จับตาศึก‘พปชร.’
ชิงเลขาฯ18เมย.

‘บิ๊กตู่’ปัดไม่เกี่ยวสภาล่ม ทำ ร่างพ.ร.บ.ประชามติสะดุดค้างเติ่ง ยันสั่งสมาชิก รัฐสภาไม่ได้ เชื่อสาเหตุมากันโหรงเหรงเพราะกลัวติดโควิด ‘ส.ว.วันชัย’ ตอกกลับฝ่ายค้าน ไม่จริงใจให้กฎหมายผ่าน ปูดอีกมีคนเสียบบัตรแทนกัน เพื่อไทยฉะส.ส.รัฐบาล-ส.ว. เลิกอ้างโควิดขวางออกกฎหมาย ขู่กลับแก้อำนาจวุฒิสภาแน่ จับตาพปชร.ประชุมใหญ่ 18 เม.ย. ก๊วน‘4ช.-4ว.’วัดกำลัง ชิงตำแหน่งเลขาฯพรรค

‘บิ๊กตู่’ไม่เกี่ยวกม.ประชามติสะดุด

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ที่ต้องเลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ไปเป็นสมัยประชุมสามัญเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ เหตุสมาชิกรัฐสภาไม่เข้าร่วมหวั่นติดเชื้อโควิด-19 ว่า สาเหตุเกิดจากอะไรล่ะ เพราะมีคนติดเชื้อและตนไม่สามารถไปบังคับให้เขาร่วมประชุม เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาไม่ใช่เหรอ เขาก็กลัวติดโควิดละมั้ง

“เรื่องนี้ยืนยันว่าผมไม่ได้ไปยุ่งอะไร พ.ร.บ.ประชามติ จะผ่านหรือไม่ผ่าน หลายอย่างที่เสนอผ่านรัฐบาลไปแล้วคือสิ่งที่รัฐบาลเห็นชอบไปแล้ว จากนั้นก็สุดแล้วแต่ว่าจะมีการไปแปรญัตติอย่างไร ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) และสมาชิก ผ่านหรือไม่ผ่านผมคุมไม่ได้ ในทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะกฎหมายอะไรก็ตาม เพราะเป็นคนละหน้าที่กันแล้ว หน้าที่แรกคือรัฐบาลเริ่มต้น ถ้าหลุดจากรัฐบาลไปแล้ว ไปถึงรัฐสภานั้นคือรัฐบาลสนับสนุนอยู่แล้ว แต่จะออกได้แค่ไหนมากน้อยอย่างไร เป็นเรื่องของสภาเป็นผู้พิจารณา ทุกคนมีความคิด ไม่ต้องไปสั่งใคร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

‘วิษณุ’ชี้ไม่กระทบร่างแก้รธน.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการพิจารณาร่างพ.ร.บ. ประชามติไม่แล้วเสร็จในการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ จะกระทบกับการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ไม่เป็นไร กฎหมายดังกล่าวสามารถเลื่อนไปประชุมเมื่อเปิดสมัยสามัญวันที่ 22 พ.ค. ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะกระทบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ไม่แตะอำนาจของส.ว. ยื่นต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 เม.ย.หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ร่างของใครก็ตาม ถ้าไม่มีประเด็นต้องออกประชามติสามารถเดินหน้าได้ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากมีประเด็นเกี่ยวกับหมวดหนึ่งหมวดสอง วิธีแก้รัฐธรรมนูญ อำนาจหน้าที่องค์กรอิสระ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ส.ส. ส.ว. ต้องทำประชามติก่อน แต่ถ้าไม่มีประเด็นเหล่านี้ก็จะไม่กระทบ

‘วันชัย’ซัดฝ่ายค้านลิงหลอกเจ้า

ด้านนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านแถลงโจมตีการทำหน้าที่ของส.ว.ที่ไม่ร่วมเข้าประชุมรัฐสภา จนทำให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ พิจารณาไม่เสร็จว่า อยากหัวเราะให้ฟันร่วง เพราะสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านบอกคือ ลิงหลอกเจ้า และเป็นพฤติกรรม หน้าไหว้หลังหลอก เนื่องจากตนนั่งอยู่ในห้องประชุม พูดได้ว่าฝ่ายค้านไม่มีความจริงใจให้กฎหมายผ่าน

“ที่ฝ่ายค้านบอกว่า การรักษาองค์ประชุมเป็นเรื่องของรัฐบาล ผมมองว่าความคิดเลอะเทอะ หากฝ่ายค้านอยากให้กฎหมายผ่าน ส.ส.ที่มี 200 คนควรทำหน้าที่ในห้องประชุม ไม่ใช่ถึงเวลาประชุมแล้วนั่งในห้องน้ำ หรือไม่เข้าร่วมการประชุม ผมสงสัยว่าทำไมฝ่ายค้านไม่เอาจริง หาก 200 ส.ส.ฝ่ายค้าน รวมกับส.ว. 230 คน ทำไมองค์ประชุมจะไม่ครบหรือกฎหมายจะไม่ผ่าน” นายวันชัยกล่าว

ปูดมีคนเสียบบัตรแทนกัน

นายวันชัยกล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.บ. ประชามติ เหลือประมาณ 10 มาตรา ในส่วนของบทกำหนดโทษ ซึ่งไม่มีผู้ที่อภิปราย และไม่มีสาระที่ต้องอภิปราย เนื่องจากมาตราที่เป็นปัญหา ผ่านไปทั้งหมดแล้ว ขอตั้งข้อสังเกตว่า ในการประชุมรัฐสภาวันที่ 8 เม.ย. มีผู้แสดงตนด้วยตัวเองอย่างแท้จริง 377 คน แต่การลงมติพบว่ามีเสียงเพิ่มมากขึ้นถึง 400 เสียง มีคนที่นั่งเป็นกมธ.บนบัลลังก์ เห็นว่าคนนี้ไม่มา เวลาลงคะแนนสามารถเผยแพร่ได้ทันที ทราบว่าใครลงมติอย่างไร แต่นาย ก. ไม่มา แต่ลงมติทุกครั้ง เห็นว่ามีการแจกบัตร เหมือนเสียบบัตรแทนกัน ส.ว.บางคนบอกว่าไม่น่าถูก ควรนับองค์ประชุมให้ชัดเจน เหมือนรู้ว่ามีบางคนไม่อยู่ แต่ลงมติทุกที

ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้เสียบบัตรแทนกัน จะส่งผลให้ร่างกฎหมายโมฆะหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า ปกติการเสียบบัตรแทนกันก็ไม่ชอบ แต่กรณีนี้ตนไม่แน่ใจว่าจะถึงขั้นนั้นหรือไม่ ไม่กล้ายืนยัน

เพื่อไทยฉะรัฐ-ส.ว.ส่อล้มกฎหมาย

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ กล่าวถึงการเปิดประชุมสมัยวิสามัญถึง 2 ครั้งแต่ยังไม่สามารถผ่านร่างพ.ร.บ.ประชามติว่า เท่าที่ดูสถานการณ์โควิดน่าจะเป็นเพียงเหตุผลหนึ่ง แต่ไม่น่าจะเป็นเหตุผลทั้งหมด สังเกตดูว่าในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้ ซีกรัฐบาลมาน้อยมาก บางคนมาก็ไม่แสดงตน บางคนก็ไปยืนไม่แสดงตนอยู่เต็มไปหมด ต้องคิดเหมือนกันว่ามีวัตถุประสงค์อะไรหรือไม่ มีปัญหาทางการเมืองอะไรหรือไม่

“ถ้าคิดในแง่ร้ายหน่อยคือเขาไม่ต้องการให้กฎหมายนี้มีขึ้นหรือไม่ ทำให้คิดไปได้ว่ามีความพยายามขัดขวางไม่ให้มีกฎหมายนี้หรือไม่ แต่วันนี้ร่างนี้ยังไม่ตกไป เราต้องพิจารณากันในสมัยสามัญเดือนพ.ค. ต้องไปดูกันอีกทีว่าเมื่อเปิดมาแล้วท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลก็ดี ส.ว.ก็ดี จะมีท่าทีอย่างไรต่อไป ในส่วนของคนที่เป็น กมธ.ทุกคนมีท่าทีที่อยากให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน และมีผลใช้บังคับ ไม่ได้มีใครมีท่าทีขัดขวาง แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในสภา เป็นเรื่องขององค์ประชุม ซึ่งอยู่เหนือจากที่ กมธ.จะมีอำนาจแล้ว” นายชูศักดิ์ กล่าว

