ติดเชื้อพุ่ง4หมื่น-เสียชีวิต99
ระลอก3ทำสถิติเกินหมื่นคน
รพ.เชียงใหม่เต็มไม่พอรักษา
กักผู้การทอ.10นักบินในค่าย
สนง.อัยการสูงสุดวุ่น ติดโควิด 11 คน ตั้งแต่รองอสส.ถึงรปภ. ขณะที่สถานการณ์จำนวนผู้ป่วยพุ่ง 1.5 พัน 4 วันรวด พบอีก 1,547 คน เสียชีวิต 99 ราย หนุ่มตากและปทุมธานี ป่วยเบาหวาน ความดัน ‘หมอยง’ ชี้ 98% ที่ป่วยระลอกใหม่เป็นสายพันธุ์อังกฤษ แพร่เชื้อได้เร็ว 1 สัปดาห์ คลัสเตอร์ผับลามทั่วประเทศป่วยหมื่นราย ยอดสะสม 4 หมื่น สธ.ห่วงคนอ้วนป่วยเสี่ยงอาการโคม่า ผุดร.พ.สนามแล้ว 2.5 หมื่นเตียง รมต.แฮงค์โต้เชื้อระบาดวัดราชบพิธ รมว.สุชาติปลื้ม ผู้ประกันตนแห่ตรวจโควิด แน่นศูนย์ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
ป่วยอีก 1,547-พุ่งทะลุ 4 หมื่น
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,547 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,544 ราย และ เดินทางมาจากต่างประเทศ 3 ราย รักษาหายเพิ่มขึ้น 90 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ทำให้มี ผู้ติดเชื้อสะสม 40,585 ราย ถือว่าแตะสี่หมื่นรายเป็นวันแรก รักษาหายสะสม 28,570 ราย เสียชีวิตสะสม 99 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 11,916 ราย สำหรับการติดเชื้อระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ติดเชื้อสะสม 11,722 ราย เสียชีวิตสะสม 5 ราย
ผู้เสียชีวิตรายที่ 98 เป็นชายไทยอายุ 38 ปี อาชีพโปรแกรมเมอร์ มีโรคประจำตัว คืออ้วน จ.ตาก เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์ทองหล่อ วันที่ 3 เม.ย. มีอาการไอ คันคอ ปวดเมื่อยตามตัว วันที่ 4 เม.ย. ตรวจยืนยันพบเชื้อ วันที่ 11 เม.ย. อาการทรุดหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ อาการแย่ลง และเสียชีวิตวันที่ 16 เม.ย.
ตาย 99 คนแล้ว
รายที่ 99 เป็นพนักงานบริษัทชายไทยอายุ 51 ปี อยู่จ.ปทุมธานี มีโรคประจำตัว คือ โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า มีอาการวันที่ 10 เม.ย. มีไข้ ไอเจ็บคอ เสมหะปนเลือด วันที่ 12 เม.ย.ตรวจพบโควิด วันที่ 14 เม.ย. มีภาวะหายใจล้มเหลว ใส่ท่อช่วยหายใจ ต่อมาอาการแย่ลง และเสียชีวิตวันที่ 15 เม.ย.
ทั้งคู่อายุต่ำกว่า 60 ปี แต่มีโรคประจำตัว สำคัญคืออาการเป็นหนักคือ อาการระบบทางเดินหายใจมีไอเป็นปนเลือดขึ้นมาด้วย
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า จากการวิเคราะห์อัตราการเสียชีวิต ระลอกแรก ม.ค.2563 ป่วย 4,237 ราย ตาย 60 ราย คิดเป็น 1.42% ระลอกเดือนธ.ค. ป่วย 24,626 ราย ตาย 34 ราย คิดเป็น 0.14% ระลอกเดือน เม.ย.2564 ข้อมูลถึงวันที่ 15 เม.ย. ป่วย 5,712 ราย ตาย 3 ราย คิดเป็น 0.05%
ห่วงป่วยล้วนไม่มีอาการ
“วันนี้ป่วยสะสม 11,722 ราย ตายเพิ่มอีก 2 ราย เรียกว่าป่วยเพิ่มเท่าตัว ตายเพิ่ม 2 ราย เปอร์เซ็นต์ จึงน่าไม่แตกต่างเท่าไรนัก นักวิชาการพูดว่าระลอกนี้คนป่วยแล้วเดินไปมาแข็งแรงดีจะเยอะกว่าระลอกก่อน จึงขอให้ตระหนักแต่อย่าตระหนก ต้องนำมาพูดคุยกัน และโยงมาถึงการเข้าอยู่รักษาใน ร.พ.เพื่อสังเกตอาการ ในสัปดาห์เดียวตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกือบ 1 หมื่นราย ทำให้ยอดสะสมจาก 3 หมื่นกว่ารายสัปดาห์ก่อน เพิ่มเป็น 4 หมื่นกว่าราย ส่วนรายกำลังรักษาใน ร.พ.ยอดก็สูงเป็นนิวไฮเช่นกัน เรียกว่ายอดสูงขึ้นทุกอย่าง ส่วนการติดเชื้อทั้ง 77 จังหวัดครั้งนี้ก็เป็นปรากฏการณ์ใหม่ ไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ระลอกแรก คือกระจายมากขึ้นกว่าเดิม จำนวนมากกว่าเดิม แต่ความรุนแรงยังไม่มาก เท่าเดิม” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สถานการณ์ของ กทม.วันที่ 15 เม.ย. ติดเชื้อ 409 ราย วันนี้ติด 279 ราย การติดเชื้อวันละ 200-300 ราย ทำให้ตอนนี้ป่วย 2,976 ราย อาจจะมีข้อติดขัดเรื่องความไม่สะดวกสบายเกิดขึ้นบ้าง ภาครัฐทุกภาคส่วน เอกชนทำงานเต็มพิกัดเพื่อดูแล จังหวัดอื่นๆ เชียงใหม่ลดลง เหลือ 140 ราย ส่วนจำนวนที่ต้องรอการสอบสวน 337 ราย ยังไม่ได้ระบุลงไปในจังหวัดต่างๆ
‘ผับ’แพร่เชื้อแล้ว 4,060 คน
สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,547 ราย แบ่งการติดเชื้อตามปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 1.สถานบันเทิง 249 ราย ได้แก่ กทม. 102 ราย ปริมณฑล 14 ราย และจังหวัดอื่นๆ 133 ราย ถือว่าลดลงจากก่อนหน้านี้ 2.ตลาด ชุมชน ขนส่ง 76 ราย ได้แก่ กทม. 20 ราย ปริมณฑล 5 ราย และจังหวัดอื่นๆ 51 ราย 3.ปัจจัยเสี่ยง อื่นๆ 1,219 ราย ได้แก่ กทม. 157 ราย ปริมณฑล 438 ราย และจังหวัดอื่นๆ 624 ราย และ 4.เดินทางมาจากต่างประเทศ 3 ราย ได้แก่ มาเลเซีย 1 ราย และโอมาน 2 ราย ส่งผลให้วันนี้ กทม.ติดเชื้อสะสม 279 ราย ปริมณฑลติดเชื้อรวม 457 ราย และจังหวัดอื่นๆ ติดเชื้อรวม 808 ราย
ทั้งนี้ สถานการณ์ตั้งแต่ระลอกใหม่วันที่ 1 เม.ย. การติดเชื้อจากสถานบันเทิงมีผู้ติดเชื้อสะสม 4,060 ราย, ตลาด ชุมชน ขนส่ง ติดเชื้อสะสม 484 ราย และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ติดเชื้อสะสม 7,043 ราย
โลกป่วย 140 ล้าน-ตาย 3 ล้าน
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ทั่วโลกวันนี้ติดเชื้อสะสม 140 ล้านราย ถือเป็นวันแรก เพิ่มวันเดียว 8.3 แสนราย สถานการณ์ตอนนี้มากกว่าระลอกก่อน เสียชีวิต 3 ล้านรายวันแรกด้วย เพิ่มขึ้น 1.2 หมื่นคน อัตราตาย 2.1% มากกว่าเรา ซึ่งเรามีระบบสาธารณสุขดูแลอย่างเต็มที่ ประเทศน่าเป็นห่วง คือ อินเดียติดเพิ่ม 233,943 คน ฝรั่งเศสติดเพิ่ม 36,442 ราย บราซิลติดเพิ่ม 76,249 ราย สหรัฐอเมริกาติดเพิ่ม 81,773 ราย ส่วนเพื่อนบ้านฟิลิปปินส์ ติดเพิ่ม 10,726 ราย ญี่ปุ่นติดเพิ่ม 4,576 ราย และกัมพูชา ติดเพิ่ม 262 ราย สถานการณ์น่าเป็นห่วง
วอนผู้ค้าร่วมมือ 14 วัน
นพ.ทวีศิลป์แถลงถึงข้อกำหนด ฉบับที่ 20 ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรค โควิด 19 ว่า ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 20 เรียบร้อย เพื่อปรับระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด โดยมีผล วันที่ 18 เม.ย.หรือตั้งแต่หลังเวลา 24.00 น.ของวันที่ 17 เม.ย โดยย้ำว่าไม่มีเคอร์ฟิว แต่แปลงมาเป็นมาตรการ “ให้จำกัดที่หมายและลดการเคลื่อนย้าย” ด้วยการกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัดและพื้นที่ควบคุม 59 โดยให้ปิดผับ บาร์ คาราโอเกะ, ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 50 คน, ห้ามใช้อาคาร สถานที่ เพื่อจัดการเรียน การสอน กิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก ส่วนศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้า เปิดได้ถึงเวลา 21.00 น.
นอกจากนั้นขอให้งดจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ งานรื่นเริง ย้ำว่าไม่มีการเคอร์ฟิว ส่วนที่ให้อำนาจผู้จัดการพิจารณาในการสั่งปิดสถานบันเทิงนั้น การปิดเฉพาะพื้นที่ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดความแออัดกระจุกตัว ไม่ใช่การประกาศเคอร์ฟิว เพราะการประกาศ เป็นอำนาจของผอ.ศบค.เท่านั้น
ส่วนการบริโภคในร้านอาหารกำหนดเวลาปิดแตกต่างกัน โดย 18 จังหวัดควบคุมสูงสุด ให้นั่งในร้านได้ไม่เกิน 21.00 น. และซื้อกลับบ้านได้ถึงเวลา 23.00 น. ขณะที่พื้นที่ควบคุม เปิดร้านอาหารได้ถึงในเวลา 23.00 น. โดยห้ามดื่มสุราในร้านทั่วประเทศ
ไม่ห้ามพิธีศาสนา
สำหรับร้านสะดวกซื้อ ตลาดโต้รุ่งใน 18 จังหวัดให้เปิดและปิดทำการ ตั้งแต่เวลา 04.00-23.00 น.โดยหวังว่าในคืนนี้ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่หลังเวลาเที่ยงคืนจึงขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด สำหรับสถานที่ออกกำลังกายการแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น.ให้จัดการแข่งขันได้โดยจำกัดผู้ชม ขณะที่พื้นที่ควบคุม 59 จังหวัดร้านสะดวกซื้อ ตลาดโต้รุ่ง และสถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ยิม ฟิตเนส เปิดบริการตามปกติ แต่ให้จำกัดผู้ชม ส่วนพิธีกรรมทางศาสนา การจัดงานศพ สามารถทำได้ โดยให้เจ้าภาพผู้จัดงานดำเนินการตามมาตรการให้มีการเว้นระยะห่าง
ย้ำเตียงร.พ.รับผู้ป่วยหนัก
ข้อกำหนด ระบุการทำงานจากที่บ้านให้ยึดหลักสองข้อ ในภาครัฐให้ทำงานจากที่บ้านเต็มรูปแบบทุกพื้นที่แต่งานบริการประชาชนต้องไม่ขาดตกบกพร่อง และการบริหารราชการต้องไม่ได้รับผลกระทบโดยผู้บริหารส่วนราชการดำเนินการต้องไปดูแล อย่าให้เกิดภาพว่าลดคนในการให้บริการลงเพราะจะกระทบกับประชาชนผู้มารับบริการ ดังนั้นรัฐบาลอยากเห็นภาพของผู้ประกอบการร่วมมือร่วมใจกันทำงานและดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้ และภาคประชาชน ถ้าให้ความร่วมมือตามกฎที่ ออกมา ช่วยกันดึงกราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อลงมา ในระยะเวลา 14 วัน จะประสบความสำเร็จในการควบคุม ทั้ง 77 จังหวัด จำนวนก็จะ ลดลงมาได้อย่างแน่นอน
นพ.ทวีศิลป์กล่าวถึงกรณีผู้ติดเชื้อโควิด ไม่อยากเข้ารักษาในร.พ.สนามว่า ก่อนหน้านี้ผู้ป่วยไม่เยอะ ระบบการดูแลพอไหว แต่ตอนนี้คนป่วยเดินไปเดินมาเยอะ จะให้ไปนอนในเตียงร.พ.ได้อย่างไร คนที่ควรไปนอนคือ อาการปานกลางหรือหนักเท่านั้น เพื่อช่วยชีวิตได้ จึงเกิดภาพ ร.พ.สนาม ซึ่งไม่ได้แย่อะไรเลย
เล่นไพ่ได้แต่ห้ามพนัน
“เชียงใหม่พิสูจน์มาแล้วว่า หลายคนที่ไปอยู่ในนั้น ได้พูดคุยสังสรรค์ มีความสะดวกสบายระดับหนึ่ง มีนวัตกรรมเตียงแบบกระดาษ มีฟูกนุ่มๆ มาให้นอน หลายคนชอบ เพราะได้พูดคุย สังสรรค์กัน แต่อย่าเกินเลย บางคนมีการเล่นกิจกรรม อย่างเล่นไพ่กันได้ แต่ขออย่าเล่นพนันกัน ก็ไม่เป็นอะไร มีการพบปะสังสรรค์เป็นเรื่องธรรมดา ต่างประเทศก็ใช้หลักการเช่นนี้ และประหยัดทรัพยากร คนที่ดูแล เราใช้พยาบาล หมอ ไม่กี่คนในการดูแล เพราะไม่ได้ป่วยหนัก ซึ่งต้องสวมชุดต่างๆ เต็มยศเพื่อป้องกันก็ช่วยลดการใช้ทรัพยากร” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่าต่อว่า ในร.พ. ถ้าต้องดูแลต่อคน กำลังของบุคลากรทางการแพทย์ดูแล 1 ต่อ 1 หรือ 1 ต่อ 10 ก็ยังเหนื่อย ถ้าดู 1 ต่อ 100 ก็ยังพอไหว หลายคนกลัวว่าอาการจะหนักอยากไปอยู่ ร.พ.หรือ ร.พ.เอกชนหรูๆ อย่างเดียว ตอนนี้ต้องสื่อสารเพื่อให้ความคาดหมายกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงต้องตรงกัน ไม่ใช่ป่วยแล้วต้องนอน ร.พ.อย่างเดียว อยู่ ร.พ.สนามก็ได้ แต่ทุกรายป่วยแล้วต้องเข้าสู่การแยกกัก ตามข้อกำหนดในฉบับที่ 20 เดิมเราใช้ร.พ.มาก่อน ตอนนี้เรามีฮอสพิเทล และร.พ.สนาม อย่าคาดหวังว่าต้องเป็น ร.พ.อย่างเดียว แต่การจัดการรักษาทั้งหมดคำนึงถึงความปลอดภัย และใช้ทรัพยากรอย่างจำกัดให้ได้ผลคุ้มค่ามากที่สุด
มีรพ.สนาม 2.5 หมื่นเตียง
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งร.พ.สนามว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมร.พ.สนามเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ให้เพียงพอ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระโรงพยาบาล หากผู้ป่วยไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ให้กระจายมารักษาที่ร.พ.สนามแทน โดยกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ และกระทรวงกลาโหม โดยทางหน่วยงานของทุกกองทัพ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เร่งจัดตั้งร.พ.สนามแล้ว 12,882 เตียง กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 37 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 14 เม.ย.2564) แบ่งตามภูมิภาคต่างๆ ได้ดังนี้
กทม.และปริมณฑล 1,872 เตียง อาทิ เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล 470 เตียง มธ.ศูนย์รังสิต 442 เตียง ม.ราชภัฏธนบุรี 360 เตียง ม.เทคโนโลยีราชมงคล สุวรรณภูมิ วิทยาเขตนนทบุรี 350 เตียง ภาคกลาง 450 เตียง เช่น มศว นครนายก 300 เตียง ม.ราชภัฏเทพสตรี สุพรรณบุรี 100 เตียง ภาคเหนือจำนวน 1,850 เตียง เช่น ม.แม่โจ้ 1,420 เตียง ม.แม่ฟ้าหลวง 200 เตียง ม.เชียงใหม่ 100 เตียง ม.นเรศวร 100 เตียง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6,596 เตียง เช่น ม.ราชภัฏอุดรธานี (อุดรธานี และบึงกาฬ) 3,736 เตียง ม.อุบลราชธานี 1,030 เตียง ม.ราชภัฏชัยภูมิ 638 เตียง
ภาคตะวันออก 250 เตียง ที่ม.ราชภัฏราชนครินทร์ ภาคใต้ 1,864 เตียง เช่น ม.สงขลานครินทร์ ภูเก็ต 350 เตียง ม.ทักษิณ สงขลา 350 เตียง ม.ราชภัฏยะลา 260 เตียง ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ประจวบคีรีขันธ์คีรีขันธ์ 144 เตียง ม.ราชภัฏภูเก็ต 110 เตียง และม.วลัยลักษณ์ 100 เตียง
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ติดตามความพร้อมการจัดตั้งร.พ.สนามทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้เร่งดำเนินการเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลสนาม เบื้องต้นได้ขยายโรงพยาบาลสนามและฮอสพิเทล ทั้งในส่วนกลาง ต่างจังหวัดและส่วนท้องถิ่นไปกว่า 2.5 หมื่นเตียง

คัดกรอง – จนท.ตรวจคัดกรองโควิดให้กับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ม.33, 39 และ 40 ที่มีความเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจในการกลับมาทำงาน ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กทม. โดยยังเปิดให้จองคิวผ่านเว็บไซต์ สนง.ประกันสังคม
ผู้ประกันตนแห่ตรวจโควิด
ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมการตรวจคัดกรองเชิงรุกโควิด-19 ให้กับ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 และ 40 ที่อยู่ในพื้นที่กทม. เป็นวันแรก เพื่อลดความแออัดว่า นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยผู้ประกันตนที่เดินทางกลับต่างจังหวัดและไปในสถานที่เสี่ยงช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานจึงได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (กรุงเทพมหานคร) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดโครงการตรวจโควิด-19 เชิงรุก เพื่อผู้ประกันตน ในวันนี้เป็นวันแรกของการตรวจ
รมต.สุชาติปลื้มราบรื่นดี
