สัปดาห์หน้าถก‘กรอ.’
จัดหา-กระจายให้ทั่วถึง
ศบค.สร้าง‘ไอซียูสนาม’
ห่วงรองรับได้แค่19วัน
เพิ่มอีก-โทร.สายด่วน

‘บิ๊กตู่’ออกทีวีพูลแถลงฟื้นความเชื่อมั่น ประกาศฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสให้คนไทย 50 ล้านคนในปีนี้ สัปดาห์หน้าถก กรอ. ‘หอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย’ หา-ฉีดวัคซีนให้ครบ ให้คำมั่นนำฝ่าระบาดระลอกใหม่ ด้านศบค.ห่วงเตียงร.พ.ทั่วปท.รับได้อีกแค่ 19 วัน เตรียมผุด ‘ไอซียูสนาม’ เหตุมีผู้ป่วยรอเข้าร.พ.อีกนับพันคน เลขาฯ สมช.สั่งเพิ่มอีก 50 คู่สายด่วน หลังผู้ป่วยร้องโทร.ขอความช่วยเหลือไม่ได้ สลด ‘อาม่า’ วัย 84 ติดโควิดเสียชีวิตคาบ้านย่านบางคอแหลม กทม. ด้านอนุทินเสียใจ คุยกับสปสช. ส่งชุดเครื่อง วัดไข้-วัดค่าออกซิเจน ให้ตามบ้านระหว่าง รอรถมารับไปร.พ. สน.วัดพระยาไกรผวา ลูกตำรวจติดโควิดกักตัวอยู่แฟลต

สลด‘อาม่า’ป่วยดับแล้ว

จากกรณีมีการเผยแพร่เหตุการณ์สลด เมื่อผู้ใช้ ติ๊กต็อก รายหนึ่ง ได้ถ่ายคลิปขอความช่วยเหลือครอบครัวคุณยายป่วยโควิด-19 เมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. จากนั้น เพจ Drama-addict ได้แชร์เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยบ้านอาม่าอยู่ในซอยเจริญราษฎร์ 5 แยก 16 เขตบางคอแหลม เป็นผู้สูงอายุทั้งหมด 6 ราย

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 เม.ย. นายเอ (นามสมมุติ) ผู้ถ่ายคลิปอาม่า เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีรถร.พ. มารับ อาม่าทั้ง 2 คนไปรักษาตัวที่ร.พ.สิรินธร แล้ว โดยอาม่า นันทนา อายุ 75 ปี มีอาการอ่อนเพลีย เพราะที่ผ่านมาต้องดูแลพี่สาว อายุ 84 ปีที่เพิ่งเสียชีวิตไป และดูแลน้องสาว 70 ปี ที่มีอาการทางสมอง ทางแพทย์จึงได้ให้น้ำเกลือและดูแลตาม ขั้นตอน เบื้องต้น ไม่มีอาการน่าเป็นห่วง

ต่อมาช่วงเที่ยง คนในครอบครัวได้ทำพิธีฌาปนกิจศพพี่สาวอาม่าที่เสียชีวิตอย่างเงียบๆ

2 อาม่าอาการดีขึ้บิ๊กตู่

นายสุขสันต์ กิตติศุภกร ผอ.สำนักการแพทย์ (สนพ.) กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ผู้ป่วยอีก 2 ราย เข้ารับการรักษาที่ร.พ.สิรินธรเรียบร้อยแล้ว ในช่วงเช้าวันนี้ มีอาการดีสัญญาณชีพปกติ ระดับออกซิเจนในเลือดปกติ

ผวาลูกตร.กักตัวอยู่แฟลต

รายงานข่าวระบุว่า มีลูกตำรวจในสน. วัดพระยาไกร ติดโควิดยังต้องรอเตียงจาก ร.พ.ว่าง จึงกักตัวไว้ที่ภายในแฟลตที่พัก ซึ่งก็สร้างความกังวลให้กับบุคคลที่อยู่ร่วมภายในบริเวณ ดังกล่าวเป็นอย่างมาก

อนุทินเสียใจ-เตียงเต็มดับ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงอาม่าป่วยโควิด-19 แต่ไม่มีเตียงรองรับจนที่สุดต้องเสียชีวิตในบ้านว่า ทราบแล้ว และให้กรมการแพทย์ถามไปยังกทม.ว่าต้องปรับปรุงระบบอย่างไร

เมื่อถามว่าคนติดเชื้อและต้องพักรอที่บ้านจนทำให้ติดเชื้อทั้งบ้าน นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อวานก็ได้คุยกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่าขณะนี้มีคนรออยู่บ้านเป็นจำนวนมาก จึงมีข้อสรุปว่า สปสช.จะดำเนินการเรื่องชุดตรวจตัวเองที่บ้าน เช่น เครื่องวัดไข้ เครื่องวัดค่าออกซิเจน

ศบค.ห่วงป่วยพุ่ง-เตียงเต็ม

ด้านนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รับทราบปัญหาเรื่องเตียง ทรัพยากรและบุคลากรทางการแพทย์ โดยพยากรณ์เรื่องการใช้เตียงที่มีความน่าเป็นห่วงเรื่องเตียงไอซียู ของกรุงเทพฯ มีจำนวน 262 เตียง ว่างอยู่ 69 เตียง และเป็นห้องความดันลบ มี 479 เตียง ใช้ไป 410 เตียง ว่าง 69 เตียง คาดการณ์ว่าถ้ามีการติดเชื้อประมาณ 1,500 รายต่อวัน จะใช้เตียงประมาณ 52 เตียงต่อวัน ถ้าใช้ต่อวัน 10- 13 เตียงรองรับเต็มที่ 6-8 วัน สำหรับเตียงทั่วประเทศเหลือ 1,000 เตียง ถ้าใช้ต่อวัน 52 เตียง รองรับได้อีกประมาณ 19 วัน หรือสามสัปดาห์ของทั้งประเทศ

เล็ง‘ไอซียู’สนาม

“มีการพูดคุยเรื่อง ไอซียูสนาม ซึ่งจะมีความยุ่งยากและต้องปรับปรุง สถานที่ ทั้งนี้ ร.พ.ราชวิถี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักจะเป็น ผู้ขยายเตียงเพื่อรองรับเพิ่มเติมก่อน ยืนยันว่าเราพยายามทำเต็มที่เมื่อป่วยหนักจะรักษาและทุกคนทำงานเต็มที่เช่นกัน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

เพิ่มอีก 50 คู่สายด่วน

เมื่อถามถึงระบบคัดกรองผู้ติดเชื้อ มีข้อติดขัดอย่างไร เพราะมีเสียงสะท้อนว่าผู้ป่วยรอเตียงนานยังไม่ได้เข้ารับการรักษาในระบบ และบางรายเสียชีวิตในระหว่างรอรักษา นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ต้องกราบขออภัยประชาชนทุกคนทุกสาย ที่โทร.เข้ามา 1668 1669 และ 1330 ซึ่งพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. ได้ปรับระบบคู่สายเพิ่มขึ้นมาหนึ่งทีม 50 คู่สาย เพื่อรับข้อมูลจากทีมแรกที่รับสายเก็บข้อมูลที่สำคัญเบื้องต้นแล้วโดยเวลานี้มีผู้ป่วยรอเตียงในระบบ 1,423 เพิ่มขึ้น 224 คน รับรักษาไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา 474 คน

ปรับร.พ.ทหาร-เบ่งเตียง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ประชุมสภากลาโหม ไปยังห้องประชุมต่างๆ ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ภายหลังการประชุม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า นายกฯระบุว่าให้กองทัพเข้าไปช่วยสนับสนุนการจัดตั้งร.พ.สนามหรือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ

“กระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ เตรียมรถพยาบาลทหารไว้ 26 คัน เตรียมรถพยาบาลทหารเพิ่มพร้อมปฏิบัติการอีก 21 คัน รวมทั้งหมด 47 คัน ในส่วนที่ศบค.มีข้อกังวลเหลือห้องไอซียูที่เหลือเตียงเพียง 69 เตียงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้ร.พ.ทหาร ขยายความสามารถรับผู้ป่วยให้ได้มากขึ้น เพื่อรับ ผู้ป่วยในระดับ 1 และ ระดับ 2 ที่แสดงอาการในระบบทางเดินหายใจ รวมถึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ” พล.ท.คงชีพกล่าว

‘บิ๊กตู่’ออกทีวีเร่งสกัดโควิด

ค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ (ทรท.) เรื่องแผนบริหารสถานการณ์โควิด-19 การจัดหาวัคซีน และความพร้อมการดูแลรักษาผู้ป่วย โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มีอัตราการติดเชื้อทั่วโลก ยังมีอัตราที่สูงซึ่งองค์การอนามัยโลกเตือนว่าจะเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกอีกรอบส่งผลให้จะเกิดการช่วงชิงทรัพยากรเพื่อใช้ในการรักษาทั่วโลก

“ประเทศไทยและประชาชนชาวไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานรถเก็บตัวอย่าง ชีวนิรภัย รถตรวจวิเคราะห์หาเชื้อเร่งด่วนพิเศษ และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นอีกจำนวนมาก รวมทั้งศาสตราจารย์ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ในนามของประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือขอบใจและขอเป็นกำลังใจรวมทั้งขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทางด้านทรัพยากรและบุคลากรให้กับแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนชาวไทยทุกคน” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

เป้าวัคซีน 100 ล้านโดส

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 2,070 ราย อันเป็นผลมาจากคลัสตอร์ล่าสุดช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ที่ยังคงส่งผลสืบเนื่อง ต่อมาอีกอย่างน้อยสองสัปดาห์ โดยอัตรา การแพร่ระบาดในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การแพร่ระบาดมีความรุนแรงและเป็นวงกว้าง กว่าระลอกที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งฉีดวัคซีนที่ได้รับมอบแล้ว จำนวน 2.1 ล้านโดส ฉีดได้ 1.05 ล้านคน ถึงวันนี้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 8.4 แสนคน โดยกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นบุคลาการทางการแพทย์ และ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงตลอดเวลา ซึ่งบุคลากร ทั้งหมดจะได้รับวัคซีนครบถ้วน ภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ รัฐบาลและ ศบค. เป้าหมายว่าจะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมให้ครบ 100 ล้านโดส เพื่อฉีดให้กับประชาชน 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ ที่ผ่านมาเราจัดหาแล้ว 64 ล้านโดส ประกอบด้วย แอสตราเซเนกา 61 ล้านโดส ที่เริ่มส่งมอบเดือน มิ.ย. 6 ล้านโดส และเดือนต่อๆ ไปอีก เดือนละ 10 ล้านโดส, ซิโนแวค 2.5 ล้านโดส ส่งมอบแล้ว 2 ล้านโดส และใน วันที่ 24 เม.ย. จะเข้ามาอีก 500,000 โดส

เร่งหาอีก 36 ล้านโดส

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ล่าสุดเป็นเรื่อง ที่น่ายินดีว่า รัฐบาลจีนได้แจ้งความประสงค์บริจาควัคซีนให้ไทยอีก 500,000 โดส ในส่วนที่จะต้องจัดหาเพิ่มเติมอีก 36 ล้านโดส นั้น รัฐบาลก็ประสบความสำเร็จในการเจรจาจัดหาวัคซีนสปุ๊ตนิค วี 5-10 ล้านโดส และไฟเซอร์ อีก 5-10 ล้านโดส มาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนแล้ว และเพื่อเป็นการเติมเต็มภาครัฐ และเกิดการทำงานเชิงรุกมากขึ้น ตนได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ขึ้น โดยมี นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน ซึ่งได้รับรายงานว่าสภาหอการค้าไทย จะช่วยรัฐบาลจัดหาให้กับพนักงานลูกจ้างเองด้วย ประมาณ 10-15 ล้านโดส และในอาทิตย์หน้า ตนจะประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย เพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดหาและแจกจ่ายวัคซีน ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้ประเทศไทยของเราสามารถมีวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนให้ครบ 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้

“ขอยืนยันว่า รัฐบาลและ ศบค. มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้อย่างเต็มที่ องค์การเภสัชกรรม ได้มีการสำรอง และกระจายยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน มากกว่าสามแสนเม็ด โดยมีการกระจายไปสำรองในพื้นที่ต่างๆ แล้ว และกำลังนำเข้า เพิ่มอีก 2 ล้านเม็ด ในด้านการจัดเตรียมเตียงให้กับผู้ป่วย เรามีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วย โควิดและผู้เสี่ยงติดเชื้อ รวมกว่า 28,000 เตียง ทั้งที่อยู่ในโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสนาม และฮอสพิเทล ซึ่งในขณะนี้มีผู้ป่วยหลักพันต่อเนื่องกันหลายวัน ทำให้จำนวนเตียงลดลงอย่างมาก แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้จัดเตรียมมาตรการเพื่อจัดหาเตียงให้กับผู้ป่วยทุกคนให้ได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทุ่ม 3.8 แสนล้านฟื้นศก.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการ เยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้อีกประมาณ 3.8 แสนล้านบาท โดยมาจาก พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2.4 แสนล้านบาท งบกลางปีงบประมาณ 2564 อีก 9.9 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายบรรเทาโควิด-19 อีก 4 หมื่นล้านบาท โดยฝ่ายเศรษฐกิจ ได้เตรียมโครงการที่จะช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภค รวมไปถึงโครงการที่จะก่อให้เกิดการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเจริญเติบโตให้ได้โดยเร็ว

ขอบคุณบุคลากรสธ.

ผมขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ให้ความช่วยเหลือในการฝ่าวิกฤต ครั้งนี้ ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละ อดทน แม้ว่าตนเองจะเสี่ยงอันตรายและเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเททำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ผมขอยกย่องทุกท่านจากใจจริง

ให้คำมั่นนำฝ่าวิกฤต

“พวกเราทุกคนจึงต้องช่วยกันปกป้อง ทีมแพทย์ของประเทศไทย ด้วยการระมัดระวังตัว ลดความเสี่ยงให้มากที่สุดในช่วงเวลานี้ คือ การเว้นระยะห่าง ล้างมือ และใส่แมสก์ให้มากที่สุดเมื่อต้องพบเจอผู้อื่นในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า ผมและรัฐบาลจะทำทุกทางเพื่อให้เราผ่านวิกฤตในระลอกนี้ไปให้ได้ พวกเราทุกคนจะสู้ไปด้วยกันอีกครั้ง และผมเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของเราทุกคนประเทศไทยจะต้องเอาชนะโรคร้ายในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน