ปะทะเดือด ทีมไปป์บอมบ์ฐานคุ้มครองตำบลที่ยี่งอ จ.นราธิวาส หลังก่อเหตุ 6 คนร้ายขี่จยย.หนี ไปเจอชุดลาดตระเวนเลยเปิดฉากยิงใส่หวังเปิดทางหนี จนเกิดปะทะนาน 15 นาที หลังเสียงปืนสงบพบกลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 1 จับกุมไว้ได้ 2 ส่วนที่เหลือหลบหนีไปได้

จากเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่ฐานฯ 2 แห่ง ใน อ.บาเจาะ และ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ในวันที่ 21 เม.ย. ต่อมามีคนร้าย 6 คนขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันมาที่บริเวณฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง ต.ลุโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส แล้วขว้างระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์เข้าใส่ฐาน เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา จากนั้นขี่รถจยย.หลบหนีเข้าไปในพื้นที่ บ.ยาโงะ ม.5 และ บ.กูแบบาเดาะ ม.4 ต.ลูโบะบือซา อ.ยี่งอ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อ แล้วพบกับเจ้าหน้าที่ชุดจรยุทธ์เฉพาะกิจ ร้อย.ทหารพรานนาวิกโยธินที่ 6 ที่กำลัง ลาดตระเวนในพื้นที่ บ.ยาโงะ โดยคนที่นั่งซ้อนท้าย ทั้ง 3 คนใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนีจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 เม.ย. พ.ต.อ. สุธน สุขวิเศษ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.วรงค์ เกิดสวัสดิ์ ผกก.สภ.ยี่งอ น.อ.ธงฉาน บุญระเทพ ผบ.ฉก.ทพ.นย.ทร. ร.ต.อ.กีรติ ถานโอภาส รองสารวัตรสอบสวน สภ.ยี่งอ และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง ต.ลุโบะบายะ ที่ถูกคนร้ายใช้ไปป์บอมบ์ขว้างใส่เข้าไปในฐาน ทำให้เรือนนอนของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ขี่รถจยย. 3 คันผ่านฐานไป คาดว่าขี่มาดูลาดเลา จากนั้นได้ขี่รถจยย. วกกลับมาโดย 1 ใน 5 คนร้ายที่ซ้อนท้ายรถจยย.ได้ใช้ระเบิดไปป์บอมบ์ขว้างใส่เข้าไปในฐาน 1 ลูก แล้วขี่รถจยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ ชคต.ซึ่งอยู่ในฐานได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงข่มขู่ขึ้นฟ้า

ขณะที่ พ.จ.ท.จรัญ สินทะเกิด หัวหน้าชุดจรยุทธ์ ร้อย ฉก.ทพ.นย.ทร.ที่ 6 และผู้ใต้บังคับบัญชา รวม 8 นาย กำลังเดินลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง และให้การคุ้มครองชาวบ้านในช่วงถือศีลอด ที่บริเวณถนนข้างสวนปาล์มของชาวบ้านพื้นที่บ้านยาโงะ พบเห็นรถจยย.ของคนร้าย 3 คันขี่และนั่งซ้อนท้ายกันมา 6 คน เมื่อคนร้ายพบเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนกลอูซี่ยิงใส่จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกนาน 15 นาที เมื่อเสียงปืนสงบลงพบว่าคนร้ายเสียชีวิต 1 คน คือ นายมะสี วามะ จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นไม่เคยมีคดีอาชญากรรมหรือความมั่นคง

เจ้าหน้าที่ยังจับกุมคนร้ายได้ 2 คน คือ นายมูฮัมมัดซับรี ลาเต๊ะ จากการตรวจสอบพบประวัติมีหมาย ป.วิอาญา และนายมะรอฟา เจ๊ะอาลี จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ไม่เคยมีคดีอาชญากรรมหรือความมั่นคงเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวทั้งคู่ไปสอบสวนขยายผล ที่ศูนย์ซักถามแห่งหนึ่งที่ค่ายทหาร เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มคนร้ายที่ลอบก่อเหตุในครั้งนี้เป็น กลุ่มของนายมะดารี วาหลง กับนายอับดุลมานะ ลาเต๊ะ ซึ่งเป็นแกนนำระดับสั่งการและปฏิบัติการที่รับผิดชอบเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่ อ.ยี่งอ และอำเภอใกล้เคียง คาดว่านายมะดารีและนายอับดุลมานะสามารถหลบหนี การจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ นอกจากนั้น ยังยึดรถจยย.ของคนร้ายทั้ง 3 คันมาตรวจสอบ

พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาสเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนขยายผลคนร้ายทั้ง 2 คน ถึงบุคคลที่หลบหนีไปได้ทั้ง 2 คนว่าเป็นใคร พร้อมทั้งจะมีการสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายคนร้ายลอบขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ฐานปฏิบัติการ มว.นปพ.ที่ 13 ซึ่งตั้งอยู่ ม.2 ต.บาเจาะ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและก่อเหตุ คดีดังกล่าวหรือไม่อย่างไร รวมทั้งคนร้าย ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ฐานชคต.ต.จะแนะ ซึ่งตั้งอยู่ ม.11 ต.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมาเช่นกัน เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมเครือข่ายแบบถอนรากถอนโคน มาดำเนินคดีต่อไป

พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่เองไม่ต้องการให้มีการสูญเสียเกิดขึ้นไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม แม้เจ้าหน้าที่ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัด ระวังโดยการบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็นและใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแล้วก็ตาม แต่กลุ่มคนร้ายเลือกที่จะเปิดฉากยิงใส่ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องตอบโต้จนนำไปสู่การสูญเสียดังกล่าว

พล.ท.เกรียงไกรกล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่ากอ.รมน.ภาค 4 สน.ยังคงยึดมั่นการแก้ปัญหาในพื้นที่จชต.ตามแนวทางสันติวิธี โดยใช้แนวทางการเมืองนำการทหาร ด้วยการใช้เวทีสภาสันติสุขตำบลทั้ง 282 ตำบล 8 ชุมชนเทศบาล เพื่อรับฟังความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาให้ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุรุนแรงและผู้ให้การสนับสนุนเพื่อตัดวงจรการก่อเหตุรุนแรงและคืนความยุติธรรมให้เหยื่อที่ถูกละเมิด พร้อมกับ ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 06-1173-2999 หรือเบอร์สายด่วน 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน