2จยย.ประกบยิง
ตอบโต้‘จับตาย’
ไฟใต้โชน ก่อเหตุสะเทือนขวัญฆ่าเผา 3 ศพ พ่อ-ลูกสาวและหลานชายสยองอ.สายบุรี จ.ปัตตานี เหยื่อเป็นพ่อค้าขับปิกอัพขนของจากหาดใหญ่มาส่งลูกค้าที่นราธิวาส ช่วงมาถึงรอยต่อ 2 จังหวัด คนร้ายขี่จยย. 2 คัน มากัน 4 คนสาดกระสุนใส่ จนรถเสียหลักตกร่องกลางถนน จึงตามลงมายิงซ้ำและเผารถ ผบช.ภาค 9 รุดตรวจสอบที่เกิเหตุกำชับล่าคนร้ายโดยเร็ว ด้านผบ.ฉก.ปัตตานี ประณามทำร้ายประชาชนที่ไม่มีทางต่อสู้ คาดเป็นฝีมือกลุ่ม‘อับดุลเลาะ มูดอ’แกนนำก่อเหตุในพื้นที่สายบุรี เชื่อก่อเหตุตอบโต้ที่ลูกน้องถูกจับตาย 1 ราย และจับเป็น 2 คน เมื่อสองวันก่อนในพื้นที่จ.นราธิวาส
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ร.ต.ท.กิตติชาติ สังข์แก้ว ร้อยเวรสภ.สายบุรี จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุฆาตกรรมหลายศพ บนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ม.5 ต.ละหาร อ.สายบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยพล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี และพล.ต.ต. พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.ปัตตานี นำกำลังรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ตอนเดียวสีบรอนซ์ ทะเบียน ผต 1917 สงขลา บรรทุกสินค้าเกิดไฟลุกไหม้ทั้งคัน อยู่บริเวณร่องน้ำเกาะกลางถนน พบร่างนายสันติพัฒนา กิตติประภานันท์ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงช่วยนำส่งร.พ. แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
นอกจากนี้บริเวณริมถนนพบศพนาย สุพร กิตติประภานันท์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 บ้านคลองยาเหนือ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าศีรษะและลำตัว และภายในซากรถที่ถูกไฟไหม้พบศพ น.ส.จิราภรณ์ กิตติประภานนท์อยู่บริเวณใต้คอนโซลที่นั่งมีบาดแผลถูกยิงหลายนัด ในที่เกิดหตุยังพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 และ 9 ม.ม. ตกเกลื่อนรอบบริเวณ และบนถนนเป็นทางยาวกว่า 30 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่านายสุพรขับรถพาน.ส. จิราภรณ์ ลูกสาวและนายสันติพัฒนา หลานชาย จากหาดใหญ่มาส่งสินค้าประเภทโฟมและพลาสติกเต็มคันรถที่ จ.นราธิวาส เมื่อมาถึงใกล้จุดเกิดเหตุมีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ซ้อนท้ายกันมารวม 4 คน เข้าประกบสาดกระสุนเข้าใส่ นายสุพรขับรถหลบหนีกระทั่งเสียหลักตกร่องน้ำกลางถนน คนร้ายตามมาลากชาย 2 คนออกจากรถลงมือสังหาร ก่อนยิงปืนใส่รถถูกน.ส.จิราภรณ์ เสียชีวิตก่อนจุดไฟเผาแล้วหลบหนีไป

พล.ต.คมกฤชกล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ามีความโหดร้ายและรุนแรงมาก ซึ่ง ผู้ประสบเหตุเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ จะเร่งตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะปลอกกระสุนปืนของคนร้ายเป็นหลักฐาน ที่สามารถจะรู้ได้ว่าเป็นฝีมือของใครและกลุ่มใด เมื่อหลักฐานชัดเจนก็สามารถดำเนินการขอหมายจับได้ทันที ซึ่งหลังเกิดเหตุหน่วยความมั่นคงก็ได้ปิดพื้นที่ ตรวจค้นเป้าหมายทุกจุดที่อยู่ในข้อมูลความมั่นคง เชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดิมๆ คือ กลุ่มของนายอับดุลเลาะ มูดอ แกนนำคนสำคัญที่สั่งการในการก่อเหตุในพื้นที่ อ.สายบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งแนวร่วมบางคนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวแล้ว การก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นการตอบโต้หลังการวิสามัญคนร้ายในพื้นที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส และอาจจะเป็นการแสดงศักยภาพในการสร้างสถาน การณ์ในพื้นที่
ด้านพล.ต.ต.พิชญ์วุฒิกล่าวว่าพอรู้ตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มแนวร่วมกลุ่มเดิมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น เร่งให้ทางเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ดูกล้องวงจรปิดตาม เส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เส้นทางในการก่อเหตุและหลบหนี พร้อมทั้งเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะหลบซ่อนตัว ส่วนการก่อเหตุของคนร้ายในครั้งนี้เลือกใช้ช่องว่างเขตรอยต่อระหว่าง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี กับ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่าง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เพียง 200 เมตร ทำให้เกิด ช่องโหว่ในการเฝ้าระวังความปลอดภัยเส้นทาง ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเส้นทางเพิ่มมากขึ้น
ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นการตอบโต้ จากกรณีเคนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลลูโบะบายะ ม.4 ต.ลูโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ไม่มี ผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ชุด ชป.จรยุทธ์ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ลาดตระเวนอยู่บริเวณเส้นทางดังกล่าวจึงเกิดการปะทะขึ้น เป็นเหตุให้คนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 1 ราย และจับกุมได้ 2 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา

ยิงเผา3ศพ – เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ 4 คนร้ายใช้จยย.ไล่ยิงรถระบะจนตกข้างทาง แล้วยิงซ้ำจนเสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย ก่อนเผารถจนเสียหายทั้งคันที่ถนนปัตตานี-นราธิวาส ม.5 ต.ละหาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 24 เม.ย.