บ้านพัง-ไฟดับทั้งขุนยวม
สวนยางสุราษฎร์ถึงราบ
ผู้คนเดือดร้อนถ้วนหน้าทั้งภาคเหนือ-ภาคใต้ พายุฝน-ลูกเห็บถล่มหนัก ลำปางอ่วมหนัก 9 อำเภอ เดือดร้อนกว่า 3 พันครอบครัว โชคดีไม่มีใครได้รับอันตราย แม่สรวย-เชียงราย หลังคาเปิดเปิง-ต้นไม้โค่นล้มระเนระนาด แม่ฮ่องสอนก็ใช่ย่อยเสาไฟฟ้าโค่นหลายจุด ทำขุนยวมไฟดับทั้งอำเภอ เคียนซา-สุราษฎร์ฯ สวนยาง-ทุเรียนพังยับ
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในรอบ 7 วันข้างหน้า ว่า ช่วงวันที่ 17-19 เม.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพ มหานครและปริมณฑล ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคกลาง ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 20-23 เม.ย. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่ เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทย ตอนบน ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน อ่าวไทย และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น
วันเดียวกัน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ลำปาง มอบหมายให้ว่าที่พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผวจ.ลำปาง พร้อมด้วยนายชัยธวัช ศิวบวร หน.สำนักงาน ปภ.จังหวัดลำปาง หน่วยทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. รวมทั้งมูลนิธิ ภาคประชาชน และ จิตอาสา 904 ร่วมลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และให้ความเหลือชาวบ้านหลังได้รับรายงานสรุปการเกิดวาตภัย เมื่อวันที่ 13-14 เม.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุฝนตกหนัก ฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ 9 อำเภอ 32 ตำบล 147 หมู่บ้าน 3,037 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สถานการณ์ปัจจุบัน เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
ด้าน พล.ต.อโณทัย ชัยมงคล ผบ.มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง ในฐานะผู้บัญชา การศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.32 สั่งการให้กำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติ ค่ายฝึกการรบพิเศษ 3 ประตูผา 20 นาย เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุวาตภัยดังกล่าว ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 เม.ย. จนกว่าจะ แล้วเสร็จ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้เจ้าของบ้าน นางเวย์ เล่ห์ดี อายุ 80 ปี บ้านเลขที่ 111 นายทองคำ เล่ห์ดี บ้านเลขที่ 83 ม.10 บ้านวังสัก ต.แจ้ห่ม อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ถูกพายุลูกเห็บถล่มบ้านได้รับความเสียหาย
ส่วนที่ จ.เชียงราย นายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอแม่สรวย ให้ปภ., อปท. และผู้นำชุมชน สำรวจบ้านห้วยปู ม.6 ต.วาวี หลังจากมีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บถล่ม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ได้รับความเสียหายหลายหลัง นอกจากนี้พบว่ามีต้นไม้หักโค่น ปิดเส้นทางจราจร หลังจากเหตุการณ์สงบ เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เคลื่อนย้ายต้นไม้หักโค่นกีดขวางทางจราจร รวมทั้งสำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชนและให้ความช่วยเหลือการดำรงชีพเบื้องต้น
นายคฑาสิทธิ์กล่าวว่า พื้นที่ได้รับความเสียหายอยู่ที่เฉพาะ ม.6 ต.วาวี พบความ เสียหายประมาณ 20 หลังคาเรือน แต่ไม่มากนักโดยแต่ละหลังจะเสียหายตรงหลังคาบ้านที่กระเบื้องเสียหายประมาณ 4-5 แผ่น จึงมอบหมายให้ อบต.วาวี สำรวจและให้ความช่วยเหลือเนื่องจากมีงบประมาณในการช่วยเหลือภัยพิบัติให้กับประชาชนในพื้นที่อยู่แล้ว และเร่งตรวจสอบเพื่อสรุปผลต่อไป

พิษพายุ – จนท.ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดโค่นทับหลังคาบ้านย่านถนนนิเวศพิศาล อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ขณะที่หลายพื้นที่ในภาคเหนือถูกพายุซัดต้นไม้ล้มขวางถนนไฟฟ้าดับข้ามคืน เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
เช่นเดียวกับที่ จ.แม่ฮ่องสอน เกิดพายุฝนฟ้าคะนองลมแรงในพื้นที่หลายอำเภอ ต้นไม้ล้มปิดทับเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ระหว่างอำเภอแม่ลาน้อย-อำเภอแม่สะเรียง ทำให้การจราจรติดขัดรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่หมวดการทางแม่สะเรียงร่วมกับตำรวจสภ.แม่ลาน้อย ตลอดทั้งชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงระดมช่วยกันตัดกิ่งไม้เปิดช่องทางจราจรใช้เวลาประมาณ 30 นาที สามารถเปิดการจราจรได้
ที่บ้านแม่แลบ ม.6 ต.แม่ลาน้อย พายุพัดเอาซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้านพังล้มระเนระนาด ที่บ้านท่าผาปุ้ม ม.3 ต.ท่าผาปุ้ม อ.แม่ลาน้อย เต็นท์ที่กางจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ถูกพายุหอบขึ้นไปไว้บนหลังคาบ้านตลอดจนสิ่งของพังระเนระนาด ส่วนบริเวณหมู่บ้านห้วยโป่งกาน ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ถนนสาย 108 ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มพาดใส่สายไฟฟ้า เสาไฟฟ้าหักโค่น 7 ต้น ทำให้กระแสไฟฟ้าดับทั้งอำเภอขุนยวม เจ้าหน้าที่กฟภ.แม่ฮ่องสอน ทั้งสองอำเภอต่างระดมช่วยกันแก้ไขปัญหาจนสำเร็จลุล่วงสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในเวลา 06.00 น. ของเช้าวันที่ 17 เม.ย.
ขณะเดียวกัน พ.อ.สุจินต์ ทรัพย์สิน ผบ.ฉก.ร.7 บ้านม่อนตะแลง จัดกำลังพล ชุดบรรเทาสาธารณภัย นำโดย ร.ท.วิษณุ ต๊ะนางอย หัวหน้าชุด ร่วมกับเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตัดกิ่งไม้ชักลากต้นไม้ที่โค่นทับหลังคาบ้าน นายนิติธร วิไจยา เลขที่ 71 ถนนนิเวชพิศาล ต.จองคำ อ.เมือง กระทั่งเจ้าของบ้านเข้าพักอาศัยได้ ตามปกติ
วันเดียวกัน นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อม นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ หน.สำนักงานปภ.สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบความเสียหาย มอบสิ่งของเยี่ยมปลอบขวัญ และช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนในพื้นที่ ม.5 บ้านในปราบ, ม.6 บ้านทับสีทอง และม.11 บ้านราชพัฒนา ต.บ้านเสด็จ อ.เคียนซา หลังถูกพายุฝนรุนแรงพัดถล่มเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 27 หลังคาเรือน สวนผลไม้และสวนยางพารา เสียหายรวม 27 แปลง ประมาณ 65 ไร่

ทุเรียนโค่น – เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายของพายุฤดูร้อนรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ซัดบ้านเรือนเสียหาย 27 หลัง สวนผลไม้ และสวนยางพารา ในต.บ้านเสด็จ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี เสียหาย ส่งผลให้ต้นทุเรียนขนาดใหญ่โค่นล้มหลายสิบต้น เสียหาย 5-6 แสนบาท เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
นางรัชฎาภรณ์ เพชรเจริญ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 102 ม.6 ต.บ้านเสด็จ เจ้าของสวนทุเรียน กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยประสบเหตุลมพายุแบบนี้มาก่อน ถือเป็นพายุลมแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกเม็ดใหญ่โดยไม่มีท่าทีจะเกิดพายุเลย จู่ๆ ฝนฟ้ามืดมัวมีลมแรงมาทางทิศตะวันตกของบ้านพัดกระโชกแรงเป็นช่องลมพัดต้นทุเรียนใหญ่อายุประมาณ 30 ปีโค่นล้มทั้งต้นทั้งหมด 15 ต้น ที่เพิ่งออกลูกได้ประมาณ 3 เดือน เสียหายประมาณ 5-6 แสนบาท