‘พระมหาไพรวัลย์’มึน
‘ไหว้พญานาค-ไอ้ไข่’ได้

ชี้ ‘ขนมอาลัว’ รูปทรงพระเครื่องไม่เหมาะสม ไม่ควรทำ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยันเอง อ้างเป็นวัตถุมงคล สิ่งเคารพสักการะ เตรียมทำหนังสือชี้แจงร้านขนมดังกล่าวแล้ว ขณะที่ ‘พระมหาไพรวัลย์’ ถามกลับทันที แล้วกรณีวัดชื่อดังสร้างไอ้ไข่ ทำพิธีดูดวง เจิมหน้าผาก ลงนะหน้าทอง รวมถึงการบูชาพญานาค สร้างราหูองค์ใหญ่กว่าโบสถ์กล้าชี้ว่าสมควรหรือไม่

อาลัวพระ – ภาพขนมอาลัวปั้นเป็นรูปพระเครื่อง จากเพจมาดามชุบ เสนอขายทางออนไลน์ ซึ่งผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ติงว่าไม่เหมาะสม ขณะที่พระมหาไพรวัลย์ ตั้งข้อสงสัยต่อวิธีคิดของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ

จากกรณีเรื่องฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังร้านขนมไทยแห่งหนึ่ง ใน อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ทำขนมอาลัวรูปพระเครื่องหลายรูปแบบ หลากสีสัน ก่อนจะวางขายในโลกออนไลน์ จนได้รับความสนใจจากลูกค้าวัยรุ่นอย่างมาก

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และไม่สมควรทำขนมอาลัวรูปทรงพระเครื่อง โดยเตรียมทำหนังสือชี้แจงร้านขนมดังกล่าวว่าทำไม่ได้ และไม่สมควรทำ เพราะรูปพระเครื่องถือเป็นวัตถุมงคล เครื่องสักการบูชา

ขณะที่พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตร วรวัณโณ พระภิกษุเปรียญ 9 และนิสิตปริญญาเอก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่มักแสดงความคิดด้านต่างๆ ทางโซเชี่ยลอยู่เสมอ ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นในประเด็นของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า

สำนักงานพระพุทธฯ กล้าชี้ว่า ขนมพระเครื่องไม่เหมาะสม แต่ไม่กล้าชี้ว่า ไอ้ไข่อยู่ในวัด และคนพากันไปจุดประทัดเซ่นไหว้เช่นนั้น ไม่เหมาะสม กล้าชี้ว่า ขนมพระเครื่องไม่เหมาะสม แต่ไม่กล้าชี้ว่า พระพิฆเนศองค์ใหญ่กว่าหลังคาโบสถ์อยู่ในวัด ไม่เหมาะสม

สำนักงานพระพุทธฯ กล้าชี้ว่า ขนมพระเครื่องไม่เหมาะสม แต่สำนักงานพระพุทธฯ ไม่กล้าชี้ว่า การบูชาราหู บูชาพญานาค การทำพิธีดูดวง เจิมหน้าผาก ลงนะหน้าทอง ครอบครู ซึ่งทำกันอยู่ในวัด (ดังๆ) ไม่เหมาะสม

พระมหาไพรวัลย์ยังอธิบายด้วยว่า แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า ใครรับไม่ได้ อาตมาเคารพสิทธิ์ความเห็น แต่สำหรับอาตมาไม่เห็นว่าเป็นเรื่องลบหลู่อะไร เรามักรับกันไม่ค่อยได้หรอกกับเรื่องลักษณะนี้

แต่เรารับได้ถ้าพระเครื่องเหล่านี้จะถูกปั๊มออกมาวางขายเป็นตะกร้าๆ องค์ละ 5 บาท 10 บาท เรารับไม่ได้ที่พระเครื่องจะกลายเป็นขนม แต่เรารับได้ถ้าพระเครื่องจะกลายเป็นสินค้ามีราคา ซึ่งคนจะซื้อขายกันเหมือนเพชรพลอยในราคาหลายล้าน

คนที่ซีเรียสเรื่องการปรามาสพระพุทธเจ้าในรูปแบบของขนม ช่วยซีเรียสเวลาคนเอาพระพุทธเจ้าไปทำเป็นของขลัง ไปทำเป็นเรื่องไสยศาสตร์อวดอ้างสรรพคุณ ไปทำเป็นของพานิชย์ในการค้าขายและหลอกลวงคนด้วยนะ

“กินไม่ลง ก็ซื้อไปเก็บไว้บูชาได้นะ อันนี้พูดจริง อย่างน้อยคนทำก็กล้าคิดกล้าทำ ในช่วงโควิดแบบนี้ ถือว่าเข้าใจหาวิธีในการเรียกลูกค้า” พระมหาไพรวัลย์ระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน