช้แอพพลิเคชั่นเปิดลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ฉีดวัคซีน นัดคิวฉีดสถานที่ฉีดเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดความเร่งด่วน เช่นอาจจะมีเด็กนักเรียนนักศึกษาที่ต้องไปเรียนต่างประเทศ ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนสามารถติดต่อได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โรงพยาบาลตำบล หรืออาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน โดยวัคซีนทุกเจ้าทั่วโลกยังใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากมีการแพร่ระบาดทั่วโลกและไม่มีบริษัทผู้ผลิตวัคซีนรายใดสามารถรับประกันผลข้างเคียงในระยะยาวได้ แต่จะรับรองประสิทธิภาพของวัคซีนจากผลวิจัยในห้องทดลองเท่านั้น รับประกันเลยระยะสั้น ดังนั้นรัฐบาลทุกประเทศต้องเป็นผู้กำกับดูแลการนำเข้าผ่านหน่วยงานวัคซีนของประเทศก่อน จึงเป็นเหตุผลยังไม่เปิดให้เอกชนสั่งซื้อตรงต้องผ่านหน่วยงานของรัฐเท่านั้น

พร้อมให้เอกชนนำเข้าวัคซีน

“ล่าสุดมีวัคซีนที่ทางองค์การอาหารและยา (อย.) รับรองขึ้นทะเบียนให้ใช้อย่างถูกกฎหมาย 3 คือซิโนแวค แอสตราเซเนกา และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ปิดกั้นการขึ้นทะเบียนและการใช้วัคซีนในประเทศไทย และเมื่อไหร่ถ้าบริษัทวัคซีนปลดล็อกให้สั่งซื้อได้ รัฐบาลก็พร้อมให้เอกชนสามารถสั่งซื้อและนำเข้าเองได้ นอกจากนั้นยังมีวัคซีนที่อยู่ระหว่างการยื่นเอกสาร เช่น บารัต ไบโอเทค ประเทศอินเดีย วัคซีนโบโรนา ประเทศสหรัฐอเมริกา วัคซีนสปุตนิกไฟว์ของรัสเซีย วัคซีนชิโนฟาร์ม ของจีน เป็นต้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เมื่อทั่วโลกมีวัคซีนแล้วสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย จากนั้นรัฐบาลต้องมองไปถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน จึงมีแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องผ่านการฉีดวัคซีนแล้วใน 4 ระยะ เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศและสร้างรายได้เข้าสู่ท้องถิ่น โดยระยะแรกเดือนเม.ย.-มิ.ย.เตรียมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางไปจ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา เกาะสมุย พัทยา และจังหวัดเชียงใหม่ได้ โดยมีเงื่อนไขทุกคนต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน และกักตัวที่โรงแรมเป็นเวลา 7 วัน

ระยะที่ 2 เดือนก.ค.-ก.ย.64 เฉพาะจ.ภูเก็ต นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนและมีใบรับรองที่ไม่ต้องกักตัวและข้ามไปจังหวัดอื่นที่เป็นพื้นที่นำร่องยังต้องกักตัวเจ็ดวัน ส่วนระยะที่ 3 เดือนต.ค.-ธ.ค.64 เฉพาะในพื้นที่นำร่องนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนและมีใบรับรองไม่ต้องกักตัว

ระยะที่ 4 ตั้งแต่เดือนม.ค.2565 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวที่มีใบรับรองการฉีดวัคซีนและเดินทางเข้าประเทศไทยไม่ต้องกักตัวอย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวทุกคนยังต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อให้เกิดความมั่นใจและสามารถออกไปท่องเที่ยวตามจุดที่กำหนดเดินทางไปได้ทุกที่แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคและมีแอพพลิเคชั่นติดตามตัว

กระจายวัคซีนให้ร.พ.ทั่วปท.แล้ว

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกระจายวัคซีนโควิด-19 ล็อต 2 ของซิโนแวค 8 แสนโดส เพื่อฉีดให้กลุ่มเป้าหมายทุกจังหวัดแล้ว ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และประชาชนกลุ่มเสี่ยงใน 22 จังหวัด จำนวน 6.4 แสนโดส พื้นที่เพื่อควบคุมการระบาดของโรค 6 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ตาก ปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี จำนวน 3.5 แสนโดส ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 8 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี พัทยา ระยอง เชียงใหม่ ขอนแก่น กระบี่ พังงา อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต จำนวน 2.4 แสนโดส และพื้นที่จังหวัดชายแดนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 8 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สระแก้ว เชียงราย มุกดาหาร นราธิวาส ระนอง หนองคาย และจันทบุรี จำนวน 5 หมื่นโดส

ส่วนวัคซีนที่เหลืออีก 1.6 แสนโดส จะกระจายฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในจังหวัดอื่น รวมถึงวัคซีนสำหรับอสม. จังหวัดละ 1,000 โดส แบ่งเป็นจังหวัดขนาดเล็กที่มีประชากรน้อยกว่า 1 ล้านคนจำนวน 800 โดส และให้อสม.1,000 โดส รวม 1,800 โดส จังหวัดขนาดใหญ่ ที่มีประชากร 1.-1.5 ล้านคน จำนวน 1,000 โดส และอสม. 1,000 โดส รวม 2,000 โดส และจังหวัดขนาดใหญ่พิเศษ ที่มีประชากรมากกว่า 1.5 ล้านคนจำนวน 1,200 โดส และอสม.1,000 โดส รวม 2,200 โดส

ทั้งนี้การจัดสรรวัคซีนจะกระจายฉีดวัคซีน เน้นบุคลากรสาธารณสุข อสม. เจ้าหน้าที่กลุ่มอื่นที่จำเป็นและควบคุมการระบาดในจังหวัดใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมระบบในทุกจังหวัด จากนั้นจะเริ่มฉีดวัคซีนจำนวนมากในเดือนมิ.ย.นี้เป็นต้นไป เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ รวมทั้งสอดคล้องสถานการณ์ของโลกที่หลายประเทศได้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมทั้งเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว

นายอนุชากล่าวว่า เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนที่มีความปลอดภัย มีคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล รัฐบาลพร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน โรงพยาบาลเอกชนที่สนใจยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ยื่นเอกสารเพื่อขอประเมินคุณภาพ ประสิทธิผล และความปลอดภัยของวัคซีน ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเป็นผู้พิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ขณะนี้ได้อำนวยความสะดวกและเปิดช่องทางพิเศษในการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน เพื่อให้สามารถอนุมัติทะเบียนได้อย่างรวดเร็วแล้ว เมื่อยื่นเอกสารครบถ้วนตามที่กำหนดคาดว่าจะใช้เวลาในการประเมินและพิจารณาอนุญาตประมาณ 30 วัน โดยคำนึงถึงคุณภาพความปลอดภัยของวัคซีนตามมาตรฐานสากลเป็นสำคัญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน