เหลืองแดงสามัคคีไล่ตู่
งัดโมเดลพค.35-ต่อสู้
วีระสับประยุทธ์เสียสัตย์
ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง
‘โตโต้’ชวดประกันอีก
ครบทุกสี ร่วมเวที จตุพรประกาศ เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนัดใหม่เย็นนี้ แกนนำ กปปส.ขึ้นเวที ขอทุกคนต้องละทิ้งตัวตน ในอดีต ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยเรื่องราวของพรพิมล ด้านพรชัย หนุ่มปกาเกอะญอชวดประกันครั้งที่ 3 ศาลอุทธรณ์ ภาค 4 ยกคำร้องขอประกันตัวโตโต้ ปธ.ญาติวีรชนรับไม่ได้ ท้าทายประชาชน แม่เกดชี้เหลือง-แดงศัตรูเดียวกัน พ่อเฌอนำพลเมืองโต้กลับ ยืนนิ่ง 112 นาที ตร.เก็บข้อมูลพบผิดดำเนินคดีภายหลัง
ตั้งเวทีเตรียมพร้อมรับมวลชน
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้นัดมวลชนทำกิจกรรม “สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขับไล่เผด็จการทหารประยุทธ์ให้ออกจากอำนาจ” ในรหัส 4/4/4 วันที่ 4 เมษา เวลา 16.00 น. ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ข้างสน.ชนะสงคราม
นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก หนึ่งในแกนนำกลุ่ม นปช. ได้เดินทางมาจัดเตรียมสถานที่ ตั้งเวทีปราศรัย และเตรียมเก้าอี้ ประมาณ 600 ตัว มาวางเรียงในบริเวณ ดังกล่าว พร้อมติดตั้งระบบเครื่องเสียง จอทีวีแบบแอลอีดี เพื่อถ่ายทอดการปราศรัยให้กับมวลชน ที่จะเดินทางมาร่วมรับฟัง
ตร.เข้มห้ามเข้าพื้นที่ราชการ
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ฐานะโฆษกบช.น. เปิดเผยกรณีการดูแลเกี่ยวกับการชุมนุมว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พล.ต.ต. สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผบช.น. พล.ต.ต. ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น.1 และสน.ชนะสงคราม จัดกำลังดูแลบริเวณสวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม โดยในวันนี้จะเน้นการตั้งจุดตรวจค้นโดยรอบพื้นที่การชุมนุม
ส่วนกลุ่มที่เข้ามาเป็นแนวร่วมนั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเฝ้าติดตามสถานการณ์ อาทิ นายวีระ สมความคิด กลุ่มกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ชุมนุมบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กลุ่มญาติวีรชน มีกลุ่มใดเข้าร่วมบ้าง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเน้นดูแลรักษาความปลอดภัยและป้องกันมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ก่อความเดือดร้อน ละเมิดกฎหมาย ทางกลุ่มผู้ชุมนุมมีการแจ้งขอใช้สถานที่ไปยังสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่มีการตอบเป็นทางการว่ามีการอนุญาตใช้พื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ กลุ่มญาติวีรชนได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ยังไม่มีการตอบอย่างเป็นทางการเช่นกันว่าอนุญาตหรือไม่ แต่ยืนยันห้ามเข้าไปยังพื้นที่สถานที่ราชการ โบราณสถาน
กลุ่มเสื้อแดงทยอยมาชุมนุม
เวลา 15.00 น. ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางมาชุมนุมบริเวณสวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม หลังฝนหยุดตก โดยมี นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเชิญชวนให้มาร่วมกิจกรรมปราศรัยใช้ชื่อว่า “ไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะที่กลุ่มแนวร่วมที่เข้ามาบริเวณพื้นที่ดังกล่าว อาทิ นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบรท์ แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรี โดยนายยศวริศกล่าวระหว่างเดินทัก ผู้ที่มาร่วมการชุมนุมด้วยว่ามีการยืนยันว่าจะไม่มีการทำผิดกฎหมาย 112 เพียงต้องการเรียกร้องมาร่วมชุมนุมขับไล่เผด็จการเท่านั้น
เรื่องเล่าจาก‘พรพิมล’
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยเรื่องราวของ พรพิมล (สงวนนามสกุล) แม่ค้าขายของออนไลน์ อายุ 22 ปี ถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ หลังถูกจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 64 และถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขังของสภ.ช้างเผือกเป็นเวลา 1 คืน ก่อนถูกแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลจังหวัดเชียงใหม่ในการฝากขัง และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเธอตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ว่า
ระหว่างที่ทนายความเข้าเยี่ยมพรพิมล เธอร้องไห้ตลอดเวลาที่พูดคุยกัน สำหรับสิ่งที่เด็กสาวอายุ 20 ต้นๆ ต้องพบเจอ เธอเล่าว่าตลอดคืนที่ผ่านมา หลังถูกส่งตัวเข้าทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เธอนับเวลารอให้แต่ละนาที แต่ละชั่วโมง ผ่านไปด้วยความยาวนาน โดยหวังว่าวันรุ่งขึ้น ทนายความจะได้เข้าเยี่ยมเธอตามที่ได้บอกกล่าวไว้ระหว่างกระบวนการที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่
เธอเล่าว่าห้องขังที่เธอถูกนำตัวเข้าไปมีลักษณะที่แปลกประหลาดมาก เป็นห้องขังขนาดเล็กที่มีเพียงเธอและผู้ถูกคุมขังอีก 1 คนอยู่ภายใน ตัวห้องปิดทึบไม่มีช่องใดๆ ให้มองเห็นภายนอก ไม่เห็นแสงสว่างนอกจากด้านหน้าของห้องขังที่มีแสงไฟและผู้คุมผ่านไปมาอยู่บ้าง ทำให้แทบจะไม่รู้ว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน อีกไปกว่านั้น ห้องขังใกล้ๆ ยังมีผู้ต้องขังคนหนึ่งส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่ากลัว ทำให้เธอแทบจะข่มตาหลับลงไม่ได้
บทสนทนาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงระหว่างทนายความและพรพิมล เป็นการรับฟังสิ่งที่เธอต้องผ่านมาช่วงค่ำคืนแรกในทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ประกอบกับการสอบถามข้อมูลส่วนตัว และอธิบายขั้นตอนทางคดีที่เธอจะต้องเผชิญหน้าต่อไป
พรพิมลฝากข้อความออกมาสู่โลกภายนอกสั้นๆ ว่า “กฎหมายนี้มันไม่แฟร์ คนที่ถูกกล่าวหาเหมือนถูกกลั่นแกล้งรังแก เหมือนถูกพรากชีวิตไป เหมือนคนตาย หนูไม่รู้ว่าข้างนอกมีอีกกี่คนที่โดนเหมือนหนู หนูไม่อยากให้กฎหมายนี้มันมีอยู่เลย หนูไม่ควรโดนแบบนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่ควรโดนแบบนี้”
หนุ่มปกาเกอะญอชวดประกัน
ขณะที่อีกโพสต์เป็นเรื่องราวของ “พรชัย” หนุ่มปกาเกอะญอวัย 37 ปี ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำกลางเชียงใหม่ ระหว่างการฝากขังของพนักงานสอบสวน เป็นวันที่ 23 แล้ว จากการที่เขาถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, 116 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมหลักฐานของพนักงานสอบสวน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ถึงขั้นตอนของการพิจารณาคดีของศาล และนั่นหมายความว่า “พรชัย“ ยังคงเป็น “ผู้บริสุทธิ์” แต่เขาไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว ทางทีมทนายความได้เตรียมการสำหรับการยื่นขอประกันตัวอีกครั้ง โดยได้ติดต่อประสานงานกับนายประกันที่เป็นชาติพันธุ์เช่นเดียวกับพี่พรชัย เพื่อใช้ตำแหน่งทางการเมืองในการขอประกันอีกครั้ง โดยคาดว่าจะสามารถยื่นประกันได้ในช่วงวันที่ 5 เมษายนนี้
“ผมยังยึดมั่นในอุดมการณ์นะ คุกขังอุดมการณ์ของผมไม่ได้” คำพูดของพี่พรชัย ก่อนลากัน
ศาลไม่ให้ประกัน‘โตโต้’
เมื่อเวลา 14.30 น. ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อ่านคำสั่งผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไม่อนุญาต ให้ปล่อยชั่วคราว “โตโต้” หรือนายปิยรัฐ จงเทพ แกนนำการ์ดอาสา We Volunteer และผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 หลังจากวานนี้ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวปิยรัฐและทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวในช่วงเช้าวันนี้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ระบุว่า “พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงได้จากการไต่สวนคำร้องฝากขังว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี แต่ผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องและต่อเนื่องกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ และหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว อาจไปกระทำการเช่นเดิมอีก อันเป็นการก่อเหตุอันตรายประการอื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (3) ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน จึงให้ยกคำร้อง”
ตร.แจ้งชุมนุมผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม เดินทางมายังการชุมนุมเพื่อทำความเข้าใจและเน้นย้ำให้การชุมนุมในวันนี้ อยู่ในกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยได้กล่าวกับนายจตุพร หรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ว่า การชุมนุมของกลุ่มไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.การชุมนุม และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำเรื่องขออนุญาตในการจัดกิจกรรมแล้ว ตนจึงจะต้องขอทำความเข้าใจ และเน้นย้ำการจัดกิจกรรมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย หากเกิดความรุนแรงหรือมีเหตุความวุ่นวาย ทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินคดีตามหลัง
ทางด้าน นายจตุพรได้กล่าวขอบคุณ ผกก.สน.ชนะสงคราม และยืนยันว่าการชุมนุมในวันนี้จะดำเนินด้วยความระมัดระวัง และมวลชนที่มาร่วมกิจกรรมจะทำตามข้อกฎหมาย ไร้การกระทบกระทั่งกัน เราจะมีเหตุและผล ประสานงานกันได้ทุกฝ่าย
จตุพรชวนเสื้อเหลืองร่วมไล่ประยุทธ์
ต่อมาเวลา 16.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันอัศจรรย์ที่เรียกว่ามืดฟ้ามัวดิน ฝนตกอย่างถล่มทลายเพื่อล้างความชั่วของแผ่นดินให้สะอาด ฝนตกตั้งแต่เที่ยงหลายคนคิดว่าเวทีวันนี้จะมีปัญหา ซึ่งตนบอกฝนจะหยุดตกก่อนจะมีเวทีปราศรัยเมื่อฝนล้างแผ่นดิน เสร็จเราก็จะได้เวลานับหนึ่งของประเทศไทยตามฤกษ์ 4-4-4 ประยุทธ์ออกไป โดยเป้าหมายหลักของเราอยู่ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และในวันนี้ตนจะปราศรัยเป็นคนสุดท้าย
นายจตุพรกล่าวอีกว่า การจัดเวทีวันนี้เรามาตามคำเชิญของนายอดุล เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ซึ่งมีความห่วงใยที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่รับผิดชอบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งงานในวันนี้ยังไม่ถึงขั้นการชุมนุม แต่เป็นเวทีที่จะอธิบายการเข้ามาของพล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงเวลา 7 ปี ได้ตระบัดสัตย์ในเรื่องไหนบ้าง จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป และพรรคร่วมรัฐบาลใดที่เคยประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ทั้งนี้การร่วมสามัคคีประชาชนเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 และในช่วง 15 ปีนี้ มีแต่ความขัดแย้งอย่างหนัก และคนที่ได้รับประโยชน์ชัดเจนหนึ่งในนั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์
“วันนี้ผมมาร่วมเวทีในนามส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับนปช. และจะไม่นำองค์กรเข้ามา เพราะหากเราไม่เสียสละ ไม่ร่วมมือกัน พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่ออีก 6 ปี ประวัติศาสตร์ของคนเสื้อแดง และเสื้อเหลืองจะยังคงอยู่ต่อไป แต่เมื่อภัยเฉพาะหน้าซึ่งเป็นผลมาจากการสืบทอดอำนาจ ไม่ทำตามคำมั่นสัญญา ดังนั้นทุกฝ่ายต้องเสียสละ และต้องรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นศูนย์ของปัญหาและภัยคุกคามของชาติ วันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น หากสังคมไทยเข้าใจว่าพลเอกประยุทธ์คือภัยคุกคาม ทุกฝ่ายต้องเสียสละเพื่อจัดการกับพล.อ.ประยุทธ์ แม้แต่ละฝ่ายจะทำด้วยความยากลำบาก เพราะหลายคนเคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์” นายจตุพรกล่าว
แกนนำ กปปส.ขึ้นเวที
นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกนปช. ขึ้นเวทีกล่าวว่า รัฐบาลแอบอ้างโควิดเพื่อเอาตัวรอด เราไม่กลัวโควิด แต่กลัวประยุทธ์อยู่ต่อ ไม่ว่าอายุมากหรือน้อย ถ้าเผด็จการยังอยู่ ก็จะออกมาไล่ ตนขอสดุดีวีรชนที่เคยต่อสู้มา ตนเคยติดตามนายวีระ มุสิกพงศ์ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ โดยเป็นโฆษกบนเวที ต่อสู้ในยุคพฤษภา 35 มีคนบาดเจ็บล้มตาย สุดท้าย นายจตุพรพาประชาชนไปยังมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับชัยชนะพอสมควร ชัยชนะที่ได้มาต้องยกให้นักต่อสู้ปี 35 และวันนี้ ก็ขอยืนยันว่าเราจะมาต่อสู้กันอีกครั้ง ธนาวุฒิ กล่าว
ต่อมา นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ และแนวร่วมกปปส. ขึ้นเวทีกล่าวว่า ขอสวัสดี ผู้เสียสละ ผู้ที่พยายามให้ประเทศมีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี นี่คือก้าวแรกของการไล่ประยุทธ์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เวลานี้ความสามัคคีสำคัญมาก การนำประชาธิปไตยกลับมา อย่างแรกที่ต้องทำคือไล่ประยุทธ์ออกไปให้เร็วที่สุด
“ต้องนำพลังประชาชนทุกภาคส่วน ทุกคนที่มุ่งมั่นอยากให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงต้องมาร่วมกัน ถ้าปล่อยไป อีก 2 ปี ส.ว. ก็เลือกประยุทธ์เหมือนเดิม ชาติเสียหายต่อไป แล้วจะเก็บประยุทธ์ไว้ทำไม วันนี้คนมาหลายภาคส่วน การต่อสู้ครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจ เราทุกคนต้องละทิ้งตัวตนในอดีต ไม่มีใครเปลี่ยนอดีตได้ แต่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่จะเกิดในอนาคตได้” นายไทกรกล่าว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมู่บ้านทะลุฟ้าได้ร่วมตั้งซุ้มขายเสื้อและของต่างๆ เพื่อนำเงินที่ได้เตรียมจัดหมู่บ้านทะลุฟ้า v.3 ซึ่งเป็นเสื้อล็อตสุดท้ายก่อนที่หมู่บ้านทะลุจะถูกสลาย
ปธ.ญาติวีรชนรับไม่ได้
ต่อมาเวลา 18.00 น. นายจตุพร พร้อม นายวีระ สมความคิด นายการุณ ใสงาม นายไทกร พลสุวรรณ เป็นต้น ขึ้นเวทีอย่างพร้อมเพรียงเพื่อร่วมเคารพเพลงชาติ ขณะที่ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมต่างชู 3 นิ้ว ประกอบการร้องเพลงชาติ และมีบางส่วนได้นำอุปกรณ์ตีนตบมาใช้ในการชุมนุมครั้งนี้ด้วย
จากนั้นนายอดุล เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้ขึ้นเวทีกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนมาเรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้อง และในปีนี้เป็นปีที่ 29 ในเดือนพฤษภาทมิฬ ในอีก 2 เดือนข้างหน้า สิ่งที่ตนลำบากใจ และอยากจะบอกว่าในที่ที่เรามาชุมนุมในวันนี้เป็นที่ที่วีรชนอยู่ และลูกชายตนก็อยู่ในที่นี้ด้วย ตนไม่คิดเลยว่าวันนี้จะต้องมาไล่รัฐบาล และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ตอนนี้ถูกรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย่ำยีจนกระทั้งถอยหลังเข้าคลอง ตนรับไม่ได้เลยเมื่อมีคำพูดท้าทายประชาชน ออกมาจากปากพล.อ.ประยุทธ์ ว่า “ไปแก้มาให้ได้ก็แล้วกัน” เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกล้ามาพูดกับประชาชนแบบนี้
นายอดุลย์กล่าวอีกว่า ตนได้ตรวจสอบรัฐบาลนี้มา 4 ปี ในนามสภาที่สาม พบว่ามีการทุจริตโกงกินและไม่มีการดำเนินการ ตนบอกได้เลยว่ารัฐบาลนี้โกงกินมากที่สุดในทุกรัฐบาลที่มีมา ทุกวันนี้ประชาชนลำบาก รัฐบาลไม่เคยพูดความจริงกับประชาชนเลย วันนี้พูดอย่าง วันพรุ่งนี้พูดอีกอย่าง
“ผมไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนเหมือนรัฐบาลนี้เลย เมื่อปีที่แล้วในการจัดงานพฤษภาทมิฬ ผมได้เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ และคณะให้ก้าวลงจากตำแหน่ง และแล้วเขาก็ไม่ฟังผมคิดว่าคนที่เห็นด้วยกับผม ให้ช่วยกันออกมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ลงจากอำนาจเสียเถอะนั้นคือสันติวิธี ที่จะไม่ให้เกิดการนองเลือดขึ้น แต่ถ้าทำแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ประชาชนทนไม่ได้ก็จะเกิดการนองเลือดขึ้นแน่” นายอดุลย์กล่าว
แม่เกดชี้เหลือง-แดงศัตรูเดียวกัน
ต่อมาเวลา 18.30 น. นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด และนายณัทพัช อัคฮาด น้องชายของน้องเกด ขึ้นมาปราศรัยร่วมกันตามลำดับ
นางพะเยาว์กล่าวว่า มาวันนี้ เรื่องหลักของเราคือการไล่ประยุทธ์ ซึ่งเขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่ปากเสียและเขาเป็นคนที่ชี้หน้าทุกคนว่าไม่รักชาติ ไม่รักประเทศ ประชาชาทุกคนรักชาติจึงได้มาวันนี้เพื่อมาไล่ประยุทธ์ การออกมาวันนี้เป็นเรื่องของประเทศและประชาชนทั้งหมด การมาวันนี้ การมาขึ้นเวทีทุกคนรู้ว่าเราจะต้องโดนอะไร แต่ตนพร้อม และเชื่อว่าพวกเราทุกคนสามารถกดดันและทำให้ประยุทธ์ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ในเร็ววัน
“เชื่อว่าเวลานี้ทุกฝ่ายทนไม่ไหวแล้ว เพราะประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำให้ประเทศยากจน และเป็นนายกรัฐมนตรีที่โง่มากที่สุดด้วย สิ่งที่ร้องขอวันนี้คือขอให้ร่วมรักสามัคคี เพราะตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างและเป้าหมายเราคือศัตรูคนเดียวกัน การที่เขากู้เงินและเอามาแจก เขาคิดว่าประชาชนเป็นขอทานหรือ เวลาให้ก็ทวงบุญคุณ ที่เขาอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะระบอบเผด็จการและกระบอกปืน เราทุกคน ทุกสี ทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ต้องมีความร่วมใจมาขับไล่ประยุทธ์” นางพะเยาว์กล่าว
ด้านนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ ซึ่งนำกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรีเข้าร่วมชุมนุม กล่าวว่า ทุกวันนี้เพื่อนของเราถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ อยากบอกประยุทธ์ว่า อย่าลืมนะว่า พวกเขามีพ่อแม่ แล้วพ่อแม่เขาก็ออกมาแล้ววันนี้ ปัจจุบันนี้มีไอโอยุยงปลุกปั่นให้ทะเลาะกัน อ้างว่าตู่ จตุพร พรหมพันธุ์ ดูถูกม็อบนักศึกษา ตนสงสัย จึงโทร.คุยกับนายจตุพร ได้คำตอบว่า ‘น้องไบรท์จงเชื่อมั่นในตัวพี่ ที่พี่สู้มา พี่จะไม่ทิ้งน้องๆ นักศึกษาแน่นอน’

ยืน 112 นาที – กลุ่มผู้ชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้าและเครือข่ายประชาชน จัดกิจกรรมยืน 112 นาที หน้าศาลฎีกา แสดงเจตจำนงให้ปล่อยตัวหรือให้ประกันตัวผู้ที่ถูกดำเนินคดี 112 ที่หน้าศาลฎีกา สนามหลวง เมื่อวันที่ 4 เม.ย.
พลเมืองโต้กลับยืน 112 นาที
ขณะที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำ เนินใน กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 17.00 น. กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นัดหมายทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ยืนหยุดขัง” เวลา 112 นาที เป็นวันที่ 14 เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังจากการทำกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตย ในวันนี้มีผู้ทำกิจกรรมอย่างน้อย 114 คน นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดานายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ ผู้ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมเสื้อแดง เมื่อปี 2553 และในวันนี้ทางเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, กลุ่มศิลปะปลดแอกก็ได้มาร่วมกิจกรรมด้วย
สำหรับรูปแบบกิจกรรมยังเป็นการตั้งแถวหน้าป้ายศาลฎีกาประตู 3 นำป้ายมีข้อความ ‘Free our friends’, ‘ปล่อยเพื่อนเรา’, ‘ปล่อยรุ้ง เพื่อนเรา’, ‘ปล่อย อานนท์เพื่อนเรา’, ‘ปล่อยแอมมี่ เพื่อนเรา’ แขวนคอ บางรายถือภาพ ของกลุ่มต้องขัง ได้แก่ เพนกวิน หรือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์, แอมมี่ หรือนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ และ โตโต้ หรือนายปิยรัฐ จงเทพ เป็นต้น
ด้านข้างผู้ที่ตั้งแถวยืนหน้าศาลฎีกามีผลงานศิลปะจากกลุ่มศิลปะปลดแอกได้มาร่วมกิจกรรม ด้วยการนำสีมาพ่นเป็นผลงานศิลปะ รูปหน้าของกลุ่มผู้ต้องขัง อาทิ แอมมี่, รุ้ง, เพนกวิน, จัสติน ทั้งนี้ ยังมีการพ่นสีบนกระดาษสีขาวมีข้อความว่า #ปล่อยเพื่อนเรา #ยกเลิก112
ระหว่างทำกิจกรรม มีผู้เดินทางมาให้กำลังใจ และได้ร่วมเขียนข้อความบนผ้าสีเขียวและผ้าสีแดง ข้อความว่า เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112, ปล่อยผู้ต้องขัง, ปล่อยนักโทษการเมือง, อดทนไว้นะเพื่อนเราจะกลับมา, เอาชีวิตเพื่อนเราคืนมา บางรายได้ร่วมยืนสมทบด้วย โดยในแต่ละวันมีผู้สมทบมากขึ้นตามลำดับ และมีเยาวชนทยอยสมทบมากขึ้น
กระทั่งเวลา 18.52 น. เป็นเวลาสิ้นสุดกิจกรรม “ยืนหยุดขัง” ผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกันชูสามนิ้วพร้อมกับตะโกนว่า ‘ปล่อยเพื่อนเรา’ 3 ครั้ง ก่อนยุติกิจกรรมอย่างสงบเรียบร้อย

มาทุกสี – กิจกรรมชุมนุมขับไล่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นนายกฯ ของกลุ่มสามัคคีประชาชน โดยมีกลุ่มสีเสื้อที่เคยต่างความคิดทางการเมืองมาเข้าร่วมจนแน่น ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวนสันติพร ถนนราชดำเนิน กทม. เมื่อวันที่ 4 เม.ย.
‘วีระ’ขึ้นเวทีปราศรัยสับเละ
ต่อมาเวลา 19.04 น. นายวีระ สมความคิด อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นเวทีปราศรัยอย่างดุเดือดระบุตอนหนึ่งว่า สมัยที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผบ.ทบ. เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าจะไม่มีการทำรัฐประหาร แต่ในที่สุดก็มีรัฐประหารเกิดขึ้นพล.อ.ประยุทธ์ เคยทำประชามติถามประชาชนหรือไม่ว่าทหารจะฉีกรัฐธรรมนูญ มีแต่ตระบัดสัตย์ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ดี เสียสละทำเพื่อประเทศจริง จะมีการนิรโทษกรรมตัวเองทำไม เพราะข้อเท็จจริงคือกบฏ
ทั้งนี้มีรายงานว่านายยุทธเลิศ สิปปภาค หรือต้อม ยุทธเลิศ ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้มาร่วมกิจกรรมด้วย โดยนั่งหลังเวทีพูดคุย นายจตุพร เพื่อร่วมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ และ ระบอบเผด็จการ
ในช่วงค่ำมีการผลัดขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีประชาชนทยอยเข้าร่วมมากขึ้นตามลำดับจนเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ไม่เพียงพอ ประชาชนบางส่วนต้องนั่งบนพื้นและสนามหญ้า โดยมีเยาวชนกลุ่ม ‘ราษฎรเอ้ย’ อาทิ ‘บอมเบย์’ และ ‘ฟิวส์’ ร่วมฟังปราศรัย รวมถึง ‘เพชร’ เยาวชนนักกิจกรรม

คืนเวที – นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ขึ้นเวทีกล่าวเปิดกิจกรรมชุมนุมของกลุ่มสามัคคีประชาชน ขับไล่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นนายกฯ ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวน สันติพร ถนนราชดำเนิน กทม. เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาขึ้นเวทีด้วย และมวลชน เสื้อแดง มาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก
จตุพรลั่นชุมนุมอีกหลายวัน
ต่อมานายจตุพรขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า มีข้อกล่าวหาว่าตนรับงานใครมาหรือไม่ ตนขอบอกว่าสถานที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์การต่อสู้ มีความศักดิ์สิทธิ์ อนุสรณ์สถานฯ แห่งนี้บรรจุอัฐิวีรชนที่พลีชีพเพื่อประชาธิป ไตย โดยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาคนไทยมีความขัดแย้งกันเอง เจ็บปวดสูญเสีย แต่คนที่ได้ประโยชน์จากความแตกแยกของคนไทยคือพล.อ.ประยุทธ์ มีคนไม่สบายใจว่าคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง ขึ้นเวทีร่วมกันได้อย่างไรนั้น เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้ มีคนถามว่าถ้าไม่เอาประยุทธ์จะเอาใคร ประเทศไทยไม่มีประยุทธ์แล้วจะต้องสิ้นชาติหรือไม่ ดังนั้น ใครก็ได้ในแผ่นดินนี้ที่ไม่ใช่ประยุทธ์
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งก่อนหน้านี้จะไม่สังฆกรรมกับประยุทธ์ แต่ไปอธิบายว่าแลกกับการบรรจุนโยบายแก้รัฐธรรมนูญเป็นวาระเร่งด่วน แต่องคาพยพของประยุทธ์ไม่ต้องการแก้เพราะได้ประโยชน์สูงสุด ดังนั้น ตนไม่อาจ ทนประยุทธ์เรื่องตระบัดสัตย์ทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ บอกอยู่ไม่นาน ไม่สืบทอดอำนาจ การปฏิรูปประเทศ ปราบปรามทุจริต ล้วนผิดสัญญา จะให้โอกาสคนประเภทนี้อีกหรือ สมัยปี 35 พล.อ.สุจินดา คราประยูร ตระบัดสัตย์ครั้งเดียวก็ไม่ยินยอมแล้ว
เราจะชุมนุมกันอีกหลายวัน พร้อมหรือเปล่า ระหว่างประยุทธ์กับเราใครจะอึดกว่ากัน 7 ปีนี้ทุนผูกขาดได้ประโยชน์สูงสุด ในขณะที่คนไทยเดือดร้อน จึงไม่อาจทนประยุทธ์ได้” นายจตุพรกล่าว
ทั้งนี้ นายจตุพรกล่าวว่า ในส่วนของการบังคับใช้มาตรา 112 คนที่ต้องถูกประณามมากที่สุดคือประยุทธ์ เคยให้สัมภาษณ์จะไม่ เอาโทษ ก็มีคนหลงเชื่อ จนมีการจับกุม ดำเนินคดี ดังนั้น การที่ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ สถาบันเดือดร้อนทั้งขึ้นทั้งล่อง “การชุมนุมของเราไม่ได้มาเล่นๆ เราเคยสู้กับสุจินดาอย่างไร จะสู้กับประยุทธ์อย่างนั้น เราพร้อมต้อนรับทุกฝ่ายหลอมรวมคนไทยไม่เอาเผด็จการ ต้อนรับทุกฝ่ายมาจัดการประยุทธ์ เรื่องใหญ่มีเรื่องเดียวคือประยุทธ์ออกไป” นายจตุพรกล่าว
ต่อมาเวลา 20.30 น. นายจตุพรได้ประกาศยุติการชุมนุม โดยในวันพรุ่งนี้ 5 เม.ย.เวลา 16.00 น. จะจัดชุมนุมต่อ และเว้นวันที่ 6 เม.ย. และในวันที่ 7 เม.ย.จะชุมนุมกันอีก โดยใช้สวนสันติพรแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการในการขับไล่รัฐบาลเผด็จการ
ทั้งนี้นายจตุพร เผยอีกว่า การต่อสู้ของจริง คือ เดือน พ.ค. ประเมินชุมนุมยืดเยื้ออีกครั้งหลังสงกรานต์ ยืนยันยังไม่เคลื่อนมวลชน ลั่น จะชุมนุมจนกว่าจะไล่พล.อ.ประยุทธ์ได้
หลังประกาศยุติการชุมนุม เหล่าผู้มาร่วมชุมนุมต่างทยอยเดินทางกลับโดยเหตุการณ์เป็นปกติ