“ผมได้ติดตามสถานการณ์และกำชับให้สำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบขั้นตอนต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตน จากรายงานในเบื้องต้นยังไม่พบปัญหา อุปสรรคใดๆ ซึ่งทุกอย่างราบรื่น เป็นไปตามขั้นตอนและมาตรการที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยผู้ประกันตนที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดหรือไปในสถานที่เสี่ยง และเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงตามที่กระทรวงสาธารณสุข และสปสช.กำหนด ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://sso.icntracking.com/icntracking/self_register.php เพื่อจองคิวตรวจโควิด-19 ซึ่งหากพบเชื้อสามารถเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนที่สธ.กำหนดได้อย่างทันท่วงที” นายสุชาติกล่าว

น.ส.ดวงหทัย พุ่มบ้านเซ่า ผู้พิการทางสายตาเลือนรางอาศัยอยู่ในเขตคันนายาว เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้มาตรวจโควิด-19 เป็นคนแรกในเวลา 07.39 น. เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมสาธารณะที่จ.ระยอง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการแจ้งว่าได้เดินทางไปในสถานที่เสี่ยงและตนได้สัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม และพอทราบว่ามีการตรวจโควิด-19 เชิงรุก เพื่อผู้ประกันตนที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เลยให้ญาติสมัครจองคิวผ่านระบบที่ https://sso.icntracking.com/icntracking/self_register.php ซึ่งได้คิวในเช้าวันนี้ จึงรู้สึกดีใจและขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการนี้ทำให้ผู้ประกันตนได้รับความสะดวก และได้รับการตรวจอย่างรวดเร็ว
ห่วงไม่มีอาการทำปอดอักเสบ
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า แม้การระบาดของโรคโควิด-19 ในระลอกใหม่นี้ ส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์อังกฤษ แต่การรักษาไม่ได้แตกต่างจากเดิม เนื่องจากอาการคนไข้ส่วนใหญ่คล้ายเดิม แต่พบภาวะปอดอักเสบเพิ่มมากขึ้น ส่วนอัตราตายคงที่ที่น่ากังวล คือ ผู้ติดเชื้อบางคนไม่รู้ตัวว่ามีภาวะปอดอักเสบ จึงยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เรียกว่าภาวะ Happy Pneumonia จึงเป็นสาเหตุที่ต้องนำตัวผู้ติดเชื้อมารับการรักษาในสถานพยาบาลหรือดูอาการที่ ร.พ.สนาม หรือฮอสพิเทล ซึ่งจะมีการวัดค่าความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด ทำให้สามารถรู้ได้ว่ามีอาการหรือไม่ ซึ่งการกักตัวเองที่บ้านไม่เข้ารับการรักษาจะสังเกตอาการปอดบวมได้ยาก สำหรับยารักษายังเน้นการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งสต๊อกยามีประมาณ 4 แสนเม็ด ช่วงการระบาดเม.ย. มีการใช้ยาวันละ 2 หมื่นเม็ด
คนอ้วนเสี่ยงอาการรุนแรง
นพ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า รมว.สาธารณสุข ได้สั่งการให้องค์การเภสัชกรรม สั่งซื้อยาเพิ่มอีก 500,000 เม็ด คาดว่าจะมาถึงไทยในวันที่ 29 เม.ย. ทั้งนี้ หากได้รับยาที่สั่งซื้อใหม่ รวมกับสต๊อกยาเดิมจะทำให้ยามีเพียงพอใช้ไปจนถึงสิ้นเดือนพ.ค. หากตัวเลขผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในระดับสูงมากนัก เฉลี่ยวันละประมาณ 1,000 คน แต่ไม่เกิน 2,000 คน
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า การใช้ยาฟาวิพิราเวียร์รักษาโรคโควิด-19 ส่วนใหญ่ใช้ในกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียมากกว่าทางยุโรป ทำให้การผลิตและการสั่งซื้อแม้ในสถานการณ์ที่ทั่วโลกมีการระบาดหนักก็ไม่ได้กระทบกับตัวยาดังกล่าว ส่วนปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 รอบใหม่มีอาการรุนแรงขึ้นจากการรักษาในช่วง 16 วันที่ผ่านมาพบว่า สาเหตุใหญ่คือความอ้วน ทำให้อาการรุนแรงมากขึ้นแม้ไม่มีโรคประจำตัว แต่ส่วนใหญ่โรคอ้วนก็มักมากับโรคเบาหวาน ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงที่จะเจ็บป่วยง่ายระมัดระวังตนเอง
ระลอก 3 เชื้ออังกฤษถึง 98%
