ทร.สั่งห้ามกำลังพลร่วมกิจกรรม ‘หลวงปู่พุทธะเทพสุริยะจักรวาล’เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมฉาวที่แต่งจีวรสีดำและถูกร้องเรียนหลายเรื่อง หลังมีภาพนายทหารแต่งชุดขาวร่วมพิธีคึกคัก ชี้ทำให้เสื่อมเสีย ชื่อเสียงตนเองและกองทัพ จนท.ตรวจสอบที่ตั้งสำนักที่บุรีรัมย์ พบเป็นที่ส.ป.ก.ที่ยังไม่ได้จัดสรรให้ราษฎรถือครอง ส่วนเรื่องที่ผู้คนกราบไหว้ศรัทธาทางสงฆ์เอาผิดอะไรไม่ได้เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

ทร.กับหลวงปู่ – ภาพทหารเรือร่วมพิธีกับบุคคลที่อ้างเป็นหลวงปู่พุทธะเทพสุริยะจักรวาล ที่สำนักในดงพญาเย็น ซึ่งโฆษก ทร. ชี้แจงว่าเป็นกลุ่มทหารสายบุญ ขณะที่ผบ.ทร.มีคำสั่งถึงกำลังพลยุติกิจกรรมกับสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้แล้ว
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายเดชสกล อาดัม นายอำเภอปะคำ จ.บุรีรัมย์ สั่งการให้พ.จ.อ.มนตรี สุระวิโรจน์ ปลัดอำเภอปะคำ นำคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด รองเจ้าคณะอำเภอปะคำ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.1 (ปะคำ), หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.7 (โนนดินแดง) และตำรวจ สภ.ปะคำ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่สำนักปฏิบัติธรรมหินเพิง บริเวณป่าท้ายหมู่บ้านเขาย้อยพัฒนา ม.16 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ
หลังมีหญิงสาวชาว จ.ชัยภูมิ แจ้งความตำรวจในพื้นที่ว่า มารดาซึ่งมีอาชีพเป็นครูหนีมาอยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว เนื่องจากศรัทธาชายอ้างตัวเป็นหลวงปู่พุทธะเทพสุริยะจักรวาล หรือหลวงปู่องค์ดำ ที่นุ่งห่มผ้าคล้ายจีวรเหมือนพระแต่เป็นสีดำ และเงินฝากในบัญชีที่มีเกือบแสนบาทหายไปไร้ร่องรอย เกรงว่าจะถูกหลอกลวง จนนำไปสู่การตรวจสอบว่าหลวงปู่องค์ดำ เชื่อมโยงกับลัทธิใดหรือมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ และพื้นที่ที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมหรือที่พักสงฆ์ดังกล่าวถูกต้องหรือไม่
เบื้องต้นพบว่า พื้นที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมหินเพิงเดิมเป็นป่าสงวนดงใหญ่ ต่อมาสภาพป่าเสื่อมโทรมจึงออกพระราชกฤษฎีกาให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ (ส.ป.ก.) จ.บุรีรัมย์ แต่ส.ป.ก.ยังไม่ได้จัดสรรหรือออกเอกสารสิทธิให้ราษฎรรายใดถือครองทำกิน เนื่องจากสภาพพื้นที่ไม่เอื้อต่อการทำการเกษตร หลังจากตรวจสอบแล้วจะรวบรวมข้อมูลรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น
ส่วนพฤติกรรมของนายพุทธะ เทพสุริยะจักรวาล ที่อ้างว่าตัวเองเป็นหลวงปู่พุทธะเทพสุริยะจักรวาล หรือหลวงปู่องค์ดำ ในส่วนของพื้นที่ยังไม่มีผู้เสียหายเข้าไปร้องเรียน หรือแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกหลอกลวง หรือได้รับความเสียหายแต่อย่างใด การที่ประชาชนมากราบไหว้ขึ้นอยู่กับความเชื่อความศรัทธาของแต่ละบุคคลในทางสงฆ์ยังไม่สามารถเอาผิดได้ ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไม่พบหลวงปู่องค์ดำอยู่ที่สำนักแต่อย่างใด
วันเดียวกัน พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่ามีข้าราชการกองทัพเรือหลายนายแต่งเครื่องแบบสีขาว เข้าร่วมพิธีทางความเชื่อของหลวงปู่องค์ดำ รูปภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นการจัดพิธีบวงสรวงรูปหล่อองค์จักรพรรดิพุทธะเทพสุริยะจักรวาล และพิธีอัญเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาสูง ที่ดินแดนปฏิบัติธรรมพุทธะธรรมชาติ ดงพญาเย็น จ.นครราชสีมา สำหรับการจัดพิธีดังกล่าวเพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อสร้างความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่ มีพระสงฆ์และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมพิธีด้วย ข้าราชการที่ปรากฏในภาพเป็นข้าราชการทหารเรือ ทั้งในสังกัดกองทัพเรือและนอกกองทัพเรือจริง
สำหรับความเป็นมาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มข้าราชการและหลวงปู่องค์ดำนั้น เป็นกลุ่มเพื่อนที่มีจิตกุศลเกี่ยวกับการทำบุญ (สายบุญ) มักจะเชิญชวนไปทำบุญด้วยกัน เสมอๆ การเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้เป็นการชักชวนจากเพื่อนในกลุ่มเพื่อนที่มีจิตศรัทธาแรงกล้าต่อหลวงปู่องค์ดำ ดังกล่าวชักชวนเพื่อนๆ เข้าร่วมพิธีดังกล่าว โดยมีข้าราชการกองทัพเรือนายหนึ่งรู้จักกับหลวงปู่องค์ดำ เจ้าสำนักคนนี้เมื่อปี 2563
ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาสั่งต้นสังกัดชี้แจงทำความเข้าใจและสั่งการให้ยุติกิจกรรมทั้งปวง ไม่ไปข้องเกี่ยวกับสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้อีกต่อไป เพราะจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งแก่ตนเองและกองทัพ นอกจากนี้ กองทัพเรือได้ให้หน่วยต่างๆ ชี้แจงกำลังพลให้เข้าใจ โดยให้ยึดตามหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ แต่หากมีความนับถือเป็นการส่วนตัว ขอให้อย่าได้นำภาพลักษณ์ของกองทัพเข้าไปมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการแต่งกายและการแสดงออกในที่สาธารณะหรือสื่อสังคมออนไลน์