ขู่แก้อำนาจวุฒิสภาแน่

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ส.ว.อ้างเรื่องโควิดจนเป็นเหตุให้การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติล่ม ฟังไม่ขึ้น เพราะบรรยากาศในการประชุมพอจะมีการนับองค์ประชุม มี ส.ว.หลายคนนั่งอยู่หน้าห้องประชุมแต่ไม่แสดงตน ขณะที่มีส่วนหนึ่งอยู่ในห้อง แต่ไม่แสดงตนเช่นกัน ดังนั้นจะยกเหตุโควิดมาพูดไม่ได้ เพราะองค์ประชุมครบมาตลอด ตอนพิจารณามาตรา 52 ก็ยังครบ แต่พอจะเข้ามาตรา 53 กลับไม่ครบแล้ว ที่ทำอยู่นี้ส่อให้เห็นว่าไม่อยากให้ร่างพ.ร.บ. ประชามติพิจารณาได้โดยราบรื่นหรือไม่

นอกจากนี้ ยังทำให้ประเด็นที่ถูกกล่าวหา ส.ว.เป็นเครือข่ายสืบทอดอำนาจก็มีเค้าโครง จึงอยากเรียกร้องความรับผิดชอบในฐานะที่พวกท่านเป็นสมาชิกรัฐสภา การที่ท่านทำแบบนี้ประชาชนจะหมดความศรัทธาในระบอบรัฐสภา เพราะขนาดกฎหมายที่ท่านเสนอมา ท่านยังไม่สนใจ เสมือนอยากล้ม ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะมีท่าทีตลอดตั้งแต่กฎหมายฉบันนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

“ผมมองว่ารัฐบาล และส.ว. ไม่มีความจริงใจในการผลักดันร่างพ.ร.บ.ประชามติ เพราะร่างพ.ร.บ.นี้จะส่งผลต่อการแก้รัฐธรรมนูญในอนาคต เราจึงตั้งข้อสังเกตไว้และต้องพิจารณากันแล้วว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ ในอนาคตการแก้รัฐธรรมนูญ การแก้เรื่องอำนาจของ ส.ว.จะแก้กันอย่างไร” นายประเสริฐกล่าว

ทำเนียบฉีดฆ่าเชื้อโควิด

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประชุมหารือกับตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับสถานการณ์การเผยแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่มาฉีดพ่นฆ่าเชื้อป้องกันโควิด ทำความสะอาด และอบโอโซน ห้องทำงานรัฐมนตรี และส่วนต่างๆ ของตึกบัญชาการ 1 เช่น ห้องทำงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข รวมถึงห้องปฏิบัติงานของสื่อมวลชน

ส่วนบรรยากาศในทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงคณะทำงานหลายคน ต้องกักตัว 14 วัน ด้านข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานส่วนหนึ่งปฏิบัติงานที่บ้าน หรือเวิร์ก ฟรอม โฮม ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ขอความร่วมมือ

พื้นที่หวงห้าม – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมด้วยทีมแพทย์ แถลงสถานการณ์โควิด-19 โดยกันบริเวณแถลงข่าวเป็นพื้นที่หวงห้าม เด็ดขาด มีฉากกั้นแผ่นใสและเว้นระยะห่าง ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 9 เม.ย.

สภาบิ๊กคลีนนิ่ง-กักตัวกลุ่มเสี่ยง

เวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดภายในห้องประชุมสุริยัน หลังการประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 8 เม.ย. โดยนำแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เช็ดทำความสะอาดบริเวณโต๊ะเก้าอี้ประธานสภา รองประธานสภา และเก้าที่นั่ง ส.ส. ส.ว. พร้อมนำปลอกผ้าสวมเก้าอี้ระบุชื่อพรรคการเมืองทั้งหมดไปซักทำความสะอาด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด เมื่อทำความสะอาดเสร็จ จะปิดห้องประชุมให้ไม่ให้ใครเข้าพื้นที่ และจะทำความสะอาดอีกครั้งก่อนเปิดประชุมสภาสามัญ ในวันที่ 22 พ.ค.นี้

นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายสมัย ลี้สกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งมาร่วมประชุมกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ สภาผู้แทนราษฎร ติดเชื้อโควิด ว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. หลังจากทราบเรื่อง ได้สั่งการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปตรวจหาเชื้อโควิดแล้ว และผลยืนยันเป็นลบ ไม่มีผู้ใดติดเชื้อ แต่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกักตัวตามมาตรการ 14 วัน เช่นเดียวกับข้าราชการอื่นๆ ที่มีความเสี่ยง ยืนยันว่า บุคคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภา ยังไม่มีผู้ใดติดเชื้อโควิด

จับตาพปชร.ประชุมใหญ่ 18 เม.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐฒนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงนามหนังสือจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2564 ในวันที่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น.ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมีวาระการประชุม ประกอบด้วย เรื่องที่ประธานแจ้งที่ประชุมทราบ เรื่องรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ 2/2563 และเรื่องเพื่อพิจารณา ได้แก่ รายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2563 และรายงานงบการเงินของพรรค ประจำปี 2563 คาดว่าจะมีการพิจารณาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) แทนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก ในคดีการชุมนุมกปปส. จนทำให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.

นอกจากนั้น อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงบางตำแหน่ง เช่น เลขาธิการพรรค ที่มีกระแสข่าวกลุ่ม 4 ช. นำโดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นางนฤมล ภิญโญสันวัฒน์ รมช.แรงงาน และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ต้องการให้เปลี่ยนจากนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นร.อ. ธรรมนัส ขณะที่กลุ่ม 4 ว. นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายอนุชา สนับสนุนให้นายอนุชาอยู่ในตำแหน่งต่อไป

ชทพ.แจ้งกกต.ขอเลื่อน

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะผู้อำนวยการพรรค แถลงว่า ตามที่ พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 43 มาตรา 61 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องจัดประชุมใหญ่เพื่อให้ที่ประชุมเห็นชอบรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาและงบการเงิน ภายในเดือนเม.ย.ของทุกปีนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาจึงได้จัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและมีมติกำหนดให้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ในวันเสาร์ที่ 24 เม.ย.ที่ทำการสาขาพรรค จ.สุพรรณบุรี และได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว โดยออกหนังสือเชิญกว่า 350 คน เข้าร่วมประชุม และได้แจ้งกำหนดการ ดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.สุพรรณบุรีแล้ว

ขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ รวมทั้งที่ จ.สุพรรณบุรี แม้ จ.สุพรรณบุรีจะมีคำสั่งกำหนดมาตรการในการป้องกันออกมาหลายฉบับ แต่สภาวะความสุ่มเสี่ยงก็ยังอยู่ในสภาวะที่ยังไว้ใจไม่ได้ หรือแม้จะเปลี่ยนมาจัดที่กรุงเทพฯ ก็ยังคงมีความสุ่มเสี่ยงอยู่ เนื่องจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูงเช่นกัน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พรรคชาติไทยพัฒนาจึงได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมืองขอเลื่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของพรรคออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะปกติ และปลอดภัย

พท.อัดรัฐยิ่งอยู่ประเทศยิ่งเสื่อม

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า คลัสเตอร์ทองหล่อทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดอย่างรวดเร็ว จนปรากฏเป็นภาพประชาชนแตกตื่นไปต่อคิว เพื่อรับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมาก จนโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งออกมาประกาศหยุดรับการตรวจเชื้อโควิด เนื่องจากน้ำยาหมด

นอกจากนี้ยังปรากฏภาพประชาชนย่านทองหล่อไปต่อคิวเพื่อรับการตรวจหาเชื้อที่อารีนาเท็น ทองหล่อ ซอย 10 จำนวนนับพันคน ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม เพราะความหวาดกลัวว่าจะติดเชื้อ จึงมีความเสี่ยงว่าจากที่ประชาชนบางคนไม่ได้ติดโควิดมาก่อน อาจจะได้รับเชื้อจากการต่อคิวเพื่อตรวจเชื้อก็เป็นได้ สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก รัฐบาลไม่เคยเรียนรู้จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา แล้วนำมาพัฒนาการป้องกันและรับมือ

สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการปิดช่องทางการรักษาและการมีชีวิตรอดของประชาชน รัฐบาลควรเร่งเจรจากับภาคเอกชนอย่างเร่งด่วนในการร่วมมือกันตรวจหาเชื้อ แต่หากคิดไม่ได้ก็ควรนำวิธีการของต่างประเทศมาปรับใช้ เช่น ที่ญี่ปุ่น หากสงสัยว่าติดเชื้อ ประชาชนจะต้องโทร.หาศูนย์สาธารณสุข เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าอยู่เขตใด และควรไปโรงพยาบาลใด หากอาการไม่รุนแรง รัฐบาลสั่งให้กักตัวที่บ้านเพื่อให้เตียงของโรงพยาบาลเพียงพอกับการรักษาผู้ป่วยหนัก วิธีการนี้ญี่ปุ่นใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน จนประชากรในประเทศมีความเชื่อมั่นและออกมาใช้ชีวิตตามปกติ ระบบสาธารณสุขไทยที่ถูกวางรากฐานไว้อย่างเข้มแข็ง กำลังจะพังทลายลง เพราะมีรัฐบาลและหัวหน้าทีมที่อ่อนด้อยประสิทธิภาพ ยิ่งอยู่ยิ่งมีแต่ทำให้ประเทศเสื่อมถอยลงไปทุกวัน

‘เจี๊ยบ’ซัด‘อนุทิน’เงียบเป็นเป่าสาก

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ทวีตข้อความใน ทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า …เปลี่ยนจากเป่าปี่เป็นเป่าสาก โดยวิจารณ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีท่าทีแข็งกร้าวต่อการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการขู่ว่าจะ “หวด” ถ้าหากบุคลากรทางการแพทย์คนใดติดเชื้อ หรือการออกมาร้องไห้ในการแถลงข่าวแล้ว “ขอให้เชื่อมั่น จะไม่ทำให้ผิดหวัง”

ตลอด 3 วันมานี้นายอนุทินกลับเก็บตัวกักโรคแบบเงียบกริบ ไม่มีความเคลื่อนไหวเหมือนกรณีอื่นๆ ไม่มีแม้แต่การออกมาเคลื่อนไหวทางช่องทางออนไลน์ หลังพบว่ามีรัฐมนตรีและ ส.ส. ในพรรคของตัวเองติดเชื้อโรคโควิด

‘เสี่ยหนู’โต้เจ็บ-ขอสีซอให้ฟัง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ได้ตั้งใจจะเงียบเพื่ออะไรทั้งนั้น แต่มีงานต้องปฏิบัติ ซึ่งช่วงนี้ยิ่งหนักเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เพราะคลัสเตอร์สถานบันเทิง ก็ไม่ต่างจากคลัสเตอร์ค่ายมวย เมื่อช่วง เม.ย.2563 ดังนั้น เรื่องงานต้องมาก่อน แต่เมื่อมีคนคิดถึง ก็ต้องขอบคุณ ตอนนี้สุขภาพแข็งแรง ไม่ติดเชื้อ มีภูมิต้านทานค่อนข้างสูง

“ต้องขอขอบคุณส.ส.ท่านนั้น ที่เป็นห่วงเป็นใยถามหามา จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมชอบเล่นดนตรีเมื่อก่อนเป่าปี่ แต่ตอนนี้ขอ สีซอให้คนเขียนโพสต์ฟังก่อน” นายอนุทินกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน