‘ชวน’ชิงปิดประชุมหนีสภาล่ม
ฝ่ายค้านอัดรัฐบาล-สว.เล่นปาหี่
พท.ยื่นแล้ว-ให้ศาลรธน.สอย‘ตู่’
ร่างพ.ร.บ.ประชามติสะดุดอีก หลังสมาชิกรัฐสภามากันโหรงเหรง ‘ชวน’ ต้องชิงปิดประชุม หนีสภาล่ม เลื่อนไปถกต่อสมัยสามัญ ฝ่ายค้านจี้นายกฯ-ส.ว. รับผิดชอบ จวกเล่นปาหี่หวังเตะถ่วง ย้ำจุดยืนแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ‘บิ๊กป้อม’ ยันแจกขันสงกรานต์ นำไปรวมค่าใช้จ่ายเลือกตั้งสมัยหน้า ด้าน 75 ส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นประธานสภา ส่งศาลรธน.วินิจฉัย ‘บิ๊กตู่’ สิ้นสุดการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ กรณีเซ็นต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส.ส.ปชป.จี้รัฐมนตรีไขก๊อก ถ้าติดโควิดเพราะการ์ดตก ก้าวไกลกระทุ้ง ‘ศักดิ์สยาม’ เปิดไทม์ไลน์ละเอียด
‘ป้อม’ยันแจกขันรวมค่าใช้จ่ายลต.
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้ทำขันน้ำมีตราพรรคพลังประชารัฐ และชื่อพล.อ.ประวิตร ให้ส.ส.ของพรรคนำไปแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งของตนเองในช่วงสงกรานต์ว่า ไม่มีอะไร และเรื่องนี้พรรคเป็นคนดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการจัดแจกขันน้ำดังกล่าวจะนำไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งต่อไปใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ เมื่อถามว่านายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายนายทักษิณ ชินวัตร ระบุเหมือนการแจกขันให้ประชาชนไปอยู่ตามสะพานลอย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แล้วเราจะให้อย่างงั้นหรือเปล่า และในอดีตเคยมีใครทำ ฉะนั้นก็เป็นอย่างนั้นไปแล้วกัน

ส่งศาลรธน. – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะส.ส. เพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จากกรณีใช้อำนาจ ม.44 หลังพ้นหัวหน้าคสช.ไปแล้วต่อสัมปทานรถไฟฟ้า ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 8 เม.ย.
พท.ยื่น‘ชวน’ส่งศาลฟัน‘บิ๊กตู่’
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พร้อมคณะส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือที่มีส.ส.พรรคเพื่อไทย 75 คนเข้าชื่อต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170(5) ประกอบมาตรา 184(2) และมาตรา 186 หรือไม่ กรณีการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว
สืบเนื่องจากพรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และครม. กรณีการต่อสัญญาสัมปทาน รถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี ทั้งที่สัญญาเดิมยังเหลืออีก 10 ปี โดยพล.อ.ประยุทธ์ ลงนามหลังพ้นจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่กลับใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งคสช.ที่ 3/2562 เมื่อเดือนเม.ย.2562 ในโครงการต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี และหลีกเลี่ยงพ.ร.บ.ร่วมทุน ทำให้เกิดการผูกขาดตัดตอน ไม่ให้มีการแข่งขัน เพราะในคำสั่งไม่เปิดให้มีการแข่งขันและเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายเดียว จึงเป็นการเข้าไปแทรกแซงและก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากหน่วยงานของรัฐ
นายยุทธพงศ์กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูล การต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า ดังกล่าวออกไป ยังมีข้อพิรุธมากมาย และยังทราบอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอาศัยช่วงชุลมุนสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม. จึงขอถามว่า ห่วงอะไร จึงต้องรีบนำเรื่องนี้มาพิจารณา ทั้งที่เรื่องควรดำเนินการมากที่สุดเวลานี้ คือการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ให้กับประชาชน
ปชป.จี้รมต.ไขก๊อกถ้าการ์ดตก
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการระบาดของโควิด-19 ว่า ได้แจ้งให้ส.ว.ทุกคนดูแลตัวเองให้ดี อย่าไปพื้นที่เสี่ยง หรือถ้าไปในพื้นที่เสี่ยง ขอให้รับผิดชอบตัวเองด้วยการกักตัว หากไม่ได้ไปไหน อยู่บ้านจะดีที่สุด สมาชิกหลายคนมีความตื่นตัว บางคนนัดฉีดวัคซีนแล้ว ทั้งส.ส. ส.ว.ต่างมีภารกิจต้องทำประจำ ทุกภารกิจมีความเสี่ยง และหลังจากนี้ตนอาจหารือกับคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เพื่อขอลดการประชุมลงเหลือเฉพาะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่จำเป็นเท่านั้น
ด้านน.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ลามมาถึง ครม.และส.ส.ว่า ถ้ามีการติดโควิด-19 จากเหตุทำงาน ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ประชาชน เหมือนกรณี นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องว่า มีความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากการติดเชื้อโควิด-19 เกิดจากการไปเที่ยวสถานบันเทิง เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะถือว่าขาดจิตสำนึก เป็นผู้แทนปวงชาวไทยกลับกระทำการละเมิดกฎเกณฑ์ที่ตัวเองสร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนปฏิบัติ
“อยากให้ย้อนกลับไปดูข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2563 รมว.สาธารณสุขของนิวซีแลนด์ ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง เพียงแค่ถูกวิจารณ์จากการพาครอบครัวไปเที่ยวทะเล และขี่จักรยานบนภูเขา ในช่วงที่นิวซีแลนด์ยังอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ แต่ของประเทศไทยพบชนชั้นนำในสังคมและภาคการเมือง มีความประพฤติการ์ดตกกันต่อเนื่อง โดยไม่เคยเห็นการแสดงสปิริตใดๆ ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือ คนเริ่มขาดความเชื่อมั่นว่าจะมีการปกปิดข้อมูลเพื่อปกป้องใครหรือไม่ เรื่องนี้สำคัญต้องให้ข้อมูลเป็นจริงต่อสังคม การปฏิบัติต้องเท่าเทียม เพราะหากประชาชนไม่ไว้วางใจในยามวิกฤต อาจจะเกิดความโกลาหลตามมาได้” น.ส.พิมพ์รพีกล่าว
ส.ส.ภูมิใจไทยสวนกลับ
ด้านนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวตอบโต้น.ส.พิมพ์รพีว่า การที่รัฐมนตรีติดโควิด ไม่ใช่ต้อง ลาออก เพราะเรื่องนี้ชัดเจนว่าติดจากทีมงานใกล้ชิด การกล่าวอ้างในทางที่เสียหายจึงเข้าข่ายหมิ่นประมาท ซึ่งการถามหาสปิริตรัฐมนตรีติดโควิด-19 กับรัฐมนตรีทุจริต ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตัดสินแล้ว อย่างนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ตนคิดว่าต่างกัน อะไรเสียหายมากกว่ากัน ทำไมไม่ไปทวงถามสปิริตตรงนั้นบ้าง
การวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีพื้นฐานความจริงเช่นนี้ เป็นการไร้มารยาททางการเมือง ในการร่วมรัฐบาลอย่างมาก ซึ่งน่าจะมาจากความอ่อนพรรษาทางการเมืองมากกว่า ตนรู้มาว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความห่วงใยมาถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แต่ทำไมลูกพรรคกลับทำสวนทางอย่างสิ้นเชิง
อยากถามว่าหากเป็นรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.พิมพ์รพี จะเรียกร้องสปิริตแบบนี้หรือไม่ หลายเรื่อง ทั้งถุงมือยาง หน้ากากอนามัย ที่สังคมเคลือบแคลงสงสัย ก็ไม่เห็นออกมาทวงถามสปิริตเลย ถ้าอยากดัง ควรทำแบบนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ดีกว่าจะมาโหนกระแสแบบนี้
ก.ก.กระทุ้ง‘ศักดิ์สยาม’เปิดไทม์ไลน์
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค โดยเฉพาะการเปิดเผยไทม์ไลน์ ตอนนี้มี 3 คน ที่ยังไม่พบการเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียด คือ 1.ข้าราชการตุลาการคนหนึ่งที่จ.นนทบุรี 2.พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าจะทำไม่ได้ เพราะขนาดผังล้มเจ้ากำมะลอที่ไปสารภาพกลางศาลว่าสร้างมาเองยังทำได้ ไทม์ไลน์เป็นเรื่องของตัวเองแท้ๆ ทำไมจะทำไม่ได้
3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ซึ่งยิ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมในการเปิดเผยไทม์ไลน์ เพราะหัวหน้าพรรคของนายศักดิ์สยาม คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็น รมว.สาธารณสุข เชื่อมั่นว่านายศักดิ์สยามจะต้องมีความรับผิดชอบเหนือประชาชนทั่วไป ด้วยการลงทะเบียนแอพพลิเคชั่นหมอชนะอย่างแน่นอน ถ้านายศักดิ์สยามไม่ลงทะเบียน นายอนุทินจะรณรงค์ให้กับประชาชนได้อย่างไร และเชื่อมั่นว่านายศักดิ์สยามไปที่ใดจะต้องเช็กอินแอพพลิเคชั่นไทยชนะ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้ประชาชน หรือถ้าไม่ลงทะเบียนทุกวันนี้นายศักดิ์สยามไปไหนก็ต้องใช้กูเกิลแม็ป มีการเก็บบันทึกเส้นทางอย่างครบถ้วน จึงขอเรียกร้องให้เปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียด เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนและควบคุมโรค
“ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และบังคับใช้กับประชาชนเป็นว่าเล่น ในวันนี้การระบาดมาอยู่ใน ครม.แล้ว จึงอยากเรียกร้องให้บังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินกับคนในบังคับบัญชาอย่างเสมอภาค โดยพ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับที่ 17 มาตรา 9 ระบุว่าการจงใจปกปิดข้อมูลมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท จึงขอเรียกร้องให้นายศักดิ์สยามเปิดเผย ไทม์ไลน์อย่างละเอียด และหากไม่ดำเนินการตามนั้น ในฐานะรัฐมนตรีควรแสดงออกถึงการรับผิดชอบที่สูงกว่านั้นคือการลาออก” นายวิโรจน์กล่าว
ภูมิใจไทยเอาคืน‘มาดามเดียร์’
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีการนำเสนอเรื่องงานเปิดตัวหลักสูตร Digital Tranformation For CEO#3 ของเครือเนชั่น ว่า มีความสงสัยเหมือนกันว่า ปรากฏภาพ ผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย และไม่มีการเว้นระยะห่าง มีการสังสรรค์ดื่มกิน โดยปราศจากการปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. และภายหลังพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยมี รัฐมนตรี และซีอีโอ ปตท.เข้าร่วมงานด้วยนั้น ตนขอถามหาความรับผิดชอบต่อสังคม กรณีสื่อใหญ่แห่งนี้ไม่ปฏิบัติตามมาตรการภาครัฐ โดยปรากฏภาพนายฉาย บุนนาค ประธานเครือเดอะเนชั่น ผู้บริหาร เข้าร่วมงานโดยไม่ปฏิบัติตาม มาตราการภาครัฐ อย่างเคร่งครัด และน.ส. วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ ส.ส. พลังประชารัฐ แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์ ในฐานะภรรยา ผู้มีบทบาทเรียกร้องเกี่ยวกับการเปิดไทม์ไลน์ของรัฐมนตรี แล้วทำไมปล่อยให้สามีไปจัดงานโดยไม่ทำตามกติกา ศบค. จนมีคนติดเชื้อโควิดจากงานนี้
นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข เข้าไปสอบสวนการจัดงาน Digital Tranformation For CEO#3 เครือเดอะเนชั่น ว่าดำเนินการตามมาตราการป้องกันโควิด-19 ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และนำมาเปิดเผยกับสังคม เพื่อความเป็นธรรมกับประชาชน ซึ่งเป็นเจตนาของ น.ส.วทันยา ที่ติดแฮชแทค #แฟร์กับประชาชน #หน้าที่มาพร้อมความรับผิดชอบ แล้วตัวเองทำหรือไม่
‘วทันยา’เตือนปิดไทม์ไลน์ถึงติดตุก
ด้านน.ส.วทันยา โพสต์เฟซบุ๊กว่า โควิด-19 ไม่มีใครอยากให้เกิดและไม่ใช่ความผิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะรัฐมนตรี อธิบดี ผู้บริหารองค์กรภาครัฐหรือเอกชน บุคคลที่เป็นผู้นำทางความคิดของสังคม ควรเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างโปร่งใสโดยละเอียด เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมายที่พลเมืองทุกคนต้องปฏิบัติบนบรรทัดฐานเดียวกัน ไม่ควรมีอภิสิทธิ์ชนใดได้รับการยกเว้น เพื่อรักษาเจตนารมณ์ของกฎหมายในการควบคุมการระบาด ปกป้องให้ผู้อื่นปลอดภัยจากการติดเชื้อ
วันนี้ศิลปินดารา หรือประชาชนทั่วไป เมื่อพบว่าตนเองติดเชื้อโควิด-19 ต่างออกมาเปิดเผยไทม์ไลน์โดยละเอียด ด้วยจิตสำนึกที่ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อสังคมนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด สุดท้ายขอส่งกำลังใจให้ผู้ที่กำลังต่อสู้กับเชื้อโควิด-19 อยู่ทุกท่าน ให้หายจากอาการป่วยโดยไว รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ให้พวกเราทุกคนเข้มแข็งและผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยดี #ไม่เปิดเผยไทม์ไลน์โทษถึงติดคุก
ส.ส.โวยยังไม่ได้ฉีดวัคซีน
เมื่อเวลา 09.50 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ต่อจากวันที่ 7 เม.ย. แต่องค์ประชุมยังไม่ครบ สมาชิกรัฐสภาขอหารือ
นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นคร สวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ หารือว่า ส.ว.หลายคนไปฉีดวัคซีนจากการให้บริการของวุฒิสภาแล้ว แต่ทำไมส.ส.จึงไม่ได้รับสิทธิ์ตรงนี้ เพราะส.ส. 77 จังหวัดนั่งอยู่ในนี้ ถ้าติดคนหนึ่งก็จะติดกันหมด และแพร่กระจายไป 77 จังหวัด จะกลายเป็นความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ เมื่อส.ว.ฉีดได้ ก็ขอส.ส.ฉีดบ้าง
นายพรเพชร ชี้แจงว่า ตนขอไปหาข้อมูล ยืนยันตนทำหน้าที่เป็นกลางแน่ แต่หากหารือพาดพิงไปถึงรัฐบาลจะยุ่งไปกันใหญ่
‘หมอสุกิจ’แจงส.ว.รวมชื่อได้ก่อน
ต่อมา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า เนื่องจากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 มี.ค. เพื่อสำรวจข้อมูลความต้องการของสภาผู้แทนราษฎร และทางสภาได้ทำแบบฟอร์มสำรวจความต้องการในการฉีดวัคซีนให้กับ ส.ส. ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และอื่นๆ รวมถึง ผู้สื่อข่าวที่ประจำที่รัฐสภาด้วย ซึ่งได้รับการตอบรับมาแล้ว ในส่วนของ ส.ส. เพิ่งจะได้รับรายชื่อผู้มีความประสงค์ฉีดวัคซีนเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 เม.ย. จนถึงช่วงเที่ยงของวันที่ 8 เม.ย. รวมทั้งสิ้น 200 รายชื่อ ซึ่งจะรวบรวมและแจ้งกลับไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะกำหนดวันเวลาและโรงพยาบาลต่อไป ขอย้ำว่าจะไม่มีการนำวัคซีนมาฉีดที่รัฐสภาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด และจะจัดการให้ทางสภาได้ฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่มี ส.ว. บางส่วนได้รับการฉีดวัคซีนในวันที่ 8 เม.ย.แล้วนั้น ต้องขอชมเชย เพราะ ส.ว. รวบรวมข้อมูลได้เร็วกว่า และเนื่องจากมี ส.ว.หลายคนเป็นนายแพทย์ จึงสามารถที่จะติดต่อประสานงานกับทาง โรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว
สภาวังเวง-ถกพ.ร.บ.ประชามติ
สำหรับบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ในช่วงบ่ายเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีสมาชิกเกินองค์ประชุมไม่มาก เมื่อพิจารณาถึงมาตรา 50 เรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติ มีการแสดงตนเป็นองค์ประชุมก่อนลงมติ ปรากฏว่า มีสมาชิกเหลืออยู่ 372 คน เกินองค์ประชุม 366 คน มาแค่ 6 เสียง จนนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมต้องคอยกระตุ้นเตือนขอความร่วมมือให้สมาชิกอยู่ในห้องประชุม และขอให้อดทนช่วยกันทำหน้าที่ เพราะเรามาไกลกันแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น
ส่วนการลงมติในมาตรา 50/1 เรื่อง การนับคะแนนเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร เมื่อนายชวนกดออดให้สมาชิกแสดงตนเป็นองค์ประชุม ยังคงมีสมาชิกอยู่กันอย่างบางตา ทำให้นายชวนต้องกดออดเรียก 3 รอบ แต่สมาชิกยังไม่ค่อยเข้ามาแสดงตน จนนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย หารือว่า หากต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อน จะมีผลทางกฎหมายหรือไม่ สังเกตมาหลายมาตราแล้ว มีสมาชิกอยู่น้อยลง จะเปิดประชุมวิสามัญอีกครั้งได้หรือไม่
นายชวนชี้แจงว่า จะไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญเป็นครั้งที่ 3 ถ้าไม่ผ่าน เรื่องก็ค้าง ต้องไปเปิดประชุมอีกทีสมัยสามัญ เหมือนเราไม่รับผิดชอบ จึงขอให้ทุกคนอดทน ช่วยกันทำหน้าที่ ก่อนจะกดออกเรียกสมาชิกให้มาแสดงตนเป็นองค์ประชุมครั้งที่ 4 จึงมีสมาชิกมาแสดงตน 377 คน เกินองค์ประชุม 11 เสียง
‘ชวน’เบรกส.ว.-ขอนับองค์ประชุม
จากนั้น พิจารณามาตรา 51 เรื่องการประกาศผลการออกเสียงประชามติ นาย กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. เสนอขอนับองค์ประชุม โดยการขานชื่อเรียงคน แต่นายชวนชี้แจงว่า ยังมีสมาชิกเข้าๆ ออกๆ ห้องประชุม และขอร้องไม่ให้นับองค์ประชุม พวกเราเดินต่อไปดีกว่า เผื่อจะเสร็จในวันนี้ และทุกคนรองานเราอยู่
ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว.กล่าวเสริมว่า เห็นด้วยกับนายชวน และเห็นใจการประชุมวันนี้ เพราะมีเรื่องสถานการณ์โควิดเข้ามา ส.ส.หลายคนไม่สามารถมาประชุมได้ เพราะไปพบคนติดเชื้อโควิด จึงต้องเดินทางไปโรงพยาบาลตรวจหาเชื้อ แต่ขอให้ระวังเรื่องการเสียบบัตรแทนกันด้วย เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุขึ้น จนมีคนนำไปร้องศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน เพราะสังเกตเห็นเสียงตอนแสดงตนเป็นองค์ประชุม กับเสียงตอนลงมติมีผลต่างห่างกันแบบผิดสังเกต เกรงจะมีคนเสียบบัตรแทนกัน
ทำให้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สวนกลับทันทีว่า เรื่องการเสียบบัตรแทนกันไม่มี ขอให้นายสมชายอย่ามาโยนขี้ให้กัน นายชวนจึงรีบตัดบทเข้าสู่การประชุมต่อ
สั่งเลื่อนไปถกสมัยสามัญ
กระทั่งเข้าสู่การพิจารณามาตรา 53 เมื่อมีการแสดงตนเป็นองค์ประชุม มีสมาชิกอยู่แสดงตนแค่ 374 เสียง ทำให้นายชวนตัดสินใจ พักการประชุม 10 นาที โดยเรียกวิป 3 ฝ่าย มาหารือกันเพื่อแก้ปัญหาเรื่องจำนวนสมาชิกในห้องประชุม
ต่อมาเวลา 15.05 น.รัฐสภากลับมาประชุมอีกครั้ง นายชวนให้สมาชิกรัฐสภาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติ หมวด 8 การคัดค้านการออกเสียง โดยนายชวนได้ทอดเวลาอยู่ระยะหนึ่งเพื่อรอให้สมาชิกรัฐสภาได้เสียบบัตรแสดงตน ระหว่างนั้นนายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่ทราบสมาชิกกลัวอะไรกับพ.ร.บ.ประชามติ ดังนั้นขอให้ทุกคนเข้ามาร่วมประชุม
นายชวนชี้แจงว่า คงไม่ใช่เรื่องกลัว แต่ด้วยเหตุที่เราทราบว่าอะไรเกิดขึ้น และการเปิดสมัยวิสามัญเป็นเรื่องที่ต้องทำเรื่องทูลเกล้าฯ เพื่อกราบบังคมทูล เราได้เปิดวิสามัญกับเรื่องนี้สองครั้งแล้ว มาลงเอยอย่างนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนา ตนให้โอกาสสมาชิกได้แสดงตนเพื่อให้ท่านได้มีชื่ออยู่ในห้องประชุมในวาระของการประชุมในวันนี้ ขออนุญาตที่ประชุมขอเลื่อนการประชุมเรื่องนี้ไปประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากมีความจำเป็นต้องให้องค์ประชุมมีความสมบูรณ์ แม้จะยังไม่นับองค์ประชุม แต่เห็นว่าควรจะเลื่อนออกไป
จากนั้น นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และปิดประชุมในเวลา 15.19 น. ทำให้ต้องไปนำร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ไปพิจารณาต่อในการประชุมสภาสมัยสามัญที่จะเปิดเดือนพ.ค. รวมทั้งร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดอีก 3 ฉบับ คือพ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ… ร่างประมวลยาเสพติด ซึ่งทั้ง 2 ฉบับนี้เกี่ยวเนื่องกัน และร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่…) พ.ศ….
ฝ่ายค้านบี้รัฐบาล-ส.ว.รับผิดชอบ
เวลา 15.10 น. ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลัง ส.ว.ท่านหนึ่งเสนอตรวจสอบองค์ประชุมโดยการขานชื่อ แม้จะมีการอธิบายกันอยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อมีการประชุมในมาตราต่อไป มีสมาชิกรัฐสภาส่วนหนึ่งนั่งอยู่นอกห้องประชุมโดยไม่ยอมเข้าห้อง เหมือนมีเจตนาทำให้องค์ประชุมล่ม ทั้งที่ ส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านอยู่ในห้องประชุมครบ และพร้อมพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว
เรารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ ส.ว.บางคนไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม จนองค์ประชุมล่ม ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐบาลเสนอขึ้นมาเอง ในฐานะกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูป แต่กลับปล่อยให้การประชุมเป็นภาระของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เรารู้สึกผิดหวังต่อการทำหน้าที่ของรัฐสภามาก ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดง ความรับผิดชอบโดยการลาออก หาก พ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้ไม่ผ่านการพิจารณาในวาระ 3
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่คิดว่าการประชุมจะจบลงแบบนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีผู้ที่อยู่ในห้องประชุม แต่ไม่ยอมลงชื่อเป็นองค์ประชุม และอยู่นอกห้องประชุมแต่ไม่ยอมเป็นองค์ประชุม ทำให้กฎหมายประชามติที่เราพยายามผลักดันเพื่อมาแก้ปัญหาต้องรอไปอีก ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายปฏิรูปที่เสนอโดยรัฐบาล จึงเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาล ทั้งยังเป็นการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ผู้สนองพระบรมราชโองการคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นการมิบังควรอย่างยิ่ง
ซัดเล่นปาหี่-ระวังปชช.ฮือไล่
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการก้าวไกล กล่าวว่า เจตนาต้องการเตะถ่วงและขัดขวางไม่ให้มีช่องทางในการทำประชามติ เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทั้งที่ก่อนหน้านี้ท่านอ้างมาตลอดว่าต้องไปฟังเสียงประชาชนก่อน เป็นการเล่นกล เล่นปาหี่ ลุแก่อำนาจ ขอเตือนส.ว. และพล.อ.ประยุทธ์ว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปอีก ประชาชนกำลังจะหมดความอดทน และการขับไล่พล.อ. ประยุทธ์ และส.ว.จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะทั้งปัญหาโควิด และเศรษฐกิจท่านก็แก้ไม่ได้ ถ้ายังเป็นแบบนี้อีก คิดว่าคงต้องขับไล่รัฐบาล และส.ว.
ส่วนนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาที่พยายามไกล่เกลี่ย แต่ทาง ส.ว.มีท่าทีบ่ายเบี่ยง ไม่รับ สุดท้ายแม้ประธานขอให้ประชุมต่อ ถ้าไม่ไหวค่อยเลิก พอเข้าห้องประชุม ส.ว.ก็เลิกจริงๆ แสดงให้เห็นว่าเขากลัวการถามประชาชนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เลยพยายามหนี ซึ่งทางเดียวที่หนีได้คือการพยายามทำให้พ.ร.บ.ประชามติช้าออกไปให้ได้มากที่สุด ถ้าทำให้กฎหมายตกไปได้ก็คงทำไปแแล้ว ดังนั้นตนขอประณามอีกเสียง
พรรคฝ่ายค้านย้ำแก้รธน.ทั้งฉบับ
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านแถลงภายหลังการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าในช่วงปิดสมัยประชุมตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. ยังมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอีกหลายเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านต้องร่วมกันคิดแก้ปัญหาเหล่านี้ จึงคิดว่าจะประชุมกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง และจะเดินสายพบพี่น้องประชาชนใน 4 ภาคช่วงปิดสมัยประชุม เพื่อไปดูความเดือดร้อนและฟังเสียงประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านหารือกันแล้วเห็นว่า 1.เรายังยืนยันจุดยืนเดิมว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน จึงยืนยันที่จะแก้ไขทั้งฉบับ โดยให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม 2.ระหว่างนี้มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ซึ่งเราเห็นว่าสามารถทำคู่ขนานกันไปได้ แต่การแก้ไขรายมาตราต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้เป็นสำคัญ 3.เราจะอาศัยช่วงปิดสมัยประชุมนี้พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็น และรวบรวมเพื่อนำมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 4.เราจะยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกครั้ง โดยจะพยายามยื่นให้ทันในการเปิดสมัยประชุมสามัญในเดือน พ.ค.