ด้านศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ว่า วิวัฒนาการของไวรัสเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ สายพันธุ์ที่เริ่มต้นจากจีนเป็นสายพันธุ์ S และ L โดยสายพันธุ์ S มาระบาดในไทยรอบแรก ส่วนสายพันธุ์ L ไปบุกยุโรป วิวัฒนาการเป็นสายพันธุ์ V และ G ซึ่งสายพันธุ์ G แพร่ระบาดได้ง่ายกว่าจึงกระจายไปทั่วโลกมาแทนที่สายพันธุ์เกือบทั้งหมด และวิวัฒนาการต่อไป เป็น GH และ GR จึงมาระบาดในไทยที่สมุทรสาครด้วยเช่นกัน คือ GH
การระบาดในยุโรปเป็นสายพันธุ์ GR เป็นส่วนใหญ่ และวิวัฒนาการต่อไป เป็นสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 หรือเรียกว่าสายพันธุ์ GRY ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของกรดอะมิโนในตำแหน่งที่ 501 (N501Y) หรือเปลี่ยนจาก asparagine ไปเป็น tyrosine ซึ่งเป็นตำแหน่งที่จะเกาะกับเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจของมนุษย์ ได้ง่ายขึ้น ทำให้สามารถติดต่อได้ง่ายและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เมื่อติดต่อได้ง่ายและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว สายพันธุ์นี้จึงระบาดอย่างกว้างขวางโดยเริ่มจากอังกฤษเข้าสู่ยุโรปและอเมริกา เข้าสู่ญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะมากขึ้น และเข้าสู่เขมรมาสู่ประเทศไทย และในอนาคต สายพันธุ์นี้จะครองโลก จนกว่าจะมีสายพันธุ์ที่แพร่กระจายง่ายกว่านี้อีกก็จะมาแทนที่ต่อไป
“ในประเทศไทยการระบาดรอบใหม่หรือจะเรียกว่าระลอก 3 ก็ได้ เริ่มจากสถานบันเทิง และกระจายไปทั่วประเทศไทย จากการตรวจวินิจฉัยที่ศูนย์ที่ทำอยู่ขณะนี้มากกว่า 300 ราย พบการระบาดครั้งนี้ 98% เป็นสายพันธุ์อังกฤษ เหลือเพียงไม่ถึง 2% เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมหรือที่ได้รับมาจากพม่าที่สมุทรสาคร สายพันธุ์นี้ติดต่อได้ง่ายกว่าเดิม จึงได้แพร่กระจายไปมากมายอย่างที่คิดไว้แล้วตอนต้น ไม่ได้เกินความคาดหมาย การจะยับยั้งการ กลายพันธุ์ต่อไป จะต้องหยุดการระบาดของไวรัสนี้ให้เร็วที่สุด ซึ่งสามารถทำได้ด้วยระเบียบวินัย การปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด ที่ทุกคนรู้ และการให้วัคซีนอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้มีภูมิต้านทานในการป้องกันการติดเชื้อให้มากที่สุด ไวรัสนี้คงอยู่กับเราอีกนาน หรือตลอดไป เราจะต้องปรับตัวให้ได้ และหาวิธีในการป้องกันให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความรุนแรงของโรคนี้ลงให้ได้” ศ.นพ.ยงกล่าว
โต้เชื้อระบาดวัดราชบพิธ
นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกระแสข่าวลือทางโซเชี่ยลมีเดียมีการแพร่ระบาดโควิด-19 บริเวณวัดราชบพิธสถิต มหาสีมาราม กรุงเทพฯว่า ไม่เป็นความจริง และทางวัดมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด และได้ออกประกาศมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด โดยขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด งดการจัดกิจกรรมภายในวัดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าภายในพระอุโบสถชั่วคราว
นายอนุชากล่าวต่อว่า ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการของรัฐ และประกาศของทางวัดที่จะเดินทางไปอย่างเคร่งครัดและขอให้ยึดถือพระคติธรรมที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานเพื่อเป็นกำลังใจในสถานการณ์แพร่ระบาด ตอนหนึ่งว่า “ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดซึ่งก่อให้เกิดความหวาดหวั่นครั่นคร้ามกันทั่วหน้า ทุกคนมีหน้าที่แสวงหาหนทางเพิ่มพูนสติและปัญญา แบ่งปันหยิบยื่นให้แก่เพื่อนร่วมสังคม อย่าปล่อยให้ความกลัวภัย และความหดหู่ท้อถอย คุกคามเข้าบั่นทอนความเข้มแข็งของจิตใจ ในอันที่จะอดทน พากเพียร เสียสละ และสามัคคี”
สนง.เลขาฯสังฆราชแจง
วันเดียวกัน สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ออกประกาศชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวไม่ตรงความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามว่า ตามที่มีผู้นำภาพการฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อภายในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประกอบถ้อยคำว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เข้ามาพบปะกับพระเถรานุเถระภายในพระอาราม กระทั่งเกิดข่าวเท็จว่าเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เผยแพร่ไปตามสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวางนั้น
ขอชี้แจงว่าภาพดังกล่าวเป็นการฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อเพื่อสุขอนามัยภายในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตามรอบการปฏิบัติงานปกติ และเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มีพระอนามัยดี ทรงอยู่ในการอภิบาลดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด อีกทั้งในระหว่างนี้ ไม่มีการอนุญาตให้บุคคลภายนอกผู้ไม่ได้ผ่านการตรวจว่าปลอดการติดเชื้อโควิด-19 ขึ้นเฝ้าในทุกกรณีอยู่แล้ว จึงไม่มีกรณีพึงวิตกตามข่าวเท็จแต่ประการใด ทั้งนี้ ขอให้ติดตามข้อความจริงอันพึงเชื่อถือได้ เฉพาะจากประกาศหรือการเผยแพร่ข่าวสารจากสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช หรือจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเท่านั้น
อสส.ก็ป่วย 11-มีท่านรองด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาของสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ข้อมูลถึงวันที่ 16 เม.ย.2564 มีดังนี้ 1.พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2.พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 1 ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 3.รองอัยการสูงสุด ตรวจพบเชื้อ 12 เม.ย. 4.พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 1 ตรวจพบเชื้อ 12 เม.ย. 5.พนักงานอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ ประชาชน ประจวบคีรีขันธ์ (สาขาหัวหิน) ตรวจพบเชื้อ 12 เม.ย. 6.พนักงานอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนประจวบคีรีขันธ์ ทราบผลตรวจพบเชื้อ 12 เม.ย. 7.พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 1 ตรวจพบเชื้อ 13 เม.ย. 8.พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 ตรวจพบเชื้อ 14 เม.ย. 9.พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ตรวจพบเชื้อ 15 เม.ย. 10.พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 3 ตรวจพบเชื้อวันที่ 15 เม.ย. และ11.พนักงานรักษาความปลอดภัย ประจำอาคารรัชดาภิเษก
ทอ.เชียงใหม่กัก 10 ทหาร
รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากการที่นายทหารอากาศ และกำลังพล กองบิน 41 เชียงใหม่ ติดเชื้อโควิด-19 รวม 10 นาย ให้รักษาตัวในบ้านพักภายในกองบิน แต่มีแพทย์มาคอยตรวจอาการ เนื่องจากจ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่สีแดงมีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมาก และเตียงที่ร.พ.ไม่เพียงพอ ต้องใช้ร.พ.สนาม และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค
รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นมีการรายงานกองทัพอากาศแล้วตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. โดยเป็นนายทหารระดับสูง 9 นาย และพลทหาร 1 นาย ทั้งนี้ในจำนวนนายทหารระดับสูงนั้น มีการระบุว่ารวมถึง น.อ.ภูศิษฏ์ ทิมเกิด ผู้บังคับการกองบิน 41 ด้วย ซึ่งผู้ติดเชื้อทั้งหมดไม่มีอาการรุนแรงแต่อย่างใด จึงรักษาตัวอยู่ในบ้านพักภายในกองบิน41 พร้อมมีแพทย์คอยตรวจอาการอยู่ตลอดเพื่อประเมินว่าต้องนำส่งรักษาในโรงพยาบาลหรือไม่ นอกจากนี้มีกำลังพลที่เข้าข่ายผู้สัมผัสเสี่ยงอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดกักตัวอยู่ภายในกองบิน 41 ห้ามออกข้างนอกโดยเด็ดขาด ส่วนต้นตอของการติดเชื้อนั้น ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค. เป็นน.อ.4 ราย นท.2ราย น.ต. 3 ราย และจ.ท. 1 ราย
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับสธ. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การพบว่าติดเชื้อแล้วแยกตัวเองถือว่าถูกต้อง เจ้าหน้าที่กำลังพาเข้าสู่ระบบ หลายคนอาจรอเตียงที่บ้านหลังผลตรวจเป็นบวก ก็สอบถามเข้ามา หากมีอาการเพิ่มขึ้น ให้โทร.แจ้งกลับเข้ามา
ทอ.โคราชติดเชื้อ4นาย
ด้านสสจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ศบค.จังหวัดนครราชสีมา มีแผนที่จะย้ายผู้ป่วยจากร.พ.มหาราชนครราชสีมาบางส่วนไปพักรักษาที่ร.พ.สนาม ภายในอาคารชาติชายฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นอกจากนี้มีทหารอากาศสังกัดกองบิน 1 นครราชสีมา หลังเดินทางกลับจากภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ได้มีอาการป่วยจึงได้เข้าตรวจหาเชื้อพบติดโควิด-19 จำนวน 4 นาย ทางกองบิน 1 ส่งเข้ารักษาที่ ร.พ.ค่ายสุรนารี อ.เมือง และเร่งนำทหารอากาศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดเข้าตรวจคัดกรองโรค พร้อมนี้กองบิน 1 นครราชสีมา ได้เตรียมจัดตั้ง ร.พ.สนาม รองรับผู้ป่วยที่อาการไม่หนักหาก ร.พ.ค่ายสุรนารีมีเตียง ไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วยด้วย
เขาใหญ่ปิดลานกางเต็นท์
ด้านนายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีประกาศสั่งปิดลานกางเต็นท์ลำตะคอง ชั่วคราว บริเวณริมถนนเส้นทางไปน้ำตกเหวสุวัต ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.2564 เป็นต้นไป หลังประกาศจังหวัดเป็นพื้นที่สีแดง ซึ่งเป็นการปิดครั้งที่ 3 แต่นักท่องเที่ยวยังขึ้นไปชมธรรมชาติบนอุทยานฯเขาใหญ่ได้ตามปกติ
ที่วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม ได้มีญาติ นำศพของน.ส.ทิวาพร สนิทเทียน อายุ 39 ปี ชาวอ.นครชัยศรี ซึ่งเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มาทำพิธีฌาปนกิจ โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบสงบ เนื่องจากมีญาติเดินทางมาร่วมพิธีเพียงไม่กี่ราย
นางจงกล พวงสุวรรณ อายุ 59 ปี ชาว อ.นครชัยศรี มารดาของผู้ตาย เผยว่า บุตรสาวของตนเองเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 เม.ย. เวลา 16.00 น. ที่ร.พ.เอกชนแห่งหนึ่งที่ย่านบางแค หลังจากเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการป่วยเป็นโรคประจำตัว คือ ภูมิแพ้ตัวเอง โดยมีอาการขาบวมเนื่องจากการแข็งตัวของลิ่มเลือด โดยได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียูทันที และเมื่อนอนรักษาตัวได้เพียง 6-7 วันได้มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าบุตรสาวนั้นติดเชื้อโควิด-19 โดยมีอาการหนักและตนเองก็ไม่ได้เจอหน้าลูกเลย กระทั่งทางร.พ.แจ้งว่าบุตรสาวนั้นเสียชีวิตแล้ว ยังงงว่าบุตรสาวนั้นติดเชื้อโควิดมาได้อย่างไร เพราะก่อนหน้านั้นได้มีอาการป่วยนอนติดเตียงอยู่และไม่ได้ออกไปไหน ไม่เคยสัมผัสกับผู้ที่เสี่ยงสูงหรือต่ำ ซึ่งวันที่บุตรสาวของตนเองเสียชีวิต ร.พ. ดังกล่าวได้พยายามให้นำศพออกทันที ไม่ให้อยู่ค้างคืน และยังปฏิเสธใช้รถของร.พ. เพราะถือว่าติดเชื้อโควิด ตนต้องรีบติดต่อวัดแห่งหนึ่ง ในเขตบางแค ก็ปฏิเสธเผาศพให้ จึงต้องติดต่อมาที่วัดไผ่ล้อม และได้รับการอนุเคราะห์เผาศพให้ทันที
ด้านพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า ถือเป็นศพที่ 4 ที่วัดไผ่ล้อมได้รับเผาอย่างเร่งด่วน
สำหรับจ.นครปฐม มียอดผู้ติดเชื้อโควิด 26 ราย จากระลอกใหม่ รวมยอดผู้ป่วยสะสม 350 ราย รักษาตัว 166 ราย รักษาหาย 182 ราย