‘แม่ค้าออนไลน์’ก็ด้วย
ศาลชี้-ไม่เชื่อหลบหนี

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ให้ประกัน ‘สมยศ-ไผ่’ จำเลยคดี 112 ปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ศาลชี้ไม่น่าเชื่อจะหลบหนี ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และจะไปก่อเหตุร้าย อีกทั้งยอมรับเงื่อนไขไม่เข้าร่วมกิจกรรม ไม่กล่าวพาดพิงสถาบันกษัตริย์ มาศาลตามกำหนดนัด พร้อมยอมกลับมาแต่งตั้งทนายสู้คดี ขณะที่ ‘แม่ค้าออนไลน์’ ผู้ต้องหา 112 ที่เชียงใหม่ ศาลอุทธรณ์ก็ให้ประกัน ด้าน ‘ตู่-จตุพร’ ดีเดย์ 24-25 เม.ย.นี้ ปลุกพลังสามัคคีประชาชน ลั่นกลองรบไล่ ‘บิ๊กตู่’

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ศาลอาญา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ชุมนุมคณะราษฎร จำเลยคดีมาตรา 112 ที่ไม่ได้ประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดีชั้นศาล เดินทางจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมาศาล เพื่อไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยในคำร้องล่าสุดของจำเลยทั้งสองระบุถึงเหตุผลที่จำเลยตัดสินใจถอนทนายความ ว่าเกิดจากความกดดันและความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และสิทธิในการปรึกษาทนายความอย่างเต็มที่ในห้องพิจารณาคดีของศาล นอกจากนี้ ทั้งสองยังมีความประสงค์แต่งตั้งทนายความเพื่อปรึกษาและว่าต่างคดีให้ เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไป

จากนั้นศาลนั่งบัลลังก์ไต่สวนนายสมยศเบิกความว่าอยู่ในเรือนจำมา 1 เดือนเศษแล้ว มีอาการเจ็บป่วยปวดเข่าซ้าย เพราะเคยประสบอุบัติเหตุ ทำให้ใช้ชีวิตในเรือนจำได้ยังไม่ปกติ เพราะไม่มีเก้าอี้ ต้องนั่งกินข้าวกับพื้น ต้องกินยาแก้ปวดตลอดทุกวัน และในเรือนจำมีการแพร่ระบาดของโควิดแล้ว พร้อมยอมรับในคำแถลงที่สมัครใจเอง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจะไม่เข้าร่วมกิจกรรม และไม่กล่าวพาดพิงสถาบันกษัตริย์ จะมาศาลตามกำหนดนัด และปฏิบัติตามเงื่อนไขคำสั่งของศาลอย่างเคร่งครัด

ส่วนนายจตุภัทร์เบิกความว่าเป็นนักศึกษาปริญญาโท สาขาสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ขณะนี้เป็นช่วงสอบ ต้องการขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว ยืนยันจะปฏิบัติตามคำแถลงว่าจะไม่กล่าวพาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์ จะยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล และอีกเหตุที่ไม่เซ็นยอมรับกระบวนพิจารณาในวันที่ 8 เม.ย. เนื่องจากรู้สึกอึดอัดที่มีเจ้าหน้าที่จำนวนมาก ประกอบกับคำร้องมี 2 ฉบับ โดยฉบับที่เขียนด้วยลายมือนั้นไม่ได้เซ็น แต่เซ็นชื่อในคำร้องฉบับที่ 2 ที่ทนายความจัดเรียงให้ ตนไม่ได้บอกว่าจะปฏิเสธ และไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม

ต่อมาศาลอ่านคำสั่งมีเนื้อหาโดยสรุปว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองไม่ถูกควบคุม และโจทก์นำตัวมาศาลโดยสมัครใจ จึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองจะหลบหนี พยานหลักฐานในคดีนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมเสร็จแล้ว จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยทั้งสองจะไปยุ่งเกี่ยวได้ รวมทั้งพนักงานราชทัณฑ์ชี้แจงว่าจำเลยทั้งสองมีความประพฤติดี เห็นว่าไม่มีข้อเท็จจริงให้มีเหตุควรสงสัยว่าจำเลยจะไปก่อเหตุร้าย ประกอบกับจำเลยทั้งสองแถลงยืนยันหากได้รับการปล่อยชั่วคราวจะไม่กล่าวพาดพิงสถาบันกษัตริย์ และจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่ทำให้เสื่อมเสียถึงสถาบันกษัตริย์

คำสั่งศาลระบุอีกว่า ผู้ขอประกันจำเลย ทั้งสองในคดีนี้ไม่เคยผิดสัญญา หรือมีข้อบกพร่องอื่น หลักทรัพย์ที่ยื่นเป็นเงินสด 200,000 บาท พอสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี ทั้งจำเลยทั้งสองแต่งทนายความมาร่วมในกระบวนพิจารณาของศาล ไม่ปรากฏว่าการปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินคดีของศาลแต่อย่างใด พยานหลักฐานที่ปรากฏจึงไม่มีเหตุพอที่จะยกขึ้นอ้างมิให้ปล่อยชั่วคราว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 7 โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยทั้งสองทำกิจกรรมที่จะทำความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ให้มาศาลตามนัด หากผิดสัญญาให้ปรับคนละ 200,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ขณะที่นอกอาคารศาลอาญามีผู้ชุมนุมกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้ารวมตัวกันมารอทำกิจกรรมยืนหยุดขัง 112 นาที และเมื่อทราบคำสั่งศาลให้ประกันตัวนายสมยศและนายจตุภัทร์ กลุ่มผู้ชุมนุมดีใจตะโกนเฮกันลั่น ก่อนยกเลิกกิจกรรมยืน 112 นาที เพื่อเตรียมไปรับนายสมยศและนาย จตุภัทร์ขณะถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

จนกระทั่งเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปล่อยตัวสมยศและนาย จตุภัทร์ โดยทั้งคู่ยิ้มแย้มแจ่มใสท่ามกลางความดีใจของกลุ่มมวลชนกว่า 100 คนที่แห่ไปรับ นำโดยนพ.ทศพร เสรีรักษ์ และนายเอกชัย หงส์กังวาน โดยนายจตุภัทร์กล่าวว่าตื่นเต้นที่ได้ออกมาข้างนอก อยู่ข้างในไม่ได้รับรู้ข่าวสารใดๆ เลย ต้องขอคุยกับทีมงาน และผู้ร่วมอุดมการณ์ ส่วนหลักเกณฑ์ที่ได้รับการประกันตัวอย่างที่ทราบกันตามที่เป็นข่าว เป็นอำนาจของศาล ไม่อยากก้าวก่าย

ส่วนนายสมยศกล่าวว่าเมื่อออกมาแล้วก็มีภารกิจต้องทำอีก คือช่วยเหลือนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ ทนายอานนท์ นำภา และแกนนำคนอื่นๆ ยืนยันว่าจะไม่หยุดเคลื่อนไหวจนกว่าทุกคนจะได้ออดมา เห็นว่าไม่น่าจะมีคนใดถูกดำเนินคดีเช่นนี้ การประกันตัวขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ขอบคุณศาลที่เคารพสิทธิในรัฐธรรมนูญ อยากให้ปล่อยตัวแกนนำทั้งหมดที่อยู่ในเรือนจำ เหมือนกับที่ตนได้รับอิสรภาพ

ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอปล่อยชั่วคราว น.ส.พรพิมล สุวรรณ แม่ค้าออนไลน์ ผู้ต้องหาคดี ม.112 และมีคำสั่งว่าที่พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว อ้างแต่เพียงว่าผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ เท่านั้น ทั้งตามบันทึกการจับกุมปรากฏว่าผู้ต้องหาถูกจับ ณ สถานที่อยู่อาศัยของ ผู้ต้องหาเอง จึงน่าเชื่อในเบื้องต้นว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน ประกอบกับผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ตีราคาประกัน 150,000 บาท

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไลฟ์เฟซบุ๊กลั่นกลองรบขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้โอกาสจากคนไทยมา 7 ปี รวบอำนาจทุกอย่างไว้ในมือ อ้างและเรียกร้องถึงความสงบเป็นหลัก ส่วนผลงานที่ผ่านมาย่อมพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ระบอบประยุทธ์ไม่ใช่หลักประชาธิปไตย แต่พยายามอธิบายว่าเป็นระบอบของคนดี ที่ไม่เคยทำตามคำมั่นสัญญาเลย

“วันที่ 24-25 เม.ย.นี้ จะเริ่มลั่นกลองรบยกสองกับประยุทธ์ ที่ล้มเหลวกับการแก้ปัญหาโควิดระบาด ผมเชื่อว่าคณะสามัคคีประชาชนจะจุดประกายการเปลี่ยนแปลงให้ชาติบ้านเมือง พร้อมเปิดทางให้ผู้มาใหม่ที่ใจยิ่งใหญ่กว่าประยุทธ์ กล้าให้ในสิ่งที่ประชาชนต้องการได้ดีกว่า สามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้แท้จริง และจะไม่สิ้นชาติ” นายจตุพรกล่าว

ขณะที่เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีตั้งโต๊ะล่ารายชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ ที่หน้าร้าน แมคโดนัลด์ โรงเรียนสตรีวิทยา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีประชาชนที่เดินผ่านไปมาร่วมลงชื่อ จากนั้นไปร่วมกิจกรรมยืนหยุดขัง 112 นาที ที่หน้าศาลฎีกา ท้องสนามหลวง

ได้ประกัน – นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนาย จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มราษฎร ชู 3 นิ้วให้กับผู้ที่มารอรับจำนวนมาก ภายหลังศาลอนุญาตให้ประกันตัวคดีม.112 